- หน้าแรก
- เพื่อการเอาชีวิตรอดฉันจำเป็นต้องแอ็กระบบเทพหลัก
- บทที่ 186.รอนายอยู่ที่เยี่ยนจิง
บทที่ 186.รอนายอยู่ที่เยี่ยนจิง
บทที่ 186.รอนายอยู่ที่เยี่ยนจิง
เย่ฮ่าวรู้สึกว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลภายในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในชั่วขณะนั้นเขารู้สึกว่าการฝึกตนตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาเหมือนสูญเปล่า
ถ้าใช้วิธีแบบตอนนี้ฝึกต่อไปเขาไม่ต้องใช้เวลาหลายเดือนเลยเพียงครึ่งวันก็สามารถไปถึงขั้นสูงสุดของได้แล้ว
ในวินาทีนี้ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียวฆ่าคนเพื่อเพิ่มพลังบ่มเพาะทำลายฉินชวนและขุมอำนาจของเขาให้สิ้นซาก
ส่วนคำสอนของอาจารย์ในอดีตที่บอกให้เดินทางสายที่ถูกต้องรักษาความดีอย่าทำความชั่วเขาโยนทิ้งไปจนหมดแล้ว
“ทำได้ดีมาก!”
หม่าหยางฮุยมองเห็นพลังของเย่ฮ่าวเพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้ก็อดตกใจไม่ได้จริงๆนี่มันอัจฉริยะด้านการฝึกตนโดยแท้
ตอนที่เขาฝึกวิถีมารครั้งแรกก็ฆ่าคนไปหลายสิบคนกว่าจะเข้าใจวิธีฝึกได้แต่เย่ฮ่าวเพียงครั้งเดียวก็สำเร็จแถมพลังยังเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้
เขาแอบใช้วิชามารอีกครั้งปล่อยพลังให้หลอมรวมอารมณ์ทำให้อารมณ์ของเขาส่งผลต่อเย่ฮ่าว
ทันใดนั้นเย่ฮ่าวรู้สึกเหมือนเลือดในร่างเดือดพล่านราวกับมีเสียงของเทพบางอย่างกำลังชี้นำให้เขาฝึกต่อไปฆ่าศัตรูทั้งหมด
จากนั้นจะสามารถกลายเป็นเทพ
“อีกแปดคนที่เหลือถือเป็นของขวัญต้อนรับที่ฉันให้นายแล้วกันฆ่าพวกมันแล้วพลังของนายจะไปถึงระดับจ้าวมารจากนั้นก็ไปหาศัตรูของนายแล้วฆ่าพวกมันให้หมด!”
หม่าหยางฮุยยิ้มเล็กน้อยพูดชักจูงต่อเนื่อง “ฆ่าพวกมันพวกมันเป็นนักโทษการฆ่าพวกมันคือการส่งพวกมันไปสู่สุขคติคือการทำความดี”
ดวงตาของเย่ฮ่าวกลายเป็นสีแดงอีกครั้งราวกับหมาป่าหิวโซที่ไม่ได้กินมาหลายเดือนจ้องไปยังคนทั้งแปดที่ขยับไม่ได้ตรงหน้า
มือของเขายกขึ้นอีกครั้งเพียงแค่ความคิดหนึ่งผุดขึ้น
หัวมังกรสีเขียวเข้มหลายสายปรากฏขึ้นจากมือของเย่ฮ่าว พุ่งออกไปอย่างคำราม
ไม่นานคนทั้งแปดที่หม่าหยางฮุยพามาก็เหลือเพียงกองกระดูกท่ามกลางสายตาหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ในเวลาเดียวกันพลังของเย่ฮ่าวก็มาถึงระดับจ้าวมารขั้นกลางเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงขั้นปลาย
และในตอนนี้รอบร่างของเขาเริ่มมีคลื่นพลังสีดำลอยอยู่จางๆนั่นคือสัญลักษณ์เฉพาะของผู้ฝึกวิถีมาร
ดวงตาสีดำสนิทของเย่ฮ่าวยิ่งเพิ่มความชั่วร้ายและเย็นชา
เขารับรู้พลังในร่างแล้วอดยกคิ้วเล็กน้อยแล้วหันไปมองหม่าหยางฮุย
สายตานิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“ฉันจะไม่ฆ่าแกไสหัวไป”
“หมายความว่าอะไร?”
หม่าหยางฮุยขมวดคิ้วงานที่คุณชายฉินมอบหมายให้เขาเสร็จแล้วเย่ฮ่าวจะรับเป็นศิษย์หรือไม่ไม่สำคัญแต่เขารู้สึกแปลกใจ
ยังไงเสียถึงเย่ฮ่าวไม่รับเขาเป็นอาจารย์อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นครึ่งอาจารย์ของเขาแต่เด็กนี่กลับบอกว่าจะไม่ฆ่าเขา?
