- หน้าแรก
- จุติใหม่ในฮอกวอตส์ เส้นทางปราชญ์เวทผู้มองทะลุตัวตน
- บทที่ 510 - คำทำนายและคนป่า
บทที่ 510 - คำทำนายและคนป่า
บทที่ 510 - คำทำนายและคนป่า
บทที่ 510 - คำทำนายและคนป่า
"ทีมบัลแกเรียเป็นฝ่ายชนะ!"
ลูโด แบกแมน ประกาศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและน้ำเสียงจริงจัง "ครัมจับลูกสนิชสีทองได้... ท่าทางการบินสุดท้ายของเขายอดเยี่ยมเกินกว่าจะจินตนาการ ซีกเกอร์ที่เข้าร่วมเวิลด์คัพเป็นครั้งแรกคนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง..."
น้ำเสียงของเขาดูไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศการโห่ร้องดีใจในสนามนัก แต่ไม่มีใครสนใจจุดนี้ มีเพียงแบกแมนคนเดียวที่กำลังใช้คาถาขยายเสียงประกาศจบการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ในขณะที่หัวใจของเขากำลังหลั่งเลือดด้วยความเสียดายเงิน
ในวงพนันก่อนเริ่มแข่ง เขาเอาแต่ป่าวประกาศว่าทีมบัลแกเรียมีโอกาสชนะสูงมาก แต่ในใจเขากลับคิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
แบกแมนเคยเป็นนักกีฬามืออาชีพ สังกัดทีมวิมบอร์น วอสพ์ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังชอบสวมชุดทีมวอสพ์อยู่เสมอ ฐานะที่เขามีความภาคภูมิใจมากที่สุดคือการเป็นนักกีฬาควิดดิช ไม่ใช่ผู้อำนวยการกองควบคุมดูแลเกมและกีฬาเวทมนตร์ของกระทรวงเวทมนตร์
สรุปสั้นๆ คือ แบกแมนมั่นใจในสายตาของตัวเองมาก เขาคิดว่านักกีฬาอายุน้อยอย่างครัมที่เพิ่งลงสนามในวัยเพียงสิบแปดปี ย่อมต้องขาดสภาพจิตใจที่เข้มแข็งพอจะรับมือกับการแข่งขันระดับใหญ่ขนาดนี้ โอกาสชนะในรอบรองชนะเลิศจึงไม่สูงนัก แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าชนะจริงๆ
แบกแมนลองคำนวณเงินที่เขาต้องเสียไปในครั้งนี้จนในหัวส่งเสียงวิ้งๆ ตลอดเวลา ตอนเดินลงบันไดเขาแทบจะก้าวพลาดจนเกือบตก
ในขณะที่มีคนเศร้าก็ย่อมมีคนสมหวัง ในห้องวีไอพีที่อยู่ถัดไปไม่กี่ชั้น ทรีลอว์นีย์กำลังนั่งนับเงินพนันที่เธอชนะมาได้ เธอหัวเราะจนปากแทบหุบไม่ลง
เธอหยิบผ้าพันคอผืนใหญ่สีสันฉูดฉาดขึ้นมาปิดปาก หลังจากหัวเราะเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง เธอจึงค่อยๆ ควบคุมสีหน้าให้กลับมาดูเหม่อลอยและพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยว่า:
"นี่คือการชี้นำของโชคชะตา ดวงตาทิพย์ของฉันมองเห็นช่วงเวลานี้มานานแล้ว... อา ให้ฉันดูหน่อยเถอะ ให้ฉันมองดูเงามืดภายใต้แสงจันทร์นั่น..."
ผู้คนในห้องวีไอพีต่างมองดู "นักพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่" ท่านนี้ด้วยความเคารพยำเกรง มีเพียงหนึ่งหรือสองคนที่เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นกลุ่มเมฆด้วยสีหน้าสงสัย
ทรีลอว์นีย์นึกอะไรได้ก็พูดออกมาอย่างนั้น เธอไม่สนเลยว่ามันจะเข้ากับสถานการณ์หรือไม่ เพราะยังไงเธอก็ล็อกผลลัพธ์ไว้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่แต่งเรื่องให้เข้าเค้าเท่านั้น
"ฉันเห็น... หอคอยที่พังทลาย ความวุ่นวายครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา... ฉันได้ยินเสียงกาเหว่าร้อง และเสียงคำรามของสุนัขสีดำ..."
