- หน้าแรก
- ระบบตบหน้าเทพเซียน: ข้าคือมารร้ายที่โลกต้องจดจำ
- บทที่ 40 - สร้างความตกตะลึงแก่อู่หวัง ฝึกฝนคัมภีร์ยุทธ์!
บทที่ 40 - สร้างความตกตะลึงแก่อู่หวัง ฝึกฝนคัมภีร์ยุทธ์!
บทที่ 40 - สร้างความตกตะลึงแก่อู่หวัง ฝึกฝนคัมภีร์ยุทธ์!
บทที่ 40 - สร้างความตกตะลึงแก่อู่หวัง ฝึกฝนคัมภีร์ยุทธ์!
บนท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง มู่หรงหลงเฟยและนักพรตมังกรฟ้าต่างเหาะเหินลอยตัวอยู่กลางนภา กลิ่นอายบนร่างของคนทั้งสองถูกเก็บงำเอาไว้อย่างมิดชิดโดยไม่ได้นัดหมาย หากไม่ใช่เพราะพวกเขากำลังเหาะเหินเดินอากาศอยู่ล่ะก็ มองดูแล้วคงไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาสามัญที่ไม่ได้บำเพ็ญเพียรวิถียุทธ์เลยแม้แต่น้อย
ถึงกระนั้น เพียงแค่พวกเขายืนอยู่ตรงนั้นก็มีแรงกดดันอันยากจะเอื้อนเอ่ยแผ่ซ่านออกมา มู่หรงหลงเฟยส่งยิ้มเจื่อนให้นักพรตมังกรฟ้า
"อู่หวังงั้นหรือ? ผู้อาวุโสมังกรฟ้าก็ยกย่องข้าเกินไปแล้ว"
"แม้ข้าจะทะลวงเข้าสู่ระดับปราณแปรเปลี่ยนซื่อเซี่ยงและได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ 'อู่หวัง' จากองค์จักรพรรดิ แต่คนทั่วทั้งใต้หล้ามีใครบ้างที่ไม่รู้ว่า ตำนานแห่งวิถียุทธ์ที่แท้จริงของราชวงศ์ก็คือผู้อาวุโสมังกรฟ้า?"
"แต่สิ่งที่ทำให้ข้าคาดไม่ถึงก็คือ ผู้อาวุโสผู้ไปมาไร้ร่องรอยและมีวิชาลึกล้ำสุดหยั่งคาด เหตุใดจู่ๆ ถึงได้ไปสนใจเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ถึงขั้นถ่ายทอด 'คัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้า' ของท่านให้เขากัน?"
บนใบหน้าอันเยือกเย็นและหนักแน่นมานับหมื่นปีของมู่หรงหลงเฟย เผยให้เห็นความตกตะลึงอย่างชัดเจน เพราะตอนที่เขาเดินทางมาถึง ราชสีห์มังกรเพลิงม่วงก็ถูกสังหารไปแล้ว และเขาก็บังเอิญเห็นฉากที่นักพรตมังกรฟ้าถ่ายทอดมรดกวิชาให้กับหยางซิวพอดี
ภาพเหตุการณ์นั้นสร้างความสะเทือนใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนักพรตมังกรฟ้าปฏิบัติต่อคนรุ่นเยาว์ด้วยท่าทีเช่นนี้
"หึหึ นั่นก็เพราะไอ้หนูนี่คุ้มค่าให้ชายชราอย่างข้าทำเช่นนี้อย่างไรเล่า!"
นักพรตมังกรฟ้าแค่นเสียงหัวเราะ พอพูดถึงหยางซิวใบหน้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา เขามองดูมู่หรงหลงเฟยที่กำลังทำหน้าเหวอ ก่อนจะเล่าเรื่องราวการสังหารราชสีห์มังกรเพลิงม่วงให้ฟังอย่างละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว
รวมถึงเรื่องที่หยางซิวใจกล้าเทียมฟ้าไปขโมยสมบัติล้ำค่าของสัตว์อสูรระดับแปด หลอมรวมไฟอสูรสีม่วง และยังฉวยโอกาสลงมือช่วยเขาสังหารราชสีห์มังกรเพลิงม่วงอีกด้วย
"อะไรนะ!"
