- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 291 ผลข้างเคียงของทักษะ [จอมคลั่งพิษ]
บทที่ 291 ผลข้างเคียงของทักษะ [จอมคลั่งพิษ]
บทที่ 291 ผลข้างเคียงของทักษะ [จอมคลั่งพิษ]
ภายในห้องฉุกเฉิน
ซูหมิงนอนหงายอยู่บนเตียงผ่าตัดด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว
ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
ในเวลานี้เขารู้สึกเพียงว่าตัวเองราวกับหลุดเข้าไปในฝันร้าย
ตัวเองในความฝันราวกับกำลังเดินอยู่บนธารน้ำแข็งที่มีลมหนาวพัดบาดกระดูก ความเย็นยะเยือกที่พัดกระหน่ำทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหนาวตาย
โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ราวกับถูกปลดกระดุมออก
ลมหนาวนับไม่ถ้วนกำลังพัดทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง หนาวเสียจนฟันของเขาสั่นกระทบกันดังกึกๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสติค่อยๆ กลับคืนมา ซูหมิงก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงพุ่งทะลักเข้าสู่สมองของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส ทำให้เขาแยกแยะไม่ออกไปชั่วขณะว่ามันส่งมาจากส่วนไหนของร่างกายกันแน่
หลังจากหมดสติไปอีกชั่วครู่
ในที่สุดซูหมิงก็ได้สติกลับคืนมา และลืมตาขึ้นอย่างเบิกโพลง
และในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่หน้าอกก็แล่นปราดเข้ามา
ส่วนตรงหน้า คือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในชุดผ่าตัดสีเขียว
ภายใต้แสงสาดส่องจากโคมไฟผ่าตัดไร้เงา แม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน
แต่ก็ยังพอมองออกถึงสีหน้าตึงเครียดของหลายๆ คนที่ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
เพียงชั่วพริบตา ซูหมิงก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากแม่น้ำที่สะพานใหญ่เจียงเป่ยแล้ว
และถูกส่งตัวมาปฐมพยาบาลกู้ชีพที่ห้องฉุกเฉิน
การต่อสู้ที่มีความเข้มข้นสูงปรี๊ด แทบจะรีดเร้นพลังกายและพลังใจทั้งหมดของซูหมิงไปจนหมดสิ้น
การหมดสติของเขา แทบจะเป็นการที่ร่างกายบังคับชัตดาวน์ตัวเอง
แต่ซูหมิงกลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดแสนสาหัส
เมื่อศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเห็นซูหมิงลืมตา กล้ามเนื้อทั่วร่างก็เกร็งตึงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ในพริบตา
เจ้ายักษ์ใหญ่ที่กำยำดั่งภูเขาคนนี้ ตอนที่หมดสติอยู่ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอฟื้นขึ้นมาแล้ว
เพียงแค่การกระทำอย่างการลืมตา
กลิ่นอายความดุร้ายบ้าคลั่งนั้นก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องฉุกเฉินอย่างเงียบเชียบ
ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ บาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวบนตัวไม่ได้ลดทอนพลังข่มขู่ของเขาลงเลย กลับยิ่งดูเหมือนจะเป็นการยั่วยุสัตว์ร้ายตัวนี้ให้โกรธเกรี้ยวเสียด้วยซ้ำ
ซูหมิงพยายามจะลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ และก้มลงมองดูหน้าอกของตัวเอง
ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดตกใจกับการกระทำนี้ของเขาจนแทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่าง ในมือยังถือคีมผ่าตัดหนีบหลอดเลือดที่ฉีกขาดของซูหมิงเอาไว้
เขาแทบจะตะโกนอย่างเสียสติว่า “อย่าขยับนะ! คนไข้! ห้ามขยับเด็ดขาด!”
แม้ซูหมิงจะเจ็บปวดจนแทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ
แต่เสียงตะโกนของศัลยแพทย์ชาย ก็ช่วยดึงสติที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาให้กลับคืนมาได้บ้าง
ท่อนบนที่เพิ่งผงกขึ้นมาเล็กน้อยจึงเอนกลับไปนอนลงอีกครั้ง
แม้จะเจ็บปวดจนร่างกายสั่นเทาไม่หยุด แต่เขาก็ยังคงคำรามเสียงต่ำด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวว่า
“กำลังผ่าตัดอยู่เหรอ? ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้! ยาชา! ฉีดยาชาให้ฉันสิโว้ย!”
ซูหมิงเจ็บจนแทบจะสลบไปอยู่แล้ว แต่ความมุ่งมั่นอันแรงกล้ากลับทำให้เขาไม่สามารถตกอยู่ในสภาวะหมดสติได้
จึงทำได้เพียงแผดเสียงคำราม และด่าทอหมอไร้จรรยาบรรณกลุ่มนี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว!
บัดซบ!
พวกแกเป็นหมอจริงๆ หรือเปล่าวะเนี่ย! โรงพยาบาลบ้านไหนเขาผ่าตัดกันสดๆ แบบนี้บ้างวะ!
ซูหมิงเจ็บปวดจนเหงื่อไหลโทรมกาย สามารถมองเห็นเม็ดเหงื่อที่ไหลมารวมตัวกันเป็นสายน้ำคดเคี้ยวบนมัดกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน
บุคลากรทางการแพทย์หญิงคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าหวาดกลัว ขยับเข้ามาใกล้ซูหมิง เธอคือวิสัญญีแพทย์ในการผ่าตัดครั้งนี้นั่นเอง
อุบัติเหตุทางการแพทย์ที่ร้ายแรงที่สุดจากการที่คนไข้รู้สึกตัวระหว่างการผ่าตัดอย่างกะทันหันในครั้งนี้ เธอแทบจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
แต่เธอช่างไร้ความผิดอะไรเช่นนี้!
ปริมาณยาชามากกว่าคนปกติถึงห้าเท่า
แถมยังเป็นปริมาณห้าเท่าของยาชาถึงเจ็ดแปดชนิด ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายของตำรวจหนุ่มตรงหน้านี้ทั้งหมดแล้ว
ต่อให้เป็นช้างก็ควรจะสลบเหมือดไปแล้ว
แต่เขากลับยังฟื้นขึ้นมาได้อีก!
แล้วจะให้วิสัญญีแพทย์ตัวเล็กๆ อย่างเธอทำยังไงล่ะ?
“ซูหมิง! ร่างกายของคุณมีปฏิกิริยาต่อต้านยาชาอย่างรุนแรงมาก! เราใช้ยาทุกชนิดไปหมดแล้ว แต่คุณต้านทานมันได้ทั้งหมดเลย”
“ตอนนี้ช่องอกของคุณกำลังถูกเปิดกว้าง อย่าลุกขึ้นมานะ! ห้ามขยับเด็ดขาดเลยนะ!”
ต้านทานฤทธิ์ยาชา?
ต่อต้านยาชาทุกชนิดอย่างรุนแรงงั้นเหรอ?
แม้เขาจะเจ็บปวดจนแทบไม่สามารถคิดอะไรได้ตามปกติ แต่เพียงชั่วพริบตาก็เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุทั้งหมด
[จอมคลั่งพิษ!]
นี่มันเป็นฝีมือของไอ้ทักษะบัดซบนั่นนี่หว่า
เขาฝืนหลับตาแล้วมองไปที่หน้าต่างระบบในหัว
บนหน้าต่างระบบแสดงข้อความไว้อย่างชัดเจน
จอมคลั่งพิษ —— สามารถแยกแยะสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการเสพติดทุกชนิดในรัศมีสามสิบเมตรได้ และสามารถต้านทานผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์ทางเคมีทุกชนิด (เพลิดเพลินให้เต็มที่เลย! พ่อหนุ่ม!)
บัดซบเอ๊ย!
คำอธิบายทักษะบอกว่าต้านทานผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์ทางเคมีทุกชนิดไม่ใช่เหรอ!
ทำไมแม่งถึงต้องต่อต้านยาชาไปด้วยวะ!
ยังจะให้เพลิดเพลินให้เต็มที่อีกเหรอ?
บ้าไปแล้ว!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย
มือยักษ์ทั้งสองข้างจับขอบเตียงผ่าตัดโลหะไว้แน่น
เอี๊ยดดด!
ภายใต้พละกำลังอันมหาศาล เตียงผ่าตัดที่เป็นโลหะล้วนก็ถูกเขาบีบจนเสียรูปทรงในพริบตา
เรื่องนี้ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ในห้องพากันส่งเสียงอุทานออกมาอย่างต่อเนื่อง
รู้สึกชาหนึบไปทั้งหนังศีรษะ
พยาบาลสาวที่ขวัญอ่อนหลายคน ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
จนกระทั่งประตูบานใหญ่ถูกผลักออก เงาร่างสูงโปร่งที่สวมชุดผ่าตัดผ่านการฆ่าเชื้อ สวมหมวกและหน้ากากอนามัยก็รีบร้อนผลักประตูเดินเข้ามา
ซูหมิงหันไปมองตามสัญชาตญาณ
ประจวบเหมาะกับที่สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่แดงก่ำของเงาร่างนั้นพอดี
แม้ว่าเธอจะสวมชุดป้องกันมิดชิด แต่ซูหมิงก็มองออกได้ตั้งแต่แวบแรก
คนที่เข้ามาก็คือเช่อไป๋เถา แฟนสาวของเขานั่นเอง
“ซูหมิง!”
