- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้หนึ่งล้านปี ออกมาอีกทีพี่คือพระเจ้า
- บทที่ 730 ก็แค่เกมชิลๆ
บทที่ 730 ก็แค่เกมชิลๆ
บทที่ 730 ก็แค่เกมชิลๆ
บทที่ 730 ก็แค่เกมชิลๆ
ซูเฉินสั่งการซุนเฮ่าเสร็จก็ไม่ได้รู้สึกเคร่งเครียดอะไร สำหรับเย่เทียนหราน นี่คือการต่อสู้ชี้ชะตา ทว่าเมื่อเขายังคงสามารถใช้ระบบได้ รูปแบบของเรื่องราวก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
มันก็แค่เกมชิลๆ เท่านั้นเอง
ซูเฉินเริ่มหาวิธีใช้เงิน เขาติดต่อบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าของจีนเป็นอันดับแรก ว่ากันว่าคนในนั้นล้วนเป็นอดีตทหารกองกำลังพิเศษ มีศักยภาพสูงลิบลิ่ว
"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย"
ซูเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าที่สุดห้าคน จ้างเป็นเวลาหนึ่งปีราคาประมาณเท่าไหร่"
พนักงานหญิงฝ่ายต้อนรับรีบตอบกลับ "คุณผู้ชายคะ คนของบริษัทรักษาความปลอดภัยฉิงเทียนเรา ล้วนเป็นหัวกะทิระดับแนวหน้าของวงการค่ะ สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับท็อปสุด ค่าจ้างต่อปีอย่างต่ำก็คนละราวๆ สามล้านหยวน พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิที่มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแกร่งสุดยอด หากเจ้านายตกอยู่ในอันตราย พวกเขาก็พร้อมจะสละชีวิตเข้าช่วยเหลือค่ะ"
แค่สามล้านเองเหรอ
"คุณผู้ชายคะ สำนักงานใหญ่ของเราอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ไม่ทราบว่าคุณจะเข้ามาติดต่อเอง หรือจะให้พวกเราไปหาคุณดีคะ"
"ถ้าให้พวกเราเดินทางไปหาคุณ จำเป็นต้องเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าหนึ่งล้านหยวนค่ะ"
ซูเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการโอนเงินหนึ่งล้านไปให้ทันที พร้อมกับทิ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองเอาไว้
"เรียบร้อยค่ะคุณผู้ชาย ทางเราจะรีบติดต่อกลับไปหาคุณโดยเร็วนะคะ"
ความจริงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับตัวซูเฉินเองหรอก ตอนนี้เขามีกายาสังขารศักดิ์สิทธิ์ สมรรถภาพร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์บนโลกนี้ไปนานแล้ว ต่อให้ต้องเอาตัวรับกระสุนก็ยังทำได้สบายๆ แล้วเขาจะต้องการบอดี้การ์ดไปทำไมกัน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพวกนี้มีไว้สำหรับบริษัทการลงทุนเฉินเทียนต่างหาก
ส่วนเหตุผลที่ต้องหาคนระดับท็อปสุดขนาดนี้ นั่นก็เป็นเพราะซูเฉินไม่มีที่ให้ผลาญเงินนั่นเอง
ซูเฉินเดินทางไปที่โชว์รูมเฟอร์รารี่ในเมืองผิงเจียง สั่งจองรถสปอร์ตไปรวดเดียวสิบกว่าคัน รถยนต์ก็ถือเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไปที่โชว์รูมโรลส์-รอยซ์และสั่งจองไปอีกห้าคัน เรียกได้ว่ากวาดซื้อรถระดับท็อปทุกแบรนด์ รวมๆ แล้วก็ห้าสิบกว่าคัน
พอรถมีเยอะเกินไป สถานที่จอดก็กลายเป็นปัญหา
ที่จอดรถใต้ดินของเทียนซินย่อมจอดไม่พออย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่สะดวกสบายนัก ประจวบเหมาะกับที่โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเทียนซินกำลังประกาศขาย ซูเฉินจึงใช้เงินสองสิบล้านซื้อที่นั่นมา แล้วสั่งให้คนเร่งดัดแปลงเป็นลานจอดรถทันที
ชีวิตของซูเฉินในตอนนี้มีแต่การซื้อ ซื้อ และก็ซื้อ สมัยก่อนตอนอยู่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เขามักจะเพ้อฝันถึงเรื่องแบบนี้ ฝันว่าตัวเองเป็นคนรวยล้นฟ้า ทว่าพอได้กลายเป็นคนแบบนั้นจริงๆ เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาซะอย่างนั้น
"ฟู่!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับจังหวะชีวิตของตัวเองให้ช้าลง
ทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน หลังจากนี้ก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไรแล้ว
ส่วนตระกูลเย่ เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าความมั่งคั่งของพวกมันจะเพิ่มขึ้นได้เร็วเท่ากับการลงชื่อเข้าใช้ของเขา อย่างน้อยตระกูลเย่ก็ไม่มีทางหาเงินได้วันละหลายแสนล้านแน่ๆ
ยังไงซะนี่ก็เป็นแค่เกม ซูเฉินกำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงกว่านี้ดีไหม
เมื่อกลับมาถึงหน้าประตูบ้าน เขาก็เห็นหวงเยว่หลานถือของยืนอยู่หน้าประตู ดูเหมือนจะยืนรอมาพักใหญ่แล้ว เธอไม่ได้สวมชุดทำงานกระโปรงทรงสอบสีดำเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เปลี่ยนมาสวมชุดกระโปรงตัวเล็กสีขาวครีม ดาวมหาวิทยาลัยแซ่หวงผู้แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องคนเดิมได้กลับมาแล้ว
หลังจากได้รับค่าคอมมิชชันจากซูเฉิน หวงเยว่หลานก็ลาออกทันที
เดิมทีการมาทำงานที่นี่เธอก็ไม่ได้เต็มใจอยู่แล้ว เธอเป็นคนขี้อาย การทำงานเซลส์ไม่เหมาะกับเธอเลยจริงๆ
เมื่อเห็นซูเฉินเดินเข้ามา ใบหน้าของหวงเยว่หลานก็พลันแดงระเรื่อ
"เพื่อนนักศึกษาจ้าว..."
ใบหน้าของซูเฉินประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ "มีอะไรหรือเปล่า"
หวงเยว่หลานสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มหวานหยดย้อย "เรื่องก่อนหน้านี้ต้องขอบคุณนายมากนะ ถ้าไม่ได้นาย ฉันคง..."
พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ไม่มีความกล้าที่จะพูดต่อ ขอบตาของเธอเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
หวงเยว่หลานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ที่มาหาวันนี้ ก็เพื่อตั้งใจมาขอบคุณนายโดยเฉพาะ"
"ขอบคุณเหรอ" ซูเฉินมุมปากยกยิ้มขึ้น เขาไล่สายตามองหวงเยว่หลานอย่างละเอียด จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "อุตส่าห์มาขอบคุณทั้งที หิ้วผลไม้มาแค่นี้มันจะดูไม่ค่อยจริงใจไปหน่อยหรือเปล่า"
สายตาของซูเฉินโลมเลียอย่างเปิดเผย ทำเอาหวงเยว่หลานหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอช้อนตามองซูเฉินด้วยความขัดเขิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเลใจ ทว่าในไม่ช้าก็ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เธอขยับเข้าไปใกล้ ทาบทับเรือนร่างแนบชิดกับแผงอกของซูเฉินโดยไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ซูเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาแค่ล้อเล่นนิดหน่อย ไม่คิดเลยว่าเธอจะเอาจริง
แต่ของมาส่งถึงที่ มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ
ซูเฉินอุ้มเธอขึ้นมา แล้วเดินตรงเข้าไปในบ้าน ผลไม้ที่หน้าประตูร่วงหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
...
หลังจากพายุฝนสงบลง
ซูเฉินก็เริ่มครุ่นคิดอีกครั้งว่าวันนี้จะหาทางผลาญเงินยังไงดี การซื้อคฤหาสน์หรือซื้อบ้านล้วนเป็นวิธีที่ดีมาก แต่นั่นมันก็แค่ทำให้เขามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเท่านั้น
สิ่งที่ซูเฉินต้องการคือทรัพย์สินที่สามารถงอกเงยทำเงินได้ อย่างเช่นพวกบริษัทอะไรทำนองนี้
ทว่าเรื่องนี้เขามีซุนเฮ่าคอยจัดการให้แล้ว เขาจึงไม่ต้องลงมือทำเอง
ซูเฉินสวมเพียงกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องหกลอน เขาผลักประตูเปิดออก มองดูหวงเยว่หลานที่ยังคงหลับสนิทแล้วเอ่ยขึ้น
"เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนฉันซื้อของหน่อยนะ"
หวงเยว่หลานโผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมา พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
"อืม"
ซูเฉินเข้าไปจัดการธุระส่วนตัว ไม่นานนักหวงเยว่หลานก็เดินตามออกมา เธอยังคงสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวครีมตัวเดิมของเมื่อวาน ซูเฉินเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ไม่มีเสื้อผ้าตัวอื่นแล้วเหรอ"
หวงเยว่หลานก้มหน้าหนีทันที เธอหลงคิดว่ารูปลักษณ์ของตนเองทำให้ซูเฉินไม่พอใจ ภายในใจเริ่มรู้สึกต่ำต้อยขึ้นมา เธอเป็นคนบ้านนอก ไม่ค่อยมีหูมีตา แถมยังไม่มีเงิน การแต่งตัวเมื่อเทียบกับพวกผู้หญิงในเมืองแล้วย่อมดูแย่กว่ามาก ที่ผ่านมาแทบจะใช้หน้าตาแบกเอาไว้ล้วนๆ
ซูเฉินมองดูท่าทางของเธอ จากนั้นก็ยื่นมือไปเชยคางเธอขึ้นมา "ไปเถอะ เดี๋ยวพาไปซื้อเสื้อผ้าก่อน"
พูดจบ เขาก็จูงมือเล็กๆ ของหวงเยว่หลานเดินออกจากบ้าน ทั้งสองคนมุ่งหน้าตรงไปยังรถปอร์เช่ 911 ที่หน้าประตู หวงเยว่หลานเห็นได้ชัดว่าไม่เคยนั่งรถหรูขนาดนี้มาก่อน ท่าทางของเธอจึงดูกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
ท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ทั้งสองคนก็ค่อยๆ หายลับไปในถนน
ตลอดทั้งช่วงเช้า ซูเฉินเอาแต่ซื้อเสื้อผ้าให้หวงเยว่หลาน มีไม่มากชิ้นนักแต่ล้วนเป็นแบรนด์เนมระดับท็อป คำนวณดูแล้วน่าจะหมดเงินไปราวๆ สิบล้าน เหมาซื้อจนหมดไปหลายร้าน
ซูเฉินถึงขนาดยังกังวลว่าจะไม่มีที่เก็บเสื้อผ้า จึงได้ไปซื้อห้องชุดทั้งชั้นใต้ตึกเทียนซินเพื่อเอาไว้เก็บเสื้อผ้าโดยเฉพาะ
ส่วนหวงเยว่หลานก็เดินตามหลังซูเฉินด้วยอาการมึนงง ตอนนี้เธอสวมชุดกระโปรงตัวใหม่ การแต่งตัวดูสดใสและมีชีวิตชีวากว่าเดิมมาก ประกอบกับรูปร่างหน้าตาที่สะสวยเป็นทุนเดิม ตลอดทางจึงมีแต่คนเหลียวมองจนคอแทบหัก
"ตื๊ดๆๆ!"
เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อซูเฉินกดรับ ปลายสายก็มีเสียงดังขึ้นทันที
"สวัสดีครับคุณผู้ชาย ผมเป็นพนักงานจากฉิงเทียนครับ ตอนนี้มาถึงหน้าหมู่บ้านเทียนซินแล้วครับ"
ซูเฉินพยักหน้ารับ เขาขับรถสปอร์ตซิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงหน้าประตูก็เห็นรถตู้หลายคันจอดรออยู่ ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ กำยำล่ำสัน ท่าทางผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีหลายคนกำลังยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ
ชายสวมชุดสูทคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรกิจยืนรออยู่ด้านข้าง
"สวัสดี"
ซูเฉินเดินเข้าไปหา "ฉันคือจ้าวตู"
[จบแล้ว]