- หน้าแรก
- เพื่อการเอาชีวิตรอดฉันจำเป็นต้องแอ็กระบบเทพหลัก
- บทที่ 222.จอมมารคนใหม่
บทที่ 222.จอมมารคนใหม่
บทที่ 222.จอมมารคนใหม่
ฉินชวนรออยู่พักใหญ่แต่ระบบก็ไม่แจ้งเตือนอะไรอีก
นั่นหมายความว่า “ชะตาสวรรค์” ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาอย่างง่ายดาย!
ในเมื่อได้ยากก็ต้องตัดเรื่องเล็กๆที่ไม่สำคัญทิ้งแล้วเลือกทำเฉพาะเรื่องใหญ่เท่านั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งฉินชวนเงยเปลือกตาขึ้นมองไปที่ซูเสี่ยวเสี่ยว
“ให้เวลาหนึ่งวันทำความคุ้นเคยกับพลังของตัวเองแล้วค่อยมาหาฉัน!”
“ค่ะ!”
ซูเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าอย่างว่าง่ายบนใบหน้างดงามมีความยินดีที่กลั้นไว้ไม่อยู่
เธอรู้ดีว่านี่คือการที่คุณชายฉินยอมรับเธอแล้ว
หลังจากฉินชวนและคนอื่นๆจากไปเธอก็ขึ้นไปชั้นบนทันที
นั่งขัดสมาธิสัมผัสพลังทั่วร่างของตัวเอง
ลึกๆแล้วเธอมีความรู้สึกว่าพลังนี้เดิมทีก็เป็นของเธออยู่แล้วคุ้นเคยอย่างยิ่งราวกับเมื่อครู่แค่ดึงพลังของตัวเองกลับคืนมาเท่านั้น
ซูเสี่ยวเสี่ยวหลับตาลงช้าๆมือทั้งสองข้างร่ายคาถาทันใดนั้นรอบตัวก็เกิดแสงสีดำหมึกขึ้นและพลังปราณมารจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง
เพียงชั่วพริบตาภายในห้องของเธอก็เต็มไปด้วยปราณมารอันน่าสะพรึง
และเธอใช้เวลาเพียงคืนเดียวก็สามารถดูดซับปราณมารทั้งหมดได้หมดสิ้น
ในวินาทีนั้น
เธอเข้าใจทันทีว่าตัวเองคือจอมมารรุ่นถัดไปที่สวรรค์กำหนด!
ท้องฟ้าเริ่มสางซูเสี่ยวเสี่ยวลืมตาขึ้น
ใบหน้าที่เคยบริสุทธิ์งดงามกลับมีเสน่ห์เย้ายวนเพิ่มขึ้นหลายส่วนแววตาเต็มไปด้วยความลุ่มลึกยั่วยวนแม้แต่บรรยากาศรอบกายก็กลายเป็นสูงส่งและน่าเกรงขาม
และในเวลานี้พลังบ่มเพาะของเธอทะลวงถึงระดับราชามารแล้ว
ซูเสี่ยวเสี่ยวยืนขึ้นสะบัดมือปล่อยกลุ่มปราณมารออกมา ก่อนจะก้าวเข้าไปร่างหายไปจากห้องในพริบตา
.
ภูเขาหว่างซาน ยอดเขาต้วนเยว่!
ศิษย์ของนักพรตเต๋าไป๋ ฉินฮั่น, ศิษย์ลำดับสองของจงเฟย ไป๋ซือเหลียง, ศิษย์ลำดับสี่ของซิงหลาน ซิงฉือ, ศิษย์สายตรงของเนี่ยนอัน ชิงซิน, ศิษย์สายตรงของไท่เหอซานเหริน เซวี่ยเฉิงจู, ศิษย์สายตรงของเก๋อรุ่ยต๋า เฉาเสวี่ยฉี และศิษย์ลำดับสี่ของเจิ้นเสวียนจื่อ ลู่หลิงอวิ้น
ทั้งเจ็ดคนถือแผนที่ล่าสมบัติขึ้นเรือเหาะที่นักพรตเต๋าไป๋มอบให้มุ่งหน้าไปยังทะเลตะวันออก
หลังส่งศิษย์เสร็จเซียนทั้งหกต่างแยกย้ายกลับ
ไท่เหอซานเหรินเหินฟ้ากลับมายังยอดเขาจื่อเยว่ของตน
ทันทีที่ก้าวเข้าลานก็พบว่าศิษย์ทั้งสามของตนล้มอยู่บนพื้น
เขารีบเดินเข้าไปตรวจสอบพบว่าศิษย์ทุกคนตายหมดแล้วตายด้วยกระบวนท่าเดียวบนผิวหนังที่โผล่ออกมามีลายสีดำเต็มไปหมดและศพยังแผ่ปราณมารออกมา!
