เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายมืด

บทที่ 6 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายมืด

บทที่ 6 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายมืด


"แน่นอนว่าต้องดูออกอยู่แล้ว!"

หลินชวนยกมือชี้ไปที่คางคกทองคำที่ส่องประกายแวววาวบนโต๊ะทำงาน

"ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้า เป็นเวลาของเส้นลมปราณปอดซึ่งควบคุมพลังทั่วร่างกาย การที่ท่านมีอาการใจสั่นในเวลานี้ เป็นเพราะพลังถูกสูบออกไปอย่างรุนแรง ส่วนรสสนิมในปากนั้น คือสัญญาณของเลือดเสียหลังจากที่แก่นแท้ของอวัยวะภายในถูกรีดเค้นจนแห้งเหือด"

"ส่วนฝันร้ายเรื่องสาหร่ายพันกาย เป็นเพราะดวงชะตาของท่านธาตุไฟ เดิมควรจะรุ่งโรจน์ดั่งดวงตะวันกลางเวหา แต่ยามนี้กลับถูกสิ่งชั่วร้ายเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งแทรกซึม น้ำกับไฟขัดแย้งกัน จึงมิอาจสงบสุขได้"

หลินชวนจิบน้ำชาพลางเอ่ยอย่างไม่รีบร้อนว่า "ต้นตอของเรื่องทั้งหมดก็คือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายมืดที่ท่านกราบไหว้บูชาอยู่ทุกวัน ดูเหมือนจะเรียกโชคลาภ แต่ความจริงแล้วคือสิ่งทวงชีวิต"

เขาพบความผิดปกติตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานนี้แล้ว

นี่คือหนึ่งในวิชาคุณไสยของสำนักฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นพวกเดียวกับผู้ใช้มนตร์ดำที่ทำร้ายเสิ่นซินหรัน หรืออาจจะเป็นฝีมือของคนคนเดียวกันเสียด้วยซ้ำ

"หึๆ คุณหลินล้อเล่นเก่งจริงๆ"

เฉาต้าหัวตั้งสติ "คางคกทองตัวนี้อัญเชิญมาจากวัด มีปรมาจารย์เบิกเนตรปลุกเสกให้ แถมยังใช้ดวงชะตาวันเดือนปีเกิดของผมเป็นตัวหล่อเลี้ยง ไม่มีทางมีปัญหาแน่นอน"

"ก็เพราะใช้ดวงชะตาของท่านนั่นแหละ มันถึงได้กลายเป็นยันต์สั่งตาย"

หลินชวนใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่หลังคางคก รู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือก "ภายในสิ่งนี้ต้องถูกฝังด้วยดินจากหลุมศพ น้ำมันพราย และยันต์ตัวตายตัวแทน สิ่งที่มันเรียกมาไม่ใช่โชคลาภฝ่ายสว่าง แต่เป็นโชคลาภจากความตาย"

"ท่านกำลังใช้พลังหยางของตัวเองหล่อเลี้ยงผีทวงหนี้ที่เกาะกินดวงชะตา เมื่อมันสูบพลังท่านจนแห้งเหือด มันก็จะย้อนกลับมาเล่นงานเจ้าของ ทำให้ครอบครัวพินาศย่อยยับ"

"นี่มัน..."

เฉาต้าหัวเริ่มลังเลใจสั่นคลอน เพราะเจ้าหนุ่มนี่พูดจาดูมีหลักการจนเขารู้สึกกังวล

เขามองไปยังคางคกทองคำที่เคยหวงแหนราวกับสมบัติล้ำค่า ความหนาวเหน็บสายหนึ่งพุ่งพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อมอย่างน่าประหลาด

"เถ้าแก่เฉา ผมพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว"

หลินชวนดับก้นบุหรี่ "ของสิ่งนี้ไม่ว่าท่านจะไปอัญเชิญมาเองหรือมีใครมอบให้ เพียงแค่หยดเลือดลงไป ท่านก็จะเข้าใจทุกอย่าง..."

"หลินชวน ฉันมาช่วยนายแล้ว"

ทันใดนั้น เสิ่นซินหรันก็ถือไม้ถูพื้นวิ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงาน

ทว่าเมื่อเข้ามาเธอกลับต้องชะงักงัน เมื่อเห็นเหล่านักเลงนับสิบคนคุกเข่าเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่บนพื้น

ส่วนหลินชวนกลับนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์

ภาพที่เห็นมันกลับกันโดยสิ้นเชิง เธอคิดว่าหลินชวนจะถูกซ้อมจนหน้าบวมปูดคุกเข่าขอชีวิตเสียอีก

"คุณกลับมาทำไม?"

หลินชวนลุกขึ้นเดินเข้าไปหา

"นายไม่เป็นไรใช่ไหม?"

เสิ่นซินหรันมีท่าทางกังวล "พวกเขา... ทำไมถึงคุกเข่าบนพื้นล่ะ?"

"อ๋อ นี่คือวิธีต้อนรับแขกของเถ้าแก่เฉาน่ะ เพื่อแสดงความเคารพ"

หลินชวนยักไหล่ยิ้มๆ

"เคารพเหรอ?"

เสิ่นซินหรันไม่ใช่คนโง่ ต่อให้เคารพก็ไม่เห็นต้องคุกเข่ากันหมดแบบนี้เลยมั้ง? นายคิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้หรือไง?

หลินชวนขยับเข้าไปใกล้ข้างหูเธอแล้วถามเบาๆ ว่า "คุณเป็นห่วงผม ถึงได้กลับมาใช่ไหม?"

ใบหน้าสวยของเสิ่นซินหรันขึ้นสีระเรื่อ "ฉันแค่ทนเห็นไม่ได้น่ะ อีกอย่างพี่ชายฉันก็เป็นคนก่อเรื่อง จะทิ้งนายไว้คนเดียวได้ยังไง"

"ไปกันเถอะ!"

หลินชวนยิ้มอย่างอ่อนโยน

เมื่อเดินออกมาจากตึกบ่อนพนัน เสิ่นเจ๋อจวิ้นกำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู

"น้องสาว ในที่สุดเธอก็ออกมาเสียที ทำเอาฉันเป็นห่วงแทบแย่"

เขารีบวิ่งเข้ามาต้อนรับพลางถอนหายใจยาว

"แล้วทำไมคุณถึงปล่อยให้เธอเข้าไปคนเดียว?"

หลินชวนย้อนถามอย่างเย็นชา

"แกจะไปรู้อะไร อย่างน้อยก็ต้องเหลือคนไว้ไปแจ้งข่าวสิ!"

เสิ่นเจ๋อจวิ้นเถียงกลับ

"ถ้าป๊อดก็บอกมาตรงๆ อย่าหาข้ออ้างหน่อยเลย"

หลินชวนประชดประชัน

"ไอ้เด็กเวร มึง..."

"พี่นี่ยังจะพูดอีกเหรอ?"

เสิ่นซินหรันทำหน้าดุ "วันนี้หลินชวนเป็นคนช่วยพี่ไว้ ถ้าไม่มีเขา บ้านเราต้องเสียเงินถึงยี่สิบล้านเพราะพี่นะ"

"มันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ เป็นเพราะน้องสาวดวงดีต่างหาก"

เสิ่นเจ๋อจวิ้นเบะปากบ่น

"หลินชวน เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

เสิ่นซินหรันซักไซ้ "ฉันจำได้แม่นว่ามันเป็นไพ่คู่เอนี่นา? นายสลับไพ่ใช่ไหม?"

"ล้อเล่นน่า!"

เสิ่นเจ๋อจวิ้นหัวเราะเยาะ "การสลับไพ่กลางอากาศแม้แต่เซียนพนันอาชีพยังทำไม่ได้เลย ถ้าเขามีความสามารถขนาดนั้น จะต้องมาแต่งเข้าบ้านเป็นเขยแต่งงานกับคน..."

เขารีบหุบปากฉับ เพราะเพิ่งได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาจากปากเสิ่นซินหรัน

เสิ่นซินหรันถลึงตาใส่เขาอย่างแรง พี่ชายแท้ๆ คนนี้ แม้แต่ตอนที่เธอป่วยหนักยังไม่เห็นหัว วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในบ่อน ถ้าไม่ติดว่ากลัวพ่อแม่จะเครียดจนล้มป่วย คนไม่มีจิตสำนึกแบบนี้ปล่อยให้ไปตายข้างนอกเสียยังดีกว่า

หลินชวนไม่ได้พูดอะไร ไพ่ใบนั้นแน่นอนว่าเป็นฝีมือเขาที่สลับเปลี่ยน

แม้แต่เจ้าแห่งเซียนพนันของต้าเซี่ยในปัจจุบัน ก็ยังเป็นเพียงลูกน้องของเขา

หากไม่มีหลินชวนคอยคุ้มกะลาหัว ป่านนี้ไอ้แก่เขี้ยวลากดินนั่นคงถูกทรมานตายอยู่ในคุกมืดไปนานแล้ว

หลังจากทั้งสามคนเดินจากไปได้เพียงสิบนาที เมียน้อยของเฉาต้าหัวก็ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงาน

"สามีคะ คุณไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"

เฉาต้าหัวพลันนึกถึงคำพูดของหลินชวนขึ้นมาได้ เขาคว้ามือของเมียน้อยมากรีดนิ้วจนเลือดไหล แล้วหยดเลือดสดๆ ลงบนหัวคางคกทองคำ

"คุณทำอะไรเนี่ย? บ้าไปแล้วเหรอ?"

สีหน้าของเมียน้อยเปลี่ยนไปทันที

ทว่าทันทีที่เธอชักมือกลับ เสียงดัง 'แกร็ก' ก็สืบเนื่องมา คางคกทองคำตัวนั้นกลับปริร้าวเป็นทางยาวตรงกลางโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

ของเหลวสีเขียวเหนียวหนืดที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ค่อยๆ ไหลออกมาจากรอยแยก และทำให้โต๊ะทำงานทั้งตัวแปดเปื้อนในพริบตา

เมียน้อยกรีดร้องด้วยความตกใจพลางถอยกรูด ส่วนเฉาต้าหัวถึงกับตะลึงงันจนตาค้าง

สิ่งชั่วร้ายทำลายตัวเอง สะท้อนกลับเข้าหาเจ้าของ!

ภาพตรงหน้าตรงกับสิ่งที่หลินชวนพูดไว้ราวกับจับวาง

"นังแพศยา แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ?"

เฉาต้าหัวทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น เขาฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเธออย่างแรง

คางคกทองคำตัวนี้ เมียน้อยของเขาเป็นคนไปหาอาจารย์และสั่งทำพิเศษมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

"พี่หัว ไม่เกี่ยวกับฉันนะจ๊ะ"

เมียน้อยทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทา "เป็นเผิงฮุย เขาเป็นคนบังคับให้ฉันทำ เขาบอกว่าของสิ่งนี้เห็นผลช้า จะไม่มีใครจับได้..."

"ทรยศฉันงั้นเหรอ? กูนี่ดีกับมึงไม่พอใช่ไหม?"

เฉาต้าหัวมีสีหน้าน่ากลัว

นั่นคือพี่น้องร่วมสาบานของเขา และยังเป็นมือซ้ายมือขวาของรองประธานเลี่ยวเสวียซินเหมือนกันด้วย

อย่างที่คิดไว้ พวกที่เดินเส้นทางสายนี้ไม่มีใครมีคุณธรรมจริงๆ มีแต่ผลประโยชน์นำหน้าและทำทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธีการ

"คุณก็ดีกับฉันนะจ๊ะ แต่ว่า... คุณมันไม่ได้เรื่องเองนี่นา"

เมียน้อยทำหน้าเศร้า "คุณทำได้อย่างมากก็แค่สามวินาที ใครจะไปทนไหวล่ะ?"

"แม่งเอ๊ย กูจะฆ่ามึง"

เฉาต้าหัวสติแตก ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากจัดการกับเมียน้อยเสร็จ เฉาต้าหัวก็รู้สึกหวาดระแวงย้อนหลัง โชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับหลินชวน มิเช่นนั้นคงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองจะตายอย่างไร

คุณหลินคนนี้ ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ

...

หลินชวนไม่ได้กลับไปที่ตระกูลเสิ่น เขาเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังย่านเมืองเก่าเพียงลำพัง เพื่อไปเยี่ยมคุณลุงซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขาในตอนนี้

ประมาณสี่สิบนาทีต่อมา แท็กซี่ก็จอดลงที่หน้าบ้านพักตากอากาศหลังเก่าหลังหนึ่ง หลินชวนลงจากรถแล้วกดกริ่งหน้าประตู

ตอนเด็กๆ เขามาวิ่งเล่นที่บ้านลุงบ่อยๆ ลุงกับป้าสะใภ้ต่างก็เอ็นดูเขามาก เพียงแต่คุณลุงเป็นคนซื่อและไม่มีหัวการค้า

ในตอนนั้นลุงมีชื่อเป็นกรรมการในเครือหลินกรุ๊ป ซึ่งนั่นก็ทำให้ลุงไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์อะไรได้ และทำได้เพียงมองดูตระกูลหลินล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา

ไม่นานนัก ประตูบ้านก็เปิดออก แม่บ้านเดินออกมา

"สวัสดีครับ ผมมาหา..."

"ทราบแล้วค่ะ คุณหนูใหญ่กำลังรอคุณอยู่พอดี"

แม่บ้านพยักหน้ายิ้มให้พลางเปิดประตูรั้ว

หลินชวนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย หรือว่าลูกพี่ลูกน้องจะรู้ว่าเขาจะมา?

เมื่อเดินเข้าไปในบ้านพัก ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดนอนผ้าเนื้อบาง กำลังนอนคว่ำอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก

"ทำไมเพิ่งมา? รอตั้งนานแล้วนะ"

ลู่ชิงหรานหันหน้ามามองเขา "หืม? คุณเป็นคนใหม่เหรอ?"

หลินชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้อง และก็ไม่ใช่ป้าสะใภ้ด้วย

ผู้หญิงคนนี้สวยมาก เครื่องหน้าประณีตได้รูป รูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งสมบูรณ์แบบจนแทบหาที่ติไม่ได้ ดูมีเสน่ห์ยั่วยวนไปทุกสัดส่วน

"นี่ ยืนเหม่ออะไรอยู่? รีบมานี่สิ"

ลู่ชิงหรานกวักมือเรียก "เริ่มจากไหล่ก่อนเลยนะ วันนี้ฉันรู้สึกปวดคออยู่พอดี ช่วยนวดให้ดีๆ หน่อย"

หลินชวนเข้าใจแล้ว เธอคิดว่าเขาเป็นหมอนวดที่เรียกมาบริการถึงบ้านนั่นเอง

"ขอโทษนะครับ..."

"ไม่ต้องถามแล้ว ถ้าคุณนวดดี คุณหนูคนนี้มีรางวัลให้งามๆ แน่นอน"

หลินชวนก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ จู่ๆ เขาก็เดินเข้าไปหาเธอราวกับมีอะไรดลใจ

จบบทที่ บทที่ 6 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายมืด

คัดลอกลิงก์แล้ว