เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ดันเจี้ยนเกม: ฟาร์มเวทมนตร์ ตอนที่ 18

บทที่ 20 ดันเจี้ยนเกม: ฟาร์มเวทมนตร์ ตอนที่ 18

บทที่ 20 ดันเจี้ยนเกม: ฟาร์มเวทมนตร์ ตอนที่ 18


บทที่ 20 ดันเจี้ยนเกม: ฟาร์มเวทมนตร์ ตอนที่ 18

ที่ดินแห่งป่าเอลฟ์: ฟังก์ชันเร่งความเร็วหนึ่งร้อยเท่า การปลดล็อก 1 แปลง จำเป็นต้องใช้รากต้นไม้แม่แห่งเอลฟ์ 1 ชิ้น

ที่ดินที่มาพร้อมฟังก์ชันเร่งความเร็วหนึ่งร้อยเท่า ผสานเข้ากับพรสวรรค์คริติคอลคืนกำไรหนึ่งร้อยเท่า

เมื่อได้ครอบครองที่ดินแห่งป่าเอลฟ์ ศักยภาพในการทำเงินของฟาร์มเหวินเซียงเจี๋ยก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด

เหวินเซียงเจี๋ยได้ผลักภาระหน้าที่ในการปลูกและเก็บเกี่ยวพืชผลไปให้ซาก้าจนหมดสิ้น ขณะที่ตัวเธอนอนเล่นเกมสบายๆ อยู่บนเตียง ในทุกๆ ชั่วโมงกว่า เธอก็จะได้ยินเสียงแจ้งเตือนการเก็บเกี่ยวส่งมาเป็นระยะ

"ทิวลิปของคุณเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว"

"ติ๊ง! พรสวรรค์ระบบระดับเทพทำงาน! ทิวลิปที่คุณเก็บเกี่ยวได้รับการคืนกำไรหนึ่งร้อยเท่า!"

"ทิวลิป 1 ต้นของคุณกระตุ้นคริติคอลฮิต ทิวลิป 100 ต้นถูกจัดเก็บเข้าสู่โกดังของคุณเรียบร้อยแล้ว!"

แค่การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ก็ฟินสุดๆ ไปเลย!

เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เข้าสู่เช้าวันที่เก้าแล้ว สิ่งแรกที่เหวินเซียงเจี๋ยทำหลังจากลืมตา คือการกดขายพืชผลที่กองพะเนินอยู่ในโกดังทั้งหมดในรวดเดียว

"การขายเสร็จสิ้น คุณได้รับเหรียญทองจำนวน 276,000,000 เหรียญ"

กวาดรายได้ถึง 276 ล้านเหรียญทองในวันเดียว และนี่เป็นเพียงผลลัพธ์จากการอัปเกรดที่ดินแห่งป่าเอลฟ์เพียงแปลงเดียวเท่านั้น

หากที่ดินทั้งหมดของเธอถูกอัปเกรดเป็นที่ดินแห่งป่าเอลฟ์ ความมั่งคั่งของเหวินเซียงเจี๋ยจะทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก!

เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสเริ่มต้นด้วยเสียงเหรียญทองร่วงหล่นลงกระเป๋าดังกังวานกังวานทันทีที่ตื่นนอน

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เหวินเซียงเจี๋ยก็มานั่งทานอาหารเช้ากับซาก้าที่โต๊ะในลานบ้านเช่นเคย

ซาก้าผู้ซึ่งมักจะเบิกบานใจเป็นพิเศษเวลากินข้าว กลับมีสีหน้าเศร้าสร้อยเป็นครั้งแรก

ถึงจะเศร้า แต่เขาก็ยังคงยัดของอร่อยเข้าปากไม่หยุด

"ลาก่อน ไก่ทอดของข้า... ก๋วยเตี๋ยวหลอดของข้า... หมูเปรี้ยวหวานของข้า..." ทุกคำที่กลืนลงไป ซาก้าก็จะเอ่ยคำอำลาด้วยน้ำเสียงอู้อี้เจ็บปวด

เหวินเซียงเจี๋ยตบไหล่ซาก้าเบาๆ

ระยะเวลาสัญญาของซาก้ามีเพียงสามวัน และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว ในอีกหนึ่งชั่วโมง ซาก้าก็จะจากฟาร์มของเธอไป

บอกตามตรง เหวินเซียงเจี๋ยก็แอบเสียดายที่ต้องเห็นซาก้าจากไปเหมือนกัน ซาก้าเป็นเครื่องมือทำมาหากินที่ใช้งานได้ดีจริงๆ เธอไม่ต้องคอยกังวลอะไรเลย เขาจัดการได้ทั้งเรื่องปลูกและเก็บเกี่ยว แถมยังเฝ้าบ้านได้ดีเยี่ยม ทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติทั้งสองอย่าง

