- หน้าแรก
- สั่งให้เปิดบ้านผีสิง ไม่ใช่ให้เอาผีจริงมาปล่อย
- บทที่ 125 ในนามแห่งพ่อ!
บทที่ 125 ในนามแห่งพ่อ!
บทที่ 125 ในนามแห่งพ่อ!
บทที่ 125 ในนามแห่งพ่อ!
"หยิบ... หยิบมีดมาฆ่าคนด้วยตัวเองเลยเหรอ?"
หวังต้าเปียวกลืนน้ำลาย
"ถึงจะสุดโต่งไปหน่อย แต่ตาแก่นี่... เป็นลูกผู้ชายตัวจริง"
"สุดโต่ง?"
อู๋หย่งคังได้ยินเข้าก็หันกลับมา รอยยิ้มเจือปนด้วยความเยาะเย้ยและความภูมิใจ
"เจ้าอ้วน แกคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ฉันทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือไง?"
เขายื่นนิ้วที่ผอมแห้งออกไป
"เพื่อวันนี้ ฉันเตรียมการมาสิบปีเต็ม"
เฉินอวี่ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามขึ้น
"ตึกหลังนี้... ปริมาณงานในการดัดแปลงมันมหาศาลมาก แค่คุณที่เป็นคนเฝ้าประตูคนเดียว จะทำได้อย่างไรครับ?"
"คนเฝ้าประตู?"
อู๋หย่งคังแค่นหัวเราะ
"สิบปีก่อน ฉันก็ถือว่าเป็นเถ้าแก่เล็กๆ คนหนึ่ง เพื่อรักษาเสี่ยวอวี่ ฉันขายโรงงาน ขายบ้านเก่า ขายรถ ถึงได้ซื้อตึกหลังนี้มา"
"ตอนนั้นฉันเหมือนมดตัวหนึ่ง วันนี้ขนอิฐสองสามก้อน พรุ่งนี้ขนปูนสองสามกระสอบ"
อู๋หย่งคังชี้ไปที่เพดานอันมืดสลัวเหนือศีรษะ
"เพื่อไม่ให้ใครพบเห็น ฉันกล้าลงมือทำเฉพาะตอนกลางดึก ชั้นลอยชั้นนี้ ฉันใช้พลั่วขุดมันขึ้นมาทีละนิด ส่วนฉนวนกันเสียงพวกนี้ ฉันก็แปะมันเข้าไปทีละแผ่น"
หลินเฟิงมองมือของอู๋หย่งคังที่เต็มไปด้วยตุ่มด้านและรอยแผลเป็น ในใจก็รู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย
สิบปี...
สามพันหกร้อยกว่าวันคืน...
แรงผลักดันที่ค้ำจุนเขา ต้องเป็นความแค้นที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน?
"นี่... นี่มันเกินไปแล้วนะครับ"
จ้าวเยี่ยนอ้าปากค้าง
"แถมยังต้องดูแล... เธออีก"
เขาชี้ไปที่อู๋เสี่ยวอวี่ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
"ใช่แล้ว ยังต้องดูแลเจ้าหญิงน้อยของฉันอีก"
แววตาของอู๋หย่งคังอ่อนโยนลงชั่วขณะ แล้วก็กลับมาเฉียบคมอีกครั้ง
เขาเดินไปที่โต๊ะควบคุม นิ้วมือของเขาลูบไล้รูปถ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนที่ติดอยู่บนผนังอย่างแผ่วเบา
"แต่แค่นี้ยังไม่พอ"
"ฉันต้องการให้พวกมันชดใช้ แต่การชดใช้ของฉัน ไม่ใช่แค่การแทงพวกมันให้ตายแล้วจบไป"
"สิบปีมานี้ ฉันทำศัลยกรรม แอบฟังพวกมันบ่นเรื่องงาน ดูพวกมันมีความรัก แต่งงาน มีลูก..."
"ฉันมองดูพวกมันลืมบาปกรรมเมื่อครั้งนั้นไปจนหมดสิ้น มองดูพวกมันใช้ชีวิตอย่างสบายใจ"
"เชี่ย..."
หวังต้าเปียวหนาวสั่นไปทั้งตัว ถูแขนที่ขนลุกซู่
"ถูกจับจ้องแบบนี้มาสิบปี... นี่มันทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีกนะเว้ย"
"ทรมาน?"
อู๋หย่งคังหันกลับมาตะคอกเสียงดัง
"แล้วฉันไม่ทรมานรึไง?!"
เขาหายใจเข้าลึกๆ สงบสติอารมณ์
"แต่ว่า... การรอคอยมันคุ้มค่า"
บนใบหน้าของอู๋หย่งคังปรากฏความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
"หวังซิ่วหลัน ยายแก่ปากเสียคนนั้น"
"จำได้ไหม? คนที่ให้การเท็จที่โรงเรียน"
"ยายแก่นั่นโลภเงินที่สุด"
อู๋หย่งคังแค่นหัวเราะ
"ฉันก็เลยไปโพสต์ประกาศรับสมัครงานบนอินเทอร์เน็ต รับสมัครแม่บ้านประจำ โดยเสนอเงินเดือนสูงกว่าราคาตลาดถึงสามเท่า จากนั้นก็โทรไปหาหล่อน"
"พอหล่อนเห็นเงิน ตาก็ลุกเป็นไฟ รีบแจ้นมาเลย"
"หล่อนคงไม่คิดหรอกว่า ก่อนตายจะได้มาคุกเข่าอยู่หน้าเตียงลูกสาวฉัน"
อู๋หย่งคังยื่นมือออกไป ทำท่ากรรไกรในอากาศ
"ปากของหล่อนมันเหม็นเกินไป ฉันก็เลยช่วยเล็มให้หน่อย"
"ลิ้นเหรอครับ?"
หลินเฟิงเอ่ยขึ้นมาทันที
"ฉลาด"
"ไม่มีลิ้นแล้ว หล่อนก็พูดจาเหลวไหลไม่ได้อีก หล่อนคุกเข่าอยู่ตรงนั้น อยากจะขอร้อง แต่ก็ทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้"
ในห้องไลฟ์สด ความคิดเห็นกำลังเลื่อนไหลอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้
[เชี่ย! ถึงจะโรคจิตมาก แต่ทำไมฉันถึงรู้สึก... สะใจวะ?!]
[สมควรแล้ว! ยายแก่ขี้นินทาแบบนั้นต้องโดนดึงลิ้นในนรก!]
[นี่สิถึงจะเรียกว่าการแก้แค้น! สิบปีสำหรับการแก้แค้นของลูกผู้ชายยังไม่สาย!]
[นี่แหละที่ฉันอยากเห็น! คนชั่วต้องเจอคนชั่วปราบ!]
[ปฏิบัติการครั้งนี้ของคุณลุงเจ้าของตึก ฉันพูดได้คำเดียวว่า... สะใจโว้ย!]
หลินเฟิงเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตาขยับเล็กน้อย
เป็นไปตามคาด...
เมื่ออยู่ต่อหน้าโศกนาฏกรรมและความอยุติธรรมอย่างที่สุด ตราชูในใจของผู้คนก็เอนเอียงไปแล้ว
สิ่งที่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม ในตอนนี้ช่างดูไร้ความหมายและอ่อนแอเหลือเกิน
"แล้ว... หลินเสี่ยวล่ะครับ?"
จ้าวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะถามต่อ
"ชีวิตเขาดูรุ่งโรจน์น่าดู คุณจัดการเขายังไงครับ?"
"หึ เจ้าเด็กนั่น"
อู๋หย่งคังเดินไปที่ตู้อีกใบ แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดน่ะ ยิ่งตายง่ายเพราะความโลภ"
"เขาทำอาชีพนายหน้าอสังหาฯ ฉันก็ปลอมตัวเป็นลูกค้ารายใหญ่ บอกว่าจะซื้อบ้านทำเลดีในเขตโรงเรียนสักสองสามหลัง และพร้อมจ่ายสดเต็มจำนวน"
อู๋หย่งคังหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋า ควงเล่นบนนิ้ว
"ฉันนัดเขามาดูบ้านที่ตึกนี้"
"ตอนที่เขาเห็นเสี่ยวอวี่นอนอยู่บนเตียง..."
"พวกแกทายสิ ว่าสีหน้าของเขามันสุดยอดยังไง?"
หวังต้าเปียวหดคอโดยสัญชาตญาณ
"ผมว่า... คงจะสุดยอดน่าดูครับ"
"มันฉี่ราดเลย"
อู๋หย่งคังสะบัดมือด้วยสีหน้ารังเกียจ
"มันคุกเข่าลงกับพื้น โขกหัวจนแตกยับ ขอให้ฉันไว้ชีวิต"
"มันบอกว่ามันมีลูกแล้ว ลูกจะไม่มีพ่อไม่ได้"
อู๋หย่งคังหัวเราะออกมาทันที หัวเราะจนน้ำตาไหล
"ลูก?"
"ลูกสาวฉันก็เป็นเด็กเหมือนกันนะ!"
"ตอนที่มันอยู่ในคาราโอเกะ ทำไมไม่คิดว่าเธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน?!"
ปัง!
อู๋หย่งคังชกกำปั้นลงบนโต๊ะควบคุม จนเครื่องมือบนโต๊ะสั่นสะเทือนดังลั่น
"ฉันไม่ปล่อยให้มันตายสบายๆ หรอก"
"ฉันให้พวกมันทั้งเจ็ดคน คุกเข่าอยู่หน้าเตียงเสี่ยวอวี่อย่างเป็นระเบียบ"
"ฉันบังคับให้พวกมันดูคลื่นบนเครื่องช่วยหายใจ ดูท่อที่เสียบอยู่บนตัวเสี่ยวอวี่"
"ฉันให้พวกมันท่องคำสารภาพบาปครั้งแล้วครั้งเล่า อ่านผิดตัวเดียว ฉันก็จะเอาของบางอย่างไปจากตัวพวกมัน"
เฉินอวี่รู้สึกคลื่นไส้ในท้อง อดไม่ได้ที่จะถาม
"เอา... อะไรไปครับ?"
"นั่นไม่ใช่เรื่องของพวกแก"
อู๋หย่งคังตอบอย่างเย็นชา
เขาหันกลับไป หันหลังให้ทุกคน มองไปยังลูกสาวบนเตียง
"สรุปคือ... ฉันทำสำเร็จแล้ว"
"ถึงจะช้าไปสิบปี แต่ในที่สุดฉันก็... แก้แค้นได้แล้ว"
หลินเฟิงก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์
ยอดผู้ชมในไลฟ์สดพุ่งทะลุไปหลายล้านคนแล้ว ข้อความคอมเมนต์หนาแน่นจนบดบังภาพไปหมด
[น้ำตาจะไหลเลยเพื่อนๆ นี่คือบทเพลงสุดท้ายของพ่อคนหนึ่ง]
[ถึงเขาจะทำผิดกฎหมาย แต่ฉันเกลียดเขาไม่ลงจริงๆ]
[ถ้าไม่ทำแบบนี้ ไอ้พวกเดรัจฉานนั่นก็ยังลอยนวลอยู่ เสี่ยวอวี่ยังคงทนทุกข์ทรมาน นี่แหละคือความเศร้าที่สุด]
[สนับสนุนคุณลุงเจ้าของตึก! นี่สิผู้ชาย! นี่สิพ่อ!]
[ถ้าเป็นลูกสาวฉันเจอเรื่องแบบนี้ ฉันจะทำยิ่งกว่าเขาอีก!]
กระแสของความคิดเห็นสาธารณะได้พลิกกลับอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ในสถานการณ์และเรื่องราวเฉพาะหน้าเช่นนี้ อู๋หย่งคังไม่ได้อยู่ในฐานะฆาตกรโรคจิตอีกต่อไป
ซุนเสวี่ยขอบตาแดงก่ำ มองแผ่นหลังที่ค่อมลงของอู๋หย่งคัง แล้วพูดเสียงเบา
"คุณลุงคะ อันที่จริง... พวกเราเข้าใจความรู้สึกของคุณดีนะคะ"
"ใช่ครับ"
หวังต้าเปียวก็พูดเสริม
"ถึงคุณฆ่าคนจะไม่ถูก แต่พวกนั้น... ก็สมควรตายจริงๆ ครับ"
"ไม่อย่างนั้น... คุณไปมอบตัวเถอะครับ?"
จ้าวเยี่ยนเสนออย่างลองเชิง
"พวกเราจะช่วยเป็นพยานให้ เปิดเผยความจริงเมื่อสิบปีก่อนให้สาธารณชนได้รับรู้ บางที... ศาลอาจจะพิจารณาบรรเทาโทษให้ก็ได้ครับ"
"มอบตัว?"
ร่างของอู๋หย่งคังหยุดชะงักไปเล็กน้อย
เขาค่อยๆ เดินไปข้างเตียง ก้มลง ลูบไล้ใบหน้าที่ขาวซีดของอู๋เสี่ยวอวี่เบาๆ
"เสี่ยวอวี่..."
เขาพูดเสียงเบา เสียงเต็มไปด้วยความรักใคร่
"พ่อทำได้แล้วนะ"
"คนเลวพวกนั้น... ไม่อยู่แล้ว"
"ต่อไปจะไม่มีใครกล้ารังแกหนูอีกแล้ว"
เขาหยิบหวีอันประณีตออกมาจากกระเป๋า ค่อยๆ หวีผมที่ยุ่งเหยิงหน้าผากให้ลูกสาวอย่างระมัดระวัง
"พ่อมันไม่เอาไหนเอง ที่ปล่อยให้หนูต้องทนทุกข์มานานหลายปี"
"แต่ไม่ต้องกลัวนะ พ่อจะอยู่เป็นเพื่อนหนูตลอดไป"
ฉากนี้ ทำให้หวังต้าเปียวจมูกร้อนผ่าว เกือบจะหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา
"พ่อที่ดีอะไรอย่างนี้..."
ทว่า
วินาทีต่อมา
"แต่ว่า..."
น้ำเสียงของอู๋หย่งคังเปลี่ยนไปทันที
"พวกแก..."
"จะมาที่นี่ทำไมกัน?"
"ฉันเตือนพวกแกแล้วนะ ว่าอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้!"
สีหน้าของเฉินอวี่เปลี่ยนไปอย่างมาก ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"คุณลุง คุณหมายความว่ายังไงครับ?"
อู๋หย่งคังค่อยๆ ยืดตัวตรง
เขาหันกลับมา
"เดิมทีฉันแค่อยากจะอยู่กับเสี่ยวอวี่อย่างเงียบๆ รักษาความลับนี้ไว้"
"แต่พวกแกก็ยังจะบุกเข้ามา"
"ไม่ได้ ฉันจะมอบตัวไม่ได้ ฉันจะปล่อยให้เสี่ยวอวี่นอนอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้"
"เธอจะกลัว! เธอจะกลัวความมืด! เธอจะกลัวความเหงา!"
"ฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอไปเด็ดขาด! ไม่มีใครจะมาแยกเราสองคนได้!"
อู๋หย่งคังคำรามไม่หยุด
"ทุกคนระวัง! ตาแก่นี่จะบ้าแล้ว!"
"บ้า?"
อู๋หย่งคังแค่นหัวเราะ
"ในเมื่อพวกแกมาแล้ว..."
"งั้นก็ไม่ต้องไปไหนกันแล้ว"
"มีแต่คนตาย... ถึงจะรักษาความลับได้อย่างแท้จริง"
เขาเอียงศีรษะ สายตากวาดมองทุกคนในที่นั้น...ราวกับนักล่ามองเหยื่อ
"ไอ้เ**้ย!"
หวังต้าเปียวโกรธจนขนลุกชันในทันที
"ไอ้แก่เนรคุณ! เมื่อกี๊พวกกูยังอุตส่าห์เห็นใจมึงอยู่เลยนะเว้ย!"
"เห็นใจ?"
อู๋หย่งคังราวกับได้ยินเรื่องตลกอะไรบางอย่าง
"ฉันไม่ต้องการความเห็นใจ!"
"ฉันต้องการแค่..."
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทันที ตบมือเสียงดังสองครั้งก้องไปทั่วห้องที่ว่างเปล่า
แปะ! แปะ!
วินาทีต่อมา ประตูที่เคยว่างเปล่าก็มีเงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้น
ปิดกั้นทางออกของทุกคน...
[จบตอน]