- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 160 พลิกกระดานสู่ชัยชนะ
บทที่ 160 พลิกกระดานสู่ชัยชนะ
บทที่ 160 พลิกกระดานสู่ชัยชนะ
กาสิโนชั้นที่หนึ่ง
อู่จิ่ว หวังซื่อ และซางเสี่ยวอี่ ภายใต้การชี้แนะของไป๋อู้ สามารถเอาชนะเกมเดิมพันแบบกลุ่ม "สัจธรรมอยู่ในมือคนส่วนน้อย" มาได้
ถึงแม้ในตอนท้าย หวังซื่อกับซางเสี่ยวอี่จะแพ้ไป แต่ผู้ชนะก็คืออู่จิ่ว หลังจากเขาแบ่งชิปเดิมพันให้แล้ว โดยรวมทั้งสามคนก็ถือว่าได้กำไร
อิ่นซวงเองก็เล่นได้มาไม่น้อย มีเพียงหลินอู๋โหรวคนเดียวที่เล่นเสีย
แน่นอนว่าท้ายที่สุด หลินอู๋โหรวก็ต้องใช้สายตาที่น่าสงสารอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ และใช้ชิปเดิมพันที่เหลืออยู่ ไถ่ปากเล็ก ๆ ที่ชอบพ่นคำด่าทอกลับคืนมาได้สำเร็จ
"อ๊า! โล่งคอชะมัดเลย!"
"สรรเสริญสวรรค์! ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ ก็คือภาษานี่แหละ! ถ้าคนเราไม่มี..."
"หุบปากซะ" อิ่นซวงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หลินอู๋โหรวหุบปากฉับ
เขาไม่กล้าทำให้คนอื่นรำคาญอีกแล้ว แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าพอกลับไปถึงหอคอยเมื่อไหร่ จะต้องด่าพวกนี้ให้หนำใจไปเลย
"จะว่าไปแล้ว ไป๋อู้หายไปไหนล่ะ?" หวังซื่อถามขึ้น
"ชั้นที่สองไง เมื่อกี้ฉันไปถามพนักงานกาสิโนมาแล้ว พอสะสมชิปเดิมพันได้ถึงจำนวนหนึ่ง ก็จะถูกบังคับให้เข้าไปในชั้นที่สอง ว่ากันว่าสามารถเข้าร่วมเกมเดิมพันที่สนุกกว่าเดิมได้น่ะ" น้ำเสียงของอิ่นซวงแฝงไปด้วยความกังวล
หลินอู๋โหรวขมวดคิ้ว "ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านี่มันคือการเล่นตุกติกของกาสิโนที่แพ้แล้วพาลฟะ? ต่อให้มีชิปเดิมพันเยอะแค่ไหน แต่มันก็ควรจะเป็นสิทธิ์ให้เลือกสิ ไม่ใช่บังคับให้ไปชั้นที่สองแบบนี้? ไอ้เด็กนั่นคงไม่ได้... โดนหลอกไปเชือดหรอกนะ?"
ทุกคนเริ่มรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
ถึงแม้ไป๋อู้จะเก่งกาจมาก แต่กาสิโนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดในทุกย่างก้าว ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า นอกหอคอยจะมีสถานที่ที่สามารถแยกเอาสิ่งต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ออกมาได้
ความลึกลับของสถานที่แห่งนี้ ได้ก้าวข้ามขอบเขตความรู้ของพวกเขาไปแล้ว
"ถ้าเกิดไป๋อู้ตกอยู่ในอันตราย พวกเราจะเริ่มแผน B กัน" อู่จิ่วพูดขึ้น
"เดี๋ยวก่อนนะหัวหน้า พวกเราไปมีแผน B ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แผน B คืออะไรอะ?" หลินอู๋โหรวงงเป็นไก่ตาแตก
คำพูดของอู่จิ่วสั้นกระชับ สิ่งที่เรียกว่าแผน B มีเพียงสามคำเท่านั้น —
"ฆ่าล้างบาง"
...
กาสิโนชั้นที่สอง
ห้องที่ใช้เล่นพนัน ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการราวกับพระราชวังซาอุดิอาระเบีย ไป๋อู้มองดูกระดานหมากรุกที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้า
เขาพบว่ากระดานหมากรุกนี้ค่อนข้างล้ำสมัยเลยทีเดียว ฟังก์ชันครบครันกว่าบอร์ดเกมหลาย ๆ เกมในโลกก่อนเสียอีก
เวลาที่ผู้เล่นเดินหมาก กระดานจะบันทึกตัวเลขไว้ คล้ายกับการบันทึกหมากในเกมโกะ และเมื่อหมากของคู่ต่อสู้เข้ามาอยู่ในระยะโจมตีของหมากฝ่ายเรา มันก็จะปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
นี่ไม่ใช่สิ่งของประเภทสถิตวิญญาณ แต่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คล้ายกับเครื่องเล่นเกมในหัวใจของจิ่งซื่อ ซึ่งเป็นไอเทมเฉพาะของพื้นที่นี้
โต๊ะกลมขนาดมหึมา ผู้เล่นทั้งสามฝ่ายนั่งห่างกันถึงสามเมตร
รูปลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง คือแมวอ้วนท้วนสมบูรณ์ตัวหนึ่ง และก็เหมือนกับหมาป่าตาเดียวตัวนั้น มันยืนสองขา
ถึงแม้ผู้ร่วงหล่นทั้งสองตัว ตัวหนึ่งจะเป็นสัตว์ตระกูลสุนัข และอีกตัวจะเป็นสัตว์ตระกูลแมว แต่พวกมันล้วนกลายพันธุ์มาจากมนุษย์ทั้งสิ้น
【ฉายาของมันคือโจรสลัด แต่นอกจากผ้าปิดตาข้างเดียวแล้ว ก็ไม่มีส่วนไหนที่เหมือนโจรสลัดเลยสักนิด แถมตอนนี้ มันยังถอดผ้าปิดตาออกแล้วด้วย! ไอ้ผู้ร่วงหล่นที่ไม่เคารพฉายาและคาแรคเตอร์ของตัวเองแบบนี้ ฉันทนไม่ได้เด็ดขาด!
การกลายพันธุ์ระดับแปด คำอธิบายการกลายพันธุ์ระดับหายาก : ดวงตาหมาป่าสับสน, กรงเล็บเลือดทะลวง】
【จากรูปร่างภายนอก นายคงคิดว่าเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งคือแมวกวักโชคลาภสินะ แต่เสียใจด้วย มันไม่ใช่หรอก ตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ ลงทุนอะไรก็เจ๊ง ซื้อหุ้นตัวไหนก็ตกกราวรูด พอถึงวันเงินเดือนออกก็โดนปล้น กระเป๋าตังค์ก็มักจะกระโดดหนีออกจากกระเป๋ากางเกงอยู่เสมอ พอหาเงินเก็บได้สักก้อน คนในครอบครัวก็ต้องมาขอยืม แล้วยืมไปก็ไม่เคยคืน! หลังจากวันสิ้นโลกมาเยือน ความยึดติดของมันทำให้มันกลายเป็นแมวกวักโชคลาภ แต่เจ้านายของมันไม่รู้เรื่องราวชีวิตก่อนหน้านี้ของมันหรอกนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางมอบหมายให้มันดูแลธุรกิจกาสิโนแน่ ๆ~
การกลายพันธุ์ระดับเก้า — ในฐานะลูกน้องคนสนิทของพ่อค้ารายใหญ่ มันกลับไม่มีคำอธิบายการกลายพันธุ์เป็นของตัวเองเลยสักข้อเดียว แต่เจ้านายของมันได้ให้มันยืมคำอธิบายระดับตำนาน "รื้อถอนสรรพสิ่ง" มาใช้ ในทางทฤษฎีแล้ว คำอธิบายการกลายพันธุ์ทั้งหมดในกาสิโน มันสามารถเรียกใช้ได้ทั้งหมด】
รื้อถอนสรรพสิ่ง
นี่คือคำอธิบายการกลายพันธุ์ระดับตำนานอันดับที่สามที่ไป๋อู้เคยเจอ
หากใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาเปรียบเทียบ วัฏจักรก็คือคำสั่งวนลูปแบบไม่สิ้นสุด เมื่อใดที่ตกอยู่ในลูปนี้ แทบจะไม่มีโอกาสหลุดออกมาได้เลย
ส่วนคำอธิบายระดับตำนานอันดับที่สอง "เพิ่มจำนวนไร้ขีดจำกัด" ของสาวไฝเสน่ห์ ก็คือไวรัสที่แพร่กระจายตัว สามารถแบ่งตัวออกไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ร่างโคลนแต่ละตัวก็มีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าร่างต้นเลย จากนั้นร่างโคลนเหล่านี้ก็สามารถหลอมรวมกัน เพื่อสร้างร่างต้นที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
ส่วนรื้อถอนสรรพสิ่งนั้น ดูเหมือนจะเป็นตัวเข้ารหัส ที่สามารถแปลงข้อมูลต่าง ๆ ให้กลับไปอยู่ในรูปแบบของสิ่งของเดียวกันได้ — นั่นก็คือชิปเดิมพัน
เพราะการมีอยู่ของรื้อถอนสรรพสิ่งนี่เอง กาสิโนถึงสามารถดำเนินการต่อไปได้
สิ่งของบนตัวลูกค้าทุกคน ล้วนอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน สามารถถูกช่วงชิงไปได้ทุกเมื่อ สิ่งเดียวที่สามารถควบคุมกาสิโนได้ ก็คือคำสาบาน
คำสาบานดูเหมือนจะเป็นพลังควบคุมอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ไป๋อู้ยังหาต้นตอของพลังนี้ไม่พบ
แต่ตอนนี้เขามั่นใจอยู่อย่างหนึ่ง — ไม่ว่าจะเป็นระดับแปดหรือระดับเก้าที่เขาเจอมา ล้วนเป็นแค่ตัวละครกระจอก ๆ ทั้งนั้น
ต่อให้แมวกวักโชคลาภระดับเก้าตัวนี้มาพร้อมกันสิบตัว ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหงอินเลยด้วยซ้ำ
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกับหมาป่าตาเดียวตัวนี้ เป็นแค่หมาลอบกัดของเจ้าปลาหมึกน้อยเท่านั้น หมาลอบกัดแบบนี้ บางทีในอนาคตเขาอาจจะได้เจออีกเยอะแยะ
เกาะทองคำดำต่างหาก ที่เป็นสถานที่ที่น่ากลัวอย่างแท้จริง
"คุณลูกค้าเข้าใจกฎแล้วใช่ไหมครับ? เงินเดิมพันของพวกเราสูงมากนะ ถ้าคุณลูกค้าชนะ คุณลูกค้าสามารถเอาชิปเดิมพันสี่ส่วนของกาสิโนไปได้เลย โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ นี่มันทรัพย์สินมหาศาลเลยนะครับ สามารถทำให้คุณลูกค้ามีอายุขัยที่ยืนยาวเป็นอมตะ แถมยังมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อีกด้วย"
"เข้าใจแล้วครับ ง่ายดีนะ" ไป๋อู้ไม่ถามด้วยซ้ำว่าถ้าแพ้จะเป็นยังไง
ยิ่งมีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนก็ยิ่งสูง ในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน
ในวินาทีนี้ ดวงตาของเพลเยอร์ได้ฉายภาพมากมายขึ้นมาในหัว แต่ไม่นาน ความคิดของไป๋อู้ก็ลอยละล่องไปไกลแสนไกล
【แมวกวักโชคลาภกำลังจะอ่านความคิดของนายแล้ว】
"เนื้อแมวเอาไปทำอะไรกินถึงจะอร่อยนะ? เนื้อแมวทำอะไรกินดี? ตุ๋นน้ำแดง? ทอด? นึ่ง? หรือผัดเผ็ดดี?"
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งถึงกับชะงักไป
ไอ้หมอนี่มันเป็นอะไรของมัน? ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ในหัวของมันดันคิดแต่เรื่องจะกินเนื้อแมวเนี่ยนะ?
【เพราะความคิดเพ้อเจ้อของนาย มันเลยจะติดสตั๊นไป 0.9 วินาที เริ่มวางแผนได้เลยไอ้น้องชาย!】
ความจริงแล้วหมายเหตุเหล่านี้ ไม่ได้เด้งขึ้นมาแบบเรียลไทม์ แต่ตั้งแต่ตอนที่เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งถามเขาว่าเข้าใจกฎหรือเปล่า กล่องข้อความบทสนทนาเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นมาทีละข้อความแล้ว
สมองของไป๋อู้ในตอนนี้ ไม่ได้คาดเดาแค่ความคิดของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและหมาป่าตาเดียวเท่านั้น แต่ยังคาดเดาความคิดของตัวเองด้วย
แถมยังทำงานล่วงหน้าไปหลายวินาทีแล้วด้วย ตอนนี้ไป๋อู้กำลังประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล :
【ไอ้หมาป่าตาเดียวตัวนี้มันไม่มีมารยาทความเป็นหมาป่าเอาซะเลย มันเตรียมจะใช้ดวงตาหมาป่าสับสนกับนายแล้วล่ะ แต่นายไม่ต้องห่วง ภายใต้สถานะเชื่อมโยง ฉันคือราชาแห่งดวงตา!】
【คลื่นลูกเก่ายังไม่ทันสงบ คลื่นลูกใหม่ก็ถาโถมเข้ามา ให้ฉันบอกความลับข้อหนึ่งกับนายก็แล้วกัน คำอธิบายระดับตำนานที่คู่กับรื้อถอนสรรพสิ่ง ก็คือ 'หล่อหลอมสรรพสิ่ง' ซึ่งมันอยู่ในมือของผู้ร่วงหล่นที่มีฉายาอีกตัวหนึ่ง ไอ้ตัวเล็กสองตัวของเกาะทองคำดำ ตัวหนึ่งรับหน้าที่รื้อถอน อีกตัวรับหน้าที่หล่อหลอม~ อีกสามสิบสี่วินาทีข้างหน้า เสียงเพลงแห่งไซเรนก็คือเวอร์ชันก๊อปเกรดเอของพลังหล่อหลอมนั่นแหละ ผลลัพธ์ก็พอใช้ได้อยู่หรอก แต่ประเด็นคือมันร้องเพี้ยนชิบเป๋ง】
【อีกสิบเอ็ดวินาทีข้างหน้า มันจะมองทะลุกระดานหมากรุกของนาย บางทีนายอาจจะใช้คลื่นรบกวน ทำให้เครื่องจักรนี้เกิดอาการรวนได้นะ】
【ข้างหน้ากำลังจะมีภาพหลอนปรากฏขึ้นมา ฉันขอสปอยล์ให้ฟังเลยนะว่า ภาพหลอนพวกนี้ห่วยแตกมาก ตั้งแต่ที่มันกลายเป็นแมว สเปกภาพหลอนของมันก็กลายเป็นแมวไปด้วย หนังโป๊แมวน่ะไม่มีแรงดึงดูดสำหรับนายหรอก ฉันให้คะแนนติดลบ!】
【เหนื่อยจังเลยน้า ฉันต้องมาแบกรับความกดดันที่ไม่สมควรจะได้รับในวัยนี้ หลังจากเสียงเพลงแห่งไซเรนดังขึ้น นายสามารถแกล้งทำตัวเป็นคนบ้าได้เลย : อาปา อาปาอาปาอาปา อาปาอาปา... แต่ฉันแนะนำว่านายอย่าทำแบบนั้นดีกว่า】
【ฉันคือ MVP ของเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ต้องมีที่สองรองลงมาบ้างแหละเนอะ~ ดวงตาผู้หยั่งรู้งั้นเหรอ? มันไม่คู่ควรหรอก นังตัวดีนี่เป็นได้แค่ตัวถ่วงเท่านั้นแหละ ใช้คลื่นแทรกแซงของนายให้เป็นประโยชน์สิ มันสามารถช่วยให้นายควบคุมแต้มลูกเต๋าได้นะ!】
"ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินไอ้เด็กนี่สูงเกินไปหน่อยสินะ ไอ้เด็กนี่คงคิดว่าความสามารถของตัวเองจะรับมือกับกระดานหมากรุกตานี้ได้อย่างสบาย ๆ งั้นสิ?"
ในขณะที่ไป๋อู้วางแผนล่วงหน้าไปหลายสิบวินาทีแล้ว เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งก็ยังคงมัวแต่ตอบสนองต่อความคิดเรื่องวิธีกินเนื้อแมวในหัวของไป๋อู้แบบดีเลย์อยู่เลย
ไม่นานนัก หมาป่าตาเดียวก็ทำให้ไป๋อู้เข้าสู่สภาวะสับสน ไป๋อู้ก็แกล้งทำท่าทางเหมือนเสียศูนย์ในทันที
ภาพนี้ทำให้หมาป่าตาเดียวรู้สึกเหมือนชัยชนะอยู่ในกำมือ เพื่อความรอบคอบ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งจึงใช้คำอธิบายระดับสมบูรณ์แบบ แทรกซึมเข้าไปในจิตสำนึกของไป๋อู้อีกครั้ง เพื่ออ่านความคิดของเขา
ความคิดของไป๋อู้ในตอนนี้ช่างดูสมจริงเหลือเกิน :
"ฉันคือใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวก่อน นึกออกแล้ว ฉันกำลังเล่นหมากรุกอยู่นี่นา! ไอ้พวกเวรเอ๊ย เล่นสกปรกนี่หว่า! แต่ไอ้พวกโง่นี่คงนึกไม่ถึงแน่ ๆ ว่าหมากตาแรกของฉันจะวางไว้ตรงนี้"
มุมปากของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกระตุกยิ้ม
ไอ้โง่ ความคิดของแกโดนฉันมองทะลุปรุโปร่งหมดแล้วเว้ย! มังกรบินขี่หน้า จะแพ้ได้ยังไง*4!
สถานการณ์ดูเหมือนจะบดขยี้ไป๋อู้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภายใต้การชักนำสารพัดรูปแบบของไป๋อู้ หมาป่าตาเดียวกับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งก็รุกคืบเข้ามาอย่างกระชั้นชิด อย่างน้อยในสายตาของพวกมัน ไป๋อู้ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้จะพังพินาศเต็มทีแล้ว
ถึงแม้เครื่องจักรจะดูเหมือนมีปัญหาบางอย่าง เพราะ 'ดวงตาแห่งความจริง' ซึ่งเป็นคำอธิบายการกลายพันธุ์ มองเห็นว่าบนกระดานหมากรุกของไป๋อู้ จะมีพื้นที่ที่เป็นโค้ดรวนอยู่ส่วนหนึ่งเสมอ
แต่ก็ไม่เป็นไร พื้นที่โค้ดรวนแค่ส่วนเดียว จะซ่อนกองกำลังไว้ได้สักเท่าไหร่กันเชียว?
กองกำลังของฉันกับโจรสลัดรวมกันมีตั้งสี่ร้อยกว่าตัวนะเว้ย! กองกำลังสี่ร้อยกว่าตัว แกจะมาตีเมืองขึ้นได้ยังไง?
หมากรุกยังคงดำเนินต่อไป
ถึงแม้เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งจะคิดว่าเกมนี้เป็นเกมที่ชนะใส ๆ แต่เพื่อความปลอดภัย มันก็ยังคงใช้เสียงเพลงแห่งไซเรน
ไป๋อู้ดิ้นรนไปมาเป็นพัก ๆ สายตาเหม่อลอยเป็นพัก ๆ สลับไปมาระหว่างการถูกสะกดจิตและการมีสติ
ดูเหมือนว่าเขากำลังต่อต้านเสียงเพลงแห่งไซเรนอย่างสุดกำลัง
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง... มิน่าล่ะดวงตาหมาป่าสับสนถึงทำให้มันสับสนได้แค่แป๊บเดียว ที่แท้มันก็สามารถทนต่อความสามารถระดับนี้ได้นานขนาดนี้เชียวเหรอ... แต่สมองของมันก็คงจะสับสนวุ่นวายไปหมดแล้วล่ะสิ? โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ หมากตานี้แกแพ้ราบคาบแล้วล่ะ ไอ้มนุษย์จอมอวดดีเอ๊ย"
ทักษะการแสดง การคาดเดา การคำนวณ กลยุทธ์ซ้อนกลยุทธ์ การสับขาหลอก...
