เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 501 ถ้าอย่างนั้นฉันจะสนองให้พวกนายเอง

บทที่ 501 ถ้าอย่างนั้นฉันจะสนองให้พวกนายเอง

บทที่ 501 ถ้าอย่างนั้นฉันจะสนองให้พวกนายเอง


เยกาเจรีนายืนอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นสอง ทอดสายตามองอีวานที่ยังคงตะโกนท้าทายอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาเย็นชา ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดขยับเปิดปิดเบาๆ ทว่าถ้อยคำที่เปล่งออกมากลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบ "ไอ้หน้าโง่ เดี๋ยวพอประลองเสร็จ สั่งขังเดี่ยวสามวัน"

"ครับ!" ทหารรักษาการณ์ที่อยู่ด้านข้างรับคำสั่งทันที พร้อมกับมองไปยังอีวานที่กำลังทำตัวกร่างอยู่บนลานฝึกด้วยสายตาเวทนา

ไอ้โง่เอ๊ย กล้ามาดูถูกผู้หญิงต่อหน้าพันโทเยกาเจรีนาแบบนี้ สงสัยจะเบื่อชีวิตแล้วจริงๆ

เมื่อคำพูดของอีวานลามปามไปถึงเรื่องเชื้อชาติ ลู่เหวยก็ไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินได้อีกต่อไป

เขาจะยอมเสียหน้าได้ แต่จะทำให้คนทั้งประเทศต้องมาเสียหน้าด้วยไม่ได้

เขาเงยหน้าขึ้น ตวัดสายตาเย็นเยียบมองไปยังอีวานที่ตัวใหญ่ราวกับหมีสีน้ำตาล "นายอยากจะประลองอะไร"

น้ำเสียงของลู่เหวยไม่ได้ดังนัก แต่กลับหยุดเสียงตะโกนท้าทายของอีวานลงได้ในพริบตา

ลู่เหวยยืดตัวตรง ปัดฝุ่นที่เปื้อนกางเกงออก แล้วเดินเข้าไปหาอีวาน

เขาสูงน้อยกว่าอีวานเกือบครึ่งค่อนหัว รูปร่างก็เล็กกว่าตั้งสองรอบ แต่ไม่รู้ทำไม พออีวานถูกเขาจ้องมองแบบนี้ จู่ๆ แผ่นหลังก็เย็นวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

"ประลองอะไรก็ได้ นายเลือกมาเลย" อีวานเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความน่าเกรงขามกลับมา "พ่อจะทำให้นายแพ้จนต้องยอมสยบเลยคอยดู!"

"ได้" ลู่เหวยยกมือชี้ไปยังลานฝึก "ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามการฝึกซ้อมประจำวันของพวกนาย วิ่ง 10 กิโลเมตรก่อนก็แล้วกัน"

ผู้คนรอบข้างฮือฮากันขึ้นมาทันที บางคนก็วิ่งไปเรียกคนอื่นๆ ให้มาดูเพิ่ม

ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง — ไอ้หนุ่มชาวจีนผู้บ้าบิ่นที่กล้าตีบั้นท้ายนางมารร้าย จะประลองวิ่งระยะไกลกับอีวานผู้เลื่องชื่อเรื่องความอึด!

"ฮ่าๆๆ วิ่งงั้นเหรอ" อีวานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างอวดดี "ไอ้หนู ฉันวิ่งจนแกฉี่ราดกางเกงได้เลยนะจะบอกให้! ฉันขอเตือนว่าแกเปลี่ยนไปแข่งอย่างอื่นดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ระวังจะได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับไปหาแม่ล่ะ!"

ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

"ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วแน่ๆ อีวานได้ที่สองของการวิ่งหนึ่งหมื่นเมตรระดับกองทัพเชียวนะ!"

"สถิติที่เร็วที่สุดของหมอนี่คือ 32 นาที ไอ้หนุ่มจีนคนนี้จบเห่แน่"

"รอดูมันร้องไห้หาแม่ได้เลย!"

