- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 2013 ประธานเจียง... ยินดีต้อนรับขึ้นเรือครับ
ตอนที่ 2013 ประธานเจียง... ยินดีต้อนรับขึ้นเรือครับ
ตอนที่ 2013 ประธานเจียง... ยินดีต้อนรับขึ้นเรือครับ
ตอนที่ 2013 ประธานเจียง... ยินดีต้อนรับขึ้นเรือครับ
หลังจากเดินทางกลับมาถึงโรงเรียนประถมชางอี๋ เจียงเฉิง พบว่าไฟในห้องเรียนห้องหนึ่งยังคงสว่างไสว
เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาจึงเห็นว่าคนที่กำลังยืนอยู่หน้าชั้นเรียนคือ หวง อวี่ฉี
ในมือข้างหนึ่งของเธอถือสมุดแผนการสอน ส่วนอีกข้างกำชอล์ก สายตาของเธอสลับมองระหว่างสมุดกับกระดานดำ พลางจดบันทึกบางอย่างลงไปอย่างขะมักเขม้น
เมื่อเธอหันมาเห็น เจียงเฉิง ที่ยืนมองมาจากอีกฟากของสนาม หวง อวี่ฉี ก็ระบายรอยยิ้มบางๆ ส่งมาให้เขา
เธอไม่ได้เอ่ยสิ่งใด และเขาก็ไม่ได้เอ่ยทักทายกลับไปเช่นกัน
สายลมพัดโชยมาหอบเอาปอยผมปลิวมาปรกหน้า แต่เธอกลับไม่ได้ละมือไปปัดมันออกแต่อย่างใด
เจียงเฉิง ไม่ได้เข้าไปรบกวนการทำงานของเธอ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังเนินเขาหลังโรงเรียน
เนินเขาแห่งนี้ไม่สูงนัก เขาใช้เวลาปีนเพียงไม่นานก็ขึ้นไปถึงยอดได้อย่างง่ายดาย
เจียงเฉิง ทิ้งตัวลงนั่งบนเนินดินที่ยื่นออกมา เขาทอดสายตามองลงไปยังโรงเรียนเบื้องล่าง ผนังสีขาวของอาคารเรียนหลังใหม่สะท้อนแสงจางๆ ท่ามกลางความมืดมิดของราตรี
ตัวเขาเองก็ไม่ได้เห็นดวงดาวที่งดงามขนาดนี้มานานแสนนานแล้วเหมือนกัน
ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ท้องฟ้ายามค่ำคืนมักจะหม่นหมองด้วยฝุ่นควัน นานๆ ครั้งถึงจะมองเห็นดวงดาวสักดวงสองดวง ซึ่งแสงริบหรี่ราวกับถูกคลุมไว้ด้วยผ้ากอซ
ส่วนที่เมืองหลวงอย่างปักกิ่ง มลภาวะทางแสงนั้นรุนแรงเสียจนทันทีที่เงยหน้ามองฟ้า สิ่งเดียวที่จะเห็นได้ก็มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ เท่านั้น
แต่สำหรับที่นี่ ท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับสะอาดใส ราวกับเพิ่งถูกชะล้างมาหมาดๆ
ดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับ เรียงรายอัดแน่นอยู่เต็มผืนฟ้า ทอดยาวตั้งแต่จุดที่เขานั่งไปจนสุดขอบฟ้า ดูราวกับมีใครจงใจโปรยเศษทองคำประดับไว้บนนั้น
ทางช้างเผือกพาดผ่านอยู่เหนือศีรษะ แสงของมันดูเลือนราง คล้ายแม่น้ำแห่งแสงที่กำลังไหลเอื่อยอยู่บนฟากฟ้า
จู่ๆ เจียงเฉิง ก็หวนนึกถึงชายวัยกลางคนที่เขารับขึ้นรถมาด้วยเมื่อเช้า
ในสายตาของคนเมืองอย่างเขา ดวงดาวและท้องฟ้าที่งดงามและหาดูยากเหล่านี้ คือสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจอันเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
แต่สำหรับชายคนนั้นและชาวบ้านที่นี่ ท้องฟ้าที่งดงามกลับเป็นเพียงกรงขังที่กักขังให้พวกเขาต้องติดแหง็กอยู่ในโลกใบเล็กๆ แห่งนี้ไปตลอดชีวิต
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิด เสียงแจ้งเตือนที่แจ่มชัดก็ดังก้องขึ้นในสมอง!
ติ๊ง!
[ตรวจพบว่าโฮสต์บรรลุภารกิจหลัก — ‘มหาเศรษฐีใจบุญ’ เป็นที่เรียบร้อย!]
[เป้าหมายภารกิจ: สนับสนุนเงินทุนก่อสร้างและบูรณะโรงเรียนประถมแห่งความหวังอย่างน้อย 50 แห่งทั่วประเทศ]
[ผลลัพธ์การดำเนินการจริง: 100 แห่ง / อัตราความสำเร็จ: 200% / การประเมินผลลัพธ์โดยรวม: ระดับ SSS]
เสียงจากระบบยังคงดังต่อเนื่อง ทุกถ้อยคำดังขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น ราวกับกำลังจารึกลงในส่วนลึกของจิตวิญญาณ
[สำหรับภารกิจในพม่าตอนเหนือ โฮสต์ได้กวัดแกว่งดาบด้วยตัวเอง เผชิญหน้ากับการเข่นฆ่าและหลั่งเลือด! หากไม่เคยเผชิญความตาย ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่า ‘ความหวาดกลัว’ ที่แท้จริงคืออะไร หากไม่เคย ‘ข่มกลั้น’ อาการพะอืดพะอมและสั่นสะท้านจากก้นบึ้งจิตใจ ย่อมไม่อาจ ‘ยืนหยัด’ ท่ามกลางพายุลูกใหญ่ที่จะโถมเข้ามาในอนาคตได้! ดังนั้น การเดินทางครั้งนั้นจึงมีไว้เพื่อ... การหล่อหลอมจิตใจ]
[และสำหรับภารกิจการกุศลครั้งนี้ โฮสต์ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังด้วยตัวเอง สัมผัสกับแสงสว่างด้วยตาคู่นี้! หากไม่เคยพบเจอความยากจนและความดื้อรั้น ย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ‘ความรับผิดชอบ’ นั้นหนักอึ้งเพียงใด หากไม่เคย ‘จ้องมอง’ เข้าไปในดวงตาของเด็กๆ เหล่านั้น ย่อมไม่มีวันเข้าใจว่า ‘ความหวัง’ ที่แท้จริงคืออะไร! ดังนั้น การกระทำครั้งนี้จึงมีไว้เพื่อ... การหล่อหลอมจิตวิญญาณ]
[จิตใจ... เปรียบดั่งคมดาบ! จิตวิญญาณ... เปรียบดั่งโล่! หากมีเพียงคมดาบแต่ไร้โล่กำบัง ย่อม ‘ทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเอง’! หากมีเพียงโล่แต่ไร้ซึ่งคมดาบ ย่อม ‘อ่อนแอจนไม่อาจก้าวหน้า’! แต่หาก ‘ครอบครอง’ ทั้งสองสิ่งได้อย่างลงตัว เมื่อนั้นโฮสต์จะหยัดยืนท่ามกลางความมืดได้อย่างมั่นคง และจะไม่หลงทางไปกับแสงสว่างที่สาดส่องลงมา!]
[ในขณะนี้ โฮสต์ผ่านบททดสอบทั้งการหล่อหลอมจิตใจ และการหล่อหลอมจิตวิญญาณเป็นที่เรียบร้อย กระบวนการขัดเกลาสภาพจิตใจของโฮสต์เข้าสู่ระดับสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงแล้ว!]
เจียงเฉิง ทอดสายตามองข้อความเหล่านั้น... เขาจมอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
[ระบบกำลังประมวลผลรางวัล…]
[ได้รับรางวัลที่ 1: กองทุนเพื่อการศึกษาแห่งความหวัง — มูลค่า ‘10,000 ล้านหยวน’ (เทียบเท่ามูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่โฮสต์ถือครอง) เงินจำนวนนี้ถูกจัดเก็บไว้ในบัญชีดูแลผลประโยชน์ไม่ระบุชื่อเรียบร้อยแล้ว! โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นงบประมาณบริหารจัดการโรงเรียนประถมแห่งความหวังทุกแห่งในระยะยาว ทั้งการพัฒนาบุคลากรครูและการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กองทุนนี้จะเป็นหลักประกันเส้นทางการเติบโตของเด็กๆ เหล่านั้นตลอดไป!]
[ได้รับรางวัลที่ 2: สืบทอดแสงดาว — เด็กนักเรียนทุกคนที่เข้าศึกษาในโรงเรียนประถมแห่งความหวัง หรือได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนนี้ หากในอนาคตพวกเขาประสบความสำเร็จในสายอาชีพ ภายใต้กฎ... พวกเขาจะต้องก้าวเข้ามาสมัครงานในเครือข่ายธุรกิจของโฮสต์เป็นอันดับแรกเสมอ! และที่สำคัญที่สุด ค่าความจงรักภักดีของพวกเขาจะถูกล็อกไว้ที่ระดับสูงสุดทันที! พวกเขาจะกลายเป็นขุมกำลังที่ซื่อสัตย์และแข็งแกร่งที่สุดของโฮสต์ตลอดกาล!]
[ได้รับรางวัลที่ 3: แพ็กเกจทรัพย์สินผู้พิทักษ์โลก — โฮสต์จะได้รับกรรมสิทธิ์คฤหาสน์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี จำนวน 30 แห่ง ในทำเลที่แพงที่สุดของมหานครระดับโลก (เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว สิงคโปร์ ฮ่องกง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ปารีส) และอพาร์ตเมนต์หรูอีก 70 แห่งในใจกลางเมืองหลวงของมณฑลที่เป็นที่ตั้งโรงเรียนของโฮสต์! เอกสารสิทธิ์ทั้งหมดถูกจัดเก็บผ่านช่องทางที่ปลอดภัยขั้นสูงสุด โฮสต์สามารถเรียกใช้งานได้ทุกเมื่อ!]
เมื่อกวาดสายตาอ่านรางวัลเหล่านั้น มุมปากของ เจียงเฉิง ก็ค่อยๆ ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย
เขานึกถึงประโยคสั้นๆ ที่ชายชาวนาเอ่ยบอกเขาด้วยความภาคภูมิใจเมื่อช่วงเช้า
“แต่สำหรับหลานชายของผม ชีวิตเขาต้องไม่เหมือนผมแน่นอนครับ!”
เด็กชายคนนั้น... ในอนาคตจะเติบโตขึ้นมาเป็น ‘ดวงดาว’ และเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนอาณาจักรธุรกิจของเขาได้หรือไม่?
เขา ‘ไม่รู้’ ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
แต่อย่างน้อยในตอนนี้ เด็กคนนั้นก็ได้รับโอกาสที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จแล้ว!
ด้วยเม็ดเงินมหาศาลจาก ‘กองทุนเพื่อการศึกษาแห่งความหวังหมื่นล้านหยวน’ นับจากนี้เขาไม่จำเป็นต้องนั่งปวดหัว หรือเจียดงบประมาณจากกระเป๋าตัวเองเพื่อมาดูแลโรงเรียนเหล่านี้อีกต่อไป
กองทุนนี้จะทำหน้าที่เป็น ‘หลักประกัน’ ที่คอยสนับสนุนเส้นทางการเติบโตของเด็กๆ เหล่านั้นอย่างมั่นคงตลอดกาล!
และในขณะเดียวกัน เมื่อเด็กนักเรียนเหล่านี้ค่อยๆ เติบโตขึ้น ในอนาคตเขาก็จะมีบุคลากรชั้นยอดที่มีค่าความจงรักภักดีระดับสูงสุดเช่นเดียวกับ หวังเซิ่ง และเฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ หลั่งไหลเข้ามาร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย
คนเก่งเหล่านี้จะถูกส่งไปประจำอยู่ในเครือข่ายธุรกิจทุกแขนงที่เขาครอบครอง พวกเขาจะหลอมรวมกันจนกลายเป็นขุมกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่จะคอยค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจของเขาให้เกรียงไกรไปตลอดกาล!
ปลายนิ้วของ เจียงเฉิง หยุดลงที่หัวเข่า
หลังจากนั่งมองดวงดาวอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เตรียมตัวจะลุกขึ้น แต่ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็พลันสั่นแจ้งเตือนขึ้นมาเสียก่อน
มันไม่ใช่สายเรียกเข้าทั่วไป แต่เป็นวิดีโอคอลจากวีแชท
เมื่อเห็นว่าผู้ที่ติดต่อมาคือ จาง อี้หมิง เจียงเฉิง ก็กดรับสายในทันที
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ ปรากฏใบหน้าของ จาง อี้หมิง ที่เด่นหราอยู่กลางจอ
เขาอยู่ในชุดสูทสากล ยืนหันหลังให้กระจกบานใหญ่ โดยมีฉากหลังเป็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงปักกิ่ง
“ประธานเจียง! นี่คุณไปอยู่ที่ไหนล่ะครับเนี่ย? ทำไมรอบตัวคุณถึงได้มืดมิดขนาดนั้น?”
เจียงเฉิง สลับกล้องไปด้านหลัง ก่อนจะแพนกล้องให้เขาได้เห็นท้องฟ้าและดวงดาวนับล้านของมณฑลกานซู
“ตอนนี้ผมอยู่ที่มณฑลกานซูน่ะครับ”
“โอ้โห ลงพื้นที่ไปไกลถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” จาง อี้หมิง ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรำพึงออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแบบนี้... ผมจำได้ว่าเคยเห็นแค่ตอนเด็กๆ เวลากลับบ้านเกิดเท่านั้น พอโตขึ้นมาอยู่ในเมืองหลวง ผมก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสความงดงามแบบนี้อีกเลย”
เจียงเฉิง ระบายรอยยิ้มบางๆ: “ความจริงแล้ว ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ”
“ฮ่าๆ! มันก็ปกติแหละครับ เพราะประธานเจียงหนุ่มกว่าผมตั้งเยอะ คุณเลยไม่ทันได้เห็นวิถีชีวิตในยุคนั้น” จาง อี้หมิง หัวเราะร่วน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน หางตาของ เจียงเฉิง ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
หวง อวี่ฉี นั่นเอง เธอคงเตรียมการสอนเสร็จแล้วและตั้งใจจะเดินตามเขาขึ้นมาบนเนินเขานี้
แต่ทว่า… เมื่อเห็น เจียงเฉิง กำลังวิดีโอคอล ฝีเท้าของเธอก็พลันชะงักลงทันทีด้วยความเกรงใจ
แต่ เจียงเฉิง กลับลุกขึ้นยืน แล้วสับเท้าตรงรี่เข้าไปหา เขาคว้ากอบกุมข้อมือของเธอไว้แน่น ก่อนจะออกแรงดึงร่างของเธอขึ้นมาบนเนินดินที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่ทันที!
ด้วยความลาดชันของเนินเขาที่ไม่สม่ำเสมอ ทันทีที่ถูกดึง ร่างของ หวง อวี่ฉี ก็เซถลาจนทรงตัวไม่อยู่ไปชั่วขณะ
เจียงเฉิง ไม่ได้ปล่อยมือ เขาเพียงกุมข้อมือของเธอไว้แบบนั้นต่อไป
ไออุ่นจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าสเวตเตอร์เข้าสู่ผิวหนังของเธอได้อย่างชัดเจน มันเป็นสัมผัสที่แฝงไปด้วยความมั่นคงอย่างน่าประหลาด
จังหวะหัวใจของ หวง อวี่ฉี สะดุดไปในทันที ก่อนจะเริ่มเต้นระรัวราวกับกลองรบ พวงแก้มของเธอเห่อร้อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เธอไม่ได้ขัดขืน หรือพยายามจะสะบัดมือออกจากการกอบกุมของเขาแม้แต่น้อย
เธอยอมให้เขาจับข้อมือไว้อย่างนั้น และยืนสงบเสงี่ยมอยู่เคียงข้างเขา เธอพยายามผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเขา
สายลมยามค่ำคืนยังคงพัดโชยท่ามกลางความเงียบสงัด น้ำเสียงของ จาง อี้หมิง จากลำโพงโทรศัพท์ยังคงดำเนินต่อ
เขาสูดลมหายใจลึก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที
“ประธานเจียงครับ! ที่อินโดนีเซีย พวกเขายกเลิกคำสั่งแบน TikTok ของพวกเราเรียบร้อยแล้วครับ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแอปพลิเคชันของเราจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบ! และสำหรับเงื่อนไขสองข้อที่คุณเคยบอกไว้ ข้อแรก... สิทธิ์ยับยั้งในการตัดสินใจของสาขาต่างประเทศทั้งหมด และข้อที่สอง... การแปลงหุ้นบุริมสิทธิ 10% ที่คุณถืออยู่ให้เป็นหุ้นสามัญ พร้อมทั้งให้ผมโอนหุ้นเพิ่มให้อีก 5% รวมเป็นสัดส่วน 15% โดยคำนวณจากมูลค่าบริษัท 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคุณต้องจ่ายเพิ่มอีก 3,750 ล้านดอลลาร์...”
“...มติจากที่ประชุมบอร์ดบริหาร อนุมัติข้อเสนอทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ!”
จาง อี้หมิง หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสะใจจนปิดไม่มิด
“ประธานเจียง คุณไม่รู้หรอกว่าไอ้พวกตัวแทนจากหงซาน (Sequoia Capital) กับซอฟต์แบงก์ (SoftBank) น่ะ ก่อนหน้านี้พวกมันค้านหัวชนฝาแค่ไหน! ผมพยายามเจรจาตั้งหลายรอบแต่ก็ไร้ผล พวกมันเอาแต่บอกว่า ประธานจาง ข้อเสนอพวกนี้มันเอาเปรียบเกินไป พวกเราจะไปอธิบายกับพวกกลุ่มนักลงทุน LP (Limited Partners) ได้ยังไงกัน!”
“แต่พออินโดนีเซียประกาศปลดแบนปุ๊บ ผมก็จัดการส่งแคปหน้าจอข่าวนั้นไปตอกหน้าพวกมันทันที! พร้อมแนบข้อความทิ้งท้ายไปว่า... นี่แหละคือผลงานของ ‘คนนอก’ ที่พวกคุณพยายามกันออกไปหนักหนา เขาเป็นคนยื่นมือเข้าจัดการปัญหานี้ให้เราจนสำเร็จด้วยตัวเองเลยล่ะ!”
จาง อี้หมิง ดัดเสียงเลียนแบบท่าทางหยิ่งผยองของตัวเองในตอนนั้น ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ประธานเจียง ทันทีที่เห็นข้อความนั้น พวกตัวแทนหงซานถึงกับอึ้งจนเงียบกริบไปสิบกว่านาทีเลยครับ! ก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าทีตอบกลับมาว่า... อืม สำหรับข้อเสนอของคุณ เดี๋ยวพวกเราจะนำกลับไปทบทวนอีกครั้งก็แล้วกัน...”
“ส่วนทางซอฟต์แบงก์น่ะ ใจถึงกว่าเยอะ! พวกมันไม่เล่นแง่เลยสักนิด แต่กลับถามผมตรงๆ ว่า... ประธานจางครับ ไม่ทราบว่าคุณเจียงเฉิงเขายังมีเส้นสายในประเทศอื่นๆ อีกบ้างหรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฉิง ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“เพราะฉะนั้น...” จาง อี้หมิง เอ่ยเน้นทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นับตั้งแต่วินาทีนี้ คุณคือผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของ ByteDance อย่างเป็นทางการ! คุณถือครองหุ้นสามัญ 15% พร้อมสิทธิ์ยับยั้งในกิจการสาขาต่างประเทศทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ประธานเจียง... ยินดีต้อนรับขึ้นเรือลำนี้ครับ!”
“ประธานจาง ลำบากคุณแล้ว”
“ประธานเจียง ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างได้ไหมครับ?” จาง อี้หมิง ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนที่คุณตัดสินใจทุ่มเงินหมื่นล้านหยวนเพื่อขอซื้อหุ้นของผม... ความจริงแล้วคุณคาดการณ์ทุกอย่างเพื่อรอให้ ‘วันนี้’ มาถึงตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหมครับ?”