ความซับซ้อนของกระดานหมากรุกตานี้ ทำให้ไป๋อู้รู้สึกสนุกกว่าเกมเดิมพันทุกเกมก่อนหน้านี้เสียอีก นอกเหนือจากความสามารถด้านการต่อสู้แล้ว เขาแทบจะงัดเอาความสามารถทุกอย่างที่ตัวเองมีออกมาใช้จนหมดเกลี้ยง!
"การจะเอาชนะคนหมู่มากด้วยคนจำนวนน้อยนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เกมนี้มีวิธีพลิกสถานการณ์อยู่ นั่นก็คือการลอบโจมตีหอคอย ขอแค่ฉันสามารถแย่งชิงการโจมตีครั้งสุดท้ายที่จะทำลายหอคอยมาจากพวกมันได้ ฉันก็จะสามารถพลิกกระดานกลับมาชนะได้อย่างปาฏิหาริย์"
"ดังนั้นจุดสำคัญที่สุด จึงอยู่ที่โชคชะตา! ฉันต้องคำนวณสถานการณ์ที่พวกมันได้เปรียบในช่วงแรกออกมาให้ได้ และใช้คลื่นแทรกแซง ทำให้การทอยลูกเต๋าของเครื่องจักร ดูเหมือนเป็นการสุ่มให้มากที่สุด"
【คัต! จรรยาบรรณของนักแสดงไปไหนหมด? การแอบดูรอบต่อไปกำลังจะมาแล้วนะ รีบเข้าถึงบทบาทด่วนเลย】
ไป๋อู้กุมขมับ ทำให้ภาพในหัวของตัวเองดูแตกสลาย
ภายใต้สถานะเชื่อมโยงของดวงตาของเพลเยอร์ การควบคุมร่างกายของเขานั้นแม่นยำราวกับโปรแกรมเมอร์กำลังเขียนโค้ด
และก็เป็นไปตามคาด เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งถูกทักษะการแสดงอันแนบเนียนของไป๋อู้หลอกตาเข้าอย่างจังอีกครั้ง
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งรู้สึกว่า ไป๋อู้อาจจะยืนอยู่บนชั้นที่สาม แต่มัน! ยืนอยู่บนชั้นที่ห้าเว้ย!
เกมหมากรุกยังคงดำเนินต่อไป
ไป๋อู้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เสียงเพลงแห่งไซเรนไม่สามารถสะกดจิตไป๋อู้ได้อย่างสมบูรณ์ และดวงตาหมาป่าสับสนก็ทำได้เพียงทำให้ไป๋อู้สับสนได้ชั่วคราวเท่านั้น
แต่ก็ไม่เป็นไร พวกมันสามารถมองเห็นการวางหมากของไป๋อู้ได้ ถึงแม้จะเห็นได้แค่ร้อยละเก้าสิบก็ตามที
และยังสามารถรับรู้ความคิดของไป๋อู้ รวมถึงสามารถชักนำให้ไป๋อู้ตัดสินใจผิดพลาดได้อีกด้วย
ในขณะเดียวกันพวกมันก็มีกำลังพลมากกว่าไป๋อู้เกือบสามเท่า
หรือแม้กระทั่งเทพีแห่งโชคลาภ ก็ยังยืนอยู่ข้างพวกมัน แต้มลูกเต๋าที่ได้ ก็มักจะให้จำนวนก้าวเดินมากกว่าไป๋อู้อยู่บ่อยครั้ง
มังกรบินขี่หน้า จะแพ้ได้ยังไง*5!
ความเข้าใจในเกมหมากรุกของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกับหมาป่าตาเดียว กลับเหนือความคาดหมายของไป๋อู้ แมวกับหมาสองตัวนี้สามารถบีบให้เขาต้องงัดแผน D ออกมาใช้ได้ ทำให้เขารู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลูบหัวหมาเกาพุงแมวขึ้นมาทันที
ภายใต้การบอกใบ้สารพัดรูปแบบของเขา คู่ต่อสู้ก็เริ่มปักใจเชื่อแล้วว่า กองกำลังของเขาเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่สนามรบนั้นกว้างใหญ่ไพศาล กองกำลังที่เหลืออยู่เหล่านี้ รังแต่จะทำให้เสียเวลาเปล่า — นี่ก็เป็นคำใบ้ของไป๋อู้เช่นกัน
ตอนที่เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งอ่านความคิดของไป๋อู้ ไป๋อู้ก็แกล้งทำเป็นใช้กลยุทธ์กองโจร เพื่อถ่วงเวลา
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งในตอนนั้นแทบจะหลุดขำออกมา อดใจไม่ไหวอยากจะเยาะเย้ยไป๋อู้ซึ่ง ๆ หน้า
ก็จริงอยู่ที่ว่าถ้าไป๋อู้มีหมากเหลืออยู่น้อยนิด บนกระดานหมากรุกที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ การใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศพิเศษ ก็สามารถยืดเวลาการสู้รบออกไปได้
แต่วิธีเอาชนะ ยังมีการทำลายหอคอยที่อยู่ตรงกลางแผนที่อยู่อีกนะ
"ไอ้มนุษย์หน้าโง่ แกมัวแต่โชว์สเต็ปการเดินหมากอยู่ตรงนี้ แต่ฉันยึดหอคอยตรงกลางได้แล้วเว้ย!"
ดังนั้น ภายใต้การชักนำของไป๋อู้ ทั้งสองตัวจึงเริ่มจัดกองกำลังล้อมหอคอยไว้อย่างแน่นหนา
พวกมันก็ไม่ได้โง่นะ ต่อให้ไม่คิดว่าไป๋อู้จะลอบโจมตีหอคอยได้ แต่ก็ยังปิดทางเข้าออกรอบ ๆ หอคอยจนมิด แทบไม่เหลือความหวังใด ๆ ให้ไป๋อู้เลย!
และสำหรับพื้นที่อิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงผลเป็นโค้ดรวนและไม่สามารถตรวจสอบได้ก่อนหน้านี้ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งก็ได้ส่งหมากเข้าไปตรวจสอบแล้ว ถึงแม้จะตรวจสอบได้ไม่หมดทุกพื้นที่ แต่ก็สามารถยืนยันได้ว่า ต่อให้ไป๋อู้จะซุ่มกำลังทหารไว้ในพื้นที่นั้น ก็มีจำนวนไม่เกินสิบตัวอย่างแน่นอน
ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น ไป๋อู้วางกำลังทหารไว้ที่นั่นแค่ตัวเดียวเท่านั้น
เขาตั้งชื่อให้ทหารตัวนั้นว่า 'อู่จิ่ว'
หมากรุกยังคงดำเนินต่อไป หอคอยถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง
ดูเหมือนว่าเพราะสติสัมปชัญญะที่สับสนวุ่นวาย ทำให้ไป๋อู้ไปติดกับดักระหว่างที่ใช้กลยุทธ์กองโจร กองทัพนักธนูของอีกฝ่าย ทำให้ทหารกองโจรของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกับหมาป่าตาเดียว ราวกับมองเห็นรุ่งอรุณแห่งชัยชนะอยู่รำไร
เพียงแต่ไม่รู้ทำไม ผู้ร่วงหล่นทั้งสองตัวกลับมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ราวกับว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน
แต่ก็ช่างมันเถอะ หอคอยถูกล้อมไว้อย่างแน่นหนาถึงสามชั้น สถานการณ์แบบนี้ ทำให้พวกมันไม่คิดว่าจะมีอะไรให้ต้องระแวงอีก
สภาพของไป๋อู้ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
ทหารของเขาก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ส่วนหอคอยก็รอแค่โดนโจมตีอีกเพียงครั้งเดียวในตาหน้าก็จะพังทลายลง
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งถึงกับไม่ปิดบังรอยยิ้มอีกต่อไป มีผีพนันกี่คนแล้วนะที่คิดว่าตัวเองเป็นโคตรเซียนพนัน แล้วต้องมาพ่ายแพ้ในเกมเดิมพันตานี้?