มู่หรงหลงเฟยอ้าปากค้าง ราชสีห์มังกรเพลิงม่วงนั่นเป็นถึงสัตว์อสูรระดับแปดเชียวนะ ความแข็งแกร่งของมันต่อให้เขาต้องเผชิญหน้าเพียงลำพังก็ยังต้องล่าถอย! ทว่าเด็กหนุ่มเมื่อครู่นี้ที่มีพลังเพียงระดับวิญญาณยุทธ์อีหยวน กลับกล้าบุกเข้าไปในรังของสัตว์อสูรระดับแปดแล้วขโมยผลึกมารเพลิงม่วงที่มันเตรียมไว้สำหรับทะลวงระดับเก้าออกมา!
ไม่เพียงแต่จะหนีรอดจากการไล่ล่าของสัตว์อสูรระดับแปดมาได้ แต่ยังหลอมรวมผลึกมารเพลิงม่วงจนได้ไฟอสูรของมันมาครอบครองอีก...
เด็กหนุ่มคนนี้ช่างสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนเกินไปแล้ว
มู่หรงหลงเฟยเบิกตาค้าง เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ สีหน้าอันเยือกเย็นที่รักษามานานนับหมื่นปีพังทลายลงจนหมดสิ้น แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
หากเรื่องนี้ไม่ได้หลุดออกมาจากปากของนักพรตมังกรฟ้าผู้ยิ่งใหญ่ เขาคงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
"ฮ่าฮ่าฮ่า พรสวรรค์และอุปนิสัยของไอ้หนู่นี่ อย่าว่าแต่ในสำนักมังกรฟ้าเลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งราชวงศ์ แม้กระทั่งยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในสำนัก ข้าก็ยังมองว่าเทียบเขาไม่ได้"
"ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ไอ้หนู่นี่ปรากฏตัวขึ้น คัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้าในตัวข้าก็เกิดความปั่นป่วนขึ้นมา เจ้าก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่านี่หมายความว่าอย่างไร?"
นักพรตมังกรฟ้าจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาลึกล้ำ
มู่หรงหลงเฟยยืนนิ่งงันอยู่กับที่ เขายังคงจมอยู่ในความตกตะลึง แต่พอได้ยินเรื่องความปั่นป่วนของมรดกวิชาของนักพรตมังกรฟ้า สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "หรือว่าจะเป็น เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์เลือกนาย?"
"ถูกต้อง! เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์เลือกนาย!"
นักพรตมังกรฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เจ้าน่าจะรู้ที่มามรดกวิชาของข้าดี มรดกวิชาของสำนักมังกรฟ้าล้วนมาจากโบราณสถานมังกรฟ้า และคัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้าก็มาจากที่นั่นเช่นกัน หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชายชราอย่างข้าสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนจากคัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้า ข้ามีลางสังหรณ์ว่าโบราณสถานมังกรฟ้ากำลังจะเปิดออกในไม่ช้านี้ และไอ้หนู่นี่ก็บังเอิญปรากฏตัวขึ้นมาพอดี บางทีนี่อาจจะเป็นลิขิตสวรรค์"
มู่หรงหลงเฟยตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขาจ้องมองชายชราตรงหน้าเขม็ง ภายในใจบังเกิดความสนใจในตัวหยางซิวขึ้นมาอย่างล้นหลาม
"ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ!"
เขาหัวเราะลั่น "ท่านผู้อาวุโส ท่านพูดเช่นนี้ ข้าชักจะสนใจสถานะของไอ้หนู่นี่ขึ้นมาแล้วสิ ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร?"
เมื่อครู่นี้ในห้วงมิติ เขาเพียงแค่เห็นหยางซิวแวบเดียวเท่านั้น ตอนนี้ในหัวจึงมีเพียงภาพแผ่นหลังของหยางซิวลอยวนเวียนอยู่
"วิชาที่เขาใช้น่าจะเป็นทักษะยุทธ์ระดับห้า วิชาตัวเบาหลิวกวงของตระกูลจ้าว"
"หรือว่าจะเป็นคนรุ่นเยาว์ของตระกูลจ้าวแห่งเมืองหลวง?"
"ไม่ใช่"
นักพรตมังกรฟ้าส่ายหน้า "ชายชราอย่างข้าไม่ได้ถามไถ่สถานะของเขา รู้เพียงแค่ว่าเขาจะเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักมังกรฟ้าในเร็วๆ นี้"
"ซี๊ด!"
พอสิ้นประโยคนี้ มู่หรงหลงเฟยก็สูดลมหายใจเข้าลึก สายตาที่เขามองอีกฝ่ายยิ่งเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ ภาพแผ่นหลังของหยางซิวผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง เขากำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ
ขนาดไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหน เพียงแค่อีกฝ่ายบอกว่าจะเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักมังกรฟ้า เขาก็ยอมมอบมรดกวิชาหลักของสำนักมังกรฟ้าให้อย่างง่ายดาย!
พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มคนนี้ มันน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นไหนกันแน่?
มู่หรงหลงเฟยเกิดความสนใจในตัวหยางซิวอย่างรุนแรง นักพรตมังกรฟ้าคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของราชวงศ์ ในยามปกติแม้แต่องค์จักรพรรดิก็ยังต้องแสดงความเคารพเมื่อพบเจอ แม้แต่ตัวเขาเองยังยากที่จะหาโอกาสสานสัมพันธ์ด้วยเลย
แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับเป็นที่โปรดปรานของนักพรตมังกรฟ้าถึงเพียงนี้ อนาคตของเขาจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
"การคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักมังกรฟ้า!"
มู่หรงหลงเฟยสูดลมหายใจลึก ด้วยสถานะของเขา เขาไม่เคยสนใจงานคัดเลือกศิษย์ใหม่พรรค์นี้มาก่อน แต่ตอนนี้ เขาจะต้องไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อยแล้ว
...
ยามค่ำคืน เหนือท้องฟ้าอันมืดมิดของเทือกเขาสัตว์อสูร จู่ๆ ก็มีเสียงสายฟ้าฟาดดังกึกก้องขึ้นกลางอากาศ จากนั้นแสงสายฟ้าสีครามก็พุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็วและพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างจัง สัตว์อสูรในบริเวณนั้นตกใจจนแตกตื่นวิ่งหนีกันกระเจิง
บนต้นไม้ใหญ่ แสงสายฟ้าสีครามค่อยๆ จางหายไป ปรากฏเป็นเงาร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาจากแสงนั้น
"ฟู่!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจชะมัด! มิน่าล่ะคนบนโลกถึงได้ใฝ่ฝันอยากจะก้าวเข้าสู่ระดับเจินหยวนกันนัก ความรู้สึกที่ได้หลุดพ้นจากพันธนาการของฟ้าดินแล้วเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระนี่มันสุดยอดจริงๆ!"
