- หน้าแรก
- ฮงไก สตาร์เรล ในเมื่อเพื่อนร่วมทีมล้วนเป็นตัวละครระดับทองคำ แล้วแบบนี้พวกเราจะแพ้ได้อย่างไร
- บทที่ 29 เค่อลู่ไปได้แผนที่สมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมาตอนไหน?
บทที่ 29 เค่อลู่ไปได้แผนที่สมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมาตอนไหน?
บทที่ 29 เค่อลู่ไปได้แผนที่สมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมาตอนไหน?
บทที่ 29 เค่อลู่ไปได้แผนที่สมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมาตอนไหน?
ข่าวดีก็คือโหมดขุดทองจะสิ้นสุดลงเมื่อเหลือผู้เข้าร่วมศึกเพียงสิบคน นั่นหมายความว่าตราบใดที่ขนาดของทีมไม่เกินจำนวนนี้ ก็จะไม่มีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ระหว่างเพื่อนร่วมทีมเกิดขึ้น
กฎเสริมที่เรียบง่ายนี้ช่วยเปิดช่องว่างให้บริหารจัดการได้อย่างกว้างขวาง ต้องยอมรับว่าสงครามโชคชะตาแห่งชาติครั้งนี้ช่างมีเมตตาเสียจริง
"เซเบอร์ แม้เราจะอยู่ในสถานะพันธมิตรกัน แต่บางเรื่องต้องตกลงกันให้ชัดเจนล่วงหน้า หากความเห็นของเราไม่ตรงกัน ใครจะเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย?"
"ฉันจะฟังคุณค่ะ"
คำตอบที่เด็ดเดี่ยวของเซเบอร์ทำเอาเค่อลู่งงไปชั่วขณะ ตามปกติแล้วใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากเป็นผู้นำในการร่วมมือกัน?
ทว่าเซเบอร์กลับพูดต่อ "ไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะ คุณมีความเหมาะสมในการบัญชาการรบมากกว่าฉัน"
เหตุผลนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา
แม้ในระหว่างการต่อสู้ที่ผ่านมาเซเบอร์จะพัวพันอยู่กับขุนพลสงครามทมิฬ แต่การกระทำทั้งหมดของเค่อลู่ก็อยู่ในสายตาของเธอเสมอ
ตั้งแต่การควบคุมตัวหมากรุกเพื่อกวาดล้างสมุนตัวเล็กตัวน้อย ไปจนถึงการสนับสนุนในการสังหารขุนพลสงครามทมิฬ การสั่งการของเค่อลู่นั้นไร้ที่ติ
ในทางกลับกัน เซเบอร์รู้จุดยืนของตัวเองดี เธอคืออัศวินที่พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิ
ส่วนเรื่องการวางแผนสั่งการนั้น เธอไม่ถนัดเอาเสียเลย
สีหน้าของเค่อลู่นั้นยากจะบรรยาย
เธอควรจะพูดยังไงดี? ควรจะทึ่งในความซื่อสัตย์ของเซเบอร์ หรือทึ่งในความซื่อบื้อโดยธรรมชาติของเธอดีนะ?
หากเป็นตัวเธอเอง ต่อให้จะไม่ถนัดแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันมอบอำนาจการตัดสินใจให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้แน่
แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของเซเบอร์ที่ได้มาเจอเธอ
"ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่ว่ามา ฉันจะรับหน้าที่นำเอง ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่หลอกคุณแน่นอน"
"เซเบอร์ มาดูนี่สิ"
เค่อลู่กวักมือเรียกเซเบอร์ พร้อมกับใช้กิ่งไม้ขีดเขียนเป็นวงกลมขนาดเท่ากันสองวงบนพื้น จากนั้นก็ขีดเส้นแบ่งวงกลมทางขวาออกเป็นส่วนสามในสี่และหนึ่งในสี่
"นี่คืออะไรคะ?"
เซเบอร์นั่งยองๆ ลงข้างเค่อลู่ โน้มศีรษะเข้าไปใกล้พลางเอียงคอด้วยความสงสัย... ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจเลยว่าเค่อลู่กำลังวาดอะไรอยู่
"ฉันดูผิดไปหรือเปล่านะ?"
"เปล่าหรอก"
เค่อลู่อาศัยความทรงจำ ขยับขยายแบ่งวงกลมทั้งสองวงออกเป็นส่วนย่อยๆ อีกครั้ง และเริ่มอธิบาย:
"ก่อนหน้านี้ฉันได้รับแผนที่ของสงครามโชคชะตาแห่งชาติมา แต่แผนที่นั้นมีอายุการใช้งานแค่สามนาที ตอนนี้มันหายไปแล้ว แต่โชคดีที่ฉันความจำดี ก็เลยจำลักษณะทางกายภาพโดยรวมได้หมด"
แน่นอนว่านี่เป็นข้ออ้าง แผนที่อะไรนั่นไม่มีจริงหรอก เค่อลู่เพียงแค่ต้องการเหตุผลที่จะอธิบายว่าทำไมเธอถึงได้รู้โครงสร้างพื้นที่เฉพาะของสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติอย่างละเอียด
เซเบอร์ไม่ได้สงสัยในเรื่องนี้เลย ในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมีเรื่องแปลกประหลาดอะไรบ้างที่ไม่เคยเกิดขึ้น? ขนาดสมาร์ทโฟนที่ไม่ควรมีอยู่ในนครรัฐแห่งนี้ยังปรากฏออกมาเป็นรางวัลได้ แล้วแผนที่สมรภูมิจะเป็นอะไรไป?
ทว่า... การที่เซเบอร์เชื่อ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะเชื่อตามไปด้วย
ผู้ชมชาวประเทศมังกรที่เฝ้าดูการถ่ายทอดสดมาตลอด ต่างมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นเต็มหัวไปหมด
"ถามจริงนะ เค่อลู่ไปได้แผนที่มาตอนไหนน่ะ?"
"ฉันดูไม่ทันแฮะ"
"ฉันจดรายการรางวัลที่เค่อลู่ได้รับตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ไม่เห็นมีแผนที่ปนมาเลยนะ"
"หรือว่าเธอจะเก็บได้ข้างทาง? เพราะการเก็บไอเทมที่มีอยู่ดั้งเดิมในสมรภูมิดูเหมือนจะไม่มีการประกาศแจ้งเตือนนะ"
"จริงด้วย! กระบองเหล็กที่เค่อลู่เก็บมาตอนแรกก็ไม่มีการประกาศเหมือนกัน"
"แต่แผนที่ที่มีอายุการใช้งานแค่สามนาทีเนี่ยนะจะเก็บได้ข้างทาง? ดูเหมือนจะเป็นไอเทมที่จำกัดเวลาใช้งานมากกว่า"
"อีกอย่าง เค่อลู่เชื่อใจเซเบอร์ขนาดนั้น มีความจำเป็นอะไรที่ต้องบอกข้อมูลเท็จล่ะ?"
"อืม... ฟังดูมีเหตุผลนะ"
"ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือความเป็นไปได้เดียวแล้วละ... ระบบประกาศของสงครามโชคชะตาแห่งชาติต้องทำงานผิดพลาดแน่ๆ!"
"กล้าพูดเนอะ"
"มันแปลกตรงไหนล่ะ? เชอร์ล็อก โฮมส์ เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดทิ้งไป สิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะดูเหลือเชื่อเพียงใด แต่มันก็คือความจริง!"
ขณะที่กลุ่มแชทกำลังถกเถียงกันอย่างเมามัน ก็ไม่มีใครติดใจเรื่องแผนที่ที่เค่อลู่เอ่ยถึงจริงๆ จังๆ ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่กลยุทธ์ที่เค่อลู่จะใช้ในเฟสที่สอง เพื่อช่วยให้ประเทศมังกรคว้าทรัพยากรมาได้มากขึ้น
ต้องรู้ก่อนว่าคราวนี้ทรัพยากรจะเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งประเทศมีฐานทรัพยากรเดิมมากเท่าไหร่ ทรัพยากรที่ได้รับเพิ่มมาในท้ายที่สุดก็จะมหาศาลเท่านั้น
แล้วสถานการณ์ของประเทศมังกรเป็นอย่างไร? หากไม่นับรวมปริมาณทรัพยากรที่เฉพาะเจาะจง แค่ดูจากขนาดพื้นที่ของประเทศ ประเทศมังกรก็มีความได้เปรียบอย่างเด็ดขาดในระดับโลก
ด้วยดินแดนอันกว้างใหญ่เช่นนี้ ทรัพยากรที่ซุกซ่อนอยู่ย่อมมีไม่น้อยเลยทีเดียว
"ท่านรัฐมนตรีครับ ทางพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ตอบกลับมาแล้วครับว่าพวกเขายินดีที่จะร่วมมือด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับท่าทีและการกระทำของเค่อลู่ในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติครับ"
"เค่อลู่งั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินรายงานของเสี่ยวหลิว เย่เหว่ยกั๋อก็ขมวดคิ้ว
เรื่องทางการทูตระหว่างสองประเทศกลับต้องขึ้นอยู่กับเด็กคนเดียวงั้นหรือ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่กระทรวงการต่างประเทศของอินทรีคุยง่ายขนาดนี้?
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อประเทศมังกร
นิสัยของเค่อลู่นั้นไว้ใจได้ ในเมื่อเธอตัดสินใจร่วมมือกับผู้เข้าร่วมศึกจากประเทศอินทรีแล้ว เธอไม่มีทางกลับคำแน่นอน
รางวัลที่ดรอปจากขุนพลสงครามทมิฬเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
เค่อลู่มีเวลาเหลือเฟือที่จะกวาดรางวัลทั้งหมดไป แต่เธอไม่ได้ทำเช่นนั้น ซึ่งมันบ่งบอกถึงตัวตนของเธอได้เป็นอย่างดี
"ดูเหมือนจะเป็นเพราะเด็กสาวที่เป็นตัวแทนของประเทศอินทรีครับ ฐานะครอบครัวของเธอในประเทศอินทรีดูเหมือนจะสูงส่งมาก และตัวเธอเองก็ได้รับความชื่นชมอย่างยิ่ง ท่าทีของอินทรีก็คือ หากเค่อลู่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายเธอ ประเทศอินทรีจะเรียกร้องคำอธิบายจากประเทศมังกรอย่างถึงที่สุดครับ"
"รุนแรงขนาดนั้นเชียว?"
หากก่อนหน้านี้เย่เหว่ยกั๋วเพียงแค่สงสัย แต่ในตอนนี้เขากลับเริ่มไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของผู้บริหารระดับสูงของอินทรีจริงๆ
ประเทศมหาอำนาจที่เป็นถึงสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะยอมนำความมั่นคงของทั้งประเทศมาเสี่ยงเพียงเพื่อคนคนเดียวอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าจะมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่?
"ท่านรัฐมนตรีครับ ผลการสืบสวนของเราชี้ว่าเด็กสาวคนนี้มีเชื้อสายของราชาอาเธอร์ และว่ากันว่าเธอเป็นทายาทที่มีโอกาสสูงที่สุดในรอบศตวรรษที่จะได้รับมรดกตกทอดจากพระองค์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ราชวงศ์อินทรีจะให้ความสำคัญกับเธอมากขนาดนี้ครับ"
(หมายเหตุ: เรื่องเชื้อสายราชาอาเธอร์เป็นเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นเพื่ออรรถรส ไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จริงแต่อย่างใด)
"ที่แท้ก็เป็นทายาทของราชาอาเธอร์ผู้นั้นเอง... ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้"
ราชาอาเธอร์มีความหมายอย่างยิ่งต่อประเทศอินทรี
ปัจจุบันประเทศอินทรีอยู่ในช่วงขาลง แต่ถ้าหากเด็กสาวนามว่าเซเบอร์คนนี้สามารถสืบทอดมรดกของราชาอาเธอร์ได้จริงๆ อย่างน้อยมันก็จะช่วยรับประกันความรุ่งเรืองของอินทรีไปได้อีกนับร้อยปี นั่นคือเหตุผลที่เหล่าผู้นำอินทรีให้ค่าเธอมากถึงเพียงนี้
"ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องประเทศอินทรีไปชั่วคราว"
ณ จุดนี้ เย่เหว่ยกั๋วไม่อยากจะสืบเสาะหาเจตนาที่แท้จริงของผู้นำอินทรีอีกต่อไป
หากเซเบอร์ประสบปัญหาในสงครามโชคชะตาแห่งชาติ ต่อให้อินทรีจะรอดพ้นจากสงครามครั้งนี้ไปได้ ความเสื่อมถอยก็คงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
ต้องรู้ก่อนว่าผู้เข้าร่วมศึกที่ตกรอบในสงครามโชคชะตาแห่งชาติไม่ได้เสียชีวิตในโลกความเป็นจริงทันที แต่บาดแผลทั้งหมด ยกเว้นบาดแผลที่เกิดจากการระงับโทสะจนถึงแก่ชีวิต จะถูกส่งต่อมายังโลกความเป็นจริงด้วย
ในบรรดาคนที่ตกรอบไปแล้ว ประมาณครึ่งหนึ่งไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวหลังจากกลับมา
อินทรีไม่สามารถแบกรับผลพวงจากการที่เซเบอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้
"ว่าแต่เสี่ยวหลิว ผมเห็นบางคนในแชทสดบอกว่าผู้เข้าร่วมศึกจากประเทศโถ่วโถ่วแอบอ้างเป็นคนของประเทศมังกร เรื่องนี้จริงไหม?"
เสี่ยวหลิว ซึ่งรับหน้าที่ดูแลกิจการเอเชียในกระทรวงการต่างประเทศ ตอบกลับว่า "จริงครับ เผียบูคี ผู้เข้าร่วมศึกประเทศโถ่วโถ่ว กำลังปลอมตัวเป็นคนประเทศมังกรและอยู่ภายใต้การคุ้มครองของมูฮัมหมัด ผู้เข้าร่วมศึกประเทศปาครับ ขณะนี้เขายังไม่ได้ทำร้ายมูฮัมหมัดอย่างเปิดเผย แต่การกระทำหลายอย่างของเขาได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์สากลของประเทศมังกรไปแล้วครับ"
"ไอ้คนสารเลวไร้ยางอาย! ขโมยบทละครเรา ขโมยวัฒนธรรมเรา แล้วตอนนี้ยังจะมาขโมยตัวตนคนประเทศมังกรไปอีก!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่เหว่ยกั๋อก็กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน กระดูกปูดโปนออกมาคล้ายจะทะลุผิวหนัง ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้ได้ และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง