- หน้าแรก
- ผู้วิเศษแห่งเศษซากสงคราม ระบบค้นหาจู่โจมและล่าสมบัติ
- บทที่ 500: ขับไททัน (ฟรี)
บทที่ 500: ขับไททัน (ฟรี)
บทที่ 500: ขับไททัน (ฟรี)
"ยังไงซะ ถ้านายมีคนหรืออุปกรณ์สำคัญอะไรที่อยากจะขนไปด้วย ก็รีบๆ จัดการซะล่ะ ไม่งั้นพอนิวเคลียร์ลงและดาวถูกทำลายเมื่อไหร่ ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้"
หลังจากอินควิซิเตอร์ทราสซอลกล่าวประโยคสุดท้ายจบ หลี่ฉินอู่ก็เดินออกจากห้องทำงานและกลับไปยังเซฟเฮาส์
เขานั่งลงบนเตียงในเซฟเฮาส์ จมอยู่ในห้วงความคิด ดาวเคราะห์ของมนุษย์ที่มีประชากรกว่าห้าหมื่นล้านคนกำลังจะถูกทำลายลงง่ายๆ แบบนี้จริงๆ นานะ?
มันไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?
ในเวลานี้ ขณะที่เอนหลังพิงหมอน เขาหยิบเทอร์มินัลส่วนตัวขึ้นมาและเลื่อนดูช่องแสดงความคิดเห็นของนิยาย เพื่อมองหาทางออก
ผู้อ่าน ก: ขับไททันสิ ไอ้แก่หลี่จอมตด! เมื่อไหร่แกจะขับไททันสักทีวะ?
ผู้อ่าน ข: อย่างที่รู้ๆ กัน ถ้ามีปืนโผล่มาในหนัง มันก็ต้องถูกยิงแน่ๆ เพราะงั้น ไอ้แก่หลี่จอมตด เมื่อไหร่แกจะขับไททัน?
ผู้อ่าน ค: นักเขียนคิดว่าตัวเองซ่อนปมไว้เนียนแล้วสิ แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็รู้กันหมดนั่นแหละว่าไอ้แก่หลี่จอมตดจะต้องได้ขับไททัน เอาเถอะๆ รีบๆ เสิร์ฟมาสักทีเถอะน่า
หลี่ฉินอู่เด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วตบเข่าฉาด
"ใช่แล้ว ไททัน! รีฟเวอร์ไททันไง! เจ้านั่นต้องฟัดกับไอ้การ์แกนท์ของพวกออร์กได้สูสีแน่นอน!!"
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนได้แรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า ช่องแสดงความคิดเห็นนี่มันแหล่งรวมไอเดียชั้นยอดจริงๆ!
จังหวะที่เขากำลังจะค้นหาคู่มือวิธีการขับไททัน การสื่อสารก็ดังขึ้นในห้องของเขา เป็นนักบวชบูธนั่นเอง
"นายท่าน อาร์คมากอสกะโหลกเหล็กให้ข้ามาถามว่าท่านหายไปไหนครับ
มีหน่วยย่อยของพวกออร์กโผล่มาป้วนเปี้ยนอยู่นอกกำแพงเหล็กของวิหารไททันเต็มไปหมด อาร์คมากอสกะโหลกเหล็กกังวลว่ากองกำลังหลักของพวกออร์กจะบุกมาโจมตีวิหารไททัน ตอนนี้เขากำลังเร่งเสริมแนวป้องกันอยู่ครับ
นายท่าน หากท่านว่าง โปรดมาที่โรงซ่อมบำรุงและสแตนด์บายอยู่ใกล้ๆ หุ่นรบโมนาร์คไนท์ของท่านด้วยครับ"
นับตั้งแต่การ์แกนท์ปรากฏตัวและแนวรบของแอสตร้ามิลิทารุมพังทลายลง ก็ไม่มีแนวป้องกันของแอสตร้ามิลิทารุมขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าวิหารไททันอีกต่อไป
พวกออร์กที่แตกทัพและตามการ์แกนท์ไม่ทันส่วนหนึ่ง เริ่มหันมาโจมตีเมืองของมนุษย์ที่อยู่ใกล้เคียง
นอกกำแพงเหล็กซึ่งเป็นขอบเขตของวิหารไททัน เริ่มมีออร์กจำนวนมากปรากฏตัวขึ้น
อาร์คมากอสกะโหลกเหล็กเกรงว่าฝูงออร์กที่เขารับมือไม่ไหวจะมาทำให้รีฟเวอร์ไททันสุดที่รักของเขาต้องแปดเปื้อน เขาจึงกำลังเร่งเสริมแนวป้องกันรอบๆ วิหารอย่างบ้าคลั่ง
สคิทาริไอทุกนายถูกเขาสั่งให้ไปลาดตระเวนบนกำแพง คนงานในสังกัดอเดปตัส เมคานิคัสได้รับแจกปืนเลเซอร์ และพวกเซอร์วิเตอร์ที่ทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนในโรงงานก็ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเซอร์วิเตอร์สายต่อสู้
ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ หลี่ฉินอู่ซึ่งได้เซ็นสัญญาปกป้องวิหารกับอาร์คมากอสกะโหลกเหล็กไว้ กลับหายตัวไป อาร์คมากอสกะโหลกเหล็กจึงสั่งให้คนรีบตามหาเขาทันที
หลี่ฉินอู่รู้ดีว่าอาร์คมากอสกะโหลกเหล็กจะต้องสวดเขาฉาดใหญ่แน่ๆ ไอ้หนอนจักรกลนี่มันทั้งขี้ระแวงและเป็นโรคประสาท
เขาบอกนักบวชบูธว่าเขาจะไปเดี๋ยวนี้ จากนั้นก็ขึ้นยานกระสวยและเดินทางมาถึงโรงซ่อมบำรุงของวิหารเมคานิคัส
ตอนนี้ วิหารไททันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ก่อนหน้านี้ วิหารไททันเคยเป็นโรงงานขนาดยักษ์ที่มีคนงานเดินขวักไขว่ไปมา
แต่ตอนนี้ วิหารไททันได้กลายสภาพเป็นป้อมปราการขนาดยักษ์ไปเสียแล้ว!
