เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 226.เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย

บทที่ 226.เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย

บทที่ 226.เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย


“พี่สะใภ้รีบหนี!”

ฉินฮั่นลืมตาขึ้นทันทียังไม่ทันเห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

เขาจำได้เพียงว่าหลังจากเข้าไปในห้องก็ถูกลอบโจมตีจนสลบไป

แต่เมื่อเห็นว่าลู่หลิงอวิ้นยืนอยู่ตรงหน้าอย่างปลอดภัยเขาก็อดแปลกใจไม่ได้รีบกวาดตามองรอบๆแล้วพบว่าตอนนี้ตนเองอยู่ด้านนอกวัดโบราณแล้ว

ทันใดนั้นเขารู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจรีบยกมือกุมอกโดยสัญชาตญาณ

พรวด!

เลือดสดพุ่งออกจากปาก

เขานอนหอบอยู่กับพื้นพักใหญ่ก่อนจะเงยหน้ามองลู่หลิงอวิ้น

“พี่สะใภ้เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”

“นายถูกลอบโจมตี”

ลู่หลิงอวิ้นยืนอยู่ตรงหน้าเขามองสำรวจชายที่เพิ่งเปลี่ยนหัวใจเป็นของสุนัขอย่างละเอียดแค่กระอักเลือดออกมาดูท่าแล้วคงไม่ตาย

ฉินฮั่นได้ยินแบบนั้นแววตาที่มองลู่หลิงอวิ้นเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและมีบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

เขาคิดว่าเป็นลู่หลิงอวิ้นที่จัดการพระในห้องและช่วยชีวิตเขาไว้

“ขอบคุณพี่สะใภ้!”

เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทุกครั้งที่เห็นลู่หลิงอวิ้นจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างเหมือนชอบอย่างบอกไม่ถูกราวกับเก็บงำมานานหลายปี

แต่น่าเสียดายลู่หลิงอวิ้นคือพี่สะใภ้ตั้งแต่เด็กก็หมั้นหมายกับพี่ชายของเขาแล้ว

พี่ชายยังทำเพื่อเขามามากมายเขาจึงทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจ

“คนกันเองไม่ต้องเกรงใจ”

ลู่หลิงอวิ้นตอบเรียบๆก่อนจะหันไปมองในวัดโบราณเวลาก็ใกล้จะพอดีแล้ว

ทันใดนั้นหน้าประตูก็มีแสงสว่างขึ้นสามสาย ซิงฉือ ชิงซิน และเฉาเสวี่ยฉีปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน

“ศิษย์พี่เซวี่ยล่ะ?”

ฉินฮั่นรู้สึกว่าอาการแน่นอกดีขึ้นมากรีบลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆแล้วพบว่าเซวี่ยเฉิงจูยังไม่กลับมา

“เขาตายแล้ว!”

ชิงซินกำหมัดแน่นพอพูดจบน้ำตาก็เอ่อขึ้นทันที

เธอกับเซวี่ยเฉิงจูเข้าไปในห้องเดียวกันภายในมีพระที่มรณภาพสองรูป

ทั้งสองแยกกันสู้คนละตัวแต่จู่ๆเซวี่ยเฉิงจูก็ล้มลงโดยไม่มีสัญญาณใดๆร่างกายแผ่หมอกสีดำออกมาไม่มีบาดแผลแต่กลับสิ้นลมหายใจในพริบตา

“หมอกสีดำ? หรือว่าจะเป็นปราณมาร?”

เฉาเสวี่ยฉีตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เคยได้ยินหรือเคยเห็นอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับหมอกสีดำมักเกี่ยวข้องกับจอมมารทั้งนั้น

“นายหมายความว่าจอมมารอยู่ที่นี่?”

ชิงซินยิ่งคิดยิ่งหวาดกลัวสีหน้าซีดขาวในทันที

พวกเขามาที่นี่เพื่อตามหากระบี่สังหารเซียนเพื่อใช้จัดการจอมมารหากยังไม่ได้กระบี่ก็เจอจอมมารก่อนพวกเขาจะรอดออกไปได้หรือ?

คนอื่นๆก็คิดเหมือนกันสีหน้าหม่นลงทันที

“ถ้าเป็นจอมมารจริงพวกเราคงตายกันไปหมดแล้ว”

ลู่หลิงอวิ้นเอ่ยขึ้นสายตาคมกริบล็อกไปที่ซิงฉือโดยตรง

“ตอนเข้าประตูเคลื่อนย้ายฉันเห็นเธอปล่อยหมอกสีดำเข้าไปในตัวศิษย์พี่เซวี่ยคนที่ฆ่าเขา...คงเป็นเธอใช่ไหม?”

คำพูดนี้ทำให้ทุกสายตามองไปที่ซิงฉือทันที

ตั้งแต่ก่อนเข้าแดนลับทุกคนก็รู้สึกว่าซิงฉือมีกลิ่นอายประหลาด

และการตายของศิษย์พี่ก็เกี่ยวข้องกับปราณมารทั้งหมด แบบนี้แล้วซิงฉืออาจเกี่ยวข้องกับจอมมารจริง ๆ

“ศิษย์น้องลู่กินข้าวมั่วได้แต่พูดมั่วไม่ได้นะถ้าจะบอกว่าฉันฆ่าเซวี่ยเฉิงจูก็เอาหลักฐานมา!”