เช่อไป๋เถาร้องเรียกด้วยความโศกเศร้าเสียงเบา สภาพของซูหมิงในตอนนี้ดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
บนร่างกายที่กำยำดั่งภูเขา เต็มไปด้วยบาดแผลที่น่าสยดสยองเต็มไปหมด
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับตอนที่ยืนอยู่บนเวทีออกอากาศเมื่อช่วงเช้า
ที่ต้นขาและท่อนแขน ก็มีรอยกระสุนที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นมาอีกหลายรอย
แม้ว่าตอนนี้บาดแผลจากรอยกระสุนเหล่านี้จะถูกเย็บปิดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้พันแผล
เช่อไป๋เถาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าผิวหนังและเนื้อของซูหมิงเหมือนถูกเข็มและด้ายเย็บติดกันอย่างหยาบๆ
ทั้งดูน่าเกลียดและทำให้เธอปวดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
โดยเฉพาะในเวลานี้ ช่องอกของซูหมิงถูกเปิดกว้าง กล้ามเนื้อแต่ละชั้นถูกลอกออก
จนถึงขั้นมองเห็นหัวใจดวงโตที่แข็งแรงกำลังเต้นตุบๆ อย่างรวดเร็วอยู่ภายใต้ซี่โครงสีขาวซีด
เช่อไป๋เถามองดูซูหมิงที่เจ็บปวดจนเส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปน และกล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตึง
ก็ถึงกับพูดไม่ออกในพริบตา หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นลงมา
“ซูหมิง!” เช่อไป๋เถาสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด คิดไปเองว่าตนเองต้องมาทนดูซูหมิงเจ็บปวดจนตายไปต่อหน้าต่อตา
เธอคร่ำครวญด้วยความโศกเศร้า
“เถาจื่อ เธอ... ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ซูหมิงฉีกมุมปาก ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส บังคับตัวเองให้ฝืนยิ้มออกมาอย่างน่าเวทนา
เขานึกไม่ถึงเลยจริงๆ
ว่าครั้งนี้จะถูกไอ้ทักษะบัดซบนี่ดักควายเข้าให้แล้ว
ต้านทานยาชาได้เนี่ยนะ?
เช่อไป๋เถารีบเดินไปที่ข้างกายซูหมิง คุกเข่าข้างหนึ่งลงหน้าเตียงผ่าตัด แล้วลูบไล้แก้มอันหยาบกร้านของซูหมิงอย่างแผ่วเบา
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แทบจะสะอื้นไห้ว่า “ซูหมิง โทษฉันเอง... ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน...”
ซูหมิงเหงื่อไหลเป็นสายน้ำ กัดฟันแน่นจนเลือดออกตามไรฟัน
แต่ก็ยังคงฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส ใช้มือใหญ่ลูบหัวเช่อไป๋เถา
แล้วฝืนยิ้มพูดว่า “พูดจาเหลวไหลอะไรกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจัดการพลซุ่มยิงคนแรกนั่นไป ก็คงไม่ถึงคิวฉันจัดการพวกโจรบนสะพานนั่นหรอก”
“หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต ถือว่า.. หายกัน..”
ระหว่างที่ซูหมิงกำลังพูด ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดที่ถือคีมผ่าตัดมาเป็นเวลานานก็ขยับเปลี่ยนท่าทางเล็กน้อย
ทำให้กระเทือนถึงบาดแผล เจ็บจนเส้นเลือดของเขาเต้นตุบๆ
“หายกันบ้าบออะไรล่ะ! นายรู้หรือเปล่า ว่ายาชาทุกชนิดใช้กับนายไม่ได้ผลเลย การผ่าตัดดำเนินต่อไปไม่ได้ นายกำลังจะตายนะ!”
เช่อไป๋เถามีน้ำตาคลอเบ้า เธอมองดูเส้นเลือดฝอยในตาขาวของซูหมิงแตกปริแตกเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตา
ย้อมดวงตาเสือคู่นั้นของเขา จนกลายเป็นสีแดงก่ำ
ในใจรู้สึกโศกเศร้า ร้องไห้ส่ายหน้าไปมา