ทรีลอว์นีย์สั่นเทิ้มไปทั้งตัว เธอเอื้อมแขนที่ผอมแห้งออกไป ราวกับต้องการจะสัมผัสกับตัวตนที่มองไม่เห็นในอากาศ
เหล่าบรรดาแม่มดวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ต่างเบิกตากว้าง กลั้นหายใจนิ่ง เพราะไม่กล้ารบกวนการทำนายของเธอ
ทันใดนั้น ทรีลอว์นีย์ก็สั่นอย่างรุนแรงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พนักพิง เธอใช้มือทั้งสองข้างปิดตาไว้ราวกับได้เห็นสิ่งที่ไม่อาจจ้องมองได้
ผ่านไปครู่ใหญ่ แม่มดหน้ากลมคนหนึ่งถึงกล้ากระซิบถามว่า "เกิดอะไรขึ้นคะ ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ หรือว่า..."
— หรือว่ากรินเดลวัลด์จะบุกโจมตีอังกฤษแล้ว?
เธอตั้งใจจะถามแบบนั้นแต่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ทรีลอว์นีย์ก็ลดมือลงและกวาดสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชมองไปรอบๆ
"พวกผู้น่าสงสารเอ๋ย สักวันพวกเธอจะเข้าใจ... โชคชะตาไม่เคยโกหก..."
"คุณเห็นอะไรเหรอคะ ศาสตราจารย์?" หญิงวัยกลางคนอีกคนถามด้วยเสียงสั่น
ทรีลอว์นีย์เผยรอยยิ้มลึกลับแล้วพูดว่า "ฉันเห็นจุดจบ และฉันก็เห็นผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแล้ว..."
ทุกคนเงียบไปชั่วครู่
อุตส่าห์พูดซะรุนแรงเหมือนโลกจะแตก ที่ไหนได้สุดท้ายก็วนกลับมาเรื่องผลแพ้ชนะในรอบชิงฯ อีกงั้นเหรอ?
พวกเธอรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง แต่นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนไม่เชื่อทรีลอว์นีย์จนพลาดโอกาสรวยในครั้งนี้ไป ทุกคนเลยเริ่มคิดว่าสไตล์การพูดที่แปลกประหลาดแบบนี้แหละคือเอกลักษณ์ของเธอ
"ยังอยากจะวางเดิมพันกับฉันต่อไหม?" ทรีลอว์นีย์จ้องมองไปไกลด้วยสายตาว่างเปล่า "พวกเธอจะสงสัยก็ได้นะ แต่โชคชะตาจะเมตตาเฉพาะผู้ที่มีศรัทธาอย่างแท้จริงเท่านั้น..."
กลุ่มแม่มดเหล่านั้นไม่ลังเลอีกต่อไป ต่างพากันหยิบถุงเงินออกมา ไม่นานบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยเหรียญเกลเลียนทอง
...
ฝูงชนหลั่งไหลออกจากสนามกีฬาเหมือนน้ำหลาก การแข่งขันที่ยาวนานเกือบสิบห้าชั่วโมงทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ที่ยืนหยัดจนถึงนาทีสุดท้ายเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง
ดังนั้น หลายคนจึงเลือกที่จะหายตัวไปจากอัฒจันทร์ทันที พวเวดที่ได้ทานมื้อเช้าร้อนๆ มาแล้วยังมีสภาพร่างกายที่ค่อนข้างดี พวกเขาจึงนั่งพักในห้องวีไอพีต่ออีกครู่หนึ่ง รอให้ช่วงเวลาเร่งด่วนผ่านพ้นไปก่อนค่อยเดินกลับค่าย
ตอนที่เดินลงบันไดมา พวกเขาบังเอิญเห็นแผ่นหลังของสมาชิกทีมบัลแกเรียอยู่ข้างหน้า ครัมที่เคยดูสง่างามเมื่อครู่ ตอนนี้เดินขากางอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางดูห่อเหี่ยวและเดินรั้งท้ายทีม แถมไหล่ยังดูเอียงๆ อีกด้วย
ภาพลักษณ์แบบนี้ทำให้เขาดูไม่เท่เอาเสียเลย ดูแอบจืดชืดและเดินอย่างไร้เรี่ยวแรง
แต่สำหรับแฮร์รี่ที่เจอไอดอลเข้าไป เขามีฟิลเตอร์คัดกรองความหล่อระดับสิบ เขาโบกมืออย่างดีใจและตะโกนเสียงดัง "เวด... ดูนั่นสิ ครัมล่ะ!"
ครัม... ครัม... ครัม...
เสียงที่ตื่นเต้นของเด็กหนุ่มดังก้องไปตามทางเดิน เหล่านักกีฬาในทีมต่างหยุดชะงักและหันกลับมามองโดยสัญชาตญาณ
คนกลุ่มนี้น่าจะเพิ่งดื่มน้ำยาแก้หวัดมา ใบหน้าที่เคยซีดขาวเพราะความหนาวต่างก็แดงระเรื่อ แถมยังมีควันพุ่งออกมาจากหูสองข้างเป็นสายยาว ทำให้ทั้งสีหน้าและแววตาดูตลกอย่างบอกไม่ถูก
แฮร์รี่: "......"
ครัมพยักหน้าให้แฟนคลับรุ่นเยาว์คนนี้โดยไม่พูดอะไร ในขณะที่นักกีฬาอีกคนโบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม แล้วกลุ่มนักกีฬาก็เดินจากไปพร้อมกัน
"ไปกันเถอะ" ซิเรียสตบไหล่แฮร์รี่แล้วพูดขึ้น
แฮร์รี่เดินเงียบๆ ไปพักหนึ่ง จนเมื่อเดินออกมาพ้นสนามกีฬา ดูเหมือนเขาจะเริ่มตั้งสติได้ เขาขยับเข้าไปใกล้เวดแล้วพูดด้วยความเสียดายว่า:
"ฉันดันลืมพกปากกาขนนกมา... นายว่าถ้าคราวหน้าเจอเขาอีก เขาจะเซ็นลายเซ็นให้ฉันไหม?"
"ใครนะ?" เวดกำลังใจลอยเลยถามกลับไปโดยไม่ทันคิด
"จะเป็นใครไปได้ล่ะ? ก็วิกเตอร์ ครัม ไง!" แฮร์รี่ย้ำเสียงหนัก "ซีกเกอร์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยนะ!"
"นายก็แลกลายเซ็นกับเขาได้นี่" เวดแนะนำแบบส่งๆ "นายคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เชียวนะ! เผลอๆ เขาก็อยากได้ลายเซ็นนายเหมือนกันนั่นแหละ!"
"จริงเหรอ?" แฮร์รี่พูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ "แต่ฉันไม่เหมือนเขานะ เขามีความสามารถจริงๆ... แถมเมื่อกี้เขาไม่พูดกับฉันสักคำแล้วก็เดินไปเลย..."
"นั่นอาจจะเป็นเพราะเขาอยากรีบกลับไปพักผ่อน เลยมองหน้านายไม่ชัดก็ได้" เวดบอก "มั่นใจหน่อยสิ ไว้ถ้านายอายุเท่าเขา นายอาจจะได้เข้าทีมชาติเหมือนกันก็ได้นะ"
แฮร์รี่จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอีกรอบ ในปากบ่นพึมพำคำว่า "ซีกเกอร์", "มือปราบมาร", "เวิลด์คัพ" สลับไปมา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสับสนกับทางเลือกอาชีพในอนาคต
ส่วนเวดก็เหลือบมองไปที่เต็นท์หนังสัตว์หลังนั้นโดยสัญชาตญาณ เขาเห็นกองไฟถูกจุดขึ้นที่หน้าเต็นท์ ชายร่างสูงใหญ่ที่ดูเหมือนคนป่ามุดออกมาจากด้านใน ในมือถือกระป๋องเหล็กใบเล็กๆ
บนกองไฟมีหม้อปรุงยาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ น้ำข้างในกำลังเดือดพล่าน ชายคนนั้นหยิบของบางอย่างสีดำๆ ออกมาจากกระป๋องแล้วโปรยลงในหม้อ ดูเหมือนเขากำลังตั้งใจทำอาหารอย่างมาก
เวดยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเดินผ่านไป
ในป่าที่อยู่ไกลออกไป ต้นไม้ขนาดยักษ์สั่นไหวไปมา ใบไม้ส่งเสียง "ซ่าๆ" ราวกับกำลังกระซิบกระซาบกันด้วยเสียงต่ำ
(จบแล้ว)