กองกำลังติดอาวุธและยานพาหนะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และบนหลังคาโรงงานทุกแห่งก็มีป้อมปืนและปืนกลหนักติดตั้งอยู่
รอบนอกวิหารไททัน มีกำแพงเหล็กหนาเตอะล้อมรอบถึงสามชั้น แต่ละชั้นสูงกว่าสามสิบเมตร บัดนี้เต็มไปด้วยอาวุธนานาชนิด
เมื่อมาถึงโรงซ่อมบำรุง หลี่ฉินอู่ก็ไปหานักบวชบูธและเสนอแผนกอบกู้โลกของเขา
"ฉันอยากเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นนักบินผู้บัญชาการสูงสุดของไททัน ฉันต้องทำยังไงบ้าง?"
นักบวชบูธมองหลี่ฉินอู่ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"นายท่าน ท่านเสียสติไปแล้วหรือไง?! ท่านรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา? นั่นมันไททันเชียวนะครับ!!
นับตั้งแต่ผู้บัญชาการสูงสุดคนก่อนถูกเรือรบออร์กบดขยี้จนตาย เครื่องจักรเทพไททันก็ผ่านการคัดเลือกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตลอดช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา มีคนถูกคัดเลือกมาทดสอบการเชื่อมต่อระบบประสาทเกือบห้าแสนคน!
แต่พวกเขาตายหมด! ไม่มีใครทำสำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว!!"
หลี่ฉินอู่ชี้ไปที่หน้าตัวเอง แล้วชี้ไปที่หุ่นรบโมนาร์คไนท์สีทองอร่ามที่อยู่ในโรงซ่อมบำรุง
"ฉันกำราบจิตวิญญาณแห่งเครื่องจักรในหุ่นรบไนท์ตัวนั้นได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ถ้าคนอื่นขับไททันไม่ได้ แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันจะขับไม่ได้?"
นักบวชบูธอึ้งไปชั่วขณะ ตอนนั้นเองที่เขานึกขึ้นได้ว่าหลี่ฉินอู่คือนักบินหุ่นรบไนท์จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังคงช็อกไม่หายกับวิธีที่หลี่ฉินอู่ใช้กระแสไฟฟ้าชีวภาพในร่างกาย ช็อตไฟฟ้าสวนกลับใส่บัลลังก์จักรกล มีเพียงชายเหนือมนุษย์คนนี้เท่านั้นที่สามารถทำเรื่องบ้าบอคอแตกแบบนั้นได้สำเร็จ
นักบวชบูธพูดอย่างลังเล
"นายท่าน กระแสข้อมูลที่สร้างขึ้นจากโครงสร้างของไททันนั้น มหาศาลกว่าของหุ่นรบไนท์หลายสิบเท่านะครับ!
คลื่นข้อมูลจำนวนมหาศาลที่พุ่งกระแทกสมองของท่าน อาจทำให้เกิดความเสียหายทางอวัยวะได้ในพริบตา และเปลี่ยนท่านให้กลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้เลยนะครับ!
ต่อให้ท่านไม่ถูกคลื่นข้อมูลฆ่าตายในทันที ท่านก็ต้องใช้พลังจิตจำนวนมหาศาลเพื่อรักษาการเชื่อมต่อกับไททันในระยะยาว พร้อมกับต้านทานคลื่นข้อมูลที่ถาโถมเข้ามา
มันเหมือนกับการวิ่งมาราธอนแบกน้ำหนักนั่นแหละครับ ท่านอาจจะทนรับมันไม่ไหวก็ได้นะ!"
หลี่ฉินอู่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก้มมองสบตานักบวชบูธ
"นักบวชบูธ โลกของพวกนายมันเน่าเฟะถึงแก่นแล้ว!
นายก็น่าจะพอรู้ถึงการตัดสินใจของพวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงบนดาวดวงนี้อยู่บ้างนะ ถ้าเมื่อไหร่นครไฮฟ์หลักแตก คำสั่งเอ็กซ์เทอร์มินาตัสก็จะตามมาทันที!
