เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 : การแข่งขันวิทยายุทธ์ ! เริ่มได้ !

บทที่ 87 : การแข่งขันวิทยายุทธ์ ! เริ่มได้ !

บทที่ 87 : การแข่งขันวิทยายุทธ์ ! เริ่มได้ !


การฝึกฝนนั้นไม่รู้จักกาลเวลา

เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน  และตอนนี้ก็ผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว

วันนี้

เมืองหลวงคึกคักอย่างเหลือเชื่อ  มีผู้คนมากกว่าปกติถึง 10 เท่า  แออัดจนแทบจะไหล่ชนไหล่กันเลยทีเดียว

โดยเฉพาะที่โคลอสเซียมในเมืองหลวง

เนื่องจากเป็นสถานที่จัดการแข่งขันวิทยายุทธ์  ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ซึ่งว่ากันว่าสามารถรองรับผู้คนได้ถึง 1 ล้านคน  ดังนั้นที่นี่จึงคึกคักยิ่งกว่าเดิมมาก

คนที่มีเงินและอำนาจต่างก็เข้านั่งที่ตามบัตรของตน  ในขณะที่คนที่ไม่รีบร้อนก็กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในวันนี้

สำหรับคนที่ไม่มีแม้แต่เงินซื้อตั๋วก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางจอขนาดใหญ่ 4 จอ  ที่ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสขนาดใหญ่ 4 แห่งด้านนอกโคลอสเซียม  และสามารถนำเก้าอี้หรือที่นั่งของตนเองมานั่งชมได้

แน่นอนว่าผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ไม่ได้มีเพียงผู้ชมจากทั่วประเทศเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาปี 1 ถึงปี 4 จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศพร้อมด้วยครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเจ้าตัวด้วย

ในเวลานั้นคนเหล่านั้นจะมีพื้นที่พักผ่อนของตนเอง  และพื้นที่ของสถาบันหลวงก็กว้างขวางที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

จุดพักผ่อนสำหรับนักศึกษาปี 1 อยู่ด้านล่างสุด

สวีเฟิงกับพรรคพวกนั่งนิ่ง ๆ อยู่ในที่นั่งของตนอย่างนอบน้อม  จะมีกระดุกกระดิกหน่อยก็ตอนฉวยโอกาสแอบมองพวกรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ด้านหลังและด้านบนเป็นครั้งคราวเท่านั้น

บรรดาผู้ที่มาในวันนี้ต่อให้ทั้งหมดไม่ใช่คนใหญ่คนโตแต่ก็ถือว่าใกล้เคียง  โชคดีที่หลี่เฉิงคุนกับเฉิงอู่เทียนถึงพอดี  ทำให้สวีเฟิงและคณะรู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษ

“คุณชายคุน ? ! คุณชายเฉิง !”

กลุ่มคนเหล่านั้นต่างดีใจและรีบเขาไปทักทายพวกเขา  เหล่านักศึกษารุ่นพี่ที่มักทำให้คนธรรมดากลัวนั้นกลับไม่น่ากลัวถึงขนาดนั้นอีกต่อไปเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เฉิงคุนและแปดตระกูลใหญ่

อย่างไรก็ตาม...  ในยามจำเป็นเราก็ควรอ่อนน้ำถ่อมตน

เนื่องจากมีข้างบนนั่นมีเฮีย ๆ และเจ่เจ๊จากตระกูลของตนนั่นอยู่หลายคน  ดังนั้นหากตนก่อเรื่องล่ะก็ไม่วายต้องโดนคนเหล่านั้นลงโทษแน่นอน

เมื่อเห็นสวีเฟิงและคณะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม  หลี่เฉิงคุนจึงพยักหน้า  ยิ้มให้  และนั่งลงที่แถวหน้าตามคำเชิญของอีกฝ่าย

เมื่อเห็นแบบนั้นพวกสวีเฟิงก็ไปย่อตัวตรงหน้าเขาแล้วหัวเราะอย่างเขินอาย

“คุณชายคุน  ในที่สุดคุณก็มา  การอยู่ที่นี่มันลำบากเหลือเกินจริง ๆ ครับ”

หลี่เฉิงคุนหัวเราะเบา ๆ แล้วตบไหล่

“ไม่เป็นไรหรอก  พวกเราก็มาถึงแล้วนี่  จริงมั้ย”

“ใช่ ๆ ถ้าไม่มีพวกคุณชายคุนอยู่ล่ะก็  แค่พูดเรายังไม่กล้าเลย...”

หลี่เฉิงคุนรู้สึกทั้งขบขันทั้งหงุดหงิด  เขาเหลียวมองนักศึกษารุ่นพี่นับหมื่นคนแล้วหันมาหาสวีเฟิง

“ปีนี้มีคนกลับมาเข้าร่วมงานค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นสวีเฟิงก็รีบยิ้มออกมา

“ใช่ครับ  อย่างน้อยนักศึกษาปีสูงของมหาลัยเราก็มาถึงหนึ่งในสาม  ถือว่ามากกว่าปกติ”

“มีแต่คนที่คิดว่าตัวเองจะไม่ติดอันดับเท่านั้นที่ไม่มา”

นักศึกษาปี 1 และปี 2 มุ่งเน้นการพัฒนาตนเอง  แต่เริ่มตั้งแต่ปี 3 จะต้องออกไปทำภารกิจต่าง ๆ ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้อยู่ที่สถาบัน  พอถึงปี 4 ส่วนใหญ่ก็กำลังเตรียมตัวเพื่อเก็บหน่วยกิตให้ครบตามกำหนดจบการศึกษา  ดังนั้นจึงไม่ค่อยเห็นนักศึกษาปี 4 อยู่ที่สถาบัน

การแข่งขันวิทยายุทธ์จัดขึ้นทุกปี  และผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัลและคะแนนโบนัสเพิ่มเติม  ดังนั้นนักศึกษาที่คิดว่าตนเองมีความสามารถจึงอยากกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันกันทั้งนั้น

กระนั้น  นี่ไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มของหลี่เฉิงคุนต้องเก็บมาใส่ใจ  หลังจากเหลือบมองแล้วก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป

“แล้วก็ปีนี้มีนักศึกษาจากมหาลัยอื่นมาเยอะเหมือนกันนะ”

เมื่อเห็นหลี่เฉิงคุนมองไปรอบ ๆ ดูบริเวณอื่น ๆ สวีเฟิงก็หัวเราะเบา ๆ

“ทั้งหมดนี่เป็นเพราะเหตุการณ์ตอนแดนลับภูเขาไท่หมิงครั้งก่อนน่ะสิครับ  เรื่องนี้ทำเอาแม้แต่รุ่นพี่ปีสามปีสี่ที่ได้ยินได้ฟังยังต้องแห่กันมาดูเลย”

“ไม่อย่างนั้นปีนี้คงไม่มีคนเยอะแบบนี้หรอก”

ความสำเร็จอันน่าทึ่งของห้อง 1 นั้นเป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งเขียนเป็นประวัติศาสตร์ได้เลย  ดังนั้นมันจึงดึงดูดความสนใจอย่างมากเป็นธรรมดา

แต่...  หลี่เฉิงคุนก็มักจะโกรธทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าอัปลักษณ์ของพวกลั่วซือหาน

“เหอะ  โชคหมา ๆ จริง ๆ ในการแข่งขันวิทยายุทธ์ครั้งนี้  กูจะบดขยี้พวกแม่งทั้งหมดไว้ใต้ตีนซะ !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นสวีเฟิงก็ดูร่าเริงขึ้นมาทันที

“ว่าแต่คุณชายคุน  ผมได้ยินมาว่าอาทิตย์ก่อนอาจารย์สอนพิเศษของคุณพาไปแดนลับแห่งใหม่  ผ่านไปอาทิตย์นึงแล้วคุณทะลุกไปถึงขอบเขตนักยุทธ์แล้วใช่มั้ยครับ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นหลี่เฉิงคุนก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

“ใช่  ไม่ใช่แค่ห้องเราเท่านั้นนะ  ห้องของคุณชายฉินกับคุณชายซูก็มีไปฝึกที่แดนลับแห่งใหม่ครึ่งเดือนอยู่เหมือนกัน”

“อาจารย์ของพวกเขาเยี่ยมมากเลยได้ไปก่อน  แต่อาจารย์ของพวกเราไม่เก่งเท่าเลยได้ไปช้ากว่า”

“แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก  ถึงแม้ฉันจะพลาดการฝึกไปอาทิตย์นึงก็ตาม  แต่สุดท้ายตอนนี้ฉันได้เป็นนักยุทธ์ 4 ดาวก็โอเคแล้ว”

“โอ้โห ! !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นพวกสวีเฟิงต่างเบิกตาโตด้วยความอึ้ง

“นักยุทธ์สี่ดาว ?”

“แค่สามเดือนเอง  คุณชายคุนก็ไต่ระดับขึ้นเป็นนักยุทธ์ 4 ดาวแล้วเหรอ”

“คุณชายคุนเก่งเกิ๊น  ใคร ๆ ก็อิจฉา  อย่างผมเนี่ยยังติดอยู่ที่ศิษย์ยุทธ์แปดดาวอยู่เลย”

หลี่เฉิงคุนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับเป็นปรมาจารย์

“ไม่เลวแล้ว  นายมีศักยภาพระดับบี  การจะมาถึงขอบเขตศิษย์ยุทธ์แปดดาวในสามเดือนก็แข็งแกร่งว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่มีศักยภาพระดับบีทั้งหมดแล้วล่ะ”

“จริง”

เฉิงอู่เทียนไขว่ห้างแล้วหัวเราะ

“ระดับการฝึกฝนของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้อยู่ที่ขอบเขตศิษย์ยุทธ์ห้าดาว  นายไปถึงแปดดาวได้ก็โดดเด่นกว่าใคร ๆ แล้วล่ะ”

สวีเฟิงเกาหัวอย่างเขินอาย

“พอคุณพูดแบบนั้นแล้วผมก็กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งเลย”

“อ้อ  แล้วระดับพลังฝึกฝนของพวกคุณชายฉินตอนนี้ไปถึงไหนแล้วล่ะครับ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นหลี่เฉิงคุนจึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบว่า

“เท่าที่ฉันรู้  คุณชายฉินบรรลุถึงขอบเขตนักยุทธ์เก้าดาวสุดปลายยอดแล้วตั้งแต่เมื่อเจ็ดวันก่อน”

“ที่สำคัญคือเขายังได้สมบัติล้ำค่าหายากที่เปลี่ยนแปลงตัวเขามา  แล้วก็มีกระบี่เทพระดับปราชญ์จากแดนลับอีกแห่งด้วย”

“ฉันได้ยินมาว่าภายในกระบี่เทพนั้นนั้นมีมรดกอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่  คิดว่าในระหว่างที่กักตนอยู่ในแดนลับมาตลอดเจ็ดวัน  คุณชายฉินคงจะบรรลุถึงขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ได้แล้วล่ะนะ”

“ปรมาจารย์ยุทธ์เลยเหรอ ? ? ?”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นพวกสวีเฟิงก็รีบปิดปากโดยสัญชาตญาณ

“บ้าไปแล้ว...  สามารถบรรลุขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ได้ในเวลาแค่สามเดือน  แถมยังได้รับมรดกกับสมบัติล้ำค่าอีกด้วย  นี่มันโชคดีอะไรกันเนี่ย...”

“กระบี่เทพระดับปราชญ์  แม่จ้าว ! แม้แต่แปดตระกูลใหญ่ก็ยังหวงแหนและต้องเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดประจำตระกูล !”

“สวรรค์โปรด  นี่คือศักยภาพระดับเอสที่แท้ทรูงั้นเหรอ  คุณชายฉินกำลังจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่...”

“งั้นก็แปลว่าคุณชายฉินจะได้แชมป์ในการแข่งขันวิทยายุทธ์ครั้งนี้ใช่มั้ยเนี่ย”

ทุกคนต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ  จากนั้นก็เริ่มตื่นเต้น

หลี่เฉิงคุนพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

“แน่นอน  ครั้งนี้คุณชายฉินได้รับโอกาสอันดีเยี่ยม  ในด้านพลังก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลแล้ว”

“ในการแข่งครั้งนี้เห็นว่าเขาไม่แค่จะมาคว้าอันดับหนึ่งเท่านั้นนะ  แต่ยังอยากจะเหยียบย่ำพวกเย่จิ่นชิวให้จมดินด้วย !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นแววตาของพวกสวีเฟิงลุกวาว

“แปลว่าคุณชายฉินจะได้ครองใจหญิงงามนางแล้วนั้นน่ะสิ”

“แน่นอนสิ  ผู้หญิงทุกคนชื่นชมความแข็งแกร่ง  แม้แต่ราชินีน้ำแข็งอย่างเย่จิ่นชิวก็ไม่เว้นหรอก”

หลี่เฉิงคุนส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ

“ตราบใดที่คุณชายฉินแสดงพลังที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดออกมา  แค่เย่จิ่นชิวธรรมดา ๆ ก็ไม่ใช่ตัวอะไรร้อก...”

สวีเฟิงหัวเราะเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่ค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น

“คุณชายคุนพูดถูกแล้ว  แบบนั้นไม่ใช่แค่เย่จิ่นชิวเท่านั้น  พวกลั่วซือหานเองก็อาจจะต้องคุกเข่าต่อหน้าคุณชายฉินด้วย”

“จริงสิ  ไอ้เวรเฉินมู่นั่นมันก็ไปฉกตัวเย่เมี่ยวเตี๋ยกับหวางหยู่หนิงไปตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อนด้วยไม่ใช่นิ  สาวสวยระดับเอสตั้งสี่คน ! คุณชายฉินนี่โชคดีเรื่องผู้หญิงจริง ๆ !”

หลี่เฉิงคุนเยาะเย้ยและเอียงคออย่างเย่อหยิ่ง

“คุณชายฉินได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนแล้วว่าครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเย่จิ่นชิวต้องคุกเข่าบนลานประลองเท่านั้น  แต่จะร่วมมือกับตระกูลจ้าวและตระกูลหลี่ของฉันนอกลานประลองช่วยกันกดดันตระกูลเย่เพื่อทำให้เย่จิ่นชิวเต็มใจเป็นผู้หญิงของเขา !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้น  สวีเฟิงและหมู่คณะก็รู้สึกได้ว่ากำลังจะมีข่าวใหญ่เปิดเผยออกมา  ดวงตาของแต่ละคนต่างก็เป็นประกายและรีบยื่นหน้าไปสุมหัวกันเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

และในขณะนั้นเอง

ฉินหลานและซูซิงหางและอื่น ๆ อีกมากมาย

ได้มาถึงแล้ว

จบบทที่ บทที่ 87 : การแข่งขันวิทยายุทธ์ ! เริ่มได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว