- หน้าแรก
- ให้เธอเป็นมหาเศรษฐี ไม่ใช่ให้เป็นไอ้สารเลว
- บทที่ 29: ผมชอบแบบที่มัน ‘แน่น’ กว่านี้นิดนึง~
บทที่ 29: ผมชอบแบบที่มัน ‘แน่น’ กว่านี้นิดนึง~
บทที่ 29: ผมชอบแบบที่มัน ‘แน่น’ กว่านี้นิดนึง~
ด้วยความช่วยเหลือของเซียวเฉิน บัดนี้บนข้อมือทั้งซ้ายและขวาของเจียงเฉิงต่างก็มีนาฬิกาเรือนหรูสวมไว้อยู่ข้างละเรือน
“เป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อเห็นเจียงเฉิงยื่นมือทั้งสองข้างมาตรงหน้า ซูหว่านก็ขยับเข้าไปพินิจดูอย่างตั้งใจ
“ฉันว่ารุ่น 5160 นี่เหมาะกับนายมากกว่านะ ดูดีมากเลยล่ะ แต่... ฉันว่าสายมันดูหลวมๆ ไปหน่อยนะ”
เจียงเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย “ผมก็ว่าเรือนนี้สวยดี เซียวเฉินครับ สายมันหลวมไปหน่อย ใส่แล้วไม่ค่อยสบายเลย รบกวนคุณช่วยจัดการให้ 'แน่น' ขึ้นอีกนิดได้ไหม?”
สิ้นประโยคของเจียงเฉิง เซียวเฉินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็ถึงกับยืนอึ้งตาค้างไปชั่วขณะ
เธอแอบคิดในใจด้วยความสับสนว่า ‘เอ๊ะ... ปกติฉันก็ไม่ได้ทำบ่อยจนหลวมนะ แล้วเขาจะมารู้ได้ไงว่าฉันหลวม?’
พนักงานสาวรู้สึกเหมือนโดนใส่ร้ายจนอยากจะลากเจียงเฉิงไปพิสูจน์ความจริงให้รู้แล้วรู้รอดเสียเดี๋ยวนี้! แต่พอเห็นว่าคู่แข่งตรงหน้าคือซูหว่าน เธอก็รู้ตัวดีว่าต่อให้พยายามทอดสะพานแค่ไหนก็คงไม่มีหวัง
ทว่าซูหว่านกลับไม่ได้คิดลึกเหมือนเซียวเฉิน เธอรีบก้าวเข้าไปช่วยปรับสายนาฬิกาให้เจียงเฉิงโดยตรง
เจียงเฉิงเอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจ “อืม... แบบนี้แหละกำลังดี ยิ่งคุณเป็นคนทำมันยิ่งรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ผมน่ะ... ชอบแบบที่มัน 'แน่น' กว่านี้นิดนึงน่ะครับ~”
วินาทีนั้นเอง ซูหว่านเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่าคำพูดของเจียงเฉิงมันแฝงนัยอะไรบางอย่างหรือเปล่า?
พอเห็นรอยยิ้มกึ่งเล่นกึ่งจริงบนใบหน้าหล่อเหลานั่น เธอก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่น
แต่พอมองดูสถานการณ์ตรงหน้า... การที่เขาบอกว่าชอบสายนาฬิกาที่รัดแน่นๆ มันก็ไม่ได้ดูผิดปกติตรงไหน
บางทีเธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้มั้ง?
ก็นะ... เจียงเฉิงเพิ่งจะอายุ 18 เองนี่นา เด็กขนาดนี้คงไม่ร้ายกาจถึงขั้นนั้นหรอก
เจียงเฉิงหันไปบอกพนักงานขาย “ตกลงครับ ห่อสองเรือนนี้ให้ผมเลย”
เขาตั้งใจจะเก็บรุ่น 5160 ไว้ใส่เอง ส่วนรุ่น 5270-R แพลทินัมหน้าปัดทองจะซื้อไปฝากพ่อ เจียงเจี้ยนหมิน
เซียวเฉินถามย้ำด้วยความตกตะลึง “คุณเจียงคะ... หมายความว่าคุณจะรับทั้งสองเรือนเลยเหรอคะ?”
ถึงตอนนี้ แม้แต่หลินหรูและหวังไห่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องหันกลับมามองเจียงเฉิงอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเจียงเฉิงกำลังจะรูดบัตรซื้อ Patek Philippe จริงๆ หลินหรูก็มองซูหว่านด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
เธอไม่นึกเลยว่าผู้ชายที่ซูหว่านพามา... จะตัดสินใจซื้อนาฬิกาสองเรือนรวดภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
แถมทั้งสองเรือนไม่ใช่รุ่นเริ่มต้นราคาถูกๆ แต่มันคือนาฬิการะดับล้านหยวนทั้งคู่!