คนส่วนใหญ่ต่างก็มองลู่เหวยด้วยสายตาเยาะเย้ยถากถาง

ลู่เหวยขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืด เดินตรงไปยังลู่วิ่งกลางลานฝึกทันที

นี่คือลู่วิ่งดินลูกรังมาตรฐานระยะทางสี่ร้อยเมตร การวิ่ง 10 กิโลเมตร หมายความว่าต้องวิ่งถึง 25 รอบเต็มๆ

อีวานถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เขายืดเส้นยืดสาย ยกขาสูงอยู่ที่เส้นสตาร์ท ท่าทางการวอร์มอัพดูทะมัดทะแมงและเป็นมืออาชีพ

ด้านข้างมีทหารคอยส่งน้ำให้ด้วยความเอาใจใส่ และยังมีคนอีกมากมายที่คอยส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจเขา

ลู่เหวยไม่ได้ทำอะไรเลย ยืนตัวตรงอย่างสบายๆ ล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง

ท่าทางราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่การประลองพละกำลัง แต่เป็นการเดินเล่นย่อยอาหารหลังอาหารเย็นเสียมากกว่า

"ไอ้หนู พร้อมหรือยัง" อีวานที่วอร์มอัพเซ็ตสุดท้ายเสร็จแล้ว ปรายตามองลู่เหวยพลางเอ่ยถาม

ลู่เหวยตอบเสียงเรียบ "ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว"

อีวานแค่นหัวเราะ ส่ายหัวไปมา

ระยะทาง 10 กิโลเมตร สำหรับทหารอาชีพอย่างพวกเขาก็ถือเป็นเรื่องปกติจริงๆ

ทั้งสองคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่หลังเส้นสตาร์ท

ทหารนายหนึ่งตะโกนขึ้น "เริ่มได้!"

อีวานพุ่งตัวออกไปราวกับลูกปืนใหญ่ที่หลุดออกจากลำกล้อง ก้าวเท้ายาวและเร็วฉิวจนเกิดลมพัดวูบ

ความเร็วในการออกตัวของเขาเร็วมาก เห็นได้ชัดว่าต้องการสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยาให้มากที่สุดตั้งแต่เริ่มต้น

ส่วนลู่เหวยกลับออกวิ่งอย่างเนิบนาบไม่รีบร้อน

ความเร็วของเขาดูไม่เร็วนัก ช่วงก้าวก็ไม่กว้าง การแกว่งแขนก็อยู่ในระดับพอดี ลมหายใจสม่ำเสมอ ท่าทางแบบนั้น... ดูเหมือนคุณลุงที่มาเดินเล่นในสวนสาธารณะตอนเช้าตรู่ไม่มีผิด

ทหารที่มุงดูอยู่ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

"ดูไอ้คนจีนนั่นสิ! วิ่งยังกับเป็ดเลย!"

"อีวานน็อกรอบมันได้ตั้งสามรอบแน่ๆ! ไม่สิ ห้ารอบเลยต่างหาก!"

"ฉันขอพนันด้วยวอดก้าขวดนึงเลยว่า อีวานชนะชัวร์!"

อีวานวิ่งครบสี่ร้อยเมตรแรกรวดเดียว จังหวะที่หันขวับกลับไปมอง ก็เห็นลู่เหวยตามหลังเขาอยู่เกือบ 50 เมตรแล้ว

เขาแสยะยิ้มอย่างได้ใจ เริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างจงใจ หวังจะทิ้งห่างให้ไกลกว่าเดิม

รอบที่สอง อีวานหันกลับไปมองอีกครั้ง พบว่าลู่เหวยยังคงรักษาความเร็วระดับเดิมเอาไว้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองดูเหมือนจะยังคงอยู่ที่ประมาณ 50 เมตร

รอบที่สาม ระยะห่างก็ยังคงอยู่ที่ราวๆ 50 เมตรเช่นเดิม

ในใจของอีวานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยามมากกว่า

เขากัดฟันแน่น ไม่ยอมออมแรงอีกต่อไป เริ่มใส่เกียร์หมาวิ่งสุดฝีเท้า!

เขาต้องชนะให้ขาดลอย ชนะแบบทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น!

ไม่เพียงแต่ต้องชนะ แต่ยังต้องทำให้ไอ้หนุ่มจีนคนนี้ไม่ได้เห็นแม้แต่ฝุ่นตลบหลังของเขาด้วยซ้ำ!

ดังนั้น อีวานจึงก้มหน้าก้มตาวิ่งสุดฝีเท้า สับขาเร็วฉิวราวกับโบยบิน ทุกครั้งที่เขาวิ่งผ่านเส้นสตาร์ท ก็จะเรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์เกรียวกราวจากเหล่าทหารที่มุงดูอยู่ได้เสมอ

"อีวาน! เยี่ยมมาก!"

"แสดงให้มันเห็นหน่อยว่าทหารรัสเซียอย่างพวกเราเก่งกาจแค่ไหน!"

