- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!
บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!
บทที่ 281 เธอคือผู้หญิงของฉัน!
ซูหมิงยืนตระหง่านอยู่ริมฝั่ง เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่มีสีหน้าย่ำแย่สุดๆ แล้ว สีหน้าของเขากลับราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง
เขาขมวดคิ้วมองผู้กองจางที่อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นกดวางสายโทรศัพท์ที่ยังโทรค้างอยู่ แล้วหันหน้าไปถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ทางกรมยังรวบรวมข้อมูลของคนกลุ่มนี้ไม่เสร็จอีกเหรอ?"
รังสีอำมหิตที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของซูหมิงเปรียบเสมือนอาวุธร้ายที่สังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่นจนขนลุก
ผู้กองจางลอบตกใจอยู่ในใจ ปากก็ตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณว่า "น่าจะเสร็จแล้วครับ ผมจะให้ศูนย์บัญชาการส่งข้อมูลมาให้เดี๋ยวนี้..."
ขณะที่ชายสวมหมวกแก๊ปกำลังใช้กล้องส่องทางไกลแอบมองไปยังสะพานใหญ่ เขาก็เห็นเงาร่างของซูหมิงที่ยืนตระหง่านราวกับเทพเจ้าแห่งสงคราม
ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
ฆ่าคนในแก๊งของพวกมันไปตั้งมากมาย ท่าทางยังจะดูอวดดีขนาดนี้อีก
ทำไม?
แกคิดว่าตัวเองได้เป็นฮีโร่แล้วมันเจ๋งนักเหรอ?
ชายสวมหมวกแก๊ปที่มีความต่อต้านอาชีพตำรวจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซูหมิง ตำรวจสายโหดที่เกือบจะฆ่าล้างแก๊งของพวกมัน
ย่อมต้องรู้สึกหมั่นไส้มากยิ่งขึ้นไปอีก
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจก็ผุดแผนการอันชั่วร้ายขึ้นมาในทันที
ชายสวมหมวกแก๊ปคว้าตัวเช่อไป๋เถาที่ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาตรงหน้า จิกผมของเธอแล้วบังคับให้เธอหันไปมองทางสะพานใหญ่
ปากก็กระซิบด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายว่า "เช่อไป๋เถา... เธอว่า ถ้าฉันจะให้ซูหมิงเอาชีวิตของมันมาแลกกับชีวิตของเธอ"
"เธอว่า มันจะยอมหรือเปล่าล่ะ!"
ดวงตาของเช่อไป๋เถาเบิกโพลงในพริบตา เธอหันไปมองผู้ชายสวมหน้ากากอนามัยข้างกายด้วยความตกตะลึง
เอาชีวิตของซูหมิง มาแลกกับชีวิตของตัวเอง?
ชายสวมหมวกแก๊ปมองดูปฏิกิริยาที่รุนแรงของเช่อไป๋เถา ความรู้สึกพึงพอใจแบบโรคจิตในใจพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในเวลานี้
เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ถ้าซูหมิงไม่ยอมตกลง ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะสร้างผลงานไว้มากมายแค่ไหน
เป็นฮีโร่แบบไหนก็ตาม
ในวินาทีที่เขาปฏิเสธ อนาคตและเส้นทางข้างหน้าทั้งหมดจะมลายหายไปในพริบตา
แต่ถ้าเขายอมตกลง
หึหึ...
ไม่เพียงแต่จะคว้าเงินรางวัลนำจับก้อนนั้นมาอยู่ในมือได้
แถมยังไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่นเลยด้วย
ปล่อยคน?
ล้อเล่นหรือไง!
คำว่าสัจจะ สำหรับพวกเดนคนที่เลียเลือดบนคมมีดอย่างพวกมันแล้ว
คือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดโดยสิ้นเชิง
สีหน้าของเช่อไป๋เถาซีดเผือด แม้เธอจะดิ้นรนสุดชีวิต พยายามจะสลัดให้หลุดจากเชือกที่มัดอยู่บนตัว แต่จนใจที่สลัดไม่หลุด
ในตอนนี้ภายในหัวของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เธอคุ้นเคยกับซูหมิงดีเกินไป แม้ว่าจะตกลงคบหากันได้เพียงไม่กี่วัน
แต่นิสัยใจคอของซูหมิง เธอรู้ดี
เขายอมเอาชีวิตมาแลกกับความปลอดภัยของเธออย่างแน่นอน...
แต่ว่า เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น!
ชายสวมหมวกแก๊ปไม่สนใจปฏิกิริยาของเช่อไป๋เถา เมื่อคิดแผนการอันยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมาได้
เขาก็ตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ แทบจะรอไม่ไหวที่จะบอกความคิดนี้ให้พรรคพวกที่อยู่ข้างๆ ฟัง
คนที่ช่วยเขาควบคุมตัวเช่อไป๋เถาไว้คือชายผมยาวหน้าตาเคร่งขรึมมืดมนคนหนึ่ง
"บีบให้ซูหมิงตาย?"
ชายหน้ามืดมนฟังความคิดของชายสวมหมวกแก๊ป
ในตอนแรกใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่า แกบ้าไปแล้วหรือเปล่า
แต่พอฟังแผนการทั้งหมดของชายสวมหมวกแก๊ปจนจบ บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏแววตาคล้อยตามขึ้นมา
จุดสำคัญที่สุดที่โน้มน้าวเขาได้ ก็คือเงินสี่สิบล้านที่ยังไม่ได้มาอยู่ในมือ
แปดสิบล้าน!
นับรวมหลี่กวงที่รอดชีวิตมาได้ ก็มีกันทั้งหมดสี่คน
ต่อให้แบ่งเท่ากัน ก็ยังได้ส่วนแบ่งคนละสองสิบล้าน!
แน่นอนว่า ก่อนลงมือหลี่กวงบอกว่าเขาเดาออกว่าคนบงการเบื้องหลังคือใคร
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก!
ถ้าเกิดเดาผิด พวกเขาก็รีดไถอะไรไม่ได้เลย
แถมหลังจากลงมือบ้าระห่ำครั้งนี้ไป ในประเทศคงไม่มีที่ให้พวกเขายืนอีกต่อไปแล้ว
ลูกสาวเลขาธิการพรรคก็แม่งลักพาตัวมาแล้ว
ฆ่าตำรวจเพิ่มอีกสักคน จะเป็นไรไป!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ชายหน้ามืดมนก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเล
เขาหยิบปืนสไนเปอร์ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา ลุกขึ้นยืนจากข้างกายเช่อไป๋เถาอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกไปไกล
ในเวลาเดียวกัน
ซูหมิงกำลังรอคอยวิทยุสื่อสารที่ตกอยู่ในความเงียบอย่างสงบ
ส่วนทางฝั่งศูนย์บัญชาการนั้น วุ่นวายสับสนไปหมดตั้งนานแล้ว
เมื่อกรมตำรวจมณฑลยื่นมือเข้ามาแทรกแซง หลังจากผ่านการวิเคราะห์ประเมินจากยอดฝีมือด้านการสืบสวนคดีอาญาในแต่ละแขนง
วิดีโอจากกล้องวงจรปิดระหว่างที่โจรกลุ่มนี้ลักพาตัวเหอเสวี่ยก็ถูกขุดค้นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
ประกอบกับคืนที่จัตุรัสฉวินซิง พวกมันสวมเครื่องแบบตำรวจผู้ช่วยเดินออกมาจากเขตพื้นที่ ก็ถูกกล้องบันทึกภาพไว้ได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน
ภาพถ่ายและวิดีโอต่างๆ ภายใต้การปรับแต่งจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพของกรมตำรวจมณฑล ค่อยๆ เปลี่ยนจากภาพเบลอกลายเป็นชัดเจนขึ้นทีละภาพ
.....
วิทยุสื่อสารไม่ได้เงียบไปนานนัก ไม่นานก็มีเสียงเย้ยหยันของผู้ชายดังขึ้นมาอีกครั้ง
"คุณตำรวจซู ในเมื่อคุณทำตามข้อเรียกร้องแรกเสร็จแล้ว งั้นก็มาถึงข้อเรียกร้องที่สอง..."
ซูหมิงกดปุ่มพูดบนวิทยุสื่อสาร พร้อมกับเอ่ยอย่างสงวนถ้อยคำว่า "พูดมา!"
ชายคนนั้นไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดที่ไม่สบอารมณ์ของซูหมิง
สำหรับเขาแล้ว ในตอนนี้เขามีไพ่ตายชี้ขาดอยู่ในมือ
ในฐานะผู้ชนะ เขามีความอดกลั้นต่อซูหมิงอย่างมาก
เขาพูดปนรอยยิ้มว่า "ผมอยากจะทำธุรกิจกับคุณสักหน่อย"
"ธุรกิจอะไร?"
"ชีวิต แลก ชีวิต!"
คำพูดของชายสวมหมวกแก๊ปกระชับและได้ใจความ ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ
สีหน้าของทุกคนในที่เกิดเหตุเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงในทันที
จางอี้อดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโกรธจัดว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธของเขาดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก
เห็นได้ชัดว่า ข้อเรียกร้องที่คนร้ายจากปลายสายวิทยุเสนอมา ได้จุดไฟโทสะของเทพปืนคนนี้จนลุกโชนอย่างถึงที่สุด
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงครั้งที่สองที่เขาได้พบกับซูหมิง แต่อย่างไม่ต้องสงสัย ในใจของเขาได้นับถือซูหมิงเป็นสหายร่วมรบไปตั้งนานแล้ว
ครั้งก่อนที่สนามยิงปืน แม้ว่าซูหมิงจะเอาชนะเขาในการแข่งขันยิงปืนพกไปอย่างราบคาบ
แต่การไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน คำพูดประโยคนี้คือคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับลูกผู้ชาย
ทว่า
การปฏิเสธอย่างเด็ดขาดของจางอี้ กลับถูกซูหมิงตะคอกห้ามเอาไว้
"จางอี้ หุบปาก!"
น้ำเสียงของซูหมิง เย็นเยียบอย่างหาที่สุดไม่ได้
แต่จางอี้ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แทบจะยืนจ้องหน้าซูหมิงด้วยความโกรธ
ปากก็ยังคงพูดเสียงดังต่อไปว่า "ซูหมิง... คนพวกนี้มันไม่มีสัจจะหรอกนะ! นายลืมไปแล้วหรือไงว่าเหอเสวี่ยตายยังไง!"
ซูหมิงอดไม่ได้ที่จะคำรามเสียงต่ำ "ฉันบอกให้แกหุบปากไง!"
กลิ่นอายความดุร้าย แผ่ซ่านออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ซูหมิงที่สูงสองเมตรสามสิบ น้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม
กล้ามเนื้อทั่วร่างหลังจากผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดเมื่อครู่นี้ อยู่ในสภาวะสูบฉีดเลือด ดูน่าสะพรึงกลัวกว่าปกติหลายเท่านัก
กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ราวกับเหล็กกล้าที่หล่อหลอมขึ้นมา พร้อมกันนั้นเส้นเลือดปูดโปนแต่ละเส้นก็คดเคี้ยวไปตามร่างกายราวกับงูตัวเล็กๆ
ดุดันและน่าเกรงขาม
ทุกคนถึงกับรู้สึกว่าซูหมิงในเวลานี้ ราวกับเจ้าป่าพยัคฆ์ร้ายที่ถูกยั่วให้โกรธจัด
พร้อมที่จะขย้ำคนกินได้ทุกเมื่อ
กลิ่นอายความบ้าคลั่งกดดันจนทหารและตำรวจธรรมดารอบข้างขนลุกซู่
เผลอแสดงสีหน้าตึงเครียดออกมาโดยสัญชาตญาณ ทุกคนเม้มปากแน่นไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
แม้แต่ผู้กองจางที่เป็นถึงหัวกะทิของหน่วยคอมมานโด ก็ยังเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ และลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
แต่จางอี้กลับเหมือนตะปูเหล็กที่ตอกฝังแน่นอยู่กับที่ เขาเงยหน้าเผชิญหน้ากับซูหมิงตรงๆ
แล้วคำรามลั่นว่า "กูหุบปากไม่ได้เว้ย! แม่งเอ๊ย นี่มันกับดักที่ไปแล้วต้องตายชัดๆ!"
"อย่าว่าแต่ตัวประกันแม่งจะเป็นลูกสาวเลขาธิการพรรคของพวกนายเลย ต่อให้เป็นตัวเลขาธิการพรรคเอง! กูก็ไม่ยอมให้นายไปตายเปล่าแบบนี้หรอก!"
"ช่วยคน! กูเป็นทหาร กูก็อยากช่วยมากกว่าใครทั้งนั้นแหละ!"
"แต่ว่า การเสียสละที่ไร้ความหมาย มันใช้ไม่ได้เด็ดขาด!"
"ซูหมิง! สัจจะของพวกมันคือศูนย์!"
"ชีวิตลูกสาวเลขาธิการพรรคของเธอเป็นชีวิต แล้วชีวิตของนายไม่ใช่ชีวิตหรือไงวะ!"
เมื่อตะโกนมาถึงประโยคสุดท้าย ตาของจางอี้ก็แดงก่ำ เสียงก็แหบพร่าไปหมด
พูดกันตามตรง เมื่อถึงประโยคสุดท้าย
คำพูดของจางอี้ไม่ได้ตะโกนให้ซูหมิงฟังอีกต่อไป แต่กำลังตะโกนให้ทุกคนในที่เกิดเหตุฟัง
ตะโกนไปถึงเบื้องหลังกล้องวงจรปิด ให้พวกบรรดาผู้นำระดับสูงที่อยู่บนหอคอยงาช้างได้รับฟัง
ความเงียบงัน...
ไม่มีใครเป็นคนโง่ ทุกคนต่างรู้ดีถึงเจตนาร้ายของอีกฝ่าย
มันต้องการบีบให้ซูหมิงตายด้วยมือเปล่า
ซูหมิงย่อมรับรู้ถึงความหวังดีของจางอี้ แม้เขาจะอยู่ในกองทัพ
แต่ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับผู้ทรงอำนาจอันดับหนึ่งของมณฑลเพื่อตัวเขา ต่อให้ไปถามคนเป็นร้อยคน
จะมีใครกล้าบ้าง?
ซูหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มรวบตัวจางอี้ที่อยู่ตรงหน้าเข้ามากอดไว้
พร้อมกับกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหนึ่งประโยค
"พี่อี้! ความหวังดีของพี่ ผมขอรับไว้ด้วยใจ..."
"แต่ผมมีเหตุผลที่ต้องตกลง"
จางอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เหตุผลบ้าบออะไรของมึง!
ฉันว่านายแม่งต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ซูหมิง!
จางอี้อ้าปากเตรียมจะด่า
ซูหมิงเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อนเต็มร้อย เมื่อถูกจางอี้ด่าจนของขึ้น เขาก็ไม่สนสี่สนแปดตะโกนสวนกลับไปทันทีว่า "เหตุผล! เหตุผลก็คือเช่อไป๋เถาเป็นผู้หญิงของกูโว้ย!"
"....."