“แย่แล้ว!”
ไท่เหอซานเหรินตกใจอย่างหนักเขามั่นใจว่านี่เป็นฝีมือของจอมมาร
ด้วยพลังของเขาเองไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ได้เลยเขาสะบัดแขนเสื้อเตรียมหนีทันที
แต่เพิ่งหันตัวก็เห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักยืนอยู่ตรงหน้ากำลังยิ้มให้เขา
ไท่เหอซานเหรินหรี่ตามองเธออย่างระแวดระวัง
เขามองไม่ออกถึงระดับพลังของเธอแต่ปราณมารที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นทำให้เขาหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
ในใจสงสัยหญิงคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับจอมมารหรือว่าเธอเป็นคนฆ่าศิษย์ของเขา?
คิดถึงตรงนี้เขากำอาวุธในมือ—ไม้เท้าศักสิทธิ์แน่นแล้วถามอย่างระวัง
“เธอเป็นใคร?”
“ฉันเหรอ?”
ซูเสี่ยวเสี่ยวเลิกคิ้วเล็กน้อยยิ้มบางๆพลางลูบคาง
“จะเรียกฉันว่าจอมมาร…หรือจะเรียกว่าราชามารก็ได้!”
“เป็นแกนี่เอง!”
ไท่เหอซานเหรินสูดลมหายใจเย็นเข้าเต็มปอดไม่คิดว่าจอมมารจะเปลี่ยนเพศได้เขารีบหันหลังวิ่งหนีทันทีพร้อมกับบีบยันต์ส่งสารในมือแตก
ยันต์นี้เป็นยันต์เฉพาะของเจ็ดเซียนเพียงบีบแตกก็หมายถึงสถานการณ์คับขันถึงชีวิต
อีกฝ่ายยอมรับตัวว่าเป็นจอมมารแล้วเขาย่อมต้องหนีเอาชีวิตรอดก่อน
“จะหนีไปไหนเหรอสามีฉันบอกแล้วว่าวันตายของนายมาถึงแล้ว”
ซูเสี่ยวเสี่ยวยังคงพูดด้วยรอยยิ้มยกมือขึ้นเล็กน้อยปราณมารสีดำก็แผ่ขยายกลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ปกคลุมฟ้า
ไท่เหอซานเหรินพุ่งเข้าไปในปราณมารพยายามดิ้นรนแต่ไร้ผล
ตาข่ายปราณมารหดตัวลงอย่างรวดเร็วไม่นานก็ห่อหุ้มเขาแน่นหนา
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเขารู้สึกได้เพียงอย่างเดียว—จอมมารตรงหน้านี้แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว
“หด!”
ซูเสี่ยวเสี่ยวชี้นิ้วตาข่ายหายวับไปในทันที
ส่วนไท่เหอซานเหรินกลายเป็นเพียงกองกระดูกตกลงมาจากฟ้า
“อุ๊ย ออกแรงมากไปหน่อย”
ซูเสี่ยวเสี่ยวยิ้มพลางสะบัดปราณมารบนมือ
ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงเหินอากาศดังมาแต่ไกล
เงยหน้ามองก็เห็นเซียนห้าคนกำลังบินตรงมา
ซูเสี่ยวเสี่ยวยกยิ้มก่อนจะแปลงเป็นหมอกสีดำหายไปกลางอากาศทันที!
“พวกเรามาช้าไป!”
เนี่ยนอันอยู่ใกล้ที่สุดจึงมาถึงก่อน
เมื่อครู่เธอได้รับสัญญาณจากยันต์ส่งสารรู้ว่าไท่เหอกำลังขอความช่วยเหลือจึงรีบมาทันที
แต่พอเข้าใกล้ยอดเขาจื่อเยว่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจอมมาร
สุดท้ายก็ยังสายไปไท่เหอซานเหรินและศิษย์ทั้งหมดถูกสังหาร
“จอมมารเริ่มลงมือกับพวกเราแล้ว!”
ซิงหลานมองกองกระดูกสีหน้าหนักอึ้ง
ตั้งแต่ได้รับสัญญาณจนมาถึงใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น
แต่ไท่เหอซานเหรินซึ่งอยู่ระดับราชายุทธ์ขั้นปลายกลับไม่อาจต้านทานได้แสดงว่าพลังของจอมมารเพิ่มขึ้นจนถึงระดับน่าหวาดกลัว
“พลังของจอมมารแข็งแกร่งเกินไปขอเสนอให้พวกเราย้ายมาอยู่รวมกันก่อนหากเจอจอมมารจะได้ช่วยกันรับมือ!”
เก๋อรุ่ยต๋าเสนอ
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเริ่มหวั่นใจเพราะพลังของเขายังด้อยกว่าไท่เหอซานเหรินหากเจอจอมมารคงถูกสังหารในพริบตา
จงเฟยไม่พูดอะไรเขาไม่ได้พบนายท่านมาหลายวันและก็ไม่ได้รับคำสั่งใหม่จึงไม่กล้าออกความเห็นหันไปมองนักพรตเต๋าไป๋
นักพรตเต๋าไป๋รู้ดีว่านี่เป็นคนที่คุณชายฉินส่งมาและยังได้รับคำสั่งว่าให้จัดการให้เรียบร้อยอย่าให้เรื่องรั่วไหล
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ตกลงรวบรวมทุกคนไปที่ยอดเขาหลักไปพักที่ตำหนักฉางเซิงชั่วคราวพวกเราจะตั้งค่ายกลใหญ่ไว้ป้องกันจอมมารบุกกะทันหัน!”
ทุกคนไม่มีใครคัดค้านเพราะไม่มีใครอยากตาย
แต่เนี่ยนอันกลับขมวดคิ้วมองไปทางทะเลตะวันออกด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงเด็กๆฉันให้ฉินฮั่นกินโอสถไปเม็ดหนึ่งสามารถซ่อนกลิ่นอายได้จอมมารตามพวกเขาไม่เจอรีบไปจากที่นี่กันเถอะ!”
นักพรตเต๋าไป๋พูดปลอบ
แต่ไม่มีใครสังเกตว่าสายตาที่เขามองเนี่ยนอันนั้นเหมือนกำลังมองคนตาย
.
ติ๊ง! กำลังหลักที่ภักดีที่สุดของตัวเอกไท่เหอซานเหรินตายแล้ว คะแนน +0
ขณะนี้ฉินชวนยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารเป่ยเหอ
มองดูการเปลี่ยนแปลงบนแผงสถานะ
สิ่งที่น่าประหลาดคือครั้งนี้ไม่ได้เพิ่มชะตาสวรรค์แต่เป็นค่าสถานะใหม่ที่เรียกว่า “อัญเชิญ”
คะแนนอัญเชิญ +1
“อัญเชิญ?”
ฉินชวนเข้าใจความหมายดีคือสามารถเรียกบุคคลหรือสิ่งของมาช่วยต่อสู้ได้แต่ตอนนี้ระบบยังไม่ได้อธิบายเงื่อนไข
จากการสังเกตหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา
หากตัดวาสนาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวเอกจะได้รับชะตาสวรรค์
หากเป็นตัวละครรองจะได้รับคะแนนอัญเชิญ
ส่วนระดับรองลงมาอย่างตระกูลซู ตระกูลซ่ง จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ
“ถ้าเป็นแบบนี้…เจ็ดเซียนจะต้องตายให้หมด!”
ตอนนี้ฉินชวนเริ่มคาดเดาการทำงานของชะตาสวรรค์ได้แล้ว
และในเนื้อเรื่องนี้ตัวละครสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตัวเอกก็เหลือไม่มากแล้ว
นั่นหมายความว่าโอกาสในการได้รับชะตาสวรรค์กำลังจะหมดลง!