ซิงฉือแค่นหัวเราะพยายามรักษาความนิ่งแต่พลังที่แผ่ออกมากลับน่ากลัว

ยังไงถ้าจำเป็นฆ่าทุกคนที่นี่ให้หมดก็ได้พอออกไปก็บอกว่าเจออันตรายในแดนลับ

ในตอนนั้นเองมือของเธอถูกใครบางคนจับไว้

ซิงฉือชะงักมองเห็นสายตาเชื่อมั่นของฉินฮั่นจึงหรี่ตาลงแล้วเก็บพลังทั่วร่าง

“พี่สะใภ้ซิงฉือก็เป็นศิษย์ของเจ็ดเซียนเป็นไปไม่ได้ที่จะเกี่ยวข้องกับจอมมารผมรับประกันให้เธอ!”

ฉินฮั่นยืนบังอยู่ข้างหน้านี่คือผู้หญิงของเขาเขาเชื่อเธอ

“ศิษย์พี่เซวี่ยตายในห้องของวัดคนที่ฆ่าเขาต้องเป็นพระที่มรณภาพแน่ศพมีหมอกสีดำเหมือนกัน!”

ลู่หลิงอวิ้นยักไหล่

“ได้ยินมาว่าพวกเธอสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วในเมื่อเชื่อเธอฉันก็ไม่พูดอะไรแต่ผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็คิดให้ดี”

เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดโปงซิงฉือที่นี่แค่ต้องการฝัง “เมล็ดแห่งความสงสัย” ลงในใจทุกคน

ให้ทุกคนเริ่มระแวงซิงฉือและเห็นว่าฉินฮั่นเลือกอยู่ข้างเธอ แค่นี้ก็พอแล้ว

ในดวงตาของซิงฉือมีแววเย็นเยียบเธอมองออกชัดเจนว่าลู่หลิงอวิ้นกำลังจงใจให้ทุกคนสงสัยเธอ

กำลังจะลงมือแต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างจากลู่หลิงอวิ้นจนหัวใจสั่นวูบ

ถึงได้รู้ว่าพลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าเธอทำให้ต้องกดความคิดอยากฆ่าลงไป

ฉินฮั่นยืนขวางอยู่ระหว่างสองคนไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ลู่หลิงอวิ้นไม่สนใจพวกเขาอีกแล้วแบมือออก

“เอาชิ้นส่วนมา”

ซิงฉือสีหน้าไม่ดีหยิบเศษหินออกมาส่งให้ฉินฮั่น

ฉินฮั่นส่งต่อให้ลู่หลิงอวิ้นคนอื่นก็ทำตาม

ลู่หลิงอวิ้นนำเศษหินทั้งสี่ชิ้นมาต่อเข้าด้วยกันกลายเป็นภาพสมบูรณ์

เป็นภาพคนถือกระบี่ชี้ขึ้นฟ้า

ครืน!

ฝุ่นฟุ้งกระจายพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงวัดโบราณแยกออกเป็นสองฝั่งเผยให้เห็นทางเดินยาวตรงหน้า

ปลายทางของทางเดินนั้นคือท้องฟ้าสีฟ้า

“ไป!”

ลู่หลิงอวิ้นชี้ให้ฉินฮั่นเดินนำ

ฉินฮั่นมองเธอแล้วแอบบ่นในใจพี่สะใภ้ไม่อ่อนโยนเลยพี่ชายคงลำบากแน่

เขาจับมือซิงฉือเดินนำหน้า

ชิงซินกับเฉาเสวี่ยฉีตามมาส่วนลู่หลิงอวิ้นเดินปิดท้าย

เมื่อผ่านทางเดินราวกับหลุดออกจากใต้ทะเลมาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง

ท้องฟ้าสีคราม เมฆขาว ภูเขาเขียว ทุกอย่างงดงามราวภาพวาด

ฉินฮั่นเดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆแปลกตรงที่อันตรายที่ระบุไว้กลับไม่เจอเลยทุกอย่างราบรื่นเกินคาดจนมาถึงภูเขาที่เก็บกระบี่สังหารเซียน

“มันแปลกเกินไป”

ชิงซินเงยหน้ามองภูเขาสูงในใจกลับไม่สบาย

โดยเฉพาะซิงฉือเธอระแวงตลอดเวลา

“ใช่ ราบรื่นเกินไป”

เฉาเสวี่ยฉีพยักหน้า

ซิงฉือมองรอบๆก็พบร่องรอยการต่อสู้แม้จะจางมากแต่ก็จับได้ยิ่งทำให้ระวังตัวมากขึ้น

“โก่วตั้นเอากุญแจออกมาเอากระบี่สังหารเซียนออกมาเถอะ”

ลู่หลิงอวิ้นพูดอย่างเบื่อหน่ายมีอันตรายก็กลัวไม่มีอันตรายก็ระแวง

ถ้าไม่ใช่เพราะฉินชวนเข้ามาจัดการทุกอย่างล่วงหน้าพวกนี้ต่อให้เดินสองวันก็มาไม่ถึง

“ได้”

ฉินฮั่นหยิบกุญแจทองรูปวานรออกมาปล่อยพลังปราณเข้าไปเล็กน้อย

วานรสีทองบนกุญแจเหมือนมีชีวิตกระโดดลงพื้นวิ่งขึ้นเขาไปจนถึงยอดก่อนจะละลายกลายเป็นของเหลวสีทอง

ของเหลวนั้นไหลลงมาภูเขาตรงหน้าสั่นสะเทือนส่งแสงสีทองแล้วแยกออกจากกัน

จบบทที่ บทที่ 226.เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย

คัดลอกลิงก์แล้ว