แต่การที่ไป๋อู้สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ในที่สุดหมากรุกก็ดำเนินมาถึงตาสุดท้ายของไป๋อู้ ซึ่งก็คือตาสุดท้ายของเกมนี้เช่นกัน
หอคอยรอแค่การโจมตีครั้งสุดท้ายก็จะพังทลายลง
แต่หมากของไป๋อู้ที่อยู่ใกล้หอคอยที่สุด ยังห่างออกไปถึงสามสิบกว่าก้าว...
ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ผลการแข่งขันเป็นที่แน่ชัดแล้ว
ทว่าในเวลานี้เอง จู่ ๆ ดวงตาของไป๋อู้ก็กลับมาสว่างใสอีกครั้ง ความสับสนงุนงง ความอ่อนล้าจากการถูกสะกดจิต และการถูกแทรกแซงทางจิตใจ ล้วนสลายหายไปจนหมดสิ้น
"ผมเล่นสนุกมากเลยนะ แต่เกมนี้ควรจะจบลงได้แล้วล่ะ"
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและหมาป่าตาเดียวถึงกับชะงักงันไปในทันที ทำไมไอ้เด็กนี่... ถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปล่ะ?
ราวกับดาบที่หักงอและขึ้นสนิม จู่ ๆ ก็กลายมาเป็นดาบที่คมกริบจนสามารถตัดได้ทุกสรรพสิ่ง
ออร่านี้ทำให้หัวใจของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ!
จู่ ๆ มันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นก็จ้องเขม็งไปยังพื้นที่โค้ดรวนที่อยู่ห่างจากอาณาเขตของหอคอยออกไปยี่สิบเอ็ดก้าว
โค้ดรวนสลายไป
ที่ระยะห่างยี่สิบเอ็ดก้าว หมากที่ไป๋อู้ตั้งชื่อให้ว่า 'อู่จิ่ว' ตัวนั้น ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง!
กระดานหมากรุกตานี้ไม่เหมือนกับเมื่อสี่สิบห้าปีก่อน แต่ความตื่นตะลึงที่มันมอบให้กับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งนั้นไม่ต่างกันเลย
พลังโจมตีของนักดาบนั้นเทียบเท่ากับนักเวท สามารถปลิดชีพศัตรูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่เดินได้แค่ครั้งละหนึ่งก้าวเท่านั้น
ไป๋อู้สามารถเดินหมากได้แค่สิบสองก้าว ไม่มีทางลอบโจมตีหอคอยได้เลย!
แต่ในเวลานี้ ลูกเต๋าของไป๋อู้กลับทอยได้เลขหก!
เทพีแห่งโชคลาภราวกับจู่ ๆ ก็มาเข้าข้างไป๋อู้!
และเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งก็สังเกตเห็นว่า พื้นที่ที่ 'อู่จิ่ว' ยืนอยู่นั้น คือพื้นที่ที่สามารถทำให้หมากเดินหน้าได้ทีละสามก้าว
ในพริบตานั้น เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งราวกับมองเห็นภาพภาพหนึ่ง —
นักดาบผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง พุ่งทะยานมาจากอีกฟากฝั่งอันไกลโพ้น จากนั้นก็บุกเดี่ยวเข้าไปในดงศัตรู ราวกับเทพเจ้าจุติลงมา!
ท้ายที่สุด เขาก็ทะลวงเข้าไปจนถึงแนวหลังของศัตรู และคว้าเอาผลปวงแห่งชัยชนะมาได้!
"ผมชนะแล้ว"
(จบบท)