เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 280 ผู้กำกับกัว: นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าเปิ้นเปิ้นขึ้นไปบนอวกาศแล้วงั้นเหรอ?!

บทที่ 280 ผู้กำกับกัว: นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าเปิ้นเปิ้นขึ้นไปบนอวกาศแล้วงั้นเหรอ?!

บทที่ 280 ผู้กำกับกัว: นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าเปิ้นเปิ้นขึ้นไปบนอวกาศแล้วงั้นเหรอ?!


ภาพแบบแปลนและรายงานผลการวิจัยของหมาจักรกลเปิ้นเปิ้น ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ ดึงดูดความสนใจของบรรดาผู้นำระดับสูงได้อยู่หมัด

แต่ทว่า...

"ศาสตราจารย์เจียงครับ หมาจักรกลเปิ้นเปิ้นน่ะ มันเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานบนบกกับในน้ำไม่ใช่เหรอครับ? เอาขึ้นไปบนอวกาศมันจะรอดเหรอครับ?"

"ความจริงแล้ว ตอนที่ผมสร้างเปิ้นเปิ้นขึ้นมา ผมก็อิงตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมอวกาศเป็นหลักเลยนะครับ เพราะงั้นการเอาไปใช้งานบนดวงจันทร์ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนครับ เพื่อความชัวร์ ก่อนจะส่งขึ้นไปจริง ๆ เราก็ควรจะเอามาทดสอบประสิทธิภาพทางเทคนิคให้แน่ใจอีกรอบก่อนครับ"

สิ่งที่เจียงเฉินไม่ได้บอกความจริงกับทุกคนก็คือ... 'เปิ้นเปิ้น' น่ะ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์อเนกประสงค์ สำหรับใช้งานบนดวงจันทร์โดยเฉพาะเลยต่างหาก! แต่เป็นเพราะช่วงแรก ๆ มันยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ เปิ้นเปิ้นก็เลยต้องระเห็จมารับจ๊อบเป็น 'หมาจักรกลสะเทินน้ำสะเทินบก' ไปพลาง ๆ ก่อน

เห็นเปิ้นเปิ้นมันกลัวน้ำขนาดนั้น การที่ต้องฝืนใจไปช่วยงานกองทัพเรือ มันก็เป็นการทรมานจิตใจน้องหมาเหล็กมากเกินไปแล้ว!

ในมุมมองของบรรดาผู้นำระดับสูง พวกเขามองว่ายานสำรวจอวกาศแบบดั้งเดิม มันก็ถึงเวลาที่จะต้องได้รับการอัปเกรด และพัฒนาอยู่แล้ว การที่จู่ ๆ เจียงเฉินก็โพล่งขึ้นมาว่า 'เอานี่ไป! ใช้หมาจักรกลตัวนี้แทนสิ!' มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อย

จริงอยู่ที่ในรายงานของศาสตราจารย์สวี ระบุไว้ชัดเจนว่า หมาจักรกลเปิ้นเปิ้นทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน

แต่ต้องไม่ลืมนะว่า สภาพแวดล้อมที่ใช้ทดสอบน่ะมันคือ 'ใต้น้ำ' ไม่ใช่อวกาศ!

อวกาศมันคือสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ที่เป็นทั้งสุญญากาศ ไร้แรงโน้มถ่วงและไม่มีอากาศหายใจ! การจะจับเอาหมาจักรกลอย่างเปิ้นเปิ้นไปรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์แบบเต็มตัว มันก็ต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดและรัดกุมที่สุดซะก่อน!

"ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้แหละครับ ในเมื่อหมาจักรกลเปิ้นเปิ้นมีศักยภาพพอที่จะปฏิบัติงานบนดวงจันทร์ได้ มันก็ช่วยย่นระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนาของเราไปได้เยอะเลย... ผู้อำนวยการฟาง ครับ รบกวนคุณรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมจัดการเรื่องการทดสอบหมาจักรกลด้วยนะครับ"

หลังจากที่ผู้นำหมายเลขสองมอบหมายงานเสร็จสรรพ การประชุมก็เป็นอันเลิกรา

เจียงเฉินหารือกับผู้อำนวยการฟางเหลียน และตกลงกันว่าจะนำเปิ้นเปิ้น 20 ตัว ที่ใช้เดินลาดตระเวนอยู่ในฐานทัพอู้โจว มาดัดแปลงซะก่อน

โดยจะติดตั้งระบบเชื่อมต่อสัญญาณกับดาวเทียมควอนตัมเข้าไป จากนั้นก็ติดแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มเติม แล้วค่อยส่งตัวพวกมันไปที่สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อทำการทดสอบอย่างละเอียด

ส่วนเจียงเฉินก็ต้องรับหน้าที่ผลิตเปิ้นเปิ้นลอตใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้พวกมันมาทำหน้าที่เดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในฐานทัพต่อไป

...

