- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 150 เหตุพลิกผันกะทันหัน
บทที่ 150 เหตุพลิกผันกะทันหัน
บทที่ 150 เหตุพลิกผันกะทันหัน
"ข้าคือจักรพรรดิสวรรค์!"
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วจักรวาล ทะลุผ่านกาลเวลา จารึกอยู่ในมรรคาอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินโดยตรง แม้ผ่านไปเนิ่นนานชั่วกัปชั่วกัลป์ก็ยังสามารถรับรู้ได้!
ทั่วทั้งจักรวาลชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง เสียงดังกึกก้องราวกับภูเขาถล่มสึนามิซัด เสียงโห่ร้องดังขึ้นเรื่อยเรื่อย ชื่อของจักรพรรดิสวรรค์สั่นสะเทือนไปทั่วแปดทิศ สั่นคลอนไปทั่วทั้งหกทิศโดยตรง!
จุดแสงเล็กเล็กปรากฏขึ้นจากร่างกายของสรรพสัตว์ ล่องลอยมารวมตัวกัน ทั่วทุกสารทิศล้วนเป็นมหาสมุทรแห่งแสง ท้ายที่สุดก็รวมตัวกันเป็นมหาสมุทรแห่งความเชื่อมั่น พุ่งเข้าหาเมิ่งชวนราวกับแม่น้ำสายยาว ห่อหุ้มเมิ่งชวนไว้ หวังจะรักษากายาจักรพรรดิของเขา ฟื้นฟูพลังเวทอันสูงสุดของเขา และบรรเทาความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณของเขา!
นี่คือความปรารถนาของสรรพสัตว์!
เมิ่งชวนลูบคลำทะเลแห่งแสงรอบตัวเบาเบา มองตามเหตุและผล เห็นผู้คนที่หน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มีน้ำตาไหลรินอาบแก้ม กำลังโห่ร้องยินดีให้กับตน เมิ่งชวนก็แย้มยิ้มออกมา
ความเชื่อมั่นอันไร้ที่สิ้นสุดมารวมตัวกัน ขับเน้นให้เมิ่งชวนดูราวกับราชันเซียนจุติลงมายังโลกมนุษย์!
"จะไม่ปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างนี้ได้อย่างไรล่ะ" เมิ่งชวนกล่าวเบาเบา ราวกับพูดให้ตนฟัง และราวกับพูดให้ทะเลแห่งความเชื่อมั่นที่อยู่ข้างกายฟัง
"เผ่าพันธุ์มนุษย์ สรรพสัตว์..." ภายในเขตหวงห้าม มีเสียงจักรพรรดิอันเลือนรางดังขึ้น เมื่อมองดูเมิ่งชวนในวินาทีนี้ คล้ายกับนึกถึงวันเวลาที่ตนเคยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล และได้รับการเคารพเทิดทูนจากหมื่นเผ่าพันธุ์
"กลับไปไม่ได้แล้วสินะ!" จักรพรรดิมนุษย์องค์หนึ่งทอดถอนใจ ภายในใจถึงกับมีความรู้สึกเสียใจปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย การที่ตนเฉือนระดับการฝึกฝนทิ้งแล้วเข้าสู่เขตหวงห้าม ทิ้งความงดงามทั้งหมดไว้ในยุคสมัยที่ล่วงลับไปแล้วของตน มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงจริงหรือ?
"กลุ่มแชทที่คนเช่นนี้เป็นผู้ดูแล จะทำร้ายข้าจริงจริงงั้นหรือ?" ณ ดินแดนหมอกสีเทา หานลี่มองดูทุกสิ่งทุกอย่างนี้ แล้วก็เงียบงันไป
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้สร้างผลกระทบต่อเขามากเกินไปจริงจริง ไม่ว่าจะเป็นพลังอันแข็งแกร่งที่สามารถทำลายล้างฟ้าดินได้ หรือเสียงโห่ร้องอย่างจริงใจของสรรพสัตว์ในจักรวาลนี้
หานลี่ไม่ใช่คนดี ทว่าสำหรับฉากนี้ จะไม่ให้เคารพเลื่อมใสได้อย่างไร!
เพราะเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกันนี่นา!
"มหาจักรพรรดิสุนัขบ้า แย่งความโดดเด่นของข้าไปอีกแล้ว!" ในโลกหนึ่งคัมภีร์แห่งเกียรติยศ เมิ่งฉีดูไลฟ์สตรีมอยู่ เมื่อเห็นฉากนี้ ก็ทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาล "ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไหร่เสี่ยวเมิ่งอย่างข้าจะสามารถควบคุมกลุ่มแชทได้อย่างสมบูรณ์ล่ะ! จะได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทุกสิบทิศหมื่นโลก! สาบานว่าจะต้องโค่นล้มโจรเมิ่งให้จงได้!"
"เสี่ยวเมิ่ง เจ้าขำอันใดน่ะ?" เจียงจื่อเวยมองดูเมิ่งฉีที่ปากเอ่ยคำขู่ ทว่ากลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อ๊ะ? ข้าขำที่ไหนล่ะ!" เมิ่งฉีทำหน้าขรึม กล่าวอย่างจริงจัง ท้ายที่สุดก็ทนสายตาของเจียงจื่อเวยไม่ไหว ถึงได้เอ่ยอย่างขัดเขินว่า:
"ข้าขำสิ ข้าขำที่มหาจักรพรรดิไร้แผนการ สหายในกลุ่มไร้สติปัญญา! ถึงกับไม่มาประจบสอพลอปราชญ์แท้จริงอย่างข้า!" เมิ่งฉีตบโต๊ะ รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง มีตาหามีแววไม่!
"แต่ข้ายิ่งขำที่มีคนรนหาที่ตายมากกว่า!" เมิ่งฉีแสดงการเปลี่ยนสีหน้าด้วยความเร็วแสง สีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเย็นยะเยือก "มารดามันเถอะ กล้ามาแตะต้องคนของพวกเรา! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!"
หยวนจื๋อมองดูทะเลแสงแห่งความเชื่อมั่นข้างกายเมิ่งชวน ฟังเสียงโห่ร้องที่ดังระงมดั่งเกลียวคลื่นอยู่ข้างหู ความโกรธเกรี้ยวพลันพวยพุ่งออกมาจากส่วนลึกของไขกระดูก ไหลเวียนไปทั่วร่างพร้อมกับสายเลือด กระทั่งเลือดเซียนยังถูกย้อมด้วยสีดำเล็กน้อย
"ผู้ที่กล้าขนานนามตนเองว่าจักรพรรดิสวรรค์ จะต้องตายอย่างแน่นอน!" ในวินาทีนี้ หยวนจื๋อราวกับสูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้ว เซียนแท้จริงองค์หนึ่งถึงกับเปล่งเสียงร้องต่ำต่ำราวกับสัตว์ป่าออกมา!
เมิ่งชวนมองหยวนจื๋อ ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หยวนจื๋อผิดปกติมาก ตั้งแต่ได้ยินคำเรียกขานว่าจักรพรรดิสวรรค์ เขาก็คล้ายกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
หยวนจื๋อพุ่งเข้าหาเมิ่งชวนอย่างไม่คิดชีวิต มหาศึกอันน่ากลัวปะทุขึ้นอีกครา การต่อสู้ในครั้งนี้ แฝงไปด้วยความดุร้ายอยู่หลายส่วน
กระบี่เสวียนหวงฟาดฟัน หวังจะผ่ากายาจักรพรรดิของเมิ่งชวน เหนือศีรษะเมิ่งชวนมีจานหยกแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้น พัวพันกับกระบี่เสวียนหวง เปิดสนามรบขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง
นี่คือการทำให้มรรคาของเมิ่งชวนเป็นรูปธรรม! แข็งแกร่งเพราะมรรคา! ย่อมไม่ด้อยไปกว่าอาวุธเซียนแน่นอน!
เมิ่งชวนใช้หมัดและเท้าทำลายการสกัดกั้นทั้งหมด เข้าต่อสู้ระยะประชิดกับหยวนจื๋อ กายาจักรพรรดิและกายาเซียนปะทะกัน ส่งเสียงดังราวกับเหล็กเทพกระทบกัน บริเวณที่ปะทะ มีโลกใบเล็กเกิดดับ ความว่างเปล่าสูญสลาย ไร้กำลังจะฟื้นฟู
ทั้งสองพุ่งทะยานข้ามท้องฟ้า ในระหว่างการต่อสู้ก็พุ่งชนเข้าไปในใจกลางดวงตะวัน ในชั่วพริบตาดวงตะวันก็ระเบิดออก ถูกคลื่นพลังกำปั้นและฝ่าเท้าของทั้งสองสั่นสะเทือนจนกลายเป็นผุยผง!
ท้องฟ้าจำลองสั่นคลอน ยามต่อสู้กันอย่างดุเดือดก็ซัดจนเกิดเป็นเขตแดนต้องห้ามแห่งดวงดาวขึ้นมาทีละแห่ง มรรคาอันยิ่งใหญ่ไม่คงอยู่ กาลอวกาศสับสนวุ่นวาย หากล่วงล้ำเข้าไปจะต้องตายสถานเดียว!
"ครืน!"
เสียงดังกึกก้องราวกับอัสนีบาตแผ่ซ่านไปทั่วทั้งจักรวาล ทุกคนต่างจับจ้องการต่อสู้นี้ ตื่นตะลึงกับพลังอำนาจอันบ้าคลั่ง ยามเห็นทั้งสองพุ่งทะยานเข้าไปในความโกลาหลบริเวณชายแดน ความโกลาหลก็ระเบิดออกโดยตรง รอบกายทั้งสองปรากฏพื้นที่สุญญากาศขึ้นมา!
"อ๊า!"
เมิ่งชวนอาบเลือด เลือดที่อาบคือเลือดเซียน เส้นผมที่รายล้อมด้วยปราณโกลาหลปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง เขาคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว จากนั้นเรื่องที่ทำให้ผู้คนแทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่างก็บังเกิดขึ้น!
หมัดจักรพรรดิแกว่งไกว ทะลวงผ่านร่างกายของหยวนจื๋อโดยตรง! จากนั้นเมิ่งชวนก็ใช้ทั้งสองมือ ฉีกกระชากร่างของหยวนจื๋อทั้งเป็น!
"ปัง!"
หยวนจื๋อระเบิดออก หยาดเลือดดุจบุปผาปลิวว่อน ย้อมไปทั่วความโกลาหล เมิ่งชวนเลือดอาบไปทั้งตัว ดวงตาทั้งคู่สาดประกายประดุจสายฟ้า บนร่างมีจิตวิญญาณการต่อสู้อันสูงสุดพวยพุ่ง ปั่นป่วนความโกลาหล จ้องมองไปยังทิศทางที่หยวนจื๋อระเบิดออกอย่างแน่วแน่
เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งอันไร้เทียมทานในฟ้าดิน และเป็นอมตะตลอดกาล!
"เข้ามาอีก!" เมิ่งชวนตะโกนก้อง พลังชีวิตของเซียนแท้จริงนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก จะไม่ถูกฆ่าตายง่ายง่ายหรอก!
ไม่ไกลออกไป หมอกเลือดรวมตัวกัน หยวนจื๋อปรากฏตัวขึ้นอีกคราในความโกลาหลแห่งนี้ มองดูเมิ่งชวนด้วยใบหน้าซีดเซียว ไม่เอ่ยคำใด พุ่งทะยานเข้ามาโดยตรง วันนี้ทั้งสองฝ่ายจะต้องล้มลงไปข้างหนึ่งอย่างแน่นอน!
เลือดเซียนดุจหยกแดงสาดกระเซ็น ย้อมชายแดนให้กลายเป็นสีแดง ย้อมความโกลาหลให้กลายเป็นสีแดง เพิ่มสีสันให้กับกายาจักรพรรดิของเมิ่งชวน
จานหยกแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่และกระบี่เสวียนหวงพัวพันกันในความว่างเปล่า เฉกเช่นเดียวกับเจ้านายของพวกมัน จานหยกแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่ก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ และยามที่ปะทะกันก็ดูดซับมรรคาของอาวุธเซียนแท้จริงอย่างกระบี่เสวียนหวงไปด้วย กลิ่นอายมรรคายิ่งทวีความลี้ลับมากขึ้น
จักรพรรดิสวรรค์และเซียนแท้จริงต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด จิตวิญญาณการต่อสู้พุ่งทะยานสู่เมฆา เมิ่งชวนต่อสู้จนบ้าคลั่ง กายาจักรพรรดิมีแสงเซียนอมตะทะลวงออกมา โจมตีจนหยวนจื๋อระเบิดไปหลายต่อหลายครั้ง เรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากสรรพสัตว์ในจักรวาลครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกคนล้วนมองออกว่า ความพ่ายแพ้ของเซียนแท้จริงอย่างหยวนจื๋อนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ตำนานกำลังจะถือกำเนิดขึ้นในวันนี้! ขอบเขตมนุษยชาติลุกฮือสู้กลับเซียนแท้จริง!
"จักรพรรดิสวรรค์ไร้เทียมทาน!"
ทั่วทั้งจักรวาลมีเสียงกู่ร้องดังกึกก้อง ร้องเรียกชื่อของเมิ่งชวน
"จักรพรรดิสวรรค์ไร้เทียมทาน!" กายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมก็หัวเราะแล้วโห่ร้องออกมาเช่นกัน เขาปลงตกกับหลายสิ่งหลายอย่างได้แล้ว จึงเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
"ตูม!"
เสียงแผดคำรามราวกับฟ้าดินเบิกออกดังขึ้น หยวนจื๋อถูกเมิ่งชวนซัดจนกลายเป็นหมอกเลือดอีกครา ครั้งนี้เขาต้องใช้เวลานานมากในการประกอบร่างจริงขึ้นมาใหม่
เซียนแท้จริงก็แค่มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งหาใช่อมตะไม่!
