เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!

บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!

บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!


ซูหมิงยืนตระหง่านอยู่ริมฝั่ง เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่มีสีหน้าย่ำแย่สุดๆ แล้ว สีหน้าของเขากลับราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง

เขาขมวดคิ้วมองผู้กองจางที่อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นกดวางสายโทรศัพท์ที่ยังโทรค้างอยู่ แล้วหันหน้าไปถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ทางกรมยังรวบรวมข้อมูลของคนกลุ่มนี้ไม่เสร็จอีกเหรอ?"

รังสีอำมหิตที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของซูหมิงเปรียบเสมือนอาวุธร้ายที่สังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่นจนขนลุก

ผู้กองจางลอบตกใจอยู่ในใจ ปากก็ตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณว่า "น่าจะเสร็จแล้วครับ ผมจะให้ศูนย์บัญชาการส่งข้อมูลมาให้เดี๋ยวนี้..."

ขณะที่ชายสวมหมวกแก๊ปกำลังใช้กล้องส่องทางไกลแอบมองไปยังสะพานใหญ่ เขาก็เห็นเงาร่างของซูหมิงที่ยืนตระหง่านราวกับเทพเจ้าแห่งสงคราม

ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง

ฆ่าคนในแก๊งของพวกมันไปตั้งมากมาย ท่าทางยังจะดูอวดดีขนาดนี้อีก

ทำไม?

แกคิดว่าตัวเองได้เป็นฮีโร่แล้วมันเจ๋งนักเหรอ?

ชายสวมหมวกแก๊ปที่มีความต่อต้านอาชีพตำรวจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซูหมิง ตำรวจสายโหดที่เกือบจะฆ่าล้างแก๊งของพวกมัน

ย่อมต้องรู้สึกหมั่นไส้มากยิ่งขึ้นไปอีก

เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจก็ผุดแผนการอันชั่วร้ายขึ้นมาในทันที

ชายสวมหมวกแก๊ปคว้าตัวเช่อไป๋เถาที่ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาตรงหน้า จิกผมของเธอแล้วบังคับให้เธอหันไปมองทางสะพานใหญ่

ปากก็กระซิบด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายว่า "เช่อไป๋เถา... เธอว่า ถ้าฉันจะให้ซูหมิงเอาชีวิตของมันมาแลกกับชีวิตของเธอ"

"เธอว่า มันจะยอมหรือเปล่าล่ะ!"

ดวงตาของเช่อไป๋เถาเบิกโพลงในพริบตา เธอหันไปมองผู้ชายสวมหน้ากากอนามัยข้างกายด้วยความตกตะลึง

เอาชีวิตของซูหมิง มาแลกกับชีวิตของตัวเอง?

ชายสวมหมวกแก๊ปมองดูปฏิกิริยาที่รุนแรงของเช่อไป๋เถา ความรู้สึกพึงพอใจแบบโรคจิตในใจพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในเวลานี้

เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง

ถ้าซูหมิงไม่ยอมตกลง ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะสร้างผลงานไว้มากมายแค่ไหน

เป็นฮีโร่แบบไหนก็ตาม

ในวินาทีที่เขาปฏิเสธ อนาคตและเส้นทางข้างหน้าทั้งหมดจะมลายหายไปในพริบตา

แต่ถ้าเขายอมตกลง

หึหึ...

ไม่เพียงแต่จะคว้าเงินรางวัลนำจับก้อนนั้นมาอยู่ในมือได้

แถมยังไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่นเลยด้วย

ปล่อยคน?

ล้อเล่นหรือไง!

คำว่าสัจจะ สำหรับพวกเดนคนที่เลียเลือดบนคมมีดอย่างพวกมันแล้ว

คือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดโดยสิ้นเชิง

สีหน้าของเช่อไป๋เถาซีดเผือด แม้เธอจะดิ้นรนสุดชีวิต พยายามจะสลัดให้หลุดจากเชือกที่มัดอยู่บนตัว แต่จนใจที่สลัดไม่หลุด

ในตอนนี้ภายในหัวของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เธอคุ้นเคยกับซูหมิงดีเกินไป แม้ว่าจะตกลงคบหากันได้เพียงไม่กี่วัน

แต่นิสัยใจคอของซูหมิง เธอรู้ดี

เขายอมเอาชีวิตมาแลกกับความปลอดภัยของเธออย่างแน่นอน...

แต่ว่า เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น!

ชายสวมหมวกแก๊ปไม่สนใจปฏิกิริยาของเช่อไป๋เถา เมื่อคิดแผนการอันยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมาได้

เขาก็ตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ แทบจะรอไม่ไหวที่จะบอกความคิดนี้ให้พรรคพวกที่อยู่ข้างๆ ฟัง

คนที่ช่วยเขาควบคุมตัวเช่อไป๋เถาไว้คือชายผมยาวหน้าตาเคร่งขรึมมืดมนคนหนึ่ง

"บีบให้ซูหมิงตาย?"

ชายหน้ามืดมนฟังความคิดของชายสวมหมวกแก๊ป

ในตอนแรกใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่า แกบ้าไปแล้วหรือเปล่า

แต่พอฟังแผนการทั้งหมดของชายสวมหมวกแก๊ปจนจบ บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏแววตาคล้อยตามขึ้นมา

จุดสำคัญที่สุดที่โน้มน้าวเขาได้ ก็คือเงินสี่สิบล้านที่ยังไม่ได้มาอยู่ในมือ

แปดสิบล้าน!

นับรวมหลี่กวงที่รอดชีวิตมาได้ ก็มีกันทั้งหมดสี่คน

ต่อให้แบ่งเท่ากัน ก็ยังได้ส่วนแบ่งคนละสองสิบล้าน!

แน่นอนว่า ก่อนลงมือหลี่กวงบอกว่าเขาเดาออกว่าคนบงการเบื้องหลังคือใคร

แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก!

ถ้าเกิดเดาผิด พวกเขาก็รีดไถอะไรไม่ได้เลย

แถมหลังจากลงมือบ้าระห่ำครั้งนี้ไป ในประเทศคงไม่มีที่ให้พวกเขายืนอีกต่อไปแล้ว

ลูกสาวเลขาธิการพรรคก็แม่งลักพาตัวมาแล้ว

ฆ่าตำรวจเพิ่มอีกสักคน จะเป็นไรไป!

เมื่อคิดได้ดังนี้ ชายหน้ามืดมนก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเล

เขาหยิบปืนสไนเปอร์ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา ลุกขึ้นยืนจากข้างกายเช่อไป๋เถาอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกไปไกล

ในเวลาเดียวกัน

ซูหมิงกำลังรอคอยวิทยุสื่อสารที่ตกอยู่ในความเงียบอย่างสงบ

ส่วนทางฝั่งศูนย์บัญชาการนั้น วุ่นวายสับสนไปหมดตั้งนานแล้ว

เมื่อกรมตำรวจมณฑลยื่นมือเข้ามาแทรกแซง หลังจากผ่านการวิเคราะห์ประเมินจากยอดฝีมือด้านการสืบสวนคดีอาญาในแต่ละแขนง

วิดีโอจากกล้องวงจรปิดระหว่างที่โจรกลุ่มนี้ลักพาตัวเหอเสวี่ยก็ถูกขุดค้นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

ประกอบกับคืนที่จัตุรัสฉวินซิง พวกมันสวมเครื่องแบบตำรวจผู้ช่วยเดินออกมาจากเขตพื้นที่ ก็ถูกกล้องบันทึกภาพไว้ได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ภาพถ่ายและวิดีโอต่างๆ ภายใต้การปรับแต่งจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพของกรมตำรวจมณฑล ค่อยๆ เปลี่ยนจากภาพเบลอกลายเป็นชัดเจนขึ้นทีละภาพ

.....

วิทยุสื่อสารไม่ได้เงียบไปนานนัก ไม่นานก็มีเสียงเย้ยหยันของผู้ชายดังขึ้นมาอีกครั้ง

"คุณตำรวจซู ในเมื่อคุณทำตามข้อเรียกร้องแรกเสร็จแล้ว งั้นก็มาถึงข้อเรียกร้องที่สอง..."

ซูหมิงกดปุ่มพูดบนวิทยุสื่อสาร พร้อมกับเอ่ยอย่างสงวนถ้อยคำว่า "พูดมา!"

ชายคนนั้นไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดที่ไม่สบอารมณ์ของซูหมิง

สำหรับเขาแล้ว ในตอนนี้เขามีไพ่ตายชี้ขาดอยู่ในมือ

ในฐานะผู้ชนะ เขามีความอดกลั้นต่อซูหมิงอย่างมาก

เขาพูดปนรอยยิ้มว่า "ผมอยากจะทำธุรกิจกับคุณสักหน่อย"

"ธุรกิจอะไร?"

"ชีวิต แลก ชีวิต!"

คำพูดของชายสวมหมวกแก๊ปกระชับและได้ใจความ ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ

สีหน้าของทุกคนในที่เกิดเหตุเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงในทันที

จางอี้อดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโกรธจัดว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้!"

เสียงคำรามด้วยความโกรธของเขาดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก

เห็นได้ชัดว่า ข้อเรียกร้องที่คนร้ายจากปลายสายวิทยุเสนอมา ได้จุดไฟโทสะของเทพปืนคนนี้จนลุกโชนอย่างถึงที่สุด

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงครั้งที่สองที่เขาได้พบกับซูหมิง แต่อย่างไม่ต้องสงสัย ในใจของเขาได้นับถือซูหมิงเป็นสหายร่วมรบไปตั้งนานแล้ว

ครั้งก่อนที่สนามยิงปืน แม้ว่าซูหมิงจะเอาชนะเขาในการแข่งขันยิงปืนพกไปอย่างราบคาบ

แต่การไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน คำพูดประโยคนี้คือคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับลูกผู้ชาย

ทว่า

การปฏิเสธอย่างเด็ดขาดของจางอี้ กลับถูกซูหมิงตะคอกห้ามเอาไว้

"จางอี้ หุบปาก!"

น้ำเสียงของซูหมิง เย็นเยียบอย่างหาที่สุดไม่ได้

แต่จางอี้ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แทบจะยืนจ้องหน้าซูหมิงด้วยความโกรธ

ปากก็ยังคงพูดเสียงดังต่อไปว่า "ซูหมิง... คนพวกนี้มันไม่มีสัจจะหรอกนะ! นายลืมไปแล้วหรือไงว่าเหอเสวี่ยตายยังไง!"

ซูหมิงอดไม่ได้ที่จะคำรามเสียงต่ำ "ฉันบอกให้แกหุบปากไง!"

กลิ่นอายความดุร้าย แผ่ซ่านออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

ซูหมิงที่สูงสองเมตรสามสิบ น้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม

กล้ามเนื้อทั่วร่างหลังจากผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดเมื่อครู่นี้ อยู่ในสภาวะสูบฉีดเลือด ดูน่าสะพรึงกลัวกว่าปกติหลายเท่านัก

กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ราวกับเหล็กกล้าที่หล่อหลอมขึ้นมา พร้อมกันนั้นเส้นเลือดปูดโปนแต่ละเส้นก็คดเคี้ยวไปตามร่างกายราวกับงูตัวเล็กๆ

ดุดันและน่าเกรงขาม

ทุกคนถึงกับรู้สึกว่าซูหมิงในเวลานี้ ราวกับเจ้าป่าพยัคฆ์ร้ายที่ถูกยั่วให้โกรธจัด

พร้อมที่จะขย้ำคนกินได้ทุกเมื่อ

กลิ่นอายความบ้าคลั่งกดดันจนทหารและตำรวจธรรมดารอบข้างขนลุกซู่

เผลอแสดงสีหน้าตึงเครียดออกมาโดยสัญชาตญาณ ทุกคนเม้มปากแน่นไม่กล้าส่งเสียงใดๆ

แม้แต่ผู้กองจางที่เป็นถึงหัวกะทิของหน่วยคอมมานโด ก็ยังเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ และลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

แต่จางอี้กลับเหมือนตะปูเหล็กที่ตอกฝังแน่นอยู่กับที่ เขาเงยหน้าเผชิญหน้ากับซูหมิงตรงๆ

แล้วคำรามลั่นว่า "กูหุบปากไม่ได้เว้ย! แม่งเอ๊ย นี่มันกับดักที่ไปแล้วต้องตายชัดๆ!"

"อย่าว่าแต่ตัวประกันแม่งจะเป็นลูกสาวเลขาธิการพรรคของพวกนายเลย ต่อให้เป็นตัวเลขาธิการพรรคเอง! กูก็ไม่ยอมให้นายไปตายเปล่าแบบนี้หรอก!"

"ช่วยคน! กูเป็นทหาร กูก็อยากช่วยมากกว่าใครทั้งนั้นแหละ!"

"แต่ว่า การเสียสละที่ไร้ความหมาย มันใช้ไม่ได้เด็ดขาด!"

"ซูหมิง! สัจจะของพวกมันคือศูนย์!"

"ชีวิตลูกสาวเลขาธิการพรรคของเธอเป็นชีวิต แล้วชีวิตของนายไม่ใช่ชีวิตหรือไงวะ!"

เมื่อตะโกนมาถึงประโยคสุดท้าย ตาของจางอี้ก็แดงก่ำ เสียงก็แหบพร่าไปหมด

พูดกันตามตรง เมื่อถึงประโยคสุดท้าย

คำพูดของจางอี้ไม่ได้ตะโกนให้ซูหมิงฟังอีกต่อไป แต่กำลังตะโกนให้ทุกคนในที่เกิดเหตุฟัง

ตะโกนไปถึงเบื้องหลังกล้องวงจรปิด ให้พวกบรรดาผู้นำระดับสูงที่อยู่บนหอคอยงาช้างได้รับฟัง

ความเงียบงัน...

ไม่มีใครเป็นคนโง่ ทุกคนต่างรู้ดีถึงเจตนาร้ายของอีกฝ่าย

มันต้องการบีบให้ซูหมิงตายด้วยมือเปล่า

ซูหมิงย่อมรับรู้ถึงความหวังดีของจางอี้ แม้เขาจะอยู่ในกองทัพ

แต่ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับผู้ทรงอำนาจอันดับหนึ่งของมณฑลเพื่อตัวเขา ต่อให้ไปถามคนเป็นร้อยคน

จะมีใครกล้าบ้าง?

ซูหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มรวบตัวจางอี้ที่อยู่ตรงหน้าเข้ามากอดไว้

พร้อมกับกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหนึ่งประโยค

"พี่อี้! ความหวังดีของพี่ ผมขอรับไว้ด้วยใจ..."

"แต่ผมมีเหตุผลที่ต้องตกลง"

จางอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เหตุผลบ้าบออะไรของมึง!

ฉันว่านายแม่งต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ซูหมิง!

จางอี้อ้าปากเตรียมจะด่า

ซูหมิงเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อนเต็มร้อย เมื่อถูกจางอี้ด่าจนของขึ้น เขาก็ไม่สนสี่สนแปดตะโกนสวนกลับไปทันทีว่า "เหตุผล! เหตุผลก็คือเช่อไป๋เถาเป็นผู้หญิงของกูโว้ย!"

"....."

จบบทที่ บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว