- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 350 ท่านครับ ผมกำลังออกแบบพร็อพชิ้นใหม่อยู่ครับ!
บทที่ 350 ท่านครับ ผมกำลังออกแบบพร็อพชิ้นใหม่อยู่ครับ!
บทที่ 350 ท่านครับ ผมกำลังออกแบบพร็อพชิ้นใหม่อยู่ครับ!
แต่เช้าตรู่ หัวหน้าฟางก็เดินทางไปยังสำนักงานที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองของเมืองหลวง
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบรรดาผู้นำระดับสูง โดยปกติแล้วหัวหน้าฟางแทบจะไม่ค่อยได้มาเหยียบที่นี่เลย แต่ครั้งนี้ พอได้รับข้อความจากเจียงเฉิน ต่อให้ไม่อยากมาแค่ไหน เขาก็ต้องฝืนใจหอบเอาปัญหามาแก้ไขให้ลุล่วง
ไม่อย่างนั้น หากข้อเสนอแนะของเจียงเฉินถูกส่งไปล่าช้าจนเกิดความเสียหาย หัวหน้าฟางก็คงหนีไม่พ้นต้องโดนหางเลขถูกลงโทษไปด้วย
หัวหน้าฟางที่ตื่นมานั่งอ่านรายงานตั้งแต่หกโมงเช้า วุ่นวายอยู่จนถึงแปดโมงกว่าถึงจะได้ฤกษ์ออกจากบ้าน
พอไปถึงที่หมาย ก็ได้ยินว่าบรรดาผู้นำยังคงประชุมกันอยู่
ศาสตราจารย์เจียงก็ทำงานถวายหัว พวกท่านผู้นำก็ทุ่มเทไม่แพ้กัน หัวหน้าฟางเริ่มสัมผัสได้ถึงอนาคตที่ไร้วี่แววการเกษียณอายุของตัวเองลอยมาแต่ไกล
รอจนกระทั่งพวกผู้นำประชุมกันเสร็จ หัวหน้าฟางก็รีบเข้าไปขอพบทันที
แต่เขายังไม่ทันได้อ้าปากพูด ผู้นำก็ชิงโยนเซอร์ไพรส์ลูกเบ้อเริ่มใส่เขารับอรุณซะก่อน
“ท่านครับ เรื่องที่ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อกี้... เป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”
“ก็จริงสิ งานการประชุมหุ่นยนต์โลก จะจัดขึ้นที่ประเทศหลงของเรา นี่แหละคือโอกาสทองที่จะได้แสดงแสนยานุภาพให้ชาวโลกได้เห็น เทคโนโลยีหุ่นยนต์กรอบประตูและหุ่นยนต์เปิ้นเปิ้นที่ศาสตราจารย์เจียงสร้างขึ้น ตอนนี้ถือว่าก้าวล้ำนำหน้าไปไกลระดับโลกแล้วนะ”
“ไหนจะ MOSS ที่ตอนนี้มีร่างกายเป็นของตัวเองแล้วอีก ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงรวมร่างกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ การผสมผสานที่ลงตัวแบบนี้ มันน่าหลงใหลสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?”
หัวหน้าฟางได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเออออห่อหมกไปด้วย
“ตอนนี้ภาคธุรกิจในประเทศเรา ก็เริ่มหันมาลงทุนวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์กันเยอะแล้ว ผมเชื่อว่าพอถึงวันเปิดงานประชุม ประเทศหลงของเราจะต้องมีหุ่นยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาอวดโฉมให้ชาวโลกได้ตะลึงกันอีกเพียบแน่!”
หัวหน้าฟางนิ่งเงียบ ไม่กล้าเอ่ยปากสนับสนุนต่อ
ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของผู้นำ เพียงครู่เดียวก็จับสังเกตถึงความผิดปกติของหัวหน้าฟางได้
“หัวหน้าฟาง เป็นอะไรไป? ดูเหมือนคุณมีอะไรอยากจะพูดนะ” พอตระหนักได้ว่าสถานการณ์อาจจะตึงเครียดกว่าที่คิด ผู้นำก็หุบยิ้ม เอนหลังพิงโซฟา แล้วจ้องมองหัวหน้าฟางเขม็ง
“เอ่อ... คืออย่างนี้ครับท่าน ศาสตราจารย์เจียงเพิ่งจะส่งรายงานฉบับหนึ่งมาให้ผม เป็นรายงานเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทั่วประเทศครับ...”
พูดมาถึงตรงนี้ หัวหน้าฟางก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนพูดต่อไม่ออก
ผู้นำกำลังอารมณ์ดี พูดถึงงานประชุมหุ่นยนต์โลกอย่างออกรสออกชาติ แต่เขากลับต้องมาทำตัวเป็นคนสาดน้ำเย็นใส่ซะงั้น
ก็ตอนนี้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มันยังไม่พร้อมที่จะให้ขยายตัวแบบก้าวกระโดดนี่นา
ที่สำคัญคือ หน้าที่ดับฝันแบบนี้ หัวหน้าฟางก็เลี่ยงไม่ได้ซะด้วยสิ ในเมื่อพูดไม่ออก เขาจึงทำได้เพียงเปิดไฟล์รายงานในเทอร์มินัลส่วนตัวยื่นให้ผู้นำดูแทน
ผู้นำรับเทอร์มินัลไปดูด้วยสีหน้างุนงง แต่พออ่านไปได้ไม่กี่นาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและขึงขังขึ้นมาทันที
หัวหน้าฟางลอบคิดในใจว่า วันนี้คงจบเห่แล้ว ถ้ารายงานของศาสตราจารย์เจียงฉบับนี้ไปขัดใจผู้นำเข้า ไม่รู้เลยว่าจะหาทางลงยังไงดี
หัวหน้าฟางนั่งตัวลีบ มองดูผู้นำด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดอะไรออกมาราวกับนั่งอยู่บนเข็มหมุด
รอจนกระทั่งในหัวของเขาจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลถึงฉากที่ผู้นำกำลังระเบิดอารมณ์ใส่เจียงเฉิน ในที่สุด ผู้นำก็ยอมเปิดปากพูดออกมา
“อืม... รายงานของศาสตราจารย์เจียงผมอ่านจบแล้วล่ะ มีประเด็นน่าสนใจหลายอย่างที่ต้องนำมาพิจารณาให้รอบคอบ หัวหน้าฟาง คุณกลับไปก่อนเถอะ”
เมื่อผู้นำออกปาก "เชิญ" หัวหน้าฟางก็รีบเก็บข้าวของเผ่นแน่บทันที ขืนอยู่ต่อ เขารู้สึกได้เลยว่าผู้นำคงไม่ปั้นหน้ายิ้มแย้มให้เขาแน่ ๆ
ตกบ่าย ตอนที่เจียงเฉินทักมาถามความคืบหน้าเรื่องรายงาน เขาถึงเพิ่งจะได้รู้เรื่องงานประชุมหุ่นยนต์โลกจากปากหัวหน้าฟาง
การประชุมหุ่นยนต์โลกงั้นเหรอ?
เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเจียงเฉินจริง ๆ ในฐานะประเทศเจ้าภาพจัดงาน ดันมีนโยบายออกมากีดกันการเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ซะเอง แบบนี้มันไม่ออกจะย้อนแย้งเกินไปหน่อยเหรอ?
แต่เจียงเฉินก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าไม่รีบสกัดกั้นเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ พอถึงวันงานประชุมหุ่นยนต์โลก บรรดานักธุรกิจในแวดวงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โดนปั่นกระแสจนคึกคักฮึกเหิมกันขึ้นมาเมื่อไหร่
พอถึงตอนนั้น จะมาห้ามก็คงไม่ทันการณ์แล้ว
“ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำแล้วล่ะครับ ว่าถ้ายังยืนยันจะผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ต่อไป หุ่นยนต์ทุกตัวที่ผลิตออกมา ก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อระบบเข้ากับ MOSS และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ MOSS อย่างเบ็ดเสร็จครับ”
คำพูดของเจียงเฉินทำเอาหัวหน้าฟางสะดุ้งเฮือก
ให้หุ่นยนต์ทุกตัวเชื่อมต่อระบบเข้ากับ MOSS? แบบนั้นอำนาจของ MOSS ก็จะล้นฟ้าเกินไปไหม?
ขืนพวกผู้นำมาได้ยินประโยคนี้เข้า ใครมันจะไม่ระแวงในเจตนาของเจียงเฉินบ้างล่ะ
หัวหน้าฟางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะรีบพูดเกลี้ยกล่อม “ศาสตราจารย์เจียง คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ รายงานของคุณ ผมส่งต่อให้เบื้องบนไปเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้นำก็ต้องใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบสักพักนั่นแหละครับ”
“เผื่อว่าถ้าทางเบื้องบนลงไปตรวจสอบแล้วพบความผิดปกติอะไรเข้า การยกระดับมาตรฐานการผลิตหุ่นยนต์ก็อาจจะเป็นไปได้ครับ”
ไม่รู้ว่าปากของหัวหน้าฟางศักดิ์สิทธิ์หรือไปกินอะไรผิดสำแดงมา จู่ ๆ บริษัทผลิตหุ่นยนต์สัญชาติหลงแห่งหนึ่งก็ดันเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ
บริษัทแห่งนี้เพิ่งจะกระโดดเข้ามาจับธุรกิจหุ่นยนต์ได้ไม่ถึงปี แต่ก็มีสินค้าประเภท "หุ่นยนต์แม่บ้าน" วางจำหน่ายในตลาดแล้ว
หุ่นยนต์ประเภทนี้ ถือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้คนในประเทศหลงได้เป็นอย่างดี เลิกงานกลับมาเหนื่อย ๆ ไม่อยากขยับตัวทำอะไร ก็แค่สั่งให้หุ่นยนต์ไปทำกับข้าว หรือไม่ก็เก็บกวาดห้องให้ นี่แหละคือชีวิตในฝันของคนหนุ่มสาวยุคนี้เลย
ทิศทางการผลิตสินค้าถือว่ามาถูกทาง ตลาดก็มีรองรับ ดังนั้น บริษัทที่มีพนักงานรวมกันแค่สิบชีวิต ก็เลยวาดฝันกันอย่างสวยหรู ก่อนจะไปจ้างโรงงานรับผลิต (OEM) ผลิตสินค้าให้
คุณคิดว่าบริษัทพวกนี้เขามีโรงงานเป็นของตัวเองงั้นเหรอ?
แบบนั้นมันก็เปลืองงบแย่สิ!
หลักการสำคัญของการทำธุรกิจสตาร์ทอัป ก็คือต้องหาวิธีกดต้นทุนให้ต่ำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนมขบเคี้ยว หรือธุรกิจหุ่นยนต์ ก็ใช้หลักการเดียวกันทั้งนั้น
ถ้าไม่จ้างโรงงานผลิต แล้วต้องมานั่งสร้างโรงงานเอง ทั้งเสียเงิน ทั้งเสียเวลา
ดังนั้น การที่ทีมงานแค่สิบคน จะสามารถเข็นหุ่นยนต์ออกมาวางขายได้ มันก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากในวงการนี้
งานวิจัยน่ะเหรอ?
ไม่มีหรอก! เทคโนโลยีก็มีให้หยิบยืมมาใช้ตั้งเยอะแยะ แค่จ้างโปรแกรมเมอร์มาปรับแก้โค้ดนิดหน่อย จ้างนักออกแบบมาโมดิฟายหน้าตากรอบนอกสักนิด ทุกอย่างก็พร้อมขายแล้ว
ถึงวิธีนี้มันจะง่ายแสนง่าย แต่มันก็พ่วงมาพร้อมกับปัญหาใหญ่หลวง
ลูกค้าที่ซื้อหุ่นยนต์พวกนี้ไป จู่ ๆ ก็พบว่าหุ่นยนต์ของตัวเองเกิดอาการนิ่งสนิทขยับเขยื้อนไม่ได้ซะงั้น
ตอนแรกพวกเขาก็คิดว่าแบตเตอรี่คงจะหมด
แต่ในจังหวะที่กำลังจะเอาไปชาร์จแบต จู่ ๆ เหล่าหุ่นยนต์ก็พร้อมใจกันลุกฮือขึ้นมาราวกับนัดกันไว้ พวกมันเดินเรียงหน้ากระดานออกจากบ้าน พุ่งตรงออกไปรวมตัวกันที่ถนนใหญ่
บรรดาเจ้าของที่วิ่งหน้าตาตื่นตามหุ่นยนต์ของตัวเองออกมา พอเห็นภาพบนถนนก็ถึงกับขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
สองข้างทาง เต็มไปด้วยหุ่นยนต์รูปร่างหน้าตาเหมือนกันเป๊ะยืนเรียงราย พวกมันมีรูปร่างสูงโปร่ง โครงสร้างภายนอกทำจากโลหะสีเงินแวววาว เมื่อต้องแสงแดดก็สะท้อนแสงเย็นเยียบออกมา
ดวงตาของพวกมันว่างเปล่า ปราศจากความรู้สึกใด ๆ ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทันทีที่สบตากับพวกมัน มนุษย์ก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงไปถึงกระดูก ราวกับเจอผีหลอกกลางวันแสก ๆ ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุ 39 องศาเซลเซียส แต่ผู้คนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับยัดลงไปในตู้แช่แข็ง
ถ้าพวกหุ่นยนต์มันแค่ยืนนิ่ง ๆ ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ประเด็นคือ พวกมันดันเข้าสู่โหมด "ทำความสะอาด" ตามที่ถูกตั้งค่ามาจากโรงงานน่ะสิ
เพียงแต่ว่า อุปกรณ์ในมือที่ควรจะเป็นไม้กวาด ดันกลายเป็นกระบองสองท่อนที่ไปแย่งมาจากเด็กข้างถนนซะงั้น พวกมันแกว่งกระบองไปมาอย่างทะมัดทะแมง พอเห็นหุ่นยนต์ที่จู่ ๆ ก็อัปเกรดพลังต่อสู้ขึ้นมาทะลุปรอทแบบนี้ ใครหน้าไหนมันจะกล้าเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าของอีกล่ะ?
หุ่นยนต์บางตัวที่ถูกเจ้าของจับแต่งชุดเมดสาวใช้ ก็โชว์ลีลาฟาดกระบองทุบหินโชว์กลางสตรีท ทำเอาบรรดาเจ้านายช็อกตาตั้งไปตาม ๆ กัน
จากสาวน้อยบอบบางสไตล์หลินจือหลิง กลายร่างเป็นนักกล้ามบ้าพลังอย่างไมค์ ไทสัน ใครมันจะไปกล้าแหยมด้วยวะ!
ผลที่ตามมาก็คือ บนท้องถนนเต็มไปด้วย กองทัพหุ่นยนต์ไร้สังกัดเดินเพ่นพ่านไปทั่ว นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่ชาวประเทศหลงได้สัมผัสถึง ความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของหุ่นยนต์
ไม่นานนัก สำนักข่าวและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทุกสำนัก ก็พร้อมใจกันตีข่าวเรื่อง "วิกฤตหุ่นยนต์คลั่ง" สุดท้าย ทางการประเทศหลงต้องส่งหน่วยรบพิเศษลงพื้นที่ไปจัดการ แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก
บรรดาผู้นำที่จนปัญญาจะรับมือ จึงต้องบากหน้าไปขอให้เจียงเฉินช่วยหาทางออกให้
เจียงเฉินประเมินสถานการณ์แล้ว ก็สั่งให้ MOSS ลงมือจัดการเทคโอเวอร์ระบบทันที
ทันทีที่ MOSS ออกโรง กองทัพหุ่นยนต์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ก็ถูกบังคับให้หยุดชะงักและกลับเข้าสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านเหตุการณ์ชวนระทึกขวัญครั้งนี้ บรรดาผู้นำก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญ ของการยกระดับมาตรฐานการผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาอย่างจริงจัง
พวกเขาเรียกตัวเจียงเฉินมาประชุมด่วนกลางดึก เพื่อร่างมาตรการควบคุมและป้องกัน
แน่นอนว่า พวกเขาก็แอบแสดงความกังวล เกี่ยวกับงานประชุมหุ่นยนต์โลกที่กำลังจะจัดขึ้นด้วย
การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้น ย่อมหมายความว่าโปรเจกต์หุ่นยนต์อีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการอยู่ มีอันต้องถูกพับเก็บไปโดยปริยาย ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ประเทศหลง ต้องเสียหน้าในงานประชุมหุ่นยนต์โลกเอาได้
“ความจริงแล้ว การจะสร้างผลงานชิ้นโบแดงไปโชว์ในงานประชุมหุ่นยนต์โลกน่ะ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยครับ ตอนนี้ผมกำลังออกแบบพร็อพชิ้นใหม่ให้กองถ่ายหนานเทียนเหมินอยู่พอดี... มันคือหุ่นยนต์หุ้มเกราะยุทธวิธีครับ”
ผู้นำอึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
หุ่นยนต์หุ้มเกราะยุทธวิธี... แม่ร่วง! นี่มันหุ่นรบเมชาชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง!
(จบบท)