แต่พอลู่เหวยวิ่งผ่านไปอย่างเนิบนาบ สิ่งที่ต้อนรับเขากลับมีเพียงเสียงโห่ร้องและเสียงเยาะเย้ยถากถาง

"ไอ้คนจีน ไสหัวกลับบ้านไปซะ!"

"ไอ้ขี้แพ้! ขี้โรคแห่งเอเชียตะวันออก!"

"วิ่งช้าขนาดนี้ มาเดินเล่นหรือไง"

ทว่า เยกาเจรีนาที่อยู่บนอัฒจันทร์กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย

พันตรีที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ เธอพึมพำเสียงเบา "ชักจะแปลกๆ แล้วแฮะ... พันโทเยกาเจรีนาครับ ลองดูไอ้หนุ่มจีนคนนั้นสิ..."

เยกาเจรีนาไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ริมฝีปากที่เม้มแน่นกลับเผยให้เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจ

ดูท่าแล้ว การที่อีวานจะเอาชนะได้ คงไม่ใช่ง่ายๆ เสียแล้ว

รอบที่ห้า ตัวอีวานเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

เขาหันกลับไปมองอีกครั้ง ลู่เหวยก็ยังคงวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม ไม่ช้าไม่เร็ว แต่ที่น่าแปลกก็คือ ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนกลับไม่ได้ถูกทิ้งห่างออกไป แถมดูเหมือนว่า... จะสั้นลงนิดหน่อยด้วยซ้ำ

เป็นไปไม่ได้!

ต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ! อีวานสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก้มหน้าก้มตาวิ่งสุดกำลังต่อไป

รอบที่แปด เสียงลมหายใจของอีวานเริ่มหอบหนักขึ้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง

ระยะทาง 10 กิโลเมตร ไม่ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดสำหรับเขา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า... เขาเร่งสปีดเร็วเกินไปตั้งแต่ตอนเริ่มแรก!

ตอนนี้ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ปอดปวดแสบปวดร้อนไปหมด

จังหวะ จังหวะการวิ่งของเขาถูกทำลายจนรวนไปหมดแล้ว!

เขากัดฟันกรอด พยายามจะเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง แต่ขาและเท้ากลับไม่ยอมทำตามคำสั่งเสียแล้ว

รอบที่สิบ อีวานหอบแฮ่กๆ ราวกับเครื่องสูบลมพังๆ ทุกย่างก้าวรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดหันขวับกลับไปมองด้านหลัง...

พอมองไป ภาพที่เห็นก็ทำเอาเขาตกใจแทบสิ้นสติ!

ลู่เหวยแอบวิ่งตามมาจนห่างจากเขาไม่ถึง 10 เมตรตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!

และก็ยังคงรักษาความเร็วแบบเนิบนาบชวนให้หงุดหงิดนั้นเอาไว้อย่างคงเส้นคงวา!

มันตามมาทันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลยสักนิด!

อีวานลนลานจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว!

เขาพยายามฝืนเร่งความเร็วอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ขาทั้งสองข้างที่อ่อนล้าและปอดที่ปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกไฟเผาต่างก็พากันประท้วง ความเร็วไม่เพียงแต่ไม่เพิ่มขึ้น กลับลดลงเสียด้วยซ้ำ

รอบที่สิบสอง อีวานได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอดังมาจากด้านหลังอย่างชัดเจน

เสียงไม่ดังนัก แต่ทุกย่างก้าวกลับราวกับเหยียบย่ำลงบนหัวใจของเขา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...

รอบที่สิบห้า ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนที่จ้องมองด้วยความตกตะลึง ลู่เหวยก็วิ่งแซงอีวานที่กำลังหอบแฮ่กๆ ราวกับวัวและมีสีหน้าบิดเบี้ยวเหยเกไป ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน

เขาไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองอีวานเลยด้วยซ้ำ ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ บนหน้าผากไม่มีเหงื่อผุดขึ้นมาเลยสักหยด

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์มนาจากการถูกเสริมความแข็งแกร่งโดยมิติแห่งวิญญาณมานับครั้งไม่ถ้วน ปริมาณการออกกำลังกายแค่นี้ จะทำให้เขาอบอุ่นร่างกายจนเหงื่อออกยังถือว่าฝืนไปเลยด้วยซ้ำ

จบบทที่ บทที่ 501 ถ้าอย่างนั้นฉันจะสนองให้พวกนายเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว