- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 1011 – เหวี่ยงแหไปก่อนค่อยว่ากัน
บทที่ 1011 – เหวี่ยงแหไปก่อนค่อยว่ากัน
บทที่ 1011 – เหวี่ยงแหไปก่อนค่อยว่ากัน
จุดเป้าหมายที่สองอยู่ในตัวเมืองดามัสกัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏยึดครองไว้อย่างเหนียวแน่น
"ไนท์แมร์ 1 แจ้งสถานะ ศัตรูภายนอกมีจำนวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วไป ภูมิประเทศซับซ้อน ไม่มีจุดลงจอดที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้เข้าสู่สนามรบ เปลี่ยน"
"ไนท์แมร์ 2 แจ้งสถานะ ศัตรูกระจัดกระจายและไร้ระเบียบ พบสัญญาณความร้อนภายนอกอาคารจำนวนมาก ผมก็ไม่แนะนำให้เข้าโจมตีเช่นกัน เปลี่ยน"
"ไนท์แมร์ 4 ถึงหัวหน้า... ถอนตัวเถอะ เปลี่ยน"
คำพูดของไอลีนนั้นเด็ดขาดกว่าใคร เธอเสนอให้ถอนตัวในทันที
เมื่อพิจารณาสถานการณ์บนภาคพื้นดินแล้ว หากฝืนจะตีให้ได้ มันจะกลายเป็นการรบในเมือง ในตรอกซอกซอยที่ศัตรูถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน
การรบในตรอกซอกซอยมีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับการปฏิบัติการพิเศษ ข้อดีคือศัตรูไม่สามารถรวมกำลังพลจำนวนมากเข้ากดดันได้พร้อมกัน แต่ข้อเสียคือ หากหน่วยจู่โจมต้องเผชิญกับการต่อต้านที่รุนแรง โดยเฉพาะเมื่อเป็นการแทรกซึมทางอากาศเข้าสู่ใจกลางวงล้อมแบบนี้ การขาเข้านั้นง่าย แต่ขาออกน่ะยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
หน่วยรบพิเศษอาจจะเก่งกาจ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาถูกใช้ในสถานการณ์ไหน หากใช้ถูกที่ พวกเขาคือมีดพกที่ปักเข้ากลางหัวใจศัตรู แต่ถ้าใช้ผิดที่ พวกเขาจะเป็นเพียงไข่ไก่ที่พุ่งไปชนหิน
เรื่องที่หน่วยรบพิเศษฝึกฝนมาอย่างดีและอุปกรณ์ครบมือ ถูกพวกทหารบ้านรุมล้อมจนพินาศทั้งหน่วยนั้นมีให้เห็นบ่อยครั้ง และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
ทำไมเหรอ? เพราะหน่วยรบพิเศษก็เป็นคน โดนยิงก็ตาย โดนระเบิดก็เละ ดังนั้นต่อให้หน่วยรบพิเศษที่มีเพียงอาวุธเบาจะเก่งมาจากไหน ก็ไม่มีทางเลือกเผชิญหน้าตรงๆ กับกองกำลังทหารหลักได้ เพราะผลลัพธ์ของการฝืนชนตรงๆ คือหน่วยรบพิเศษจะถูกล้างบางจนเกลี้ยง ในขณะที่พลทหารธรรมดาที่การฝึกเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อยจะเป็นฝ่ายชนะ
หน่วยรบพิเศษอาจจะยิงแม่น แต่ทหารฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ใช่ไอ้โง่ที่จะยืนนิ่งๆ เป็นเป้าซ้อมยิง แค่พวกเขาหลบหลังที่กำบังแล้วล้อมหน่วยรบพิเศษไว้ ที่เหลือก็แค่เรียกกำลังเสริมและอาวุธหนักมาถล่มก็เพียงพอแล้ว
หากเป็นการปะทะระหว่างสองกองทัพ การใช้หน่วยรบพิเศษในลักษณะนี้ก็ไม่ต่างจากการเอาทหารราบชั้นยอดไปละลายเล่น แต่ถ้าเป็นการปฏิบัติการลึกเข้าไปในแนวหลังศัตรู แล้วยังไปพัวพันกับทหารราบฝ่ายตรงข้ามจนถอนตัวไม่ได้... ส่วนใหญ่จะจบไม่สวย
ถ้ามีการสนับสนุนที่รวดเร็วและทรงพลัง เกาหยางอาจจะยอมเสี่ยงดวงดูสักตั้ง แต่ในซีเรียตอนนี้ หน่วยที่ขีดความสามารถในการโดดร่มลงพื้นที่ขัดแย้งและรบในแนวหลังศัตรูช่วงกลางคืนได้ ดีไม่ดีอาจจะมีแค่พวกเขากลุ่มเดียวที่เป็นคนนอกนี่แหละ ดังนั้นถ้าเกาหยางไม่ได้เป็นบ้าไปเสียก่อน เขาก็ต้องสละเป้าหมายที่สองนี้ทิ้งไป
มันไม่มีอะไรน่าเสียดาย เดิมทีงานนี้ก็เหมือนการหว่านแหไปทั่วอยู่แล้ว ข้างล่างนั่นจะมีตัวเป้าหมายที่ตามหาอยู่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เกาหยางไม่ใช่พวกหัวแข็งที่จะยอมตายเพื่อเป้าหมายที่คลุมเครือ
"หน่วยไนท์แมร์ เปลี่ยนทิศทางไปยังจุดเป้าหมายที่สาม เปลี่ยน"
พวกเขาวนอยู่เหนือเป้าหมายที่สองเพียงรอบเดียวโดยไม่ลงจอด ก่อนที่ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์จะเลี้ยวหัวมุ่งหน้าสู่จุดเป้าหมายที่สามทันที
จุดเป้าหมายที่สามยังคงอยู่ในเขตยึดครองของฝ่ายกบฏ แต่อยู่ในแถบชานเมืองทางเหนือ ใกล้กับถนนเส้นยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องช่วงชิง ภูมิประเทศค่อนข้างเอื้อต่อการลงจอดด้วยเฮลิคอปเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้น จุดนี้อยู่ไม่ไกลจากแนวรบของกองทัพรัฐบาล หากการรบยืดเยื้อ พวกเขาสามารถขอกำลังสนับสนุนจากปืนใหญ่ของทหารรัฐบาลได้ และต่อให้สถานการณ์เลวร้ายจนเฮลิคอปเตอร์ลงมารับไม่ได้ เกาหยางและพวกเขายังสามารถตีฝ่าออกไปหาฝ่ายเดียวกันได้ ไม่กลายเป็น ‘หนูเดินเข้าสู่กับดัก’ ให้ศัตรูจับได้ง่ายๆ
"ไนท์แมร์ 1 แจ้งสถานะ พื้นที่ลงจอดมีหลายแห่ง พบสัญญาณความร้อนของศัตรูจำนวนมากเช่นกันแต่ค่อนข้างเกาะกลุ่ม การระดมยิงสนับสนุนจะเห็นผลชัดเจน จะลงหรือไม่ลง ขึ้นอยู่กับว่าพวกกล้าแค่ไหน เปลี่ยน"
"ไนท์แมร์ 2 แจ้งสถานะ มั่นใจว่าสามารถตัดกำลังเสริมศัตรูได้ในระยะสั้น เปลี่ยน... เดี๋ยวก่อน! พบขบวนรถ ไม่เปิดไฟ กำลังเคลื่อนที่ผ่านระหว่างอาคาร มุ่งหน้าไปยังอาคารเป้าหมาย ขออนุมัติโจมตี!"
"ไนท์แมร์ 1 ผมมองไม่เห็นขบวนรถ อาคารบังสายตาผมอยู่ ช่วยระบุตำแหน่งขบวนรถให้ชัดเจน เปลี่ยน!"
"ไนท์แมร์ 4 พบขบวนรถแล้ว ขออนุญาตเข้าไปสังเกตการณ์ เปลี่ยน"
เกาหยางสั่งการโดยไม่ลังเล "ไนท์แมร์ 4 ไปดูขบวนรถนั่น ไนท์แมร์ 2 เตรียมพร้อมโจมตี เปลี่ยน"
ไอลีนบังคับเครื่องเข้าใกล้เพื่อลาดตระเวนก่อนจะรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ไนท์แมร์ 4 ตรวจพบขบวนรถยนต์ 7 คัน พวกเขาพรางไฟ สันนิษฐานว่าพวกเขามีอุปกรณ์มองกลางคืน ขบวนรถมุ่งตรงไปยังอาคารเป้าหมาย และกำลังจะถึงในอีกไม่ช้า"
ขบวนรถที่เคลื่อนที่โดยไม่เปิดไฟกลางดึกแบบนี้... นี่คือ ‘ปลาใหญ่’ ชัดๆ! เกาหยางแผดเสียงสั่งการ "ทุกหน่วย ยิงอิสระ! ยิงอิสระ!"
"ไนท์แมร์ 2! ยังยิงไม่ได้ มุมยิงถูกตึกบัง ไม่สามารถการันตีผลการทำลาย จะลดระดับเพดานบินเพื่อเข้าโจมตีระยะประชิด เปลี่ยน!"
"ไนท์แมร์ 1 ลดระดับเข้าโจมตีได้ เปลี่ยน!"
"ไนท์แมร์ 4... เดี๋ยวก่อน! คนในขบวนรถกำลังลงจากรถเข้าสู่อาคารเป้าหมาย ฉันจะเริ่มโจมตี... ไม่สิ หยุดก่อน! ทวนคำสั่ง หยุดโจมตี! ดูเหมือนศัตรูกำลังรุมซ้อมคนที่ลงมาจากรถ ฉันแยกแยะไม่ได้ชัดเจน แต่เหมือนพวกเขากำลังคุมตัวเชลยสำคัญอยู่ เปลี่ยน"
เกาหยางตัดสินใจในเสี้ยววินาที "ระงับการโจมตี! ไนท์แมร์ 4 พยายามดูให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น! เปลี่ยน!"
"ไนท์แมร์ 4 มีคนออกมาจากอาคารเป้าหมาย ศัตรูกำลังลากคนลงจากรถ มีคนล้มลงแล้วถูกรุมซ้อม... เดี๋ยวขอดูหน่อย คนที่ถูกซ้อมดูเหมือนจะถูกพาตัวเข้าไปในอาคาร โอ้... มีคนอีกกลุ่มลงมาแล้ว พับผ่าสิ! ฉันว่าพวกนั้นคือการ์ด คนพวกนี้กำลังคุ้มกันบุคคลสำคัญ! มีหน่วยอารักขา! ขออนุมัติโจมตีทันที!"
ไอลีนตะโกนเสียงหลง เกาหยางสั่งสำทับทันควัน "เปิดฉากยิง! ยิงได้!"
เพื่อไม่ให้ศัตรูไหวตัวทัน เครื่องของไอลีนลอยลำอยู่ที่ความสูงประมาณ 1,500 เมตร ซึ่งเสียงจะเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ความแม่นยำของปืนกลในระยะนี้จะต่ำมาก ส่วนไนท์แมร์ 1 และ 2 อยู่ห่างออกไปราว 3,000 เมตร ดังนั้นคนที่จะเปิดฉากได้ทันทีคือ ฮ. โจมตี Mi-24 ทั้งสองลำ
ในวินาทีนี้ ปืนใหญ่อากาศอาจจะไม่ทันกิน ถ้าจะเด็ดหัวบุคคลสำคัญ ต้องใช้ ‘จรวด’ เท่านั้น!
ไนท์แมร์ 1 และ 2 เคลื่อนตัวเข้าสู่มุมยิงที่เหมาะสมที่สุด เมื่อสิ้นคำสั่งเกาหยาง จรวดขนาด 57 มม. และปืนใหญ่อากาศก็พ่นไฟออกมาพร้อมกันจากเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำ
เมื่อเปิดฉากแล้วก็ไม่มีคำว่าออมมือ Mi-24 พุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมาย เช่นเดียวกับเครื่องกาเซลล์ของไอลีน ส่วน Mi-17 ที่พวกเกาหยางนั่งมาก็เร่งเครื่องเต็มที่เพื่อเข้าสู่อาคารเป้าหมาย
แม้จรวดและปืนใหญ่อากาศจะมีรัศมีการทำลายที่แผ่กว้าง แต่จรวดกว่า 20 ลูกและกระสุนปืนใหญ่อากาศนับร้อยนัดที่ระดมยิงลงมาพร้อมกันในพริบตา ก็เปลี่ยนพื้นที่บริเวณขบวนรถให้กลายเป็นทะเลเพลิง
ไอลีนบังคับเครื่องอยู่ใกล้ที่สุด เธอลดระดับลงเหลือไม่ถึง 300 เมตร ทำให้เกรกลอรอฟสามารถกราดยิงลงสู่พื้นดินได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
ศัตรูข้างล่างยังตายไม่หมด Mi-24 สองลำบินโฉบผ่านพร้อมอัดจรวด 57 มม. ลงไปอีก 4 ลูก ก่อนที่ไนท์แมร์ 2 จะทิ้ง ‘ระเบิดอากาศ’ ลงมาปิดท้ายหนึ่งลูก
อาวุธที่ติดตั้งมาของเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำต่างกันเล็กน้อย ไนท์แมร์ 1 เน้นจรวด 57 มม. และ 80 มม. พร้อมมิสไซล์นำวิถีต่อต้านรถถัง ส่วนไนท์แมร์ 2 ขนจรวด 57 มม. มาเต็มพิกัดพร้อมระเบิดขนาด 250 กิโลกรัมอีกสองลูก
จริงๆ แล้ว Mi-24 ยังสามารถบรรทุกจรวดหนักขนาด 240 มม. ได้ แต่มันจะสร้างควันมหาศาลขณะยิงจนอาจทำให้เครื่องยนต์ดับกลางอากาศได้ มีเพียงนักบินที่เก๋าเกมจริงๆ เท่านั้นถึงจะกล้าใช้ ซึ่งนักบินของเกาหยางทำได้ แต่กองทัพซีเรียไม่มีกระสุนชนิดนี้ติดคลังอาวุธ พวกเขาเลยอดใช้
ระเบิดอากาศถูกทิ้งลงมาได้อย่างแม่นยำ มันตกลงตรงกลางระหว่างตัวอาคารและขบวนรถพอดี เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวปานฟ้าถล่มทำให้เกรกลอรอฟไม่ต้องเหนี่ยวไกซ้ำ เพราะในรัศมีทำลายล้างของระเบิด 250 กิโลกกรัม ต่อให้มีที่กำบังดีแค่ไหน แรงอัดมหาศาลจากคลื่นกระแทก ก็จะกระแทกจนอวัยวะภายในแหลกเหลวไปหมด
เกาหยางตะโกนสั่งผ่านวิทยุ "ไนท์แมร์ 3 ลงจอด! ไนท์แมร์ 1 ตรึงพื้นที่รอบนอก! ไนท์แมร์ 2 เฝ้าประตูอาคารเป้าหมายไว้ อย่าให้ใครหน้าไหนออกมาได้! ไนท์แมร์ 4 ยิงอิสระ!"
ด้วยการสนับสนุนด้านข่าวกรองที่ยอดเยี่ยม ทำให้เกาหยางไม่ต้องพะวงกับการหาข้อมูลหน้างานเอง
อาคารเป้าหมายเป็นตึกแถวซึ่งเคยเป็นศูนย์กระจายสินค้าและอู่ซ่อมรถสำคัญทางเหนือของดามัสกัส ก่อนสงครามกลางเมือง ที่นี่จะมีรถบรรทุกเข้าออกเพื่อขนถ่ายสินค้าและซ่อมบำรุงตลอดเวลา พื้นที่โดยรอบกว้างขวาง แต่โซนออฟฟิศและที่พักค่อนข้างแคบและซับซ้อน
ตัวตึกหลักเป็นอาคาร 4 ชั้นทรงสี่เหลี่ยมมีลานตรงกลาง ด้านทิศเหนือเป็นเขตบ้านพักชั้นเดียวที่ดูไม่เป็นระเบียบ ฝั่งซ้ายของตึกเป็นโรงซ่อมรถ และฝั่งทิศใต้เป็นตึกพักแรมของพนักงานและคนขับรถ
ภูมิประเทศไม่ซับซ้อนเกินไปนัก ที่สำคัญคือไม่มีหน่วยทหารศัตรูขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ เพียงแต่ตอนที่พวกเกาหยางลงจากเครื่อง พวกเขาอยู่บริเวณกำแพงด้านทิศเหนือของตึกออฟฟิศ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับการระดมยิงจากตัวตึกเป้าหมายและอาคารทางทิศเหนือ
ปฏิบัติการจู่โจมทั้งหมดดำเนินไปภายใต้ความมืดมิด หากศัตรูไม่มีกล้องมองกลางคืน งานนี้ก็หวานหมู แต่ถ้าพวกมันมี ความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้นทันที แต่ยังอยู่ในระดับที่เกาหยางรับได้
เฮลิคอปเตอร์แตะพื้นนอกกำแพงที่สภาพพังยับเยินจากแรงระเบิดจนไม่เหลือสภาพสิ่งกีดขวาง
"ไนท์แมร์ 4 พื้นที่เคลียร์ เข้าได้! เปลี่ยน"
เกาหยางโบกมือให้สัญญาณ หน่วยจู่โจมพุ่งตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ ผ่านช่องโหว่ของกำแพงมุ่งหน้าสู่อาคารเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
พวกเขาต้องเคลื่อนที่แนบไปกับตัวตึกเพื่อเลี่ยงมุมสายตาของมือปืนบนตึก และต้องระวังระเบิดมือที่อาจจะถูกหย่อนลงมาจากหน้าต่างด้วย
หน่วยจู่โจม 3 ทีมเคลื่อนที่คุ้มกันกันและกันจนถึงทางเข้าตึกออฟฟิศ
ภายนอกตึก ซากรถกำลังมีเพลิงลุกโชน เคียงข้างด้วยซากศพที่แหลกเหลวจากกระสุนปืนใหญ่อากาศและจรวด ภายในตึกเริ่มมีเสียงปืนตอบโต้ออกมาอย่างดุเดือด
การโจมตีจากด้านหลังเริ่มเปิดฉากขึ้น แม้เสียงปืนของฝ่ายกบฏจะฟังดูดุดัน แต่มันสะเปะสะปะและไร้ทิศทางจนไม่ได้สร้างความกดดันให้พวกเขาสักเท่าไหร่
กระจกหน้าต่างของอาคารแตกละเอียดไปหมดแล้ว หลังจากทีมเคลื่อนที่มาถึงทางเข้าโดยใช้แนวผนังเป็นที่กำบัง เกาหยางก็ส่งสัญญาณมือ ทุกคนที่มีมุมโยนที่เหมาะสมต่างขว้างระเบิดมือเข้าไปในทันที
รูปแบบการรบระยะประชิดนั้นค่อนข้างตายตัว การโยนระเบิดนำเข้าไปก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่คือหลักสูตรมาตรฐาน หลังจากระเบิดแสงกว่าสิบลูกระเบิดขึ้นในโถงอาคาร หลี่จินฟางก็ขยับตัวราวกับสายฟ้าแลบ เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูวูบหนึ่งก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปพร้อมกับสาดกระสุนออกจากปากกระบอกปืนอย่างดุดัน!
------
(จบบทที่ 1011)