- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 577 กู้ฉิงเทียน: พ่อขอแนะนำให้ลูกแต่งงานกับหลิงหยุน
บทที่ 577 กู้ฉิงเทียน: พ่อขอแนะนำให้ลูกแต่งงานกับหลิงหยุน
บทที่ 577 กู้ฉิงเทียน: พ่อขอแนะนำให้ลูกแต่งงานกับหลิงหยุน
บทที่ 577 กู้ฉิงเทียน: พ่อขอแนะนำให้ลูกแต่งงานกับหลิงหยุน
พอถึงวงสุดท้าย หลิงหยุนยิ่งใช้กำลังเพียงคนเดียวเผชิญหน้ากับการร่วมมือของสามเผ่าพันธุ์ระดับสูง ในท้ายที่สุด ภายใต้การปิดล้อมโจมตีของสามเผ่าพันธุ์ระดับสูง เขาก็สามารถแย่งชิงบัลลังก์เทพสูงสุดมาได้ แถมยังใช้โอกาสนี้ สังหารลอร์ดทั้งหมดของทั้งสามเผ่าพันธุ์ระดับสูงจนหมดสิ้น
เมื่อได้ยินว่าหลังจบการต่อสู้ ทั่วทั้งสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เหลือเพียงหลิงหยุนและกู้หลิงเยียนแค่สองคน และลอร์ดคนอื่นๆ ทั้งหมดถูกหลิงหยุนฆ่าเรียบ กู้ฉิงเทียนถึงกับเบิกตากว้าง เขามีชีวิตมาหลายพันปี เคยเห็นคนจริงจอมโหดมานับไม่ถ้วน แต่กลับไม่เคยเห็นใครเป็นเหมือนหลิงหยุนเลย แม่มเอ๊ย เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นแค่ลอร์ดระดับหก แต่กลับไล่ฆ่าฝูงลอร์ดระดับเก้าจนร้องโหยหวน แถมสุดท้ายยังฆ่าล้างบาง สังหารลอร์ดที่เข้าร่วมแข่งขันจนหมดเกลี้ยง แบกกู้หลิงเยียน แบกประเทศเซี่ย และยิ่งแบกตัวเองให้ทะยานขึ้นไป
กระบวนการทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะฟังยังไงก็เหมือนเรื่องเพ้อฝัน ถ้าไม่ใช่เพราะกู้หลิงเยียนเป็นคนพูดออกมาจากปากเอง บวกกับกู้ฉิงเทียนได้เห็นกระดานจัดอันดับด้วยตาตัวเองล่ะก็ กู้ฉิงเทียนจะไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด แต่ตอนนี้ เขาจำต้องเชื่อ เพราะความจริงมันวางอยู่ตรงหน้าแล้ว
เล่าเรื่องยาวเหยียดจบ ในตอนท้ายกู้หลิงเยียนก็กล่าวว่า: "สรุปก็คือ การเดินทางในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ พึ่งพาลอร์ดหลิงหยุนแบกมาล้วนๆ การที่ลูกได้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นอันดับสอง ก็เป็นเพราะลอร์ดหลิงหยุนมอบให้ค่ะ"
กู้ฉิงเทียนดื่มน้ำชาในมือจนหมดแก้วรวดเดียว บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ "เด็กที่ชื่อหลิงหยุนคนนี้ น่าสะพรึงกลัวจริงๆ ดูท่าประเทศเซี่ยของพวกเรา จะได้โบยบินเพราะเขาก็งานนี้แหละ" หลิงหยุนเพิ่งจะเป็นลอร์ดมาได้ไม่ถึงสองปี ก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว แล้วถ้าผ่านไปห้าปี สิบปี หรือแม้กระทั่งร้อยปีล่ะ? หลิงหยุนจะแข็งแกร่งไปถึงระดับไหน? มีเขาอยู่ ย่อมสามารถแบกประเทศเซี่ยให้ทะยานขึ้นไปได้อย่างแน่นอน นี่ก็คือสิ่งที่กู้ฉิงเทียนบอกว่าประเทศเซี่ยจะได้โบยบิน การยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมและศักยภาพของประเทศเซี่ย อยู่แค่เอื้อมแล้ว
กู้หลิงเยียนได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้ารัวๆ: "ต้องได้แน่นอนค่ะ ลอร์ดหลิงหยุนยังบอกอีกว่า เขาจะเข้าสู่สมรภูมิระดับจักรวาลให้เร็วที่สุด" ได้ยินคำพูดนี้ กู้ฉิงเทียนก็มองไปที่กู้หลิงเยียน เมื่อเห็นยัยหนูนี่หน้าแดงก่ำ ดวงตาเป็นประกาย แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและตั้งตารอคอย จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเผยรอยยิ้มแบบป้าข้างบ้านออกมา "หลิงเยียน ลูกคิดว่าหลิงหยุนคนนี้เป็นยังไงบ้าง?"
สิ้นเสียง กู้หลิงเยียนก็ตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณ: "ก็ดีมากๆ เลยค่ะ แข็งแกร่ง หน้าตาก็หล่อ แถมยังหนุ่มแน่น มีความกล้า มีความฉลาด มีฝีมือ อนาคตต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่ๆ ค่ะ" กู้ฉิงเทียนปรบมือเบาๆ: "งั้นก็ดีเลย สานสัมพันธ์กับหลิงหยุนให้ดีๆ ล่ะ! ถ้าเป็นไปได้ ก็แต่งงานกับเขา คอยสนับสนุนเขา เขาจะกลายเป็นอนาคตของประเทศเซี่ย ของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน และเผ่าพันธุ์มนุษย์"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ กู้หลิงเยียนถึงเพิ่งรู้ตัว ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อ บ่นอุบอิบว่า: "ท่านพ่อ พูดอะไรเนี่ย?" กู้ฉิงเทียนหัวเราะฮ่าๆ: "อายุแปดสิบกว่าแล้ว ทำตัวเป็นผู้ใหญ่หน่อย ถึงวัยที่ต้องคุยเรื่องแต่งงานมีครอบครัวแล้ว" "ก่อนหน้านี้ลูกเอาแต่บอกไม่ใช่เหรอ ว่าอยากหาลอร์ดจากประเทศเซี่ยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันและแข็งแกร่งกว่าลูกน่ะ?" "พ่อว่าหลิงหยุนก็ไม่เลวนะ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกเลย ไม่ใช่เหรอ?"
กู้หลิงเยียนได้ยินดังนั้น ในใจก็แอบดีใจอยู่บ้าง เพราะยังไงซะ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ เธอก็รู้สึกดีกับหลิงหยุนอยู่แล้ว ตอนนี้ การที่กู้ฉิงเทียนพูดแบบนี้ มันไม่ได้เป็นการบอกกู้หลิงเยียนหรอกเหรอ ว่าเขาเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้น่ะ? ขอแค่กู้หลิงเยียนพยักหน้า กู้ฉิงเทียนก็ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
แน่นอนว่า แอบดีใจก็ส่วนแอบดีใจ แต่ความสงวนท่าทีและความเขินอายที่ควรมีก็ต้องมี กู้หลิงเยียนจึงบ่นพึมพำว่า: "แต่เขาเพิ่งจะยี่สิบเองนะ ลูกปาไปแปดสิบแล้ว" กู้ฉิงเทียนได้ยินดังนั้น ก็ตบโต๊ะปัง: "แล้วมันยังไงล่ะ? ลูกเป็นลอร์ดระดับเก้า มีอายุขัยยาวนานหลายพันปี ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุน อีกไม่นานก็คงกลายเป็นลอร์ดระดับเก้าและมีอายุขัยหลายพันปีเหมือนกัน" "เมื่อเทียบกับอายุขัยหลายพันปีของพวกลูกแล้ว ช่องว่างแค่อายุหกสิบปี มันจะไปนับเป็นอะไรได้ล่ะ?"
กู้หลิงเยียนฟังแล้ว ก็คิดว่ามันก็จริง มีชีวิตอยู่ได้ตั้งหลายพันปี กะอีแค่อายุหกสิบปี มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยจริงๆ ถ้าพูดแบบนี้ ตัวเองก็คงคุยเรื่องนี้กับหลิงหยุนอย่างจริงจังได้ แน่นอนว่า คุยก็ส่วนคุย แต่เรื่องแบบนี้มันเร่งรีบไม่ได้ ดังนั้น กู้หลิงเยียนจึงบอกว่า: "ค่อยเป็นค่อยไปเถอะค่ะ ไว้วันหลังมีโอกาสค่อยว่ากัน"
เมื่อเห็นว่ากู้ฉิงเทียนยังอยากจะพูดอะไรอีก กู้หลิงเยียนก็ลงมือผลักเขาออกไปข้างนอกทันที: "พอแล้วค่ะท่านพ่อ การไปสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ ลูกได้ของดีมาเยอะเลย ขอเวลาลูกย่อยและจัดการมันก่อน ไว้คราวหน้าค่อยคุยกันนะคะ ไว้ค่อยมาใหม่นะคะ" กู้ฉิงเทียนมีหรือจะไม่รู้ความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของกู้หลิงเยียน ยัยหนูนี่ต้องเขินแล้วแน่ๆ เขาจึงหัวเราะแห้งๆ ทันที: "ดีๆๆ งั้นพ่อไม่รบกวนลูกแล้ว" พูดจบ กู้ฉิงเทียนก็สะบัดมือใหญ่ เปิดประตูเทเลพอร์ตแล้วจากไป
ณ น่านฟ้าแห่งหนึ่งในสมรภูมิระดับสอง อาณาจักรอันเดด หลิงหยุนที่กำลังตรวจสอบทรัพยากรอยู่ จู่ๆ ก็จามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง "เชี่ยเอ๊ย ใครแอบนินทาฉันลับหลังวะเนี่ย?"
หลิงหยุนขยี้จมูก จากนั้นก็นำกองทหาร คัมภีร์ ผลไม้จิตวิญญาณ ไปจนถึงไอเทมทั้งหมดที่ตัวเองไม่ได้ใช้และตรวจสอบเสร็จแล้ว มุ่งหน้าตรงไปยังตลาด เมื่อไปถึง ก็จับขึ้นชั้นวางขายทั้งหมด ติดป้ายบอกราคาอย่างชัดเจน เพื่อขายให้กับลอร์ดประเทศเซี่ย วินาทีต่อมาหลังจากที่กดปุ่มวางขาย ลอร์ดประเทศเซี่ยจำนวนมหาศาลในสมรภูมิระดับสองก็พากันแห่ทะลักเข้ามาในร้านค้าโครงกระดูกแย่งกันซื้ออย่างบ้าคลั่ง ช้อปปิ้งกันอย่างดุเดือด เพียงแค่ไม่ถึงสองนาที สินค้าทั้งหมดที่หลิงหยุนนำขึ้นชั้นวางขาย ก็ถูกกวาดซื้อไปจนหมดเกลี้ยง