หนึ่งเดือนครึ่งต่อมา ผู้อำนวยการฟางเหลียนก็ติดต่อมาแจ้งข่าวดี

หมาจักรกลเปิ้นเปิ้นผ่านการทดสอบทุกด่านฉลุย! แถมผลลัพธ์ที่ออกมายอดเยี่ยมกว่ายานสำรวจอวกาศรุ่นก่อน ๆ ซะอีก!

การส่งหมาจักรกล 20 ตัว ขึ้นไปวิ่งเล่นบนดวงจันทร์พร้อมกันรวดเดียวแบบนี้ สำหรับแวดวงอวกาศของโลกบลูสตาร์ ถือว่าเป็นเรื่องที่หลุดโลกและบ้าบิ่นสุด ๆ

แต่ด้วยสไตล์การทำงานแบบคมในฝักของประเทศหลง ทางการจึงประกาศข่าวออกไปเรียบ ๆ แค่ว่า 'ประเทศหลงกำลังจะมีภารกิจสำรวจดวงจันทร์' เท่านั้น

ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในระดับโลก ผู้คนจำนวนมากจึงพากันจับตามองภารกิจของประเทศหลงในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

รวมถึงกัวฝานด้วย

เมื่อกัวฝานรู้ข่าวว่าเจียงเฉินกำลังจะเดินทางไปที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เพื่อชมการส่งเปิ้นเปิ้นขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ เขาก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปพักใหญ่

ในที่สุด อู๋จิงก็เป็นคนแรกที่โพล่งทำลายความเงียบขึ้นมา "เปิ้นเปิ้นนอกจากจะดำน้ำได้แล้ว ยังขึ้นไปบินบนฟ้าได้ด้วยเหรอเนี่ย?!"

เชี่ยเอ๊ย! แบบนี้มันเก่งกว่าฉันอีกนี่หว่า!

สิ้นเสียงอุทานของอู๋จิง เจียงเฉินก็สังเกตเห็นว่ากัวฝานที่ยืนเหม่อลอยอยู่เมื่อครู่ เริ่มจะได้สติกลับมาแล้ว

"เปิ้นเปิ้นจะขึ้นไปบนอวกาศจริง ๆ เหรอครับ?!" แววตาของกัวฝานเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

ก็เปิ้นเปิ้นมันเป็นแค่พร็อพถ่ายหนังไม่ใช่เหรอ! การที่มันดำน้ำได้ก็ว่าหลุดโลกแล้ว นี่ถึงขั้นจะเอาขึ้นกระสวยอวกาศไปปล่อยบนดวงจันทร์เลยเนี่ยนะ?!

เจียงเฉินรู้สึกว่าเรื่องนี้มันอธิบายยากเหลือเกิน เขาจึงเลือกที่จะถามกลับไปตรง ๆ "ผู้กำกับกัวครับ คุณอยากจะได้ฟุตเทจ ตอนเปิ้นเปิ้นอยู่บนดวงจันทร์ไหมล่ะครับ?"

กัวฝานสะดุ้งเฮือก สติสัมปชัญญะกลับมาเข้าร่างแบบเต็มร้อย

"อยากได้สิครับ! แน่นอนว่าต้องอยากได้! แต่พวกเราจะถ่ายทำมันยังไงล่ะครับ?" พอพูดจบประโยค กัวฝานก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป

ถ้าเปิ้นเปิ้นมันขึ้นไปบนดวงจันทร์จริง ๆ ทีมตากล้องก็ตามขึ้นไปถ่ายไม่ได้นี่หว่า!