การอัญเชิญปรมาจารย์เวทมนตร์คนใหม่มาก็ต้องมานั่งฝึกงานกันใหม่อีก ซึ่งมันน่ารำคาญจะตายไป

ก่อนที่ซาก้าจะจากไป เธอจึงตัดสินใจให้เครื่องมือชิ้นนี้ได้ทำหน้าที่ให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย โดยให้เขาช่วยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้เครื่องมือชิ้นใหม่แทนเธอ

เหวินเซียงเจี๋ยหยิบสัญญาอัญเชิญปรมาจารย์เวทมนตร์ออกมาฉีกอย่างไม่ใส่ใจนัก

หลุมดำที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น และไม่นานชายชราเคราขาวอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาแทนที่

เหวินเซียงเจี๋ย: ...

นี่พวกปรมาจารย์เวทมนตร์ทุกคน พอถึงระดับปรมาจารย์ปุ๊บก็จะมีกลไกเวทมนตร์เปลี่ยนให้กลายเป็นตาแก่เคราขาวโดยอัตโนมัติเลยหรือไง

"เจ้ามนุษย์ ข้าคือโกลด์ ปรมาจารย์เวทมนตร์ผู้สูงส่ง ถึงเจ้าจะอัญเชิญข้ามา ก็อย่าหวังว่า..."

บทสนทนาที่แสนจะคุ้นหูนี้ทำให้เหวินเซียงเจี๋ยหันขวับไปมองซาก้าเงียบๆ

ซาก้าเงยหน้ามองฟ้าแก้เก้อ

มิน่าล่ะ ตอนมาใหม่ๆ เขาถึงได้ทำตัวงี่เง่าขนาดนี้

"อะแฮ่มๆ" ซาก้าเช็ดคราบมันที่ปากและมือ ขัดจังหวะคำพูดของโกลด์

"ซาก้า?" โกลด์มองซาก้าด้วยความประหลาดใจ

"ข้าเอง" ซาก้าพยักหน้า

เมื่อเห็นว่าทั้งสองรู้จักกัน เหวินเซียงเจี๋ยก็สวมวิญญาณเจ้านายจอมอู้ทันที โยนภาระทุกอย่างให้ซาก้าจัดการ แล้วกลับเข้าไปนอนย่อยอาหารในห้องสบายใจเฉิบ

ตอนที่ซาก้าใกล้จะจากไป เพื่อเป็นการตอบแทนความทุ่มเทที่เขามีให้กับฟาร์มของเธอในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เหวินเซียงเจี๋ยจึงตัดสินใจออกไปส่งเขา

เมื่อผลักประตูบ้านไม้ออกไป เหวินเซียงเจี๋ยก็ได้รับการต้อนรับด้วยรอยยิ้มอันกระตือรือร้นจากชายชราเคราขาวทั้งสองคน

"เจ้าของฟาร์มผู้ทรงเกียรติ ท่านมาแล้ว"

แม้ว่าภาพตรงหน้าจะดูขัดหูขัดตาไปบ้าง แต่เหวินเซียงเจี๋ยก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

หลังจากส่งซาก้ากลับไป โกลด์ก็รับช่วงต่ออย่างราบรื่น ตอนนี้เขาสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศไปพลาง แทะน่องไก่ทอดไปพลางได้อย่างสบายอารมณ์

หลังจากที่โกลด์เก็บเกี่ยวพืชผลไปได้สองสามรอบ ยอดเหรียญทองก็พุ่งแตะ 300 ล้าน เหวินเซียงเจี๋ยจึงซื้อรากต้นไม้แม่แห่งเอลฟ์จากอาราเบลล่าเพิ่มอีก 3 ชิ้นเพื่อนำมาอัปเกรดที่ดิน จากนั้นก็กลับไปทำตัวอู้ต่อได้อย่างสบายใจเฉิบ

เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 10 ของดันเจี้ยนเกม

ขณะที่เหวินเซียงเจี๋ยและโกลด์กำลังทานอาหารเช้า จู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า

เหวินเซียงเจี๋ยที่คาบซาลาเปาไว้ในปาก เงยหน้าขึ้นมอง

นอกจากวันแรกที่เข้ามาในดันเจี้ยนและได้ยินคำว่า "ยินดีต้อนรับสู่ดันเจี้ยนเกม 'ฟาร์มเวทมนตร์'!" แล้ว นี่ก็เป็นครั้งที่สองที่เธอได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังมาจากฟากฟ้า

นี่แสดงว่าผู้เข้าสอบทุกคนในดันเจี้ยนจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนนี้พร้อมกัน

เป็นไปตามที่เหวินเซียงเจี๋ยคาดไว้ ผู้เข้าสอบทุกคนหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน

"มาแล้วสินะ" หลินเจ้าข่ายพึมพำ "ฉันอยากจะรู้นักว่าอันดับหนึ่งจะเป็นไอ้คนดวงดีนั่นไหม ไม่สิ อันดับหนึ่งต้องเป็นของฉัน! อย่างมากมันก็ได้แค่อันดับสองนั่นแหละ!"

สิ่งที่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ นอกจากหลินเจ้าข่ายไม่รู้ก็คือ ครั้งนี้เสียงแจ้งเตือนในดันเจี้ยนไม่ได้ดังแค่ให้ผู้เข้าสอบข้างในได้ยินเท่านั้น แต่ยังดังไปถึงข้างนอกด้วย!

บรรดาอาจารย์และผู้คุมสอบที่อยู่ด้านนอกดันเจี้ยนต่างก็หูผึ่ง

ในที่สุดก็มาถึงแล้ว!

ทุกคนรีบมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนเกมฟาร์มเวทมนตร์ทันที จับจ้องไปที่รอยแยกของทางเข้าด้วยความตึงเครียดและคาดหวัง

แม้แต่หัวหน้าผู้คุมสอบอย่างเกิ่งปิงหรงและหลินหย่งเยว่ก็ยังวางมือจากงานที่ยุ่งเหยิง แล้วมารวมตัวกันที่แท่นคุมสอบ มองดูรอยแยกของทางเข้าพร้อมกับบรรดาอาจารย์และผู้คุมสอบ

ดันเจี้ยนเกม 'ฟาร์มเวทมนตร์' ดำเนินมาเป็นเวลา 9 วันแล้ว บัดนี้เราขอประกาศอันดับเจ้าของฟาร์มในดันเจี้ยน ณ ปัจจุบัน ซึ่งคำนวณจากมูลค่าที่ดินของเจ้าของฟาร์มแต่ละคนรวมกับจำนวนเหรียญทองทั้งหมดในข้อมูลเกมของพวกเขา

บรรดาผู้เข้าสอบที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต่างพากันฮือฮา

"พระเจ้าช่วย มีประกาศอันดับกลางคันด้วยเหรอเนี่ย!"

"อ๊ากกก ทำไมต้องมีช่วงนี้ด้วย ฉันไม่อยากเห็นอันดับรั้งท้ายอันน่าสมเพชของตัวเอง มันจะทำลายความมั่นใจของฉันหมด!"

"ซี๊ดดด ตื่นเต้นจัง ไม่รู้ว่าจะได้อันดับเท่าไหร่"

"ฉันว่าฟาร์มฉันก็พัฒนาไปได้สวยนะ อันดับก็น่าจะดีอยู่หรอก"

"อยากรู้จังว่าฟาร์มของพวกตัวท็อปๆ เขาพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว!"

ไม่ใช่แค่ผู้เข้าสอบที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส แต่บรรดาอาจารย์ที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนกลับยิ่งถกเถียงกันอย่างดุเดือดยิ่งกว่า

"อันดับหนึ่งต้องเป็นหลินเจ้าข่ายจากโรงเรียนเราอยู่แล้ว ก็เขาเป็นถึงลูกหลานตระกูลหลิน ผลการเรียนก็เป็นเลิศมาตลอด แถมยังปลุกพรสวรรค์ระดับดับเบิลเอสได้อีก!"

"มาจากตระกูลใหญ่แล้วยังไงล่ะ อย่าลืมสิว่านายพลสวี ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศของเราตอนนี้ ถึงจะมาจากครอบครัวธรรมดา แต่ก็ยังเหนือกว่าพวกตระกูลใหญ่ทั้งหมดอยู่ดี!"

"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องแถวนี้เลยน่า ในบรรดาผู้เข้าสอบที่เข้าร่วมดันเจี้ยนเกมฟาร์มเวทมนตร์ครั้งนี้ มีใครโดดเด่นไปกว่าหลินเจ้าข่ายอีกไหมล่ะ"

"พรสวรรค์ของหลินเจ้าข่ายมันก็เก่งอยู่หรอก แต่สำหรับดันเจี้ยนเกมฟาร์มเวทมนตร์ มันไม่ได้เข้ากันสักเท่าไหร่ โรงเรียนเรามีเด็กผู้หญิงคนนึงชื่อจ้าวฉีฉี ถึงพรสวรรค์ของเธอจะอยู่แค่ระดับเอ แต่มันเป็นพรสวรรค์ 'เติบโตอย่างรวดเร็ว' ที่เข้ากับดันเจี้ยนนี้แบบสุดๆ ผลงานของเธอน่าจะออกมาดีทีเดียว"

"แค่ระดับดับเบิลเอสมันจะไปพออะไร อู๋หงเซวียน นักเรียนระดับท็อปของโรงเรียนเรา มีพรสวรรค์ระดับทริปเปิลเอสอย่าง 'แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม' เชียวนะ!"

จบบทที่ บทที่ 20 ดันเจี้ยนเกม: ฟาร์มเวทมนตร์ ตอนที่ 18

คัดลอกลิงก์แล้ว