- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 405 - ตัวตลกสองตัว
บทที่ 405 - ตัวตลกสองตัว
บทที่ 405 - ตัวตลกสองตัว
บทที่ 405 - ตัวตลกสองตัว
"นายน้อย อย่าเลย..." หงเจี๋ยร้องเตือนในใจ รู้ดีว่าโรคลืมตัวชอบวางมาดของนายน้อยกำเริบอีกแล้ว ร่างกายของถังฝานแข็งแกร่งมาก ต่อให้นายน้อยจะมีตบะสูงส่ง แต่แค่สามกระบวนท่าคงยากที่จะสังหารอีกฝ่ายได้
"หุบปาก ที่นี่ไม่มีที่ให้แกพูด!" เย่าหมิงพูดจบ ก็ไม่รอให้ถังฝานตอบกลับ เงื้อหมัดขวาซัดออกไปอย่างแรง
หมอกเลือดที่อยู่ด้านหลังเขาช่วยเสริมพลังให้กับหมัดนี้ เงาหมัดที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตพุ่งเข้าใส่ถังฝาน ภายในนั้นมีเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต แผ่ซ่านพลังกลืนกินอันแข็งแกร่งออกมา
"หน้าด้าน แก... แกลอบกัด!" ถังฝานร้องเสียงหลง แกล้งทำเป็นหวาดกลัว รีบซัดหมัดสวนกลับไปอย่างลุกลี้ลุกลน
เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ ปล่อยเงาหมัดออกไปแค่สามสายเท่านั้น
แม้เงาหมัดสีทองจะมีอานุภาพไม่ธรรมดา แต่เมื่อเทียบกับเงาหมัดสีเลือดของเย่าหมิงแล้ว ขนาดของมันก็ดูเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"นี่คือบทลงโทษที่แกสมควรได้รับ!" เย่าหมิงทำหน้าได้ใจ นึกในใจว่าตัวเองฉลาดจริงๆ ต่อให้พลังกายาของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้ตั้งตัวเตรียมรับมือล่วงหน้า ก็ไม่มีทางรับหมัดนี้ของเขาได้แน่ๆ
"ตูม!"
วินาทีที่หมัดทั้งสองปะทะกัน เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ห้วงอากาศบิดเบี้ยว
เงาหมัดสีทองของถังฝานสลายไปก่อน รังสีอำมหิตสีเลือดแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ วิญญาณอาฆาตที่อยู่ภายในแตกฮือ พุ่งทะยานเข้าสู่ห้วงสมองของถังฝานอย่างบ้าคลั่ง โจมตีวิญญาณแรกกำเนิดของเขาเป็นระลอกที่สอง
"อ๊าก!" ถังฝานแผดเสียงร้องลั่น ร่างกระเด็นถอยหลัง แกล้งปล่อยให้เลือดไหลซึมมุมปาก ดูเหมือนได้รับบาดเจ็บสาหัส
"นายน้อยเก่งกาจไร้เทียมทาน อีกแค่สองหมัด ต้องจัดการมันได้แน่!" หงเจี๋ยมองสภาพอนาถของถังฝาน ก็รีบส่งเสียงเชียร์เจ้านายตัวเองทันที
"แก... แกไม่มีคุณธรรมน้ำมิตร ฉันยังไม่พร้อมเลยนะ อ๊าก... พรวด!" ถังฝานโกรธจัด ระหว่างที่แผดเสียงคำรามก็พ่นเลือดออกมาอีกคำ
"หมัดที่สอง!" เย่าหมิงไม่รู้ว่าถังฝานกำลังเล่นละคร ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ร่างพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับปล่อยหมัดที่สองออกไป
หมัดนี้มีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ท้องฟ้าถูกย้อมจนเป็นสีแดงฉาน ราวกับแสงอาทิตย์อัสดงที่กระหายเลือด ชวนให้ใจสั่นขวัญผวา
เงาหมัดสีเลือดอันบ้าคลั่งปะทุขึ้น ห่อหุ้มร่างของถังฝานไว้มิดชิด ภายในนั้นมีเสียงวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนร้องคร่ำครวญ ป่วนประสาทให้สับสนวุ่นวาย
"อ๊าก... แกบังคับฉันเองนะ!" ถังฝานทำหน้าเหมือนคนถูกบีบจนเป็นบ้า ประสานอินชี้มือ แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งออกมาจากข้างหลัง ราวกับมังกรเพลิง แผดเสียงคำรามพุ่งเข้าชนเงาหมัดยักษ์นั้น
"นี่มัน... กระบี่ที่ร้ายกาจมาก หรือว่ากระบี่เล่มนี้จะเป็นไพ่ตายของมัน?" เย่าหมิงมองกระบี่บินผ่าสวรรค์อย่างเหม่อลอย ดวงตาเปล่งประกายความโลภ อยากจะแย่งชิงของวิเศษขึ้นมาทันที
"ปัง ปัง ปัง..."
กระบี่บินผ่าสวรรค์พุ่งทะลวงเงาหมัด หมอกเลือดไม่อาจต้านทานกลิ่นอายอันร้อนแรงบนตัวกระบี่ได้ ถูกผ่าออกเป็นสองซีกพร้อมกับวิญญาณอาฆาตที่อยู่ภายในก็ถูกทำลายล้างจนแหลกสลายเป็นจุณในพริบตา
"ตายซะ!" ถังฝานประสานอินชี้มือ กระบี่บินผ่าสวรรค์ทะลวงฝ่าหมอกเลือด พุ่งตรงไปที่เย่าหมิง
"เหอะ กระบี่นี่ถึงจะไม่ธรรมดา แต่คิดจะฆ่าข้ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!" เย่าหมิงตบถุงเก็บของอย่างแรง โล่สีทองบานหนึ่งลอยออกมากางกั้นอยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็มีหอกยาวสีเลือดพุ่งตามออกมาจากด้านหลังโล่
แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องไปทั่ว ไม่เพียงปกป้องตัวเองเอาไว้ได้ แต่ยังเปิดฉากตอบโต้อีกด้วย
"คิดจะแข่งรวยกับฉันเรอะ พ่อหนุ่มอย่างฉันมีของวิเศษเยอะแยะถมเถไป!" ถังฝานสะบัดมืออีกครั้ง แสงสีเงินวาบขึ้น ดาบน้ำแข็งเหล็กเหมันต์คำรามก้อง พุ่งเข้าไปพัวพันกับหอกยาวสีเลือดของอีกฝ่าย
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังล้วงกระบี่บินออกมาจากถุงเก็บของอีกหลายสิบเล่ม ประกายกระบี่สว่างวาบ ถี่ยิบ เรียงร้อยกันเป็นค่ายกลกระบี่ไร้วายุ พุ่งโจมตีเย่าหมิงอย่างบ้าคลั่ง
"กระบี่บินเยอะขนาดนี้ ไอ้นี่... ต้องเป็นอัจฉริยะจากสำนักไหนสักแห่ง หรือไม่ก็ลูกหลานตระกูลใหญ่แน่ๆ!" เย่าหมิงประเมินในใจ ความคิดอยากจะแย่งชิงสมบัติก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
แต่เขาเกลียดที่สุดก็คือคนมาอวดเบ่งต่อหน้า เย่าหมิงเป็นคนชอบเอาชนะ ตอนนี้เลือดขึ้นหน้า ดวงตาแดงก่ำ ล้วงเอาของวิเศษออกจากถุงเก็บของแล้วปาใส่ถังฝานอีกรอบ
เย่าหมิงมีฐานะพิเศษในนิกายเซียนโลหิต ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ย่อมได้รับทรัพยากรการฝึกตนมามากมาย
"เย่ถัง แข่งของวิเศษกัน แกจะมาสู้ข้าได้ยังไง ฮ่าๆ..." เย่าหมิงกอดอก ทำท่าวางกล้ามเหนือกว่า
ปัญญาอ่อนจริงๆ ตัวตลกสองตัว!
หงเจี๋ยโกรธจนพูดไม่ออก เดิมทีเขายังหวังให้นายน้อยสังหารถังฝาน แต่ใครจะไปคิดว่าการต่อสู้ของทั้งสองคนจะกลายมาเป็นการแข่งอวดของวิเศษกันไปได้ น่าขันสิ้นดี
"ปัง ปัง ปัง..."
ของวิเศษของทั้งสองคนปะทะกัน แสงสีต่างๆ สว่างวาบ ดูครึกครื้นยิ่งนัก
"ก็แค่ลูกชายปัญญาอ่อนของผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่หรือไง เต้าจื่อบ้าบออะไรกัน พ่อหนุ่มอย่างฉันยังมีอีกเยอะเว้ย!" ถังฝานโยนของวิเศษออกไปอีกระลอก แม้คุณภาพจะแตกต่างกันไป แต่ก็มีจำนวนมหาศาล และมีหลากหลายรูปแบบ
ของวิเศษเหล่านี้ล้วนเป็นของเชลยที่เขาสะสมมาอย่างยาวนาน จนตอนนี้มีจำนวนมากจนน่าตกใจแล้ว
"นี่... นี่..." เย่าหมิงเบิกตากว้าง ต่อให้เป็นเขา ก็ยังตกใจกับจำนวนของวิเศษที่อยู่ตรงหน้า
"เหอะ แกหมดมุกแล้วใช่ไหมล่ะ?" ถังฝานกอดอกเหมือนกัน หัวเราะอย่างได้ใจ "ไอ้หนู แกยอมแพ้ซะเถอะ ดูสภาพจนกรอบของแกสิ! ฮ่าๆ..."
"บ้าเอ๊ย ใครบอกว่าข้าแพ้! ต่อให้แกมีเยอะแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีอานุภาพอะไรเลย คอยดูความยิ่งใหญ่ของนิกายเซียนโลหิตของข้าบ้างก็แล้วกัน ของพรรค์นี้ไอ้กระจอกอย่างแกไม่เคยเห็นแน่!" เย่าหมิงโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง สะบัดมือขวา กล่องหยกสีแดงขนาดเล็กก็ลอยออกมาจากเอว
ทันทีที่กล่องหยกสีแดงลอยขึ้นไปบนฟ้า