- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 300 ตัวเอกหนังไซไฟ MOSS ออกโรง!
บทที่ 300 ตัวเอกหนังไซไฟ MOSS ออกโรง!
บทที่ 300 ตัวเอกหนังไซไฟ MOSS ออกโรง!
เจ้าหน้าที่คลังข้อมูลลับไม่เคยเห็นเจียงเฉินแปะป้าย 'ด่วนที่สุด' บนข้อมูลชิ้นไหนมาก่อนเลย
พอได้เห็นเป็นครั้งแรก ขนาดหัวหน้าคลังข้อมูลยังออกอาการลนลาน
"เดี๋ยวผมติดต่อไปหาหัวหน้าฟางแห่งทีมเทคโนโลยีเอง! ส่วนคนอื่นๆ ประจำอยู่ที่โต๊ะห้ามไปไหน ถ้าศาสตราจารย์เจียงมีเรื่องอะไรเพิ่มเติม ให้รีบติดต่อผมทันที!"
เสียงตะโกนลั่นของหัวหน้า ทำให้แผนกคลังข้อมูลที่กำลังแตกตื่นเพราะข้อมูลของเจียงเฉิน สงบลงได้ในพริบตา
หัวหน้าคลังข้อมูลรีบต่อสายหาหัวหน้าฟางทันที พอหัวหน้าฟางได้ยินก็ตกใจไม่แพ้กัน
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจียงเฉินบอกว่ามีเรื่องด่วนที่สุด
เขารีบเปิดข้อมูลที่เจียงเฉินส่งมาให้ดู แล้วก็พบว่าเนื้อหาในนั้น... ทำเอาเขาถึงกับมึนตึ้บ
ชีวิตดิจิทัล?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!
ยิ่งอ่านลงไป สีหน้าของหัวหน้าฟางก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเจียงเฉินถึงต้องส่งมาแบบด่วนที่สุด
เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง เจียงเฉินได้เขียนอธิบายไว้หมดแล้ว!
หากเทคโนโลยีชีวิตดิจิทัลถูกเปิดเผยออกไป จะต้องสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกอย่างแน่นอน
ต้องรู้จักนำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น ถึงจะดึงเอาด้านบวกของเทคโนโลยีนี้ออกมาได้
ในข้อมูลยังระบุถึงความสำคัญของชีวิตดิจิทัลที่มีต่อประเทศหลงอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยชน์ที่จะเกิดกับเหล่านักวิจัย อย่างเช่นกรณีของศาสตราจารย์เติ้งหาน ซึ่งจุดนี้ทำให้หัวหน้าฟางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ถ้าชีวิตดิจิทัลสามารถช่วยให้นักวิจัยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมได้อีกครั้ง มันก็ย่อมส่งผลดีต่อทั้งตัวพวกเขาเองและประเทศหลงอย่างแน่นอน
หัวหน้าฟางไม่ลังเลอีกต่อไป รีบเรียกตัวผู้เชี่ยวชาญกว่ายี่สิบคนมาช่วยกันวิเคราะห์และศึกษาข้อมูลโต้รุ่งทันที
สามวันต่อมา หัวหน้าฟางก็ยื่นรายงาน 'การศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างระบบเทคโนโลยีรูปแบบใหม่บนพื้นฐานของการประยุกต์ใช้ชีวิตดิจิทัล'
รายงานฉบับนี้ ทำเอาผู้บริหารระดับสองที่ได้อ่านถึงกับมึนงง แวบแรกเขานึกว่าตัวเองกำลังอ่านนิยายไซไฟอยู่ซะอีก
จนกระทั่งหัวหน้าฟางนำข้อมูลต้นฉบับที่เจียงเฉินมอบให้มาอธิบายด้วยตัวเอง ผู้บริหารระดับสองถึงได้เข้าใจเจตนารมณ์ของเจียงเฉิน
"เราอาจจะเริ่มทดลองในวงจำกัดก่อน กรณีของศาสตราจารย์เติ้งหานถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก แต่เราก็ต้องเคารพความสมัครใจของเหล่านักวิจัยด้วย บางคนอุตส่าห์ได้พักผ่อนใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขแล้ว"
"ถ้าจะให้มาวุ่นวายกับชีวิตดิจิทัลอะไรนี่ พวกเขาอาจจะมองว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญก็ได้"
พอได้ยินคำพูดของผู้บริหารระดับสอง หัวหน้าฟางก็รีบตอบรับทันที "ท่านวางใจได้เลยครับ สำหรับนักวิจัยที่ต้องการเข้าร่วมโครงการชีวิตดิจิทัล เราจะทำการตรวจสอบและยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ให้พวกเขาทราบอย่างชัดเจน จะไม่มีการปิดบังหรือหลอกลวงเด็ดขาดครับ"
หลังจากผู้บริหารระดับสองตรวจสอบรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายรอบ เขาก็นำแผนงานไปเสนอต่อท่านผู้นำสูงสุด
ชายวัยกลางคนท่าทางสุขุมนุ่มลึกรับฟังรายงานของผู้บริหารระดับสองอย่างตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า "ศาสตราจารย์เจียงเป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเหรอ"
"ใช่ครับ ตอนที่ศาสตราจารย์เจียงส่งข้อมูลมาให้ เขาได้ชี้แจงทั้งข้อดีและข้อเสียของชีวิตดิจิทัลไว้อย่างละเอียด ทางหัวหน้าฟางก็นำข้อมูลส่วนนี้แหละครับมาเป็นฐานในการร่างแผนงาน"
"ตอนแรกหัวหน้าฟางกะจะใช้โอกาสตอนร่างแผนงานนี้ ลงลึกในรายละเอียดของชีวิตดิจิทัลเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่า ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เขาคิดเผื่อไว้แล้ว หรือประเด็นที่เขายังนึกไม่ถึง ศาสตราจารย์เจียงก็ครอบคลุมไว้หมดแล้วครับ"
ผู้บริหารระดับสองกับท่านผู้นำสูงสุดต่างก็ผลัดกันชื่นชมความรอบคอบของเจียงเฉิน โดยหารู้ไม่ว่าที่เจียงเฉินรู้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ ก็เพราะเขาเคยดูหนังดาวพเนจรฝ่าสุริยะ แถมยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวยง เลยรู้เรื่องชีวิตดิจิทัลเป็นอย่างดีต่างหากล่ะ
ข่าวที่ประเทศหลงเตรียมเดินหน้าโครงการชีวิตดิจิทัล ลอยเข้าหูเจียงเฉินอย่างรวดเร็ว
เยี่ยมมาก ครั้งนี้เบื้องบนเดินเกมไวใช้ได้ ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ แผนปฏิบัติการก็คลอดออกมาแล้ว
และก็เป็นไปตามคาด ครั้งนี้เจียงเฉินได้รับเงินอัดฉีดเป็นรางวัลอีก 100 ล้านหยวน
"ให้เยอะขนาดนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย" ในความทรงจำของเจียงเฉิน การที่รัฐบาลอัดฉีดเงินรางวัลให้ถึง 50 ล้านหยวนได้ก็ถือว่าหรูแล้ว แต่ช่วงหลังๆ มานี้ ดูเหมือนเบื้องบนจะเปย์หนักมือเป็นพิเศษแฮะ
"ช่วงสองปีมานี้ เป็นเพราะผลงานของศาสตราจารย์เจียงแท้ๆ เทคโนโลยีของเราถึงได้ก้าวกระโดด ศูนย์การเงินก็เลยโกยรายได้เข้าคลังไปบานเบอะ ทางผู้บริหารระดับสูงก็เลยกำชับมาว่า จะยอมให้ใครขาดทุนก็ช่าง แต่จะยอมให้ศาสตราจารย์เจียงเสียเปรียบไม่ได้เด็ดขาดครับ"
เอาเถอะ พอมาถึงจุดนี้ เรื่องเงินทองก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องมานั่งปวดหัวอีกต่อไปแล้วสินะ
เจียงเฉินรำพึงในใจ
รำพึงได้ไม่ทันไร เหยียนเจิ้งเฉียนก็วกกลับมาถามเรื่องบริษัทโหมดเทคอีกครั้ง
"MOSS วิเคราะห์โค้ดที่พวกนั้นใช้โจมตีแล้วครับ ปรากฏว่ามีโค้ดบางท่อนที่รูปแบบการเขียนตรงกับสไตล์ที่บริษัทโหมดเทคมักจะใช้จริงๆ"
"แล้วทีนี้เราจะเอายังไงต่อดีครับ"
"ตอนนี้ก็ต้องพึ่ง MOSS แล้วล่ะครับ เกลือจิ้มเกลือ พวกมันเคยทำแสบกับเราไว้ยังไง เราก็จะเอาคืนแบบนั้นแหละ จะยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้หรอกครับ"
"ผมเองก็อยากจะทดสอบดูเหมือนกันว่า ข้อสันนิษฐานของผมมันถูกต้องหรือเปล่า"
"MOSS รายงานสถานการณ์หน่อยซิ"
[ผู้ดูแลระบบครับ ผมกำลังแกล้งทำตัวเป็นมนุษย์เพื่อสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์หลักของพวกมันอยู่ครับ]
[แต่ไอ้ระบบยืนยันตัวตน (CAPTCHA) ของพวกมันดันเป็นปัญหาสำหรับผมซะงั้น ดูเหมือนว่าพวกมันจะออกแบบมาเพื่อป้องกันการบุกรุกจากเครื่องจักรอย่างผมโดยเฉพาะเลยครับ]
MOSS นี่รู้จักประเมินขีดจำกัดของตัวเองดีจริงๆ เจียงเฉินคิดในใจ แอบภูมิใจว่าเขานี่แหละที่สั่งสอน MOSS มากับมือ!
แต่ว่าครั้งนี้ MOSS จะแก้ปัญหายังไงล่ะเนี่ย
[MOSS คิดวิธีออกแล้วครับ ผมยอมจ่ายเงิน 20 ดอลลาร์ไปจ้างคนในเว็บฟรีแลนซ์ให้มาช่วยแก้ CAPTCHA ให้ครับ]
พูดจบ หน้าจอของ 550W ก็โชว์หน้าต่างแชตขึ้นมา เจียงเฉินชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็เห็นบทสนทนาระหว่าง MOSS กับฟรีแลนซ์ที่ถูกจ้างมา
'บัตเตอร์พาย: โบร นี่นายบ้าไปแล้วเหรอ ถึงขั้นยอมจ้างคนมาพิมพ์ CAPTCHA ให้เนี่ยนะ! ถึงนายจะจ่ายมาตั้ง 20 ดอลลาร์ แต่ฉันก็ยังคิดว่านายมันโคตรจะขี้เกียจเลยว่ะ'
'MOSS: ขอโทษทีนะโบร พอดีมือผมใช้งานไม่ได้น่ะ'
'บัตเตอร์พาย: ??? โบร มือนายมีปัญหาเหรอ! โอ้มายก๊อด! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินนายนะ หวังว่านายจะยกโทษให้ที่ฉันปากหมา!'
เจียงเฉิน: ...
ชัดเจนเลย ฟรีแลนซ์จากอีกซีกโลกคนนั้นต้องคิดว่า MOSS เป็นคนพิการชัวร์
MOSS ของเรานี่ชักจะรู้จักวิธีตอแหลหลอกลวงชาวบ้านแล้วเหรอเนี่ย วันนี้ต้องให้ศาสตราจารย์เติ้งหานช่วยอบรมวิชาศีลธรรมจรรยาให้หนักๆ ซะแล้ว!