"แต่วิชาตัวเบาหลิวกวงที่เป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับห้า กลับสามารถทำให้คนเหาะเหินเดินอากาศได้ ไม่รู้จริงๆ ว่าตระกูลจ้าวไปได้ทักษะยุทธ์แบบนี้มาจากไหน"
เด็กหนุ่มผู้นั้นก็คือหยางซิวนั่นเอง
หลังจากแยกย้ายกับนักพรตมังกรฟ้า เขาก็ใช้วิชาตัวเบา 'หลิวกวง' ขั้นที่สามเหาะเหินมาตลอดทาง จนกระทั่งปราณมารเร้นลับในร่างถูกใช้จนหมด เขาถึงยอมร่อนลงจอดบนพื้นดินอย่างเสียดาย
หยางซิวนั่งขัดสมาธิบนต้นไม้ใหญ่ เขาเดินพลังคัมภีร์มารกลืนสวรรค์ในขณะที่ชีพจรมารทั้งยี่สิบสี่เส้นในร่างก็เร่งฟื้นฟูพลังอย่างบ้าคลั่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณมารเร้นลับที่ฟื้นฟูพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึก "ฟื้นฟูได้เร็วขนาดนี้ สมกับที่เป็นสุดยอดเคล็ดวิชาของเผ่ามารจริงๆ หากข้าเปิดชีพจรมารได้ถึงร้อยเส้น บวกกับจุดสูงสุดของวิถีกระบี่ในขั้นเก้าทัณฑ์หลอมกระบี่และร่างกายระดับชุบกายาสูงสุด อย่าว่าแต่ไร้เทียมทานในระดับเดียวกันเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับหยวนยุทธ์เอ้อร์เทียน ข้าก็สามารถบดขยี้ได้สบาย!"
ดวงตาของหยางซิวสาดประกายเจิดจ้า เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภายในใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะร้องเรียกมหาจักรพรรดิเฟิงหมัว ทว่าอีกฝ่ายยังคงหลับใหลไร้การตอบสนองใดๆ!
"ตาเฒ่ามาร ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังเด็ดขาด!"
เมื่อนึกถึงมหาจักรพรรดิเฟิงหมัว หยางซิวก็กำหมัดแน่น เขาแอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ก่อนที่มหาจักรพรรดิเฟิงหมัวจะตื่นขึ้นมา เขาจะต้องเติมเต็มชีพจรมารให้ได้อย่างน้อยห้าสิบเส้น จะปล่อยให้อีกฝ่ายผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด!
เมื่อลองคำนวณเวลาดูแล้ว สัญญานัดหมายครึ่งเดือนกับหยางเทียนเจียวเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้ก็คือวันประลองยุทธ์ของตระกูลหยางแล้ว
แต่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหยางหรือหยางเทียนเจียว ล้วนไม่อยู่ในสายตาของหยางซิวอีกต่อไป หลังจากผ่านการฝึกฝนในครั้งนี้ สิ่งที่เขาปรารถนาไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือฟ้าดินอันกว้างใหญ่ไพศาล และจุดสูงสุดของวิถียุทธ์ต่างหาก!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางซิวก็คลี่ยิ้มบาง กลิ่นอายอันหยิ่งผยองและโอหังแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย เขารีบหลับตาลงและทำสมาธิให้สงบ
นับตั้งแต่ได้เห็นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของนักพรตมังกรฟ้าที่ใช้สังหารราชสีห์มังกรเพลิงม่วง หยางซิวก็เกิดความสนใจใน 'คัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้า' อย่างรุนแรง เขาตั้งใจว่าจะศึกษาคัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้าก่อนที่การประลองยุทธ์จะเริ่มขึ้น!
เหนือห้วงความรู้ทางจิตวิญญาณ อักขระสีครามจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันก่อเกิดเป็นลูกแก้วแสงสีคราม มันก็คือคัมภีร์ยุทธ์มังกรฟ้านั่นเอง
เมื่อหยางซิวส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปสำรวจ ทันใดนั้นพลังมังกรอันเกรี้ยวกราดก็ระเบิดออกมาจากลูกแก้วแสง หยางซิวตกใจแทบสิ้นสติ เขารีบดึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กลับมาทันที
"บัดซบ!"
หยางซิวตกใจสุดขีด โชคดีที่เมื่อครู่ดึงสติกลับมาได้ทัน มิเช่นนั้นคงถูกกระแทกจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้ว!
[จบแล้ว]