ถูกซัดจนระเบิดไปหลายต่อหลายครั้ง จนกระทบกระเทือนถึงต้นกำเนิดของหยวนจื๋อแล้ว เซียนแท้จริงผู้นี้ มาถึงจุดที่น้ำมันตะเกียงเหือดแห้งแล้ว
ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน กายเนื้อชนกระแทก มรรคาพัวพัน พลังเวทเสียดสี จิตวิญญาณแปลงรูปลักษณ์เข้าห้ำหั่น วิชาเทพปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คือการต่อสู้รอบด้าน! และหยวนจื๋อก็ถูกบดขยี้อย่างราบคาบในทุกด้าน! หากเมิ่งชวนต้องการ เขาคงตายไปนานแล้ว!
ต่อให้เมิ่งชวนออมมือ บัดนี้หยวนจื๋อ ก็อยู่ในสภาพปางตายแล้ว!
ในวินาทีนี้หยวนจื๋อ ไม่มีท่วงท่าอันสงบนิ่งเยือกเย็นเฉกเช่นตอนที่เพิ่งมาถึงอีกต่อไป ความเย่อหยิ่งจองหองและความทะนงตัวทุกอย่างล้วนถูกตบจนแหลกสลาย มีเพียงความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า และความเกลียดชังเข้ากระดูกดำที่ฝังรากลึกอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณของเขา
นี่ทำให้เมิ่งชวนไม่เข้าใจยิ่งนัก พวกเราไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ข้าก็แค่ทุบเจ้าไปยกหนึ่ง ถึงแม้จะใกล้ทุบเจ้าตายแล้วก็เถิด ทว่าเจ้าจะโกรธแค้นมากมายถึงเพียงนั้นไปเพื่อเหตุใด?
ข้าขนานนามตนเองว่าจักรพรรดิสวรรค์ ไปกินข้าวของโลกพวกเจ้าหรือว่าไปขโมยผักของโลกพวกเจ้าหรืออย่างไร?
"เจ้ากำลังจะตายแล้ว" เมิ่งชวนเอ่ยปาก บอกจุดจบของหยวนจื๋อให้เจ้าตัวรับทราบ
"ผู้ที่ขนานนามว่าจักรพรรดิสวรรค์ ล้วนต้องตาย!" หยวนจื๋อยังคงใช้ประโยคนี้ตอบกลับเมิ่งชวน เมิ่งชวนส่ายหน้า ช่างเป็นผู้ที่มองสถานการณ์ไม่ออกเสียจริง!
ข้าสังหารหยวนจื๋อแน่! พระเยซูมาก็ช่วยเขาไม่ได้! เต้าสื่ออย่างข้าเป็นคนเอ่ยเอง!
เมิ่งชวนปรากฏตัวข้างกายหยวนจื๋อ ไม่เอ่ยอันใดให้มากความอีก หมัดนี้ จะปลิดชีพเซียนของเจ้า!
สรรพสัตว์ในจักรวาลกลั้นหายใจ หวังจะได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานในวินาทีประวัติศาสตร์นี้ เป็นประจักษ์พยานในวินาทีแห่งการสังหารเซียน!
"ตูม!"
กำปั้นข้างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เบื้องบนมีวิชาเซียนขั้นสูงสุดแสดงอยู่ หมัดเซียนใสกระจ่างประดุจหยก เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับแสงเงินแสงทองในยามเช้า ทว่ากลับแฝงด้วยจิตสังหารอันท่วมท้น ซัดเข้าใส่เมิ่งชวน
"แก๊ง!"
ยังมีเสียงระฆังดังกังวานขึ้น จากนั้นระฆังเซียนใบหนึ่งที่สลักหมื่นโลกหมื่นเผ่าพันธุ์หมื่นเซียน เป็นอมตะตลอดกาล แสงเซียนปกคลุมโลก พุ่งเข้าชนเมิ่งชวน หวังจะปราบปรามสังหารจักรพรรดิสวรรค์องค์นี้!
"ปัง!"
ฝ่าเท้าค้ำฟ้าขนาดยักษ์เหยียบลงมาจากฟากฟ้า โอหังและบ้าคลั่ง เหยียบลงไปบนศีรษะของเมิ่งชวนโดยตรง หวังจะเหยียบเมิ่งชวนให้แหลกละเอียด!
"จักรพรรดิสวรรค์ ล้วนต้องตาย!" วินาทีนี้หยวนจื๋อเผยรอยยิ้มอันบ้าคลั่ง มองดูการโจมตีทั้งสามสายที่หมายจะทำลายล้างทุกสิ่งรอบกายเมิ่งชวน
เหตุพลิกผันบังเกิดขึ้น ถึงกับมีคนลอบโจมตีเมิ่งชวน!
หยวนจื๋อมีผู้ช่วย และอยู่ในขอบเขตเดียวกับหยวนจื๋อ แถมยังมีมากกว่าหนึ่งคน
ในเงามืดยังซ่อนเซียนเอาไว้อีกถึงสามองค์!
คนที่ไม่โหวตตั๋วรายเดือน สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของข้าหรือยัง?!!