เจียงเฉินราวกับอ่านใจเขาออก จึงรีบอธิบายต่อ "ถึงตัวพวกเราจะขึ้นไปบนนั้นไม่ได้ แต่บนตัวเปิ้นเปิ้นมีกล้องเลนส์ออปติคอล ความละเอียดสูงติดตั้งอยู่นะครับ คุณอยากจะได้ภาพมุมไหน โลเคชันแบบไหน ก็รีเควสต์มาได้เลยครับ"

"เดี๋ยวผู้กำกับลองลิสต์ สิ่งที่อยากได้มาให้ผมดูก่อนนะครับ พอถึงเวลา ผมจะให้ MOSS เป็นคนบังคับมุมกล้องถ่ายให้เองครับ"

กัวฝานถึงกับหน้าเหวอไปเลย

ฉันเป็นแค่ผู้กำกับหนังไซไฟนะโว้ย! ทำไมจู่ ๆ คุณถึงยัดเยียดเทคโนโลยีระดับอวกาศของจริงมาให้ฉันแบบนี้เนี่ย!

ตอนแรก กัวฝานคิดว่าแค่การที่พร็อพของกองถ่ายสามารถลงไปดำน้ำในทะเลลึกได้ มันก็เป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการสุด ๆ แล้ว แต่นี่... เล่นเอาขึ้นจรวดส่งไปดวงจันทร์เลยเหรอ!

แบบนี้... ในอนาคต ประเทศหลงเราก็คงจะไปสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์จริง ๆ สินะ?

กัวฝานมองหน้าเจียงเฉินด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นนิด ๆ เขาเริ่มรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้า กำลังเล่นตลกร้ายระดับชาติกับเขาอยู่แน่ ๆ

เดิมที เขากะจะไปเนรมิตฉากดวงจันทร์จำลองขึ้นมาในสตูดิโอ แล้วจับเปิ้นเปิ้นไปวางแหมะไว้เพื่อถ่ายทำแค่นั้นเอง แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าเจียงเฉินจะเล่นใหญ่ โยนระเบิดลูกเบ้อเร่อใส่หน้าเขาแบบนี้!

ฉากจำลองอะไรไม่ต้องสร้างมันแล้ว! งานนี้ได้ถ่ายทำบนดวงจันทร์ของจริงไปเลย!

และเพื่อเป็นการเบิกเนตรให้กัวฝานได้เห็นภาพการเดินทางสู่ดวงจันทร์ของเปิ้นเปิ้นแบบเต็มตา เจียงเฉินจึงตัดสินใจหนีบกัวฝานไปที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนด้วย

อู๋จิงที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคิวถ่ายทำ พอได้ยินว่าจะไม่พาเขาไปด้วย ก็รีบพุ่งไปงอแงขอร้องเจียงเฉินทันที

เมื่อทนลูกตื้อไม่ไหว เจียงเฉินก็ต้องจำใจกระเตงอู๋จิงไปร่วมทริปศูนย์จิ่วเฉวียนด้วยอีกคน

...

เมื่อถึงกำหนดการ

จรวดขนส่งที่อัดแน่นไปด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวออกซิเจน-เคโรซีน ระดับ 600 ตัน จำนวน 8 เครื่อง พร้อมด้วยเครื่องยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน-ออกซิเจน ระดับ 80 ตัน อีก 2 เครื่องในท่อนจรวดสเตจแรกก็คำรามกึกก้อง ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ นำพาร่างของเปิ้นเปิ้นทั้ง 20 ตัว มุ่งหน้าสู่ดวงดาวอันไกลโพ้น

ณ ศูนย์ควบคุมการบินอวกาศ

หน้าจอแท็บเล็ตส่วนตัวของเจียงเฉิน เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย ทั้งบันทึกระบบ, พิกัดอวกาศ, และข้อมูลวงโคจร ที่เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน MOSS ได้ทำการเทกโอเวอร์ ศูนย์จิ่วเฉวียนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าเจียงเฉินต้องการข้อมูลอะไร MOSS ก็สามารถดึงมาให้ดูได้แบบเรียลไทม์

หนึ่งวันต่อมา แคปซูลสำรวจ ที่บรรทุกหมาจักรกลเปิ้นเปิ้นเอาไว้ ก็หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงของบลูสตาร์ และจุดระเบิดเครื่องยนต์เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์

เมื่อเข้าใกล้ดวงจันทร์ เจียงเฉินก็สังเกตเห็นผ่านหน้าจอว่า แคปซูลสำรวจได้จุดระเบิดเครื่องยนต์อีกครั้ง เพื่อสร้างแรงผลักดันย้อนกลับ ส่งผลให้ความเร็วของแคปซูลลดลงอย่างรวดเร็ว จนถูกแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ดึงดูดเข้าไป และเริ่มโคจรรอบดวงจันทร์เป็นวงกลม

ขั้นตอนต่อไปก็คือ... การลงจอด

หลังจากโคจรรอบดวงจันทร์ไปได้สิบกว่ารอบ แคปซูลสำรวจก็ค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างช้า ๆ

สายตาทุกคู่ในศูนย์ควบคุมต่างจับจ้องไปที่เจียงเฉิน รอคอยคำสั่งจากเขา

เจียงเฉินไม่ได้เอื้อมมือไปกดปุ่มอะไรให้ยุ่งยาก เขาเพียงแค่มองไปที่หน้าจอแท็บเล็ต แล้วออกคำสั่งเสียงนิ่ง ๆ "MOSS ปล่อยเปิ้นเปิ้น"

[รับทราบครับ ผู้ดูแลระบบ]

เมื่อได้รับคำสั่ง MOSS ก็เริ่มดำเนินกระบวนการทันที

หลังจากแคปซูลสำรวจคำนวณและเลือกจุดลงจอดที่เหมาะสมได้แล้ว ระบบลดความเร็วและระบบลงจอดก็เริ่มทำงาน

ด้วยการปกป้องจากแคปซูลสำรวจ เปิ้นเปิ้นทั้ง 20 ตัว จึงไม่ต้องเผชิญกับแรงกระแทกหรือความเสียหายใด ๆ ในระหว่างขั้นตอนการลงจอดเลยแม้แต่น้อย

เมื่อแคปซูลสำรวจร่อนลงจอดยังบริเวณแอ่งหลุมอุกกาบาต ใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์อย่างนิ่มนวล

ประตูแคปซูลก็ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างของเปิ้นเปิ้นทั้ง 20 ตัว ที่กำลังก้าวเท้าเดินออกมาจากแคปซูล ภายใต้การบังคับควบคุมของ MOSS

ทันทีที่เปิ้นเปิ้นก้าวเท้าสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์ ภาพที่พวกมันมองเห็นผ่านกล้องเลนส์ออปติคอลความละเอียดสูง ก็ถูกส่งตรงผ่านดาวเทียมควอนตัม กลับมายังหน้าจอขนาดยักษ์ของศูนย์จิ่วเฉวียนด้วยความคมชัดและเสถียรสุด ๆ

ภาพความละเอียดระดับ Ultra-HD ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้กัวฝานและอู๋จิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งดูหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ในโรงภาพยนตร์ก็ไม่ปาน

"เชี่ยเอ๊ย! มุมกล้องนี้มันโคตรพระเจ้าเลย! ถ้าเอาไปใส่ในหนังนะ รับรองว่าขนลุกซู่แน่นอน!" กัวฝานอุทานออกมาด้วยความลืมตัว

คำพูดของกัวฝานทำเอาเจ้าหน้าที่ในศูนย์ควบคุมถึงกับชะงักและหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครพูดจาภาษาคนทำหนัง ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้มาก่อน

"ชะ...ใช่แล้วครับ! ถ้าเราเอาภาพพวกนี้ไปใส่ในหนัง มันก็จะช่วยให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นความก้าวหน้าและภารกิจบนดวงจันทร์ของเราได้อย่างชัดเจนไงครับ!"

"ไม่แน่นะครับ มันอาจจะช่วยจุดประกายความฝันและสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กรุ่นใหม่ หันมาสนใจวงการอวกาศกันมากขึ้นก็ได้นะครับ!" เจียงเฉินเห็นท่าไม่ดี รีบงัดสกิลแถเข้าช่วยกู้หน้าให้กัวฝานทันที

จะทำยังไงได้ล่ะ ก็กัวฝานดันเป็นผู้กำกับหนังที่เขาต้องพึ่งพาอาศัยนี่นา ถ้าไม่ช่วยพูดแก้ต่างให้ในสถานการณ์แบบนี้ มันก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไปหน่อย

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังพูดอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ภาพที่ส่งตรงมาจากเปิ้นเปิ้น ก็ปรากฏวัตถุประหลาดบางอย่าง... สิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่บนดวงจันทร์!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 280 ผู้กำกับกัว: นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าเปิ้นเปิ้นขึ้นไปบนอวกาศแล้วงั้นเหรอ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว