- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 1140 ไต้ซือดูออกได้อย่างไร? อาตมาเดาเอา!!!
บทที่ 1140 ไต้ซือดูออกได้อย่างไร? อาตมาเดาเอา!!!
บทที่ 1140 ไต้ซือดูออกได้อย่างไร? อาตมาเดาเอา!!!
ซูม่อ: ?
หมายความว่าไง?
ชื่อเสียงของฉันเนี่ย เลื่องลือไปไกลขนาดนี้เลยเหรอ?
ถึงขนาดทำให้หลวงตาผู้ทรงศีลที่มีท่าทางเมตตาตรงหน้า ยอมกล่าววาจาไม่สำรวมออกมาเลยเนี่ยนะ?
ซูม่อถลึงตาใส่ชวนเอ๋อร์อย่างแรง
เป็นเพราะเจ้านี่แท้ๆ
จะแต่งฉายาให้ทั้งที ก็ไม่แต่งให้มันเพราะๆ หน่อย อะไรคือปีศาจเห็นแล้วต้องฉี่ราด?
ฉันเป็นยาขับปัสสาวะหรือไง?
ชวนเอ๋อร์เกาหัวพลางยิ้มแห้งๆ ถอยไปยืนข้างหลังต้าเฮย ไม่ปริปากพูดอะไรอีก
ตอนนั้นก็แค่กะเอาให้มันสัมผัสคล้องจองเฉยๆ
คิดไม่ถึงว่าชื่อเสียงของเจ้านายจะขจรขจายไปไกลขนาดนี้
"อมิตตพุทธ"
หลวงตายิ้มละไม พลางประนมมือ: "ประสกโปรดอย่าถือสา!"
"คำพูดเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกศิษย์ที่ไม่ได้ความของอาตมาเล่าให้ฟังทั้งนั้น"
"ตอนนั้นอาตมายังนึกสงสัยอยู่เลยว่า กุ่ยเจี้ยนโฉว(ผีเห็นผีครวญ) ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังข่มขวัญผู้คนเช่นนี้ จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร?"
"ได้มาพบในวันนี้"
"ประสกช่างหล่อเหลาสง่างาม ดูมีความรู้ความสามารถสมเป็นยอดคน ทำให้อาตมาประหลาดใจยิ่งนัก"
"อาตมายังไม่ทันได้ขอบคุณประสกเลย! หากไม่ใช่เพราะประสกยื่นมือเข้าช่วย ลูกศิษย์ที่ไม่ได้ความของอาตมาคนนั้น คงได้ฝังร่างอยู่กลางทะเลลึกไปแล้ว"
ซูม่ออึ้งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะนึกขึ้นได้
เชี่ย
หลวงตาตรงหน้านี้ คืออาจารย์ของไต้ซืออีเจี้ยเหรอ?
ซูม่อรู้สึกตกใจอยู่บ้าง
หลวงตาผู้นี้ดูแล้วกลิ่นอายราบเรียบธรรมดา ไม่มีร่องรอยของการฝึกตนเลยแม้แต่นิด กลับสามารถสั่งสอนผู้ฝึกตนอย่างไต้ซืออีเจี้ยออกมาได้?
ไม่ยอมรับไม่ได้จริงๆ
แต่ทว่า......
จะว่าไป หลวงตาคนนี้พูดจาน่าสนใจดีแฮะ ไม่หัวโบราณคร่ำครึ แถมยังรู้จักพลิกแพลงคำพูดมาชมเชยตนเองด้วย
อืม
ช่างน่ารักเหมือนกับไต้ซืออีเจี้ยจริงๆ
หัวแถวตรง
หางแถวถึงได้ไม่เบี้ยวสินะ
ไม่เหมือนพวกที่วัดเหลยหมิงพวกนั้น ที่แต่ละคนปั้นหน้าเป็นคนดีมีศีลธรรม เอะอะก็อ้างพระพุทธองค์ทรงเมตตา
"ที่แท้ไต้ซือก็คือพระอาจารย์ของไต้ซืออีเจี้ยนี่เอง เลื่อมใสมานานแล้วครับ"
ซูม่อทำความเคารพอย่างนอบน้อม: "ผู้น้อยซูม่อ คารวะไต้ซือครับ"
ชวนเอ๋อร์กับเจียวทมิฬเห็นดังนั้น ก็รีบทำความเคารพตามทันที
"พี่ผี ไต้ซืออีเจี้ยคือใครเหรอครับ?" เจียวทมิฬใช้ศอกสะกิดชวนเอ๋อร์พลางกระซิบถาม
"ถึงขนาดทำให้เจ้านายให้เกียรติขนาดนี้ หรือว่าไต้ซืออีเจี้ยคนนั้น จะเป็นยอดคนเหมือนเจ้านายด้วย?"
เจียวทมิฬแอบคิดในใจ
"อ้อ!"
"ไต้ซืออีเจี้ยน่ะเหรอ เป็นคนที่น่าสนใจมากคนหนึ่งเลยล่ะ"
ชวนเอ๋อร์ยิ้มกริ่มพลางกระซิบตอบ: "ต้าเฮย ถ้าแกมีฝีมือแค่ระดับปรมาจารย์ แกกล้าบวกตรงๆ กับระดับเด็ดดาราไหม?"
เจียวทมิฬส่ายหน้ารัวๆ : "นั่นมันตั๊กแตนขวางรถถัง เอาไข่ไปกระทบหินชัดๆ! การทำแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลย"
"ข้าไม่กล้า และไม่มีทางทำแบบนั้นแน่! เว้นเสียแต่ว่าระดับเด็ดดาราคนนั้นจะข่มเหงรังแกข้าจนถึงทางตัน การสู้ตายถวายหัวก็อาจจะพอลองดูได้"
ชวนเอ๋อร์ถามต่อ: "แล้วถ้าทำเพื่อคนธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับแกเลยล่ะ?"
เจียวทมิฬอึ้งไป
"คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้า ข้าจะไปสู้ตายเพื่อพวกเขาทำไมล่ะ......"
พูดได้ครึ่งคำ เจียวทมิฬก็เริ่มเข้าใจ แววตาเริ่มมีความเคารพเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
"ถูกต้องแล้ว"
ชวนเอ๋อร์เอ่ยชม: "ไต้ซืออีเจี้ยคือคนประเภทนั้นแหละ"
"ยอมดวลเดี่ยวกับระดับเด็ดดารา เพื่อคนธรรมดาที่ไม่รู้จักกันเลย"
"ไม่มีความแค้นเคือง ไม่มีความเสียใจ ต่อให้ต้องตายก็ไม่นึกเสียดายชีวิต"
เจียวทมิฬพยักหน้า นัยน์ตาแนวตั้งมีความเลื่อมใสเพิ่มขึ้น: "คนแบบนี้สิ ถึงจะคู่ควรเรียกว่าไต้ซือ"
"ไม่เหมือนไอ้พวกที่วัดเชียนกู่นั่น......"
พอนึกถึงตอนที่ร่างเจียวถูกเฉือนทิ้ง เจียวทมิฬก็แค้นจนกัดฟันกรอด
และเพราะเหตุนี้เอง มันถึงไม่ค่อยถูกชะตากับพวกหัวโล้น ออกจะไปทางต่อต้านด้วยซ้ำ
พอได้ฟังชวนเอ๋อร์เล่าแบบนี้ มันจึงยอมนับถือ 'ไต้ซืออีเจี้ย' ขึ้นมาหลายส่วน
หลวงตาหัวเราะร่า ในปากฟันหน้าหายไปสองซี่ ดูเหมือนจะมีลมรั่วออกมาเวลาพูด
"ประสกซูช่างนุ่มนวลเหมือนหยกงามอย่างที่ลูกศิษย์อาตมาบอกไว้จริงๆ"
"รีบเข้าบ้านเถอะ"
"อาตมาจะรินน้ำชาให้"
"ลูกศิษย์อาตมาประเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว"
หลวงตาพาพวกซูม่อทั้งสามคนเข้าบ้าน แล้วรินน้ำชามาสี่จอก วางไว้บนโต๊ะ แม้แต่มังกรวิญญาณก็ยังมีส่วนด้วย
มังกรวิญญาณไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พอได้รับอนุญาตจากซูม่อ ก็หมอบลงกับถ้วยชาแล้วซดน้ำชาดังซวบๆ ทันที
"ประสกทั้งสองคนดื่มไม่ได้ แค่ดมกลิ่นก็นับว่าไม่เลวแล้ว"
หลวงตามองไปที่ชวนเอ๋อร์และเจียวทมิฬ
"ต้นชาหลังวัดฝ่าอวิ๋น อาตมาปลูกเองกับมือ อยู่เป็นเพื่อนอาตมาผ่านลมหนาวมาหลายสิบปี รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว"
ชวนเอ๋อร์กับเจียวทมิฬสบตากัน แอบประหลาดใจในใจ หลวงตารูปนี้ดูแล้วกลิ่นอายราบเรียบธรรมดา
คิดไม่ถึงว่า——
จะมองออกจริงๆ หรือ?
เจียวทมิฬลองลูบหัวตัวเองดู ก่อนมานี่ข้าเก็บเขาเจียวไปหมดแล้วนะ
"ไต้ซือ ท่านดูออกได้ยังไงครับ..." ชวนเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
หลวงตายิ้มพลางกล่าว "ลูกศิษย์อาตมาเคยบอกไว้ กุ่ยเจี้ยนโฉวมักจะมีภูตผีตนหนึ่งติดตามอยู่ข้างกายเสมอ เขาเรียกว่า 'พี่ผี'"
"อาตมาล่วงรู้ฐานะของประสกซู จึงเดาว่าโยมคงจะเป็น 'พี่ผี' ท่านนั้น"
ชวนเอ๋อร์รู้สึกเบิกบานใจและแอบภูมิใจอยู่นิดๆ
เห็นไหมล่ะ
ติดตามเจ้านายเนี่ย มีฐานะนะเว้ย
"ส่วนประสกท่านนี้......"
สายตาของหลวงตาตกลงบนร่างของเจียวทมิฬ ซูม่อเองก็เงยหน้าขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อาจารย์ของไต้ซืออีเจี้ย
มองออกได้อย่างไรว่าเจียวทมิฬไม่ใช่คน
หลวงตายิ้มอย่างขัดเขินแล้วกล่าวว่า: "เอาเถอะ! อาตมาเดาเอาเองน่ะ——"