นักบวชบูธ นายกับพันโทโนอาห์น้องสาวนาย เป็นคนท้องถิ่นของดาวสี่เก้าหกเอไม่ใช่รึไง? นายอยากจะเห็นบ้านเกิดตัวเองถูกทำลายย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาจริงๆ เหรอ?
ตอนนี้ ผู้ว่าการดวงดาวก็หมดหนทาง พวกอัสตาร์เตสก็หมดหนทาง อินควิซิเตอร์ก็หมดหนทาง แต่ฉันมีทางออก!
ให้ฉันขับไอ้ไททันที่จอดนิ่งสนิทมาตลอดยี่สิบปีนั่น ออกไปบดขยี้ไอ้พวกออร์กเวรตะไลพวกนั้นให้ตาย และจบเรื่องบ้าๆ นี่ซะ!
นายจะเอาแต่นั่งรอความตายอยู่เฉยๆ หรือจะหาทางร่วมมือกับฉัน ให้ฉันขึ้นไปนั่งบนเครื่องจักรเทพไททันบ้าๆ นั่น แล้วไปฆ่าไอ้พวกออร์กที่บัดซบยิ่งกว่านั่นซะ!!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ความลังเลในดวงตาของนักบวชบูธก็ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"ข้าเข้าใจแล้วครับนายท่าน ในเมื่อท่านไม่กลัวตาย งั้นก็ตามข้ามาเลย"
นักบวชบูธพาหลี่ฉินอู่ลึกลงไปในชั้นใต้ดินของวิหารไททัน เขาไม่ได้พาหลี่ฉินอู่ไปขับไททันโดยตรงหรืออะไรทำนองนั้น แต่กลับพาเขามาที่โกดังเก็บอาร์เรย์ประมวลผล
อุณหภูมิที่นี่หนาวเหน็บมาก เพื่อใช้ในการเก็บรักษาอาร์เรย์ประมวลผลที่อยู่รอบๆ—ซึ่งแท้จริงแล้ว มันก็คือสมองมนุษย์นับหมื่นๆ ก้อน!
สมองมนุษย์เหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในถังโลหะและเชื่อมต่อถึงกันด้วยสายเคเบิลประสาท พวกมันคือคอมพิวเตอร์ของจักรวรรดิแห่งมนุษยชาติ
สมองเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสมองโคลนนิ่ง เนื่องจากสมองโคลนนิ่งมีความทนทานและทำงานได้ดีกว่า ไม่ใช่ว่าพวกเขาไปตัดหัวคนเป็นๆ มาทำเป็นหน่วยประมวลผลหรอกนะ
นักบวชบูธอธิบายให้หลี่ฉินอู่ฟัง
"ที่นี่มีอาร์เรย์ประมวลผลอยู่ทั้งหมดห้าหมื่นห้าพันชุด ข้อมูลทั้งหมดที่สร้างขึ้นจากวิหารไททันทั้งวิหาร โรงงานทุกแห่งบนดาวดวงนี้ และสคิทาริไอทั้งสามแสนนาย จะถูกรวบรวมมาที่นี่เพื่อทำการวิเคราะห์และจัดเก็บ"
เขานำหลี่ฉินอู่เข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของอาร์เรย์ประมวลผล ซึ่งมีเก้าอี้เหล็กขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่น เชื่อมต่อกับสายเคเบิลประสาทจำนวนมหาศาล
นักบวชบูธชี้ไปที่เก้าอี้เหล็กแล้วพูดว่า
"นายท่าน นี่คือบัลลังก์แห่งการจุติ ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา เราได้คัดเลือกนักบินไททันมากมายมาทดสอบที่นี่
ปลายด้านหนึ่งของบัลลังก์แห่งการจุติ เชื่อมต่อกับอาร์เรย์ประมวลผลห้าหมื่นห้าพันชุด ผู้ที่เข้ารับการทดสอบจะต้องนั่งบนบัลลังก์ และทนรับปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นจากอาร์เรย์ประมวลผลเหล่านี้ให้ได้!
ความตายคือความล้มเหลว หากทำสำเร็จ ก็จะได้รับคุณสมบัติในการขึ้นขับเครื่องจักรเทพไททัน นั่งบนบัลลังก์แห่งการจุติของจริง และเผชิญหน้ากับการทดสอบที่แท้จริงจากจิตวิญญาณแห่งเครื่องจักร!"
หลี่ฉินอู่เข้าใจแล้ว มันก็เหมือนกับการสอบเข้านั่นแหละ เขาถามขึ้น
"แล้วเคยมีใครผ่านการทดสอบนี้บ้างไหม?"
นักบวชบูธส่ายหน้า
"บัลลังก์แห่งการจุติ มีอีกชื่อหนึ่งว่า เก้าอี้ไฟฟ้าเพชฌฆาต เครื่องผลิตคนปัญญาอ่อน
ในรอบยี่สิบปี มีคนมานั่งเก้าอี้ตัวนี้รวมแล้วกว่าห้าแสนคน และไม่มีใครลุกออกไปได้แบบครบสามสิบสองประการเลยสักคน ถ้าไม่ตายก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปเลย!"