- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 410 - รนหาที่ตายถึงประตูบ้าน
บทที่ 410 - รนหาที่ตายถึงประตูบ้าน
บทที่ 410 - รนหาที่ตายถึงประตูบ้าน
บทที่ 410 - รนหาที่ตายถึงประตูบ้าน
ตอนที่ถังฝานเพิ่งเข้ามา ในห้องไม่มีใครอยู่เลย
แต่เขามาได้จังหวะไม่ดีนัก เพิ่งจะปิดประตูห้อง เย่เมยก็เดินเช็ดผมออกมาพอดี
"ว้าย!"
พอเย่เมยเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างลับๆ ล่อๆ ของถังฝาน ก็ตกใจจนกรีดร้องออกมาเสียงหลง ผ้าเช็ดตัวที่พันตัวไว้ยังไม่แน่นดีร่วงลงไปกองกับพื้น
"อ๊าก!"
เสียงร้องนี้เป็นของถังฝาน เขามองเรือนร่างที่ขาวเนียนดุจหยกไร้ตำหนิและได้สัดส่วนตรงหน้า แล้วก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันที
"นาย... เข้ามาได้ยังไง!"
เย่เมยตกใจจนหน้าถอดสี รีบคว้าผ้าเช็ดตัวบนพื้นมาพันตัวไว้อย่างรวดเร็ว สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
"ขอโทษทีนะ ฉันไม่รู้ว่าเธออาบน้ำอยู่!"
"ฮึ นายไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นสักหน่อย!"
หลังจากตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เย่เมยก็กลับมาเป็นปกติ
"คราวที่แล้วเห็นไม่ชัดเท่าคราวนี้นี่นา..."
ถังฝานยิ้มกรุ้มกริ่ม เอ่ยชมว่า "ช่างเนียนกริบไร้ที่ติจริงๆ!"
เย่เมยถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง แล้วถามว่า "นายมาทำไม?"
"ผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะมาดู"
"ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่านายมาทำอะไร!"
เย่เมยหยิบเครื่องเป่าผมขึ้นมาแกว่งไปมา "มานี่สิ!"
"ยินดีรับใช้ครับผม!"
ถังฝานวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหา แล้วเริ่มเป่าผมให้เธอ
เย่เมยปล่อยให้เขาปรนนิบัติตามใจชอบ ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ถังฝาน ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันชักจะแปลกประหลาดขึ้นทุกที จะว่าเป็นศัตรูกัน ก็ดูเหมือนจะไม่เกลียดกันขนาดนั้น แต่จะว่าเป็นคนรักกัน ก็ไม่ใช่ นายว่า... พวกเราเป็นอะไรกันแน่?"
ถังฝานชะงักไป เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาเป็นอะไรกันแน่
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถังฝานก็ตอบไปว่า "พวกเราเป็นเพื่อนเก่ากัน"
"หึหึ ความสัมพันธ์แบบเพื่อน มันก็มีทั้งดีและร้าย นายนี่ฉลาดพูดนะ"
ถังฝานก้มมองเรือนร่างอวบอิ่มของเธอ แล้วยิ้ม "เธอโตขึ้นอีกแล้วนะ ได้เวลาแต่งงานแล้วล่ะ!"
"นายอยากให้ฉันแต่งงานขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ไม่อยากหรอก! ถ้าเธอแต่งงาน ฉันทำแบบนี้มันก็เท่ากับแอบคบชู้ แต่ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันทำแบบนี้ อย่างมากก็แค่มาเยี่ยมเพื่อนสนิท..."
"นายคิดเข้าข้างตัวเองเก่งจังเลยนะ นิสัยผู้ชายเฮงซวยที่ไม่ยอมรับผิดชอบชัดๆ!"
เย่เมยหันขวับกลับมาลุกขึ้นยืน จ้องถังฝานเขม็ง แล้วกดดันเขา "ดึกดื่นป่านนี้ นายมาหาฉัน แค่จะมาล้อเล่นกับฉันแค่นั้นเหรอ?"
"แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?"
"ฉันคิดว่า..."
เย่เมยวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ถังฝาน แนบชิดตัวเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจับใจ "นายกล้าเอาฉันไหมล่ะ?"
หัวใจของถังฝานเต้นระรัวแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาต้องยอมรับเลยว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเย่เมย เขารักษาความเยือกเย็นไว้ได้ยากมาก
หากไม่รู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ไม่แน่เขาอาจจะยอมจำนนไปแล้วก็ได้
แต่พอนึกถึงสิ่งที่ตัวเองพูดกับเย่าหมิง เขาก็อดขำไม่ได้
ถ้าเย่เมยรู้ว่าเขาเอาชื่อเสียงของเธอไปปู้ยี้ปู้ยำขนาดไหน คงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่
ถังฝานผลักมือเธอออก แล้วพูดว่า "เธอไม่อยากเป็นศัตรูกับฉัน ฉันเองก็ไม่อยากเหมือนกัน แต่สุดท้าย พวกเราก็ต้องเป็นศัตรูกันอยู่ดี!"
"พวกเราก็เป็นศัตรูกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ?"
เย่เมยมองเครื่องเป่าผมในมือถังฝาน แล้วพูดขึ้น "ยังจำตอนอยู่ที่เทียนหนานได้ไหม นายก็เป่าผมให้ฉันแบบนี้แหละ?"
ถังฝานพยักหน้า
"ความสัมพันธ์ของพวกเรา มันเริ่มจะคลุมเครือก็ตั้งแต่ตอนนั้นแหละ!"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ไม่มีประโยชน์หรอก!"
ถังฝานรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา นึกด่าในใจว่าทำไมไอ้บ้าเย่าหมิงถึงยังไม่มาสักที
"นายเป็นอะไรไป?"
เย่เมยสังเกตเห็นความผิดปกติของถังฝาน ดวงตาของเธอจ้องจับผิดเขา
"เธอแต่งตัวแบบนี้ ฉันเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์ที่แข็งแรงดี เธอคิดว่าฉันจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ?"
ถังฝานถลึงตาใส่เธอ ดูหงุดหงิดไม่น้อย
"หึหึ สำหรับนาย ฉันยังมีเสน่ห์อยู่ใช่ไหมล่ะ?"
"เธอยังไม่แก่สักหน่อย ถึงจะไม่มีผม แต่หน้าตาก็จัดว่าใช้ได้"
"นายมันไอ้สารเลว!"
เย่เมยโกรธจนทุบเขาไปหนึ่งหมัด แล้วทำหน้าบึ้ง "ไม่มีธุระอะไรก็กลับไปได้แล้ว ฉันจะนอน..."
"ถ้าฉันไม่กลับ แล้วขอนอนกับเธอที่นี่ล่ะ?"
ถังฝานเริ่มใจกล้า ก้าวเข้าไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้
"ตามใจนายสิ ถ้าแน่จริงก็เข้ามาเลย!"
เย่เมยผลักเขาออก กำลังจะปีนขึ้นเตียง แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก
"เย่เจิ้งหาว ไสหัวออกมาหานายน้อยเดี๋ยวนี้!"
พอถังฝานได้ยินเสียงนี้ แทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ แต่เขาแสร้งทำเป็นตกใจ แล้วถามว่า "เกิดอะไรขึ้น?"
"หรือว่าจะเป็นศัตรู?"
เย่เมยขมวดคิ้วมุ่น ใครกันที่กล้ามาท้าทายตระกูลเย่ถึงหน้าประตูบ้าน ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียเหลือเกิน
"พวกเราออกไปดูกันเถอะ..."
"บังอาจ!"
เสียงของเย่เจิ้งหาวดังขึ้น พร้อมกับร่างที่เหินขึ้นสู่ท้องฟ้า
เย่าหมิงกับหงเจี๋ยยืนตระหง่านอยู่เหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่อย่างสง่าผ่าเผย แผ่กลิ่นอายกดดันผู้คน
"ไอ้หนูมาจากไหนเนี่ย ถึงได้กล้ามารนหาที่ตายถึงประตูบ้าน!"
เย่เจิ้งหาวลอยตัวอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน มั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน
วิญญาณ... วิญญาณแรกกำเนิด บ้าเอ๊ย!
พอเย่าหมิงสัมผัสได้ถึงระดับพลังของเย่เจิ้งหาว หัวใจก็กระตุกวูบ เขาไม่คิดฝันมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงยอดฝีมือขั้นวิญญาณแรกกำเนิด นี่เขาแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ!
มิน่าล่ะเย่ถังถึงสู้คนผู้นี้ไม่ได้ นี่... ระดับพลังมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนี่นา!
ไอ้บ้าเย่ถัง ทำไมแกไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ ทำให้ฉันซวยไปด้วยเลย!
"นะ... นายน้อย..."
เสียงของหงเจี๋ยสั่นเทา
เย่าหมิงถึงยังไงก็เป็นเต้าจื่อแห่งนิกายเซียนโลหิต ต่อให้ในใจจะหวาดกลัวแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ยังแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ตวาดเสียงแข็ง "ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ แกฆ่าศิษย์ร่วมสำนักของฉัน ยังจะมาตีหน้าซื่ออีก!"
"ไอ้หนู แกจำผิดคนหรือเปล่า?"
เย่เจิ้งหาวรู้สึกงุนงง นอกจากการเดินทางมาเจียงเป่ยครั้งนี้ เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในเมืองหลวงมาหลายปี ไม่เคยไปมีเรื่องบาดหมางกับใครเลย
"หึ ยังจะปากแข็งอีก! ฉันขอถามหน่อย ถังฝานอยู่ที่นี่ใช่ไหม? ฉันว่าตอนนี้มันกับเย่เมยกำลังทำเรื่องบัดสีกันอยู่บนเตียงแน่ๆ!"
"รนหาที่ตาย วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึก ว่าควรจะพูดจาภาษากนยังไง!"
เย่เจิ้งหาวโกรธจัด ประสานอินชี้มือ สายฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งเข้าใส่เย่าหมิงทันที
เดิมทีเขาไม่อยากลดตัวลงไปยุ่งกับเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้ แต่คำพูดของเย่าหมิงมันหยามเกียรติตระกูลเย่เกินไป
"ฮึ วิญญาณแรกกำเนิดแล้วไง วิญญาณแรกกำเนิดที่ตายด้วยน้ำมือฉันน่ะ ไม่มีถึงพันก็มีเป็นแปดร้อย!"
เย่าหมิงตัดสินใจทุ่มสุดตัว พูดจาโอ้อวดพร้อมกับประสานอินจุดประกาย ไอโลหิตเบื้องหลังเดือดพล่าน ก่อตัวเป็นกระบี่โลหิตขนาดยาว พุ่งเข้าปะทะกับสายฟ้าที่แล่นเข้ามา
คนสองคนที่ไม่รู้ความจริง กลับต้องมาฟาดฟันกันเองอย่างงงๆ
หงเจี๋ยหมอนี่หัวหมอขึ้นมาหน่อย พอได้ยินนายน้อยของตัวเองพูดจาโอ้อวด ก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี รีบถอยกรูดไปอยู่แนวหลัง
"ปัง!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน เย่าหมิงถูกแรงอัดกระแทกจนถอยร่นไปหลายก้าว แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไร
ไอ้หนูคนนี้อายุยังน้อย แต่ก็มีฝีมือไม่เบาแฮะ!
เย่เจิ้งหาวใจสั่นสะท้าน เอ่ยถามขึ้นว่า "ไอ้หนู แกเป็นคนของสำนักไหนกันแน่?"
"ฮึ ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ ขอแค่แกยอมส่งตัวถังฝานมาแต่โดยดี ฉันจะไว้ชีวิตแก!"
"พูดจาเหลวไหล ถังฝานจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มัน..."
"ฉันว่าแกต่างหากที่พูดจาเหลวไหล ลองดูสิ... นั่นใคร!"
เย่าหมิงชี้มือลงไปที่พื้น ด้านล่าง ถังฝานกำลังโอบกอดเย่เมยเดินออกมาจากห้องพอดี
เย่าหมิงจำได้แม่นยำ ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือเย่ถังในร่างแปลงโฉมนั่นเอง!
"อ้าว... ถังฝาน แก... แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!"
เย่เจิ้งหาวประหลาดใจอย่างยิ่ง จังหวะนั้นเองที่เขาเกิดอาการมึนงงไปชั่วขณะ
"แกดูสภาพพวกมันสิ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแบบนั้น คงเพิ่งจะลุกขึ้นมาจากเตียงล่ะสิ? ตระกูลเย่ของพวกแกนี่... ช่างหน้าไม่อายจริงๆ! ฮ่าฮ่า..."
เย่าหมิงประสานอินชี้มือ กระบี่โลหิตพุ่งตรงดิ่งเข้าหาถังฝาน
ถังฝานเตรียมพร้อมอยู่แล้ว รีบอุ้มเย่เมยวิ่งกลับเข้าไปในห้อง
"ถังฝาน ไสหัวออกมา!"
เย่าหมิงตะโกนลั่น
"เหลวไหลสิ้นดี ที่นี่คือตระกูลเย่ จะมาทำตัวกำเริบเสิบสานตามอำเภอใจไม่ได้!"
ครั้งนี้เย่เจิ้งหาวโกรธจัดจริงๆ ไม่ว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายจะเป็นอะไร ก็ไม่ควรมาก่อกวนที่ตระกูลเย่
เขาสะบัดฝ่ามือชี้ขึ้นฟ้า อสนีบาตฟาดเปรี้ยงปร้าง รอยประทับมือสายฟ้าขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่เย่าหมิงอย่างจัง
"พลังน่าเกรงขามมาก!"
เย่าหมิงสัมผัสได้ถึงวิกฤตความเป็นความตาย รีบเค้นพลังยุทธ์ทั้งหมดที่มี ผสานไอโลหิตทั้งหมดให้กลายเป็นลูกทรงกลมเลือด พุ่งเข้าชนกับรอยประทับมือนั่น
ภายในห้อง เย่เมยจ้องถังฝานเขม็ง แล้วพูดด้วยความโกรธ "นายหลอกใช้ฉัน!"
"ขอโทษที ฉันก็แค่อยากจะแก้แค้นเย่เจิ้งหาว!"
ถังฝานพูดจบ ก็หยิบยันต์อาคมออกมาแผ่นหนึ่ง กระโดดพุ่งตัวออกทางหน้าต่างด้านหลัง พร้อมกับตะโกนลั่น "ผู้อาวุโสเย่ รบกวนท่านช่วยต้านมันไว้สักพักนะ ฉันขอเผ่นก่อนล่ะ!"
ทันทีที่พูดจบ ถังฝานก็ขยำยันต์เร้นกายในมือแน่น ร่างของเขาอันตรธานหายไปในความว่างเปล่า... (จบแล้ว)