หัวใจเขาสะดุ้งหรือว่าโดนจับได้แล้ว?
“กลับไปบอกฉินชวนว่างานของแกเสร็จแล้วให้เขาล้างคอรอฉันไว้!”
เสียงของเย่ฮ่าวเย็นเฉียบแฝงไปด้วยความหนาวเย็น
ตอนแรกเขาเชื่อจริงๆว่าหม่าหยางฮุยเป็นคนของสำนักมารแต่พออีกฝ่ายพูดถึงฉินชวนเขาก็เริ่มระวังทันที
ทุกอย่างมันบังเอิญเกินไป
เขากำลังหาวิธีเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วแต่หม่าหยางฮุยก็โผล่มาบอกว่าสามารถช่วยได้
แถมยังพูดถึงศัตรูของเขาอย่างฉินชวนยิ่งทำให้เขาสงสัย
อีกอย่างคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าสำนักมารกลับพาคนธรรมดาที่ไม่มีพลังขึ้นเขามาด้วยมันไม่สมเหตุสมผลเลยและยังฆ่าคนได้อย่างไม่ลังเล
ความจริงมีเพียงอย่างเดียวหม่าหยางฮุยเป็นคนของฉินชวน
ตอนที่เขารู้เขาอยากปฏิเสธแต่สัญชาตญาณบอกว่าวิธีนี้ใช้ได้
และเขาต้องการวิธีเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วจริงๆซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง
สิ่งเดียวที่ยังไม่เข้าใจคือทำไมฉินชวนถึงส่งคนมาช่วยเขาฝึกวิถีมาร
มุมปากของหม่าหยางฮุยกระตุกเล็กน้อยจบเห่แล้วไอ้เด็กนี่แสร้งเล่นละครกับเขามาตลอดงั้นเหรอ
แต่เขาพลาดตรงไหนกันแน่
ตอนนี้เขากลับชอบเย่ฮ่าวมากขึ้นพรสวรรค์แบบนี้ไหวพริบแบบนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและเย่ฮ่าวก็ถือเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของเขา
คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาพูดเบาๆว่า
“นายฉลาดมากและนายก็เป็นศิษย์เพียงคนเดียวของฉันฉันหวังว่านายจะไม่ไปเป็นศัตรูกับฉินชวนนายไม่รู้เลยว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน เขา……”
พรวด…
ยังพูดไม่ทันจบหม่าหยางฮุยก็กระอักเลือดออกมาโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า
ดวงตาเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวตอนที่ล้มลงเขายื่นมือไปทางเย่ฮ่าว
“หนี…รีบหนี…”
ตูม!
คำพูดเพิ่งจบหัวของเขาก็ระเบิดทันทีเลือดกระจายเต็มพื้น
เย่ฮ่าวหรี่ตาลงแล้วสังเกตเห็นว่าบริเวณคอของหม่าหยางฮุยมีค่ายกลที่เปล่งแสงสีเหลืองอ่อนและมีเงาหนึ่งปรากฏอยู่ภายในค่ายกล
“เย่ฮ่าวคำพูดของนายฉันได้รับแล้วฉันจะรอนายที่เยี่ยนจิง ฮ่าๆๆ……”
พร้อมกับเสียงหัวเราะของฉินชวนค่ายกลนั้นก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
เหลือเพียงศพไร้หัวนอนอยู่ในกองเลือด
เย่ฮ่าวตกใจจนหัวใจเต้นแรง
ตอนแรกเขาคิดว่าฉินชวนตามมาที่นี่จริงๆแต่พอรู้ว่าเป็นเพียงค่ายกลเขาจึงโล่งใจ
เขาจัดระเบียบความคิดใหม่แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ฉินชวนรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่
ที่นี่รวมเขาด้วยมีเพียงสามคนที่รู้
เย่ฮ่าวขมวดคิ้วหรือว่าอาจารย์หรือแม่ของเขามีคนใดคนหนึ่งเป็นคนของฉินชวน
หรือทั้งสองคนเป็นคนของฉินชวน
คิดถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกหวาดกลัว
เขารู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่เขาเชื่อใจได้อีกแล้ว
แม้ในใจยังรู้สึกว่าอาจารย์และแม่ไม่มีทางทรยศเขาแต่เขาจำเป็นต้องระวัง
เมื่อนึกถึงตรงนี้เขาเริ่มกลัวและเริ่มหวาดระแวง
ความกลัวนั้นมาจากส่วนลึกของจิตใจมากกว่าตอนที่ถูกฉินชวนบีบจนสิ้นหวังเสียอีก
เย่ฮ่าวเงยหน้ามองฟ้าความคิดหมุนอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ที่แน่ชัดคือฉินชวนยังไม่ต้องการฆ่าเขาและยังจงใจชี้ทางให้เขาฝึกวิถีมารอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังเฝ้าดูเขาอยู่ตลอด
สามารถทำได้ขนาดนี้แสดงว่าเขาอยู่ภายใต้การจับตามองของฉินชวน
ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือหลุดพ้นจากการเฝ้าดูของฉินชวน
จากนั้นเพิ่มพลังให้เร็วที่สุดแล้วตัดแขนขาของฉินชวน
ถึงตอนนั้น
ฉินชวนอยู่ในที่สว่าง เขาอยู่ในความมืด ใครจะชนะก็ยังไม่มีใครรู้
ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเย่ฮ่าวรีบเขียนจดหมายทิ้งไว้ใช้ค่ายกลฮุ่นหยวนที่มีเพียงเขากับแม่เท่านั้นที่สามารถแก้ได้
จากนั้นกระโดดขึ้นพุ่งลงเขาไป
เขากำลังจะโต้กลับแล้ว!