หมอนี่... รวยของจริงสินะ
เพราะเงินหนึ่งล้านหยวนน่ะ มันซื้อบ้านดีๆ ในเมืองเล็กๆ ได้ทั้งหลังเลยนะ!
“อืม... แล้วก็ช่วยผมเลือกนาฬิกาสุภาพสตรีเพิ่มอีกสักเรือนสิ” เจียงเฉิงหันไปบอกซูหว่าน
เห็นซูหว่านทำท่าลังเล เจียงเฉิงจึงรุกต่อ “ในสามเรือนนี้ คุณว่าสองเรือนไหนดูดีกว่ากัน? ผมกะจะซื้อไปฝากแม่น่ะ”
เขารู้อยู่เต็มอกว่าถ้าบอกว่าจะซื้อให้เธอตอนนี้ ซูหว่านไม่มีทางยอมรับแน่ๆ
พอได้ยินว่าเป็นของขวัญให้แม่ ซูหว่านจึงเริ่มวิเคราะห์อย่างจริงจัง
“ถ้าสำหรับคุณแม่ ฉันว่าเรือนนี้ดูสง่างามและดูภูมิฐานที่สุดค่ะ”
สิ้นคำซูหว่าน เซียวเฉินก็รีบเสริมทันที “คุณซูตาถึงมากเลยค่ะ รุ่นนี้ประดับด้วยเพชรถึง 450 เม็ด รวมกว่า 2.5 กะรัต เป็นนาฬิกากลไกชั้นสูง ราคาก็เบาๆ แค่ 883,000 หยวนเองค่ะ”
“ส่วนอีกเรือนที่คุณเจียงชี้ ก็เหมาะกับ 'เหล่านางฟ้า' สมัยใหม่มากเลยค่ะ หน้าปัดย่อยทั้งสี่แสดงผลทั้งเดือน วันที่ ข้างขึ้นข้างแรม และปีอธิกสุรทิน ราคาถูกกว่าเรือนแรกนิดหน่อย อยู่ที่ 850,000 หยวนค่ะ...”
ตอนนี้ท่าทางของเซียวเฉินนอบน้อมยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก เพราะถ้าดีลนี้จบลง เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นเน้นๆ 1%
เจียงเฉิงเลือกไปแล้วสองเรือน ถ้าได้เพิ่มอีกเรือน โบนัสเดือนนี้ของเธอก็นอนมาเห็นๆ!
เจียงเฉิงชี้ไปที่นาฬิกาสองเรือนในถาดแล้วบอกซูหว่าน “ลองสวมให้ดูหน่อยสิ”
ซูหว่านไม่ได้คิดอะไรมาก เธอสวมนาฬิกาทั้งสองเรือนไว้ที่ข้อมือด้วยความช่วยเหลือของพนักงาน
เจียงเฉิงมองดูนาฬิกาบนข้อมือซูหว่านพลางพยักหน้าพอใจ ก่อนจะพูดจิกกัดขึ้นมาลอยๆ “สวยทีเดียว... ดูดีกว่ารุ่น 7122 ราคาแสนถูกนั่นเยอะเลย~”
ได้ยินคำนั้น หลินหรูถึงกับสติขาดผึ่ง ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด
แต่ก่อนที่ยัยนั่นจะได้อาละวาด เจียงเฉิงก็ควักบัตรธนาคารออกมาส่งให้เซียวเฉิน “ห่อทั้งสี่เรือนนี้เลยครับ รูดบัตรได้เลย”
เซียวเฉินรีบประคองรับบัตรด้วยสองมือพร้อมรอยยิ้มเบิกบาน “รับทราบค่ะคุณเจียง เดี๋ยวฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ รบกวนรอสักครู่นะคะ”
ต่อให้หลินหรูจะโกรธจนตัวสั่นแค่ไหน แต่พอเห็นเจียงเฉิงควักบัตรมารูดจ่ายเงินล้านจริงๆ เธอก็ทำได้แค่กลืนความแค้นลงคอแล้วนั่งลงที่เดิมเงียบๆ
ก็นะ... เธอจะมีปัญญาไปหาเรื่องลูกเศรษฐีที่ซื้อนาฬิกาทีเดียว 4 เรือนรวดได้ยังไงกัน?
แม้แต่หวังไห่ที่ตอนแรกหน้าซีดเผือด ก็ยังต้องแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในใจเขาก็คิดเหมือนหลินหรูนั่นแหละ... จะไปหาเรื่องคนที่มีภูมิหลังลึกลับขนาดนี้เพื่อศักดิ์ศรีจอมปลอมไปทำไม? ดูทรงแล้วหมอนี่ไม่ใช่ลูกเศรษฐีธรรมดาๆ แน่
พอพนักงานเดินออกไป ซูหว่านก็เตรียมจะถอดนาฬิกาคืน
เจียงเฉิงช่วยเธอถอดเรือนซ้ายออก แต่พอกำลังจะถอดเรือนขวา เขากลับกุมมือเธอไว้แน่นแล้วพูดขึ้น “เรือนนี้ไม่ต้องถอดหรอก... ผมซื้อให้คุณ”
ซูหว่านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบปฏิเสธพัลวัน “เอ๊ะ! ไม่ได้นะคะ มันแพงเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
“ก็แค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ อย่าคิดมากเลยครับ อีกอย่างบิลก็จ่ายไปแล้ว เปลี่ยนคืนไม่ได้ด้วย ใส่ไว้เถอะ”
ซูหว่านยังคงรู้สึกลำบากใจ “แต่มันไม่ถูกนะคะ... เอาแบบนี้ดีไหม คุณเอาไปให้คุณแม่แทน หรือไม่ก็...”
เธอก็เพิ่งได้ยินราคาไปหยกๆ นะ!
แปดแสนห้าหมื่นหยวนนะ ไม่ใช่แปดสิบหยวน!
ต่อให้สำหรับเจียงเฉิงเงินก้อนนี้จะเหมือนแค่เศษเงินทอน แต่เธอก็ไม่กล้ารับมันไว้อยู่ดี
แม้เจียงเฉิงจะไม่ชอบสถานการณ์เยิ่นเย้อแบบนี้ แต่เพื่อรางวัลจากระบบ เขาก็ต้องงัดลูกตื้อออกมาใช้ “คุณแม่ผมไม่เหมาะกับสไตล์นี้หรอกครับ”
เห็นซูหว่านตั้งท่าจะปฏิเสธอีก เจียงเฉิงจึงพูดตัดบท “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน ยังไงเราก็กำลังจะเป็นคนในบริษัทเดียวกันแล้ว ถือซะว่าเป็นของขวัญต้อนรับเข้าสังกัดแล้วกันนะ”
มาถึงจุดนี้ แถมยังมีสายตาคนอื่นจ้องมองอยู่ ซูหว่านรู้สึกว่าถ้ายังปฏิเสธต่อไปคงเป็นการหักหน้าเจียงเฉิงเกินไป
เธอจึงทำได้แค่พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้น... ขอบคุณมากนะ คะท่านประธานสายเปย์~”
[ซูหว่าน: ค่าความพึงพอใจ +15!!]
เมื่อเห็นค่าความพึงพอใจพุ่งพรวดไปที่ 75 คะแนน เจียงเฉิงก็ลอบถอนหายใจในใจ ก็นะ... ผู้หญิงน่ะ ปากก็บอกว่า 'ไม่เอาๆ' แต่ในใจน่ะ 'เอาสิคะ' กันทั้งนั้นแหละ~
“ไม่เป็นไรครับ” เจียงเฉิงตอบอย่างอารมณ์ดี
“คุณเจียงคะ ชำระเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ ยอดรวมทั้งหมดคือ 4,388,500 หยวน นี่คือใบเสร็จ รบกวนเก็บรักษาไว้ให้ดีนะคะ”
“ทางเราต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุน Patek Philippe ค่ะ และเพื่อเป็นการขอบคุณ ทางเราขอมอบน้ำหอมสุภาพสตรี ผ้าพันคอไหมสามผืน พวงกุญแจสามชิ้น และกระดุมข้อมือลายกางเขนคาลาทราวาอีกหกคู่เป็นของสมนาคุณ หวังว่าคุณเจียงจะชอบนะคะ” เซียวเฉินกล่าวพลางจัดวางของแถมมากมายลงบนโต๊ะ
หลินหรูที่มองดูอยู่ถึงกับตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา
พอยิ่งมองนาฬิกามูลค่า 850,000 หยวนบนข้อมือของซูหว่าน เธอก็รู้สึกว่านาฬิการาคา 380,000 ที่เธอกำลังลองอยู่นั้น... มันช่างดูจืดชืดและไร้ราคาไปถนัดตา
ทั้งที่สถานะในวงการของเธอนำหน้าซูหว่านไปไกลลิบ แต่ทำไมนาฬิกาบนข้อมือเธอมันถึงกระจอกกว่าของยัยรุ่นน้องนี่ได้นะ!/