- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 330 ศาสตราจารย์เจียงครับ ปีใหม่ทั้งทีอย่าเล่นอะไรหวาดเสียวสิครับ!
บทที่ 330 ศาสตราจารย์เจียงครับ ปีใหม่ทั้งทีอย่าเล่นอะไรหวาดเสียวสิครับ!
บทที่ 330 ศาสตราจารย์เจียงครับ ปีใหม่ทั้งทีอย่าเล่นอะไรหวาดเสียวสิครับ!
เรื่องที่หัวหน้าฟางจะหาคนมาช่วยถ่ายทำอะไรสักอย่างนั้น อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเจียงเฉินอย่างสิ้นเชิง
“หัวหน้าฟางครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ จะให้ถ่ายอะไร?”
หัวหน้าฟางยังไม่ยอมบอกรายละเอียด เพียงแต่อาศัยจังหวะที่เจียงเฉินพอจะมีเวลาว่าง นัดให้เขาเดินทางมาที่เมืองหลวงสักเที่ยว
เจียงเฉินคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ในเมื่อผู้ใหญ่เรียกตัวไปก็คงมีเรื่องสำคัญแน่ ๆ เขาจึงเตรียมตัวพา MOSS ออกเดินทาง
พอเปิดประตูออกมา ก็บังเอิญเจอกับกัวฝานและอู๋จิงที่กำลังเดินไปทางโรงอาหารพอดี
ตอนนี้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ในกองถ่ายมีน้อยมาก นอกจากกัวฝานและอู๋จิงแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็ถูกกัวฝานไล่ให้กลับบ้านไปพักผ่อนกันหมดแล้ว
กัวฝานกับอู๋จิงตั้งใจจะอาศัยช่วงที่คนน้อย ๆ ปรึกษาหารือเรื่องแผนการโปรโมตหนังหลังจากนี้ ไม่คิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอเจียงเฉินเข้า
“ศาสตราจารย์เจียง ผมนึกว่าคุณยังนอนอยู่ซะอีก ทำไมตื่นเช้าจังเลยครับ?” อู๋จิงเอ่ยถาม
เจียงเฉินเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันที่เห็นสองคนนี้ตื่นแล้ว ต้องไม่ลืมนะว่า วันนี้เป็นวันที่สามของเทศกาลตรุษจีน ปกติแล้วกัวฝานกับอู๋จิงแทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน แต่พวกเขากลับไม่ฉวยโอกาสนี้นอนตื่นสายสักหน่อย นี่มันผิดคาดจริง ๆ
ความคิดในหัวเจียงเฉินแล่นปรู๊ดปร๊าด ก่อนจะเดาความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาได้ “ผู้กำกับกัว อย่าบอกนะว่าคุณกะจะทำงานข้ามปีเลยน่ะ?”
กัวฝานหัวเราะแฮะ ๆ แล้วตอบว่า “ศาสตราจารย์เจียงนี่รู้ใจผมที่สุดเลยครับ ก็กะไว้แบบนั้นแหละ แผนงานหลังจากหนังเข้าฉายยังไม่ได้เริ่มเลย ฝ่ายการตลาดบอกว่าต้องรอให้พ้นวันที่แปดของเทศกาลไปก่อนค่อยว่ากัน”
“ผมก็เลยคิดว่าช่วงเวลาอาทิตย์นึงระหว่างนี้ ถ้าผมจัดการเคลียร์อะไรล่วงหน้าไปได้บ้าง ก็ทำไปก่อนดีกว่า ถึงเวลาจะได้ไม่ต้องมานั่งปั่นจนหัวหมุน”
ผู้กำกับกัวคนนี้เอาจริงดิ? นี่เขาคงยังไม่เห็นฟีดแบ็กจากคนดูเลยสินะ?
เจียงเฉินลอบถอนหายใจอยู่ในใจ ดูท่าทางกัวฝานคงจะยุ่งจนยังไม่มีเวลาเช็กกระแสตอบรับบนโลกออนไลน์ในตอนนี้แน่ ๆ
“ผู้กำกับกัว เรื่องนั้นความจริงคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ทางการเขาลงมือจัดการให้เรียบร้อยแล้ว”
กัวฝานกับอู๋จิงสบตากันด้วยความงุนงงเต็มประดา
เจียงเฉินหยิบเทอร์มินัลส่วนตัวออกมา จิ้มหน้าจอสองสามทีเพื่อเปิดข่าวหน้าหนึ่งของเช้าวันนี้ขึ้นมา
“ผู้กำกับกัว พี่จิง ลองดูเอาเองเถอะครับ”
กัวฝานและอู๋จิงชะโงกหน้าเข้ามาดูที่หน้าจอเทอร์มินัลอย่างตั้งใจ และภาพที่เห็นก็ทำเอาทั้งคู่อึ้งไปเลย
คอมเมนต์บนโลกออนไลน์มีแต่เรื่องการถกเถียงเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเนื้อเรื่องของดาวพเนจรฝ่าสุริยะ แถมรูปถ่ายที่ชาวเน็ตโพสต์ลงมา ก็ทำให้พวกเขาตระหนักถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้
“ศาสตราจารย์เจียง ผมรู้นะว่าคุณตั้งใจจะนำเทคโนโลยีบางส่วนที่ปรากฏในหนังมาใช้งานจริง แต่ไม่คิดเลยว่าคุณจะเล่นใหญ่เปิดตัวพร้อมกันทั่วประเทศแบบนี้”
เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะอธิบายว่า “ก็ประเทศเราได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการก่อสร้างนี่ครับ เมื่อปีก่อนทางฝั่งหัวหน้าฟางก็เตรียมความพร้อมสำหรับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนพวกโครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ก็เพิ่งจะติดตั้งเสร็จทั่วประเทศไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่เองครับ”
“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเราสามารถมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้ทุกคนได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ยังไงล่ะครับ”
“ตอนนี้ ชาวประเทศหลงได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้นำมาสู่ชีวิตประจำวันแล้ว ค่าไฟแทบจะไม่ต้องจ่ายเลย การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็สามารถจองคิวล่วงหน้าแบบยืนยันตัวตนผ่านเทอร์มินัลที่บ้านได้เลย”
“ขนาดออกมาหาอะไรกินตอนตีสาม ก็ยังมีหุ่นยนต์หมาน้อยรุ่นเปิ้นเปิ้นกับหุ่นยนต์กรอบประตูเดินลาดตระเวนเป็นเพื่อนเลยครับ”
“ในสถานการณ์แบบนี้ ใครจะไม่สนใจหนังดาวพเนจรฝ่าสุริยะ ภาค 2 ก็คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะครับ ยิ่งตอนนี้อยู่ในช่วงหยุดยาวตรุษจีน คนส่วนใหญ่ก็พักผ่อนอยู่บ้าน กระแสปากต่อปากยิ่งแพร่กระจายไปไวมาก”
“เพราะฉะนั้นผู้กำกับกัวครับ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการโปรโมตเลย ปีนี้ผู้ชมทุกคนจะต้องตีตั๋วเข้าโรงหนังไปอุดหนุนผลงานของคุณแน่นอนครับ!”
กัวฝานกับอู๋จิงได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแก้มปริ กัวฝานพูดขึ้นมาว่า “โชคดีนะที่ศาสตราจารย์เจียงมาบอกผมก่อน ไม่งั้นผมคงยังนั่งกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่แน่ ๆ”
“ตื่นมาเช้านี้ ผมก็ใจคอไม่ดี ไม่กล้าเปิดดูข่าวในเน็ตเลย เพราะกลัวว่ามันจะกระทบกับอารมณ์การทำงาน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะกังวลมากเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ”
เห็นได้ชัดว่ากัวฝานมีท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
“เอาล่ะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ต้องรีบร้อนแล้วล่ะครับ ว่าแต่ศาสตราจารย์เจียง คุณกำลังจะไปไหนเหรอครับ?”
“ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหมครับ?”
เจียงเฉินกำลังจะตอบตกลงไปกินข้าวกับกัวฝานและอู๋จิง แต่โทรศัพท์จากหัวหน้าฟางก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ดูจากน้ำเสียงแล้วหัวหน้าฟางคงจะรีบร้อนน่าดู เจียงเฉินเลยทำได้แค่รบกวนป้าอ้วนแม่ครัวให้ช่วยตักโจ๊กธัญพืชแปดมงคลใส่กล่องให้ แล้วหิ้วโจ๊กพร้อมกับหนีบ MOSS ขึ้นเครื่องบินขับไล่ J-20C ไปด้วยกัน
“เรียกหอควบคุมการบิน”
“หอควบคุมการบินรับทราบ ศา... ศาสตราจารย์เจียงเหรอครับ?”
ถึงแม้เหยียนเจิ้งเฉียนจะตั้งรหัสเรียกขานยาวเหยียดไว้ให้เจียงเฉิน แต่เขาก็แทบจะไม่เคยเอามันมาใช้เลย
เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเพราะว่าในประเทศหลงตอนนี้ คนที่กล้าขับเครื่องบินขับไล่ J-20C ออกไปบินฉายเดี่ยว ถ้าไม่ใช่เจียงเฉิน ก็คงหาคนที่บ้าระห่ำขนาดนี้ไม่ได้เป็นคนที่สองแล้ว
ดังนั้น ทันทีที่เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินเห็นรุ่นของเครื่องบินและรหัสระบุตัวตนบนหน้าจอเรดาร์ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ไม่ต้องมัวมานั่งยืนยันรหัสเรียกขานให้เสียเวลา
“ใช่ครับ ผมขออนุมัติเส้นทางการบินไปเมืองหลวงครับ” ครั้งนี้เจียงเฉินไม่ได้ทำอะไรตามอำเภอใจ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพราะเขารู้สึกเกรงใจนิด ๆ ที่ต้องมาทำให้เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินที่เข้าเวรช่วงปีใหม่ต้องตกใจ
“ศาสตราจารย์เจียง อนุมัติเส้นทางการบินครับ เชิญนำเครื่องขึ้นได้เลยครับ”
ปกติเจียงเฉินมักจะหมกตัวอยู่แต่ในฐานทัพ โอกาสที่จะนำเครื่องบินขับไล่ J-20C ออกมาใช้งานนั้นมีน้อยมาก หอควบคุมการบินจึงเดาได้ทันทีว่าเจียงเฉินคงมีธุระด่วน เลยรีบอนุมัติให้เขานำเครื่องขึ้นทันที
บวกกับตอนนี้อยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เที่ยวบินพาณิชย์มีน้อย เส้นทางการบินจึงว่างโล่งจนเจียงเฉินแทบจะหลับตาเลือกบินเส้นทางไหนก็ได้ตามใจชอบ
“รับทราบ นำเครื่องขึ้นทันที”
เจียงเฉินดันคันเร่งไปข้างหน้า ควบคุมให้เครื่องบินขับไล่ J-20C พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในแนวดิ่ง
ท่อไอเสียบริเวณท้ายเครื่องบินขับไล่ J-20C พ่นเปลวเพลิงออกมาในแนวดิ่งทันที
หลังจากนำเครื่องขึ้นเสร็จเรียบร้อย เจียงเฉินก็โยนหน้าที่นักบินไปให้ MOSS จัดการแทน ส่วนตัวเองก็นั่งซดโจ๊กธัญพืชแปดมงคลร้อน ๆ อย่างสบายใจเฉิบ
พอจัดการโจ๊กจนเกลี้ยงชาม เจียงเฉินก็วิทยุกลับไปหาหอควบคุมการบินฐานทัพอีกครั้ง
“สหายครับ ช่องสัญญาณวิทยุของหอควบคุมการบินเมืองหลวงคือคลื่นไหนครับ?”
พูดไปก็แอบเขินนิด ๆ ก่อนขึ้นบิน เจียงเฉินลืมเช็กคลื่นความถี่วิทยุของหอควบคุมการบินเมืองหลวงซะสนิท พอขึ้นมาอยู่บนฟ้าถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ เลยต้องอาศัยจังหวะที่ยังติดต่อกับหอควบคุมการบินฐานทัพได้อยู่รีบถามซะก่อน
หอควบคุมการบินฐานทัพ: ...
ถ้าเป็นนักบินคนอื่น คงโดนเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินด่าเปิงไปแล้ว เป็นถึงนักบินแท้ ๆ แต่ดันไม่รู้คลื่นความถี่วิทยุของหอควบคุมการบินปลายทางเนี่ยนะ
นี่คิดว่ากำลังเล่นขายของอยู่หรือไง?
แต่พอเป้าหมายคือเจียงเฉิน เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินก็ไม่กล้าปริปากบ่นสักคำ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาประสานงานกับทางหอควบคุมการบินเมืองหลวงให้ แล้วให้ทางนั้นเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาหาเจียงเฉินเอง
การจัดการแบบนี้ ถือเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากมากในวงการหอควบคุมการบิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าบ่นสักคำ ทุกคนต่างก็ภาวนาให้ส่งตัวท่านบรรพบุรุษคนนี้ไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพโดยเร็วที่สุด
ขืนปล่อยให้ท่านผู้นี้ลอยคออยู่บนฟ้านานกว่านี้อีกแค่วินาทีเดียว หอควบคุมการบินก็รู้สึกใจคอไม่ดีแล้ว
หัวหน้าฟางนัดพบเจียงเฉินที่แถบชานเมือง เจียงเฉินเลยขับเครื่องบินขับไล่ J-20C บินตรงดิ่งไปที่นั่นเลย
ตอนที่หัวหน้าฟางได้รับแจ้งและออกมารับ เจียงเฉินก็กำลังปีนลงมาจากเครื่องบินรบพอดี
โดยมี MOSS ที่สวมแว่นตาดำ ยืนมองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์อยู่ข้าง ๆ
“โธ่เอ๊ย ศาสตราจารย์เจียงของผม ปีใหม่ทั้งทีอย่าเล่นอะไรหวาดเสียวแบบนี้สิครับ!” หัวหน้าฟางรู้สึกว่าเจียงเฉินน่ะดีไปซะทุกอย่าง เสียก็แต่ยังหนุ่มยังแน่นไปหน่อย ทำอะไรทีไรก็มักจะทำให้คนอื่นอกสั่นขวัญแขวนอยู่เรื่อย
“ก็หัวหน้าฟางดูรีบร้อนนี่ครับ ตอนนี้ยานพาหนะที่เดินทางได้เร็วที่สุดก็คือเครื่องบินขับไล่ J-20C นี่แหละ ผมก็แค่อยากจะประหยัดเวลาไงครับ”
คำตอบของเจียงเฉินไร้ที่ติจนหัวหน้าฟางถึงกับอึ้งไปเลย
เวรล่ะสิ นี่มันหาเหาใส่หัวตัวเองชัด ๆ
(จบบท)