เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 กระสุนวงจักร? เหินเวหา!

บทที่ 210 กระสุนวงจักร? เหินเวหา!

บทที่ 210 กระสุนวงจักร? เหินเวหา!


บทที่ 210 กระสุนวงจักร? เหินเวหา!

วันรุ่งขึ้น ลู่หลีเดินออกมาจากศูนย์แลกเปลี่ยนด้วยมือเปล่า

ตอนแรกเขาตั้งใจจะหาสกิลที่คล้ายๆ กับ 'กระสุนวงจักร' แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าข้างในนั้นไม่มีสกิลอะไรที่ใกล้เคียงเลย มีก็แต่พวกพายุทอร์นาโด หรือไม่ก็กระสุนลมอะไรเทือกนั้น

ด้วยความจนใจ ลู่หลีเลยต้องพึ่งตัวเอง ได้แต่หวังว่าทฤษฎีในอนิเมะจะไม่ใช่วิธีหลอกเด็กนะ

ทันทีที่ลู่หลีเข้ามาในมิติปฐมภูมิ เสวี่ยอิงก็กระโดดโลดเต้นเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น มันได้ยินลู่หลีบอกว่าวันนี้จะสอนอะไรสนุกๆ ให้ มันเลยตั้งตารอสุดๆ

พอมองดูใบหน้าสุดแสนจะน่ารักของเสวี่ยอิง ลู่หลีก็นำความหวังทั้งหมดไปฝากไว้กับสกิลหัวใจกระจ่างแจ้งของมัน ล้วนแต่เป็นสกิลพิเศษทั้งนั้น หวังว่าจะพึ่งพาได้นะ เขาเผยรอยยิ้มก่อนจะเสกลูกโป่งน้ำออกมากองเบ้อเริ่ม

"เสวี่ยอิง วันนี้ฉันจะสอนสกิลใหม่ให้นาย"

พอได้ยินว่าเป็นสกิลใหม่ เสวี่ยอิงก็ดูหมดความสนใจไปนิดนึง มันยืนรอให้ลู่หลียื่นตำราสกิลมาให้ แต่รอแล้วรอเล่า กลับเห็นลู่หลียื่นลูกโป่งน้ำมาให้ลูกหนึ่งแทน

เสวี่ยอิงเอียงคอด้วยความงุนงง

"อิ๊ง?" (ลู่หลี ตำราสกิลล่ะ?)

ลู่หลีหัวเราะเบาๆ

"ไม่มีตำราสกิลหรอก สกิลนี้ฉันจะสอนนายเอง"

พอได้ยินแบบนั้นเสวี่ยอิงก็ดีใจสุดๆ ลู่หลีจะสอนด้วยตัวเองเลยเหรอ! เย้!

ถึงแม้ว่าลู่หลีสอนอาจจะเรียนรู้ได้ช้ากว่ามันเรียนเอง แต่ผลลัพธ์ไม่สำคัญเท่าระหว่างทางหรอกนะ~

"มา เสวี่ยอิง ใช้พลังจิตจับลูกโป่งน้ำนี่ไว้ จากนั้นอาศัยพลังธรรมชาติ บังคับให้น้ำข้างในไหลหมุนวนไปคนละทิศคนละทาง บีบอัดมันให้แน่น แล้วระเบิดลูกโป่งน้ำนี่ซะ"

เสวี่ยอิง

"อิ๊ง?" (แบบนี้เหรอ?)

สิ้นเสียง ลูกโป่งน้ำนั่นก็ลอยขึ้น วินาทีต่อมาผิวลูกโป่งน้ำก็ปูดโปนออกมานับไม่ถ้วน ก่อนจะดังโพละ! เศษลูกโป่งกับน้ำแตกกระจายเกลื่อนพื้น

ลู่หลีอึ้งกิมกี่

นี่มันไม่เหมือนบทที่เตรียมมานี่หว่า ทำไมมันแตกง่ายขนาดนี้? ลู่หลีมองดูกองลูกโป่งน้ำที่เสกมา ก่อนจะสลายพวกมันให้กลับไปเป็นหมอกสีเทาตามเดิม

เขาสูดหายใจลึก ส่งยิ้มให้

"ทำได้ดีมาก มา เรามาเข้าสู่ขั้นต่อไปกัน"

พูดจบลู่หลีก็เสกลูกบอลยางขึ้นมาแทน

"คราวนี้บังคับให้อากาศข้างในไหลหมุนวนไปคนละทิศคนละทาง บีบอัดมันจนกว่าลูกบอลนี่จะแตก"

เสวี่ยอิงส่งยิ้มอย่างมั่นใจ

หมูๆ!

เสวี่ยอิงเชื่อมต่อกับธาตุลมข้างในทันที เริ่มลงมือตามที่ลู่หลีบอก ผ่านไปหนึ่งนาที... สองนาที...

ลู่หลีเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ นี่สิถึงจะเป็นการฝึกที่ถูกต้อง ถ้าเสวี่ยอิงทำแตกในทีเดียวอีก ลู่หลีก็ไม่รู้จะสอนยังไงต่อแล้ว

แต่เสวี่ยอิงกลับรู้สึกแปลกๆ ลูกบอลยางนี่เหนียวกว่าลูกโป่งตั้งไม่รู้กี่เท่า ถ้าไม่จำกัดวิธี เสวี่ยอิงสามารถทำลายมันได้ง่ายนิดเดียว แต่ลู่หลีสั่งว่าให้ใช้อากาศข้างในเท่านั้น นี่แหละที่ยาก

ด้วยอากาศที่มีอยู่น้อยนิดข้างใน ถ้าจะควบแน่นเป็นใบมีดวายุน่ะง่ายมาก แต่ถ้าจะทำตามวิธีของลู่หลีเพื่อทะลวงมันออกมา บอกเลยว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้

เสวี่ยอิงเงยหน้ามองลู่หลี เห็นเขาทำหน้าเหมือนกุมความลับระดับจักรวาลเอาไว้ ก็เริ่มสงสัยขึ้นมา หรือว่าจะมีเคล็ดลับอะไรที่มันยังไม่เข้าใจ?

"ไม่เป็นไรเสวี่ยอิง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ค่อยๆ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงพวกนั้น เพิ่มความคุ้นเคยในการควบคุมมันให้มากขึ้น นายทำได้อยู่แล้ว" ลู่หลีเห็นเสวี่ยอิงมองมาอย่างสงสัยก็รีบพูดให้กำลังใจ

พอได้ยินแบบนั้น เสวี่ยอิงก็มั่นใจทันที มันต้องมีเทคนิคอะไรที่มันยังไม่รู้แน่ๆ สัมผัสความเปลี่ยนแปลงและเพิ่มความคุ้นเคยงั้นเหรอ...

คิดได้ดังนั้น เสวี่ยอิงก็หลับตาลง ใช้พลังจิตสัมผัสธาตุลมพวกนั้น สัมผัสการไหลเวียน การหมุน การเสียดสีกับผิวยาง รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ตอนที่บีบอัดระยะห่างของพวกมัน

มันควบคุมให้อากาศเดี๋ยวรวมเดี๋ยวกระจาย เดี๋ยวหมุนทวนเดี๋ยวหมุนตาม เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เพื่อค่อยๆ เพิ่มความคุ้นเคยในการควบคุม

สิบนาทีผ่านไป

ลู่หลีเริ่มรู้สึกเมื่อยขา เลยเสกเก้าอี้ขึ้นมาตัวนึง พอหย่อนก้นนั่งลงปุ๊บ ก็เห็นเสวี่ยอิงลืมตาโพลง ประกายแสงไหลเวียนอยู่ในดวงตา

เขาตกใจสุดขีด หรือว่า... จะสำเร็จไวขนาดนี้เลย?

ปัง!

ลูกบอลยางแตกกระจาย

"อิ๊ง!" (ลู่หลี ฉันเรียนสกิลใหม่ได้แล้ว!)

พริบตาเดียว รอบตัวเสวี่ยอิงก็มีสายลมพัดโชย ร่างของมันค่อยๆ ลอยขึ้น ก่อนจะพุ่งทะยานเร็วขึ้นเรื่อยๆ วิ่งไปมากลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่วราวกับวิ่งบนพื้นดิน

จากนั้นมันก็ร่อนลงมาตรงหน้าลู่หลีด้วยความตื่นเต้น

"อิ๊ง" (ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องบินช้าๆ กลางอากาศแล้ว ขอบคุณนะลู่หลี!)

ลู่หลีอึ้งไปเลย

จากนั้นเขาก็พยายามฉีกยิ้มออกมา... นายมีความสุขก็ดีแล้ว

ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่าฝึกกระสุนวงจักรอยู่ดีๆ จะไปบรรลุสกิล [เหินเวหา] แทนซะได้ สรุปว่าอนิเมะก็คืออนิเมะ โลกความจริงกับโลกการ์ตูนมันต่างกันสินะ

แต่ลู่หลีก็แอบภูมิใจอยู่นิดๆ อย่างน้อยก็เรียนสกิลใหม่ได้ตั้งหนึ่งสกิล ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสกิล [พยุงแม่เหล็กไฟฟ้า] เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนเคยให้เสวี่ยอิงลองเปลี่ยนธาตุเพื่อฝึกสกิลบินอื่นๆ ดู

แต่เสวี่ยอิงก็จับจุดไม่ได้สักที มาวันนี้ถึงจะฝึกกระสุนวงจักรไม่สำเร็จ แต่กลับฝึก [เหินเวหา] ได้ ก็ถือว่าปลดล็อกความสำเร็จไปอีกหนึ่งอย่าง

หลังจากชมเชยไปสองสามประโยค ลู่หลีก็ปล่อยให้เสวี่ยอิงบินเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนเขาก็เรียกซิวเข้ามาหา เพื่อทดสอบว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งวัน จะสามารถควบแน่นกระบี่ที่ไม่มีอยู่จริงได้อีกหรือไม่ คราวนี้เป้าหมายยังคงเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์เอ็กซ์คาลิเบอร์

ซิวเข้าสู่สถานะ [เนรมิตฝัน] ค่อยๆ ยกปีกขึ้น ไม่นานเงากระบี่ก็ปรากฏ และเปลี่ยนจากภาพลวงตาเป็นของจริงอย่างรวดเร็ว

ลู่หลีกับซิวเห็นแบบนั้นก็ดีใจสุดๆ ไม่ต้องรอให้ลู่หลีสั่ง ซิวก็จับดาบศักดิ์สิทธิ์เอ็กซ์คาลิเบอร์ค่อยๆ ยัดลงไปใน [กล่องเลี้ยงกระบี่] ทันที

คราวนี้พอถึงด้ามดาบ แรงสั่นสะเทือนมันรุนแรงกว่าตอนใส่ดาบอีลูซิเดเตอร์เยอะมาก แต่โชคดีที่ร่างกายของซิวแข็งแกร่งพอและมีแรงมากพอ มันเลยฝืนกดดาบยัดเข้าไปจนสำเร็จ

ตอนนี้ในมิติเลี้ยงกระบี่อันเป็นเอกลักษณ์ของกล่องกระบี่ มีกระบี่สามเล่มลอยเท้งเต้งอยู่ กำลังดูดซับพลังงานพิเศษรอบๆ ตัวอย่างบ้าคลั่ง

"ดูเหมือนว่าคูลดาวน์จะเป็นหนึ่งวันสินะ..." ลู่หลีลูบคางครุ่นคิด "ซิว นายพอจะกะเวลาได้ไหมว่ากระบี่พวกนี้ต้องใช้เวลาหล่อเลี้ยงนานแค่ไหน?"

ซิวลองสัมผัสดู ก่อนจะส่ายหน้า

"จิ๊บ" (รู้แค่คร่าวๆ แต่บอกได้เลยว่าดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ใช้เวลานานกว่าอีลูซิเดเตอร์เยอะมาก)

ลู่หลีลูบคาง นี่ก็ไม่แปลกหรอก ดาบอีลูซิเดเตอร์มันเป็นแค่อาวุธเกมระดับสูง ไม่ได้มีสกิลพิเศษอะไร ย่อมเทียบไม่ได้กับดาบในทะเลสาบที่มีพลังพิเศษเฉพาะตัวอยู่แล้ว

ที่น่าเสียดายก็คือสร้างฝักดาบไม่ได้เนี่ยแหละ แต่ได้แค่นี้ก็ดีถมเถแล้ว คนเราต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี อย่าโลภมากนักเลย

ลู่หลีหันไปมองซิว

"เดี๋ยวฉันจะทำลิสต์รายการให้ วันละเล่มนะ"

ซิวพยักหน้าหงึกๆ

"จิ๊บ!" (ไม่มีปัญหา!)

ลู่หลีหลับตาลง รวบรวมความทรงจำจากชาติก่อนเกี่ยวกับผลงานที่เกี่ยวข้องกับกระบี่ แล้วเสกพวกมันออกมาทั้งหมด พริบตาเดียวชั้นหนังสือขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

วินาทีที่ชั้นหนังสือปรากฏขึ้น ลู่หลีก็หน้าซีดเผือด ร่างกายซวนเซแทบจะล้ม ซิวตกใจรีบเข้ามารับตัวไว้

ลู่หลีกลืนยาฟื้นฟูพลังจิตของเลี่ยนลงไป นั่งพักอยู่พักใหญ่ถึงจะค่อยๆ ดีขึ้น เขายิ้มขื่น ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินตัวเองสูงไปหน่อย

แต่ก็ยังดี ในที่สุดก็เสกออกมาได้สำเร็จ เขารวบรวมความทรงจำ คัดเลือกกระบี่ที่ทรงพลังออกมาเป็นลิสต์รายการ พร้อมระบุพิกัดว่าหนังสือเล่มไหนอยู่ชั้นไหนช่องไหน

"พวกนี้คือดาบที่บังคับต้องควบแน่นนะ ส่วนระหว่างนี้ถ้านายอ่านเจอเล่มไหนแล้วชอบ จะควบแน่นเก็บเข้ากล่องด้วยก็ได้ วันไหนควบแน่นดาบในลิสต์ วันถัดไปก็ควบแน่นดาบนอกลิสต์สลับกันไป เราต้องเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ!"

ถึงจะให้ควบแน่นแต่ดาบเทพๆ ในลิสต์มันจะดีที่สุดก็เถอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าดาบพวกนั้นต้องใช้เวลาหล่อเลี้ยงนานแค่ไหน มีคำกล่าวที่ว่า ต่อให้มีศักยภาพหรือเป็นอัจฉริยะล้นฟ้าแค่ไหน ถ้ายังโตไม่เต็มที่ก็เป็นแค่เศษขยะอยู่ดี

ถ้ามัวแต่ควบแน่นดาบเทพๆ พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน มีกล่องกระบี่ที่เต็มไปด้วยสุดยอดอาวุธ แต่เสือกหยิบออกมาใช้ไม่ได้สักเล่ม แบบนั้นมันจะน่าอนาถเกินไปหน่อยไหม

แต่ครั้นจะให้สังเวยดาบพวกนั้นทิ้งก็เสียดายแย่ ดังนั้นเลยต้องมี 'กระบี่ขยะ' เอาไว้สำหรับบูชายัญในยามคับขัน นี่แหละคือวิธีที่ดีที่สุด

แน่นอนว่าเหตุผลทั้งหมดนี้ก็เพราะลู่หลียังไม่เก่งพอ ถ้าเขาเทพพอแล้ว ก็ไม่ต้องไปสนอะไรทั้งนั้น ควบแน่นกระบี่เซวียนหยวน หรือดาบแยกฟ้าดินเออาออกมาใช้ตรงๆ ไปเลย จบปิ้ง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 210 กระสุนวงจักร? เหินเวหา!

คัดลอกลิงก์แล้ว