- หน้าแรก
- All My Disciples Suck! สาวกสุดป่วนกับนิกายสุดเทพ
- ตอนที่ 301 หมอจีหนิ่ว
ตอนที่ 301 หมอจีหนิ่ว
ตอนที่ 301 หมอจีหนิ่ว
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
กรงมารหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง บีบบังคับให้ทุกคนต้องขยับเข้าสู่พื้นที่ตรงกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะนี้ ณ บริเวณขอบของกรงมาร
"อ่า หอม หอมชิบหาย!"
"เชี่ย ต้องเติมเนื้อแล้ว!"
"เดี๋ยวก่อน ยังมีเนื้อราชาทะเลลึกสไลซ์อยู่อีกชิ้น ฮ่าๆๆ ของข้าโว้ย!"
ผู้เล่นสี่คนกำลังนั่งล้อมโต๊ะ กินชาบูกันอย่างเอร็ดอร่อย
ถูกต้อง!
หลังจากโหมดเอาชีวิตรอดเริ่มต้นขึ้น ก็ผ่านมา 8 ชั่วโมงแล้ว
ทุกคนต่างกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด!
แต่ผู้เล่นสี่คนนี้ กลับนั่งจุ้มปุ๊กกินชาบูอยู่ตรงนี้ กินลากยาวมา 8 ชั่วโมงเต็มแล้ว
เผ่ามารบุก?
โหมดเอาชีวิตรอด?
วงบีบกรงมาร?
เหอะๆ!
มันจะไปหอมสู้ชาบูราชาทะเลลึกได้ยังไง?
นี่เอ็งโดนทุบจนสมองเสื่อมไปแล้วใช่ไหม?
ดังนั้นทั้งสี่คนจึงกินกันต่อไปอย่างสบายใจเฉิบ
"ครืนนน!" เสียงบดขยี้อันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้
"เอ๊ะ? พวกนายได้ยินเสียงอะไรป่าว?"
"เหอะๆ ยังจะใช้มุกสับขาหลอกอีกเหรอ? เชี่ย ข้าไม่หลงกลหรอกโว้ย!"
"ใช่แล้ว เนื้อชิ้นนี้ ข้าขอรับไปล่ะ!"
แม้ว่าจะมีผู้เล่นคนหนึ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ผู้เล่นอีกสามคนที่เหลือกลับถือถ้วยหัวเราะร่วน ไม่ได้สนใจอะไรเลย จนกระทั่งม่านยักษ์สีดำที่เต็มไปด้วยตาข่ายนับไม่ถ้วน ปรากฏขึ้นห่างจากด้านหลังของพวกเขาไปแค่สิบกว่าเมตร ทั้งสี่คนถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว
"เชี่ยเอ๊ย! วงบีบกรงมาร?"
"แม่งเอ๊ย เร็วเข้า พวกนายรู้ใช่มั้ยว่าต้องทำอะไร!"
"เข้าใจ ข้าโคตรเข้าใจเลย!"
ทั้งสี่คนสบตากัน และรู้ในทันทีว่าควรทำอะไร!
"ตู้ม!" ทั้งสี่คนแบกโต๊ะขึ้นบ่าโดยพร้อมเพรียงกัน เปิดใช้งานเกียร์สองบวกกับความเร็วระดับเทพ วิ่งพุ่งฉิวไปไกลกว่าสิบลี้ ก่อนจะหยุดลง จากนั้น...
"ฮ่าๆๆๆ ลูกชิ้นราชาทะเลลึกนี่กินได้แล้ว!"
"เชี่ย เนื้อราชาทะเลลึกสไลซ์ที่ข้าเพิ่งต้ม แม่งหายไปไหนแล้ววะ?"
"เร็วเข้า ใส่ผักกาดขาวที่เด็ดมาจากตัวมนุษย์ผักกาดลงไปอีก อ้า ใส่กระเทียมที่ควักมาจากมนุษย์กระเทียมลงไปอีกสองหัวด้วย!"
ทั้งสี่คนนั่งลงอย่างชำนาญ แล้วเริ่มสวาปามกันต่อ
กินไปได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป กรงมารสีดำก็คืบคลานเข้ามาอีกครั้ง ทั้งสี่คนก็แบกโต๊ะวิ่งหนีไปอีกสิบลี้อย่างคล่องแคล่ว แล้วก็กลับมานั่งกินกันต่อ
คนอยู่ หม้ออยู่! ไม่มีพลังใดในโลกที่จะหยุดยั้งข้าจากการกินชาบูได้!
อีกด้านหนึ่ง...
"หยุดมันไว้!!!" นักรบเผ่ามารระดับสี่คำรามด้วยความหวาดกลัว!
"ตู้ม!!!" ทว่า ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาในพริบตา ชกออกไปเพียงหมัดเดียว ก็บดขยี้นักรบเผ่ามารระดับสี่จนแหลกละเอียด!
"ใครขวางทางข้า มันต้องตายให้หมด!" ร่างนั้นคำรามลั่น!
ไอดี หวังลู่เฟย!
"อ๊ากกก! เจ้านี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว?"
"ดาบที่มันถืออยู่ นั่นมัน เลือดพยาบาท ไม่ใช่หรือ? อย่าบอกนะว่า ท่านขุนพลมารลำดับที่เจ็ดถูกมัน..."
"หนีเร็ว!"
นักรบเผ่ามารสามตนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แต่ก็ยังถูกคลื่นดาบฟาดฟันปลิดชีพไปในทันที!
"ดาบเลือดพยาบาทเล่มนี้ โคตรตึง! แถมดูเหมือนว่ามันจะสามารถกลืนกินศัตรูที่ถูกฟันเพื่อเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญเพียรให้ข้าได้ด้วย? เจ๋งเป้ง!" ตี้สั่วหลงชูเลือดพยาบาทขึ้นมา สัมผัสพลังของมัน แล้วก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
แม้ว่าเดิมที ตี้สั่วหลง ไม่ได้ตั้งใจจะพึ่งพาพลังของอุปกรณ์วิญญาณระดับสูง เพราะนั่นจะทำให้เขากลายเป็นพวกเกียจคร้านในการพัฒนาเจตจำนงดาบของตัวเอง!
แต่ เลือดพยาบาท เป็นสิ่งที่ขุนพลมารลำดับที่เจ็ดฝากฝังไว้ก่อนตาย ถ้าไม่ใช้ก็ดูจะเล่นตัวเกินไปหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศัตรูแข็งแกร่งขนาดนี้!
"ถ้าฆ่าศัตรูได้อีกสักหน่อย ข้าก็รู้สึกว่าจะบรรลุถึงครึ่งก้าวของขอบเขตวัฏจักรอัมฤทธิ์ได้แล้ว... ไม่รู้เหมือนกันว่า จะสามารถพึ่งพาดาบมารเลือดพยาบาทเล่มนี้ ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวัฏจักรอัมฤทธิ์ได้หรือเปล่า!" ตี้สั่วหลงคิดในใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไป
ในเวลานี้ นักรบเผ่ามารกว่าสี่ห้าสิบตน กำลังเดินตามร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่ง กวาดล้างยอดฝีมือเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่พบเจอระหว่างทางจนหมดสิ้น
"ท่านหมอจีหนิ่ว ด้านหน้าพบสตรีเผ่ามนุษย์จำนวนมากขอรับ!"
"ใช่แล้ว มีตั้งหนึ่งร้อยคนเลยทีเดียว!"
"ฮี่ฮี่ฮี่ ท่านหมอจีหนิ่ว ให้พวกเราไปสนุกกันสักหน่อยเถอะขอรับ!"
มารตนหนึ่งที่รับหน้าที่สอดแนมอยู่ด้านหน้ากลับมา รายงานข่าวการพบสตรีมนุษย์หนึ่งร้อยคน ทำให้เผ่ามารทั้งหมดตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"ฮ่าๆๆ หนึ่งร้อยคนงั้นรึ? งั้นข้าขอเขมือบสักสิบคน! คงไม่มากเกินไปใช่ไหม?" ขุนพลมารลำดับที่แปด หมอเว่ยจื้อ ตื่นเต้นจนอดไม่ได้ที่จะน้ำลายไหลยืดเป็นสีดำ
"อืม ดีมาก พวกเจ้าทำได้ดีมาก!" ร่างสูงใหญ่หัวเราะ ก่อนจะหันขวับกลับมา
เขาคือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นั่นเอง
"มานี่ ทุกคน ยืนเรียงแถวตอนลึก จัดแถวให้เป็นระเบียบ!" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อโบกมือ ส่งสัญญาณให้นักรบเผ่ามารทั้งหมดเข้าแถวต่อกันเป็นขบวนรถไฟ
นักรบเผ่ามารเหล่านี้ต่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมาต่อแถวปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วย
"พวกเอ็งนี่โง่หรือเปล่า รีบๆ ต่อแถวเข้า เรียงลำดับตามความแข็งแกร่ง เดี๋ยวพอเจอผู้หญิงร้อยคนนั้น ก็แจกจ่ายไปตามคิว มารหนึ่งตนต่อหนึ่งคน! เข้าใจไหม?" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเอ่ยปากพูด
"อ้อ เข้าใจแล้ว!"
"สมกับเป็นท่านหมอจีหนิ่ว ฉลาดล้ำลึกจริงๆ!"
"ฮ่าๆๆ งั้นข้าขอต่อคิวคนแรก!"
พวกมารต่างพากันตื่นเต้น รีบเข้าไปต่อแถวเรียงกันเป็นขบวนรถไฟอย่างรวดเร็ว
ขุนพลมารลำดับที่แปด หมอเว่ยจื้อ ยืนเป็นคนแรกอย่างภาคภูมิใจ
"เยี่ยม! พวกเอ็งนี่มันสุดยอดจริงๆ!" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้น...
"รับหมัดที่แกร่งที่สุดของข้าไปซะ!!!" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อระเบิดพลังทั้งหมดออกมาอย่างกะทันหัน อัดหมัดซัดเข้าที่หน้าอกของหมอเว่ยจื้อเต็มแรง!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทะลวงร่างของหมอเว่ยจื้อไปก่อน จากนั้นก็ทะลวงทะลุหน้าอกของนักรบเผ่ามารที่อยู่ด้านหลังหมอเว่ยจื้อทั้งหมดราวกับเสียบไม้ลูกกวาด ภายในชั่วพริบตา!
การโจมตีเพียงครั้งเดียว!
ก็ส่งนักรบเผ่ามารทั้งหมดไปเกิดใหม่ในพริบตา!
นักรบเผ่ามารเบิกตากว้าง! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเกิดอะไรขึ้น!
ทำไม...
ท่านหมอจีหนิ่ว หนึ่งในสี่ผู้บัญชาการกองทัพ ถึงต้องฆ่าพวกตนด้วย?
ท่านหมอจีหนิ่วผู้มีตรามารยี่สิบสี่เส้น มีวิธีนับไม่ถ้วนที่จะฆ่าพวกมารอย่างพวกตน!
แต่ทำไม...
ถึงต้องใช้วิธีที่น่าอับอายที่สุด ปัญญาอ่อนที่สุด และเป็นไปไม่ได้ที่สุดแบบนี้ด้วย?
"ทำไม?" เผ่ามารตนอื่นๆ ตายคาที่กันหมด มีเพียงขุนพลมารลำดับที่แปด หมอเว่ยจื้อ ที่ดิ้นรนเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเอ่ยถามก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
หมอจีหนิ่วในฐานะผู้บัญชาการกองทัพ ทำไมต้องลงมือฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน? นี่มันพฤติกรรมทรยศที่เลวร้ายที่สุดชัดๆ!
หมอจีหนิ่วไม่กลัวการกระตุ้นพลังของคำสาปมาร จนโดนคำสาปฆ่าตายหรือไง?
"นั่นก็เพราะว่า หมอจีหนิ่วตัวจริง มันม่องเท่งไปตั้งนานแล้วไงล่ะ! ส่วนข้าคือ หมอเตี๋ยวเนื้อ ลูกศิษย์ที่หล่อที่สุดในสังกัดของพี่หมิง!" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
หมอเว่ยจื้อถึงกับตะลึง เมื่อสัมผัสได้ว่าเวลาของตนเหลือน้อยเต็มที หมอเว่ยจื้อจึงได้ถามคำถามจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ!
"ทำไมถึงต้องฆ่าพวกเราด้วยวิธีนี้?" ถึงหมอเว่ยจื้อจะต้องตาย ก็อยากรู้ให้ได้ว่า ทำไมถึงต้องให้ตนและมารตนอื่นๆ เข้าแถวเรียงกันเป็นสาย แล้วค่อยลงมือฆ่า?
"นั่นก็เพราะว่า..."
"ทำแบบนี้มันจะได้ฟาร์มของจากศพง่ายๆ ไงล่ะวะ!"
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตอบอย่างเอาจริงเอาจัง
"พรวด!" หมอเว่ยจื้อกระอักเลือดมารคำสุดท้าย ก่อนจะสิ้นใจตายคาที่ ตายตาไม่หลับไปในทันที
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อมีความเร็วระดับปีศาจ มือขวาขยับไปมาดั่งสายฟ้าฟาด เก็บกวาดเลือดมารและแก่นมารของนักรบเผ่ามารทั้งหมดจนเกลี้ยง
จากนั้น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็หยิบกระจกออกมา จัดแต่งทรงผมตัวเองอย่างชำนาญ
"พี่สาววังน้ำแข็ง ข้ามาแล้ว!!!" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อกระโดดโลดเต้น แล้วพุ่งตัวไปในทิศทางที่พบสตรีมนุษย์ทั้งร้อยคนเมื่อครู่นี้
ทว่าในขณะนั้นเอง
"เฮ้ย!"
"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!"
สองเสียงดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหยุดฝีเท้าลงทันที
ที่เบื้องหน้าของก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ปรากฏร่างสองร่างที่มีหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ
ทั้งคู่มีผิวสีดำสนิท บนหัวมีเขายาวสีดำสี่เขา ดวงตาสีแดงก่ำ และบนร่างกายของแต่ละคนก็มีตรามารขนาดใหญ่ถึงยี่สิบเส้น!
มารตนทางซ้าย สวมต่างหูสีดำรูปร่างแปลกประหลาดที่หูขวา
มารตนทางขวา ก็สวมต่างหูสีดำรูปร่างหน้าตาเหมือนกันเป๊ะที่หูซ้าย
มารที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสองตนนี้ มีพลังเทียบเท่ากับระดับขุนพลมาร!
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อลองนับดูอีกครั้ง อีกฝ่ายมีตรามารแค่ยี่สิบเส้นจริงๆ น้อยกว่าตัวเองซะอีก งั้นก็แปลว่าพวกมันอ่อนกว่าน่ะสิ! แล้วจะตื่นตูมไปทำซากอะไรวะ?
"ใจกล้าไม่เบา ถึงขั้นกล้ามาขวางทางข้า ท่านหมอจีหนิ่วผู้นี้เชียวรึ?" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเก๊กท่า โพล่งออกไปอย่างทรงพลัง
"หมอจีหนิ่ว นี่แกโดนซัดจนสมองเสื่อมไปแล้วหรือไง?"
"ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพที่สี่ อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้วว่าพวกเราคือใคร?"
มารคู่แฝดทั้งสองตนเอ่ยขึ้น
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อทำหน้าเหวอ เชี่ย ใครจะไปตรัสรู้ว่าพวกเอ็งเป็นใครวะ! ข้าไม่ใช่หมอจีหนิ่วสักหน่อยโว้ย!
"อย่าบอกนะว่า พวกแกสองคนก็คือ... ในตำนาน?" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตกใจเล็กน้อย
คืออะไรวะ?
เชี่ย ข้าจะไปรู้ได้ไง!
ขอลองใช้มุกเดิมๆ ปั่นหัวพวกมันดูก่อน เผื่อจะหลอกล่อให้พวกมันหลุดพูดชื่อตัวเองออกมาได้!
"ถ้าแกตั้งใจถามอย่างจริงใจ พวกเราก็จะเมตตาตอบให้!"
"เพื่อปกป้องไม่ให้โลกถูกทำลาย! เพื่อยึดครองอำนาจแห่งมิติ!"
"เพื่อเปิดเผยความชั่วร้ายที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทาน"
"ตัวตนที่ทรงพลัง น่าสะพรึงกลัว และยิ่งใหญ่!"
"ข้า หมอปัวเอ่อร์เปิน!"
"ข้า หมอปัวเอ่อร์ป้า!"
"พวกเราคือผู้บัญชาการกองทัพพิเศษ! หมอปัวเอ่อร์เปินป้า!"
มารคู่แฝดจัดท่าทางและเปิดตัวอย่างโคตรเท่
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อยืนอึ้ง