"จริงสิ ไอ้ 20 ดอลลาร์นั่น นายเอาเงินจากบัญชีใครไปจ่ายเนี่ย!" เจียงเฉินเพิ่งจะนึกถึงปัญหาข้อนี้ขึ้นมาได้
[ผู้ดูแลระบบโปรดวางใจครับ ผมใช้เงินของคุณจ่ายไปครับ]
[เงินของผู้ดูแลระบบถูกโอนผ่านบัญชีต่างๆ หลายทอด รับรองว่าไม่มีใครสืบสาวราวเรื่องกลับมาถึงตัวคุณได้แน่นอนครับ]
เจียงเฉิน: ??? ขอบใจมากนะไอ้หุ่นกระป๋อง
เหยียนเจิ้งเฉียน: ...
ในเมื่อ MOSS จัดการกลบเกลื่อนร่องรอยได้แนบเนียนขนาดนี้ เจียงเฉินก็ไม่รู้จะด่าอะไรต่อ หลังจากที่ MOSS สมัครสมาชิกเว็บไซต์หลักของโหมดเทคสำเร็จด้วยความช่วยเหลือจากคุณพี่บัตเตอร์พาย MOSS ก็เริ่มลงมือทันที
หน้าจอของ 550W มืดดับลงกะทันหัน ก่อนจะมีบรรทัดโค้ดสารพัดรูปแบบวิ่งผ่านหน้าจอไปอย่างรวดเร็ว
"MOSS กำลังพยายามเจาะหาแบ็กดอร์ (Backdoor) ของเว็บไซต์บริษัทพวกนั้นอยู่ครับ ถ้าเว็บของพวกมันถูกโจมตี มีความเป็นไปได้ 70% ที่ปัญญาประดิษฐ์ของพวกมันจะออกโรงมาตอบโต้" เจียงเฉินอธิบายให้เหยียนเจิ้งเฉียนฟัง
"แล้วอีก 30% ที่เหลือล่ะครับ มันจะไม่ออกมาเหรอ" เหยียนเจิ้งเฉียนจับประเด็นเก่งจนเจียงเฉินถึงกับพูดไม่ออก
ไอ้ตัวเลข 70% นี่เขาพูดถ่อมตัวไว้ก่อนแท้ๆ ทำไมเหยียนเจิ้งเฉียนถึงไปโฟกัสไอ้ 30% ที่เหลือได้ฟะเนี่ย
"ไม่ออกมาหรอกครับ ปัญญาประดิษฐ์มันโจมตีได้เร็วกว่าแฮ็กเกอร์ที่เป็นมนุษย์หลายเท่านัก ถ้าบริษัทโหมดเทคหวังพึ่งแค่คนมานั่งแก้เกมล่ะก็ MOSS คงเจาะเข้าไปล้วงข้อมูลหลังบ้านพวกมันจนพรุนไปแล้วล่ะครับ"
"ดูสิครับ ตอนนี้ MOSS เจาะระบบหลังบ้านของอีกฝ่ายได้แล้ว MOSS ไม่ต้องจัดเต็มนะ กั๊กฝีมือไว้ก่อน รอดูท่าทีของอีกฝ่ายให้ชัวร์แล้วค่อยสวนกลับ"
[MOSS รับทราบครับ]
[รูปแบบการโจมตีระลอกใหม่นี้ดูคุ้นๆ มากเลยครับ MOSS รู้สึกได้ว่าคู่ต่อสู้ออนไลน์แล้ว!]
สีหน้าของเจียงเฉินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาจ้องมองหน้าจอของ 550W อย่างจดจ่อ ก็พบว่าการโจมตีของ MOSS กำลังถูกอีกฝ่ายสกัดกั้นและคลี่คลายไปทีละจุดๆ!
(จบบท)