.
ชานเมืองเยี่ยนจิง
คฤหาสน์ส่วนตัวราคาสูงที่เพิ่งสร้างเสร็จหรูหราโอ่อ่าและมีศาลาและตำหนักที่งดงาม
รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีพร้อมทิวทัศน์สวยงาม
ฉินชวนนอนเอนอยู่บนเก้าอี้โยกดื่มไวน์อย่างสบายอารมณ์
ไม่ไกลออกไปถังสุ่ยเซียนและคนอื่นๆกำลังเดินชมคฤหาสน์อย่างสนใจ
ติ๊ง! แผนการของนายท่านสมบูรณ์แบบทำให้เย่ฮ่าวเริ่มเกิดความกลัวและไม่มั่นคง คะแนน +5000*60
ติ๊ง! นายท่านสังหารตัวร้ายอย่างหม่าหยางฮุยแทนเจ้าของร่างทำให้ตัดโอกาสของตัวเอก คะแนน +500*60
ติ๊ง! ตัวเอกเข้าสู่เส้นทางวิถีมารอย่างสมบูรณ์ไม่มีโอกาศกลับไปฝึกวิถีเซียนอีก คะแนน +3000*60
คะแนนปัจจุบัน 11,002,883
ฉินชวนได้ยินเสียงระบบมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เขาส่งหม่าหยางฮุยไปนอกจากจะทำให้เย่ฮ่าวตกสู่เส้นทางมารที่ชั่วร้ายที่สุดแล้วยังมีจุดประสงค์อีกอย่าง
คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวและความสงสัยในใจเย่ฮ่าว
ทำให้ความมั่นใจที่ตัวเอกภาคภูมิใจเริ่มพังทลายลงทีละนิด
ถ้าเขาคาดไม่ผิดเย่ฮ่าวจะออกไปคนเดียวและเริ่มการสังหารอย่างบ้าคลั่ง
ยิ่งฆ่ามากเท่าไรพลังก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
พลังยิ่งแข็งแกร่งเขาก็ยิ่งหลงตัวเอง
ในตอนนั้นเองชายในชุดสูทคนหนึ่งเดินเข้ามาด้านหลังมีคนงานหลายคนยกประตูบานหนึ่งเข้ามา
“คุณชายฉินนี่คือประตูที่คุณสั่งทำ!”
ฉินชวนเชิดคางเล็กน้อย
“ตั้งขึ้น”
คนงานรีบตั้งประตูให้ตั้งตรงเพื่อให้ฉินชวนดู
บนประตูบานหนานั้นมีภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาววาดเหมือนภาพที่หัวเตียงของร่างเดิมในสำนักหลิงเทียนทุกประการ
“ไม่เลว!”
ฉินชวนพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเห็นถังสุ่ยเซียนและผู้หญิงอีกหลายคนวิ่งเข้ามาดูด้วยความสนใจ
ทุกคนมองประตูถึงนึกได้ว่าคฤหาสน์นี้สร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ติดประตูคงเป็นบานนี้เอง
“ศิษย์พี่ทำไมตรงกลางประตูถึงมีรูใหญ่ขนาดนี้?”
ถังสุ่ยเซียนเอาหัวไปสอดในรูตรงกลางประตูแล้วยิ้มถาม
ฉินชวนยิ้มเล็กน้อย
“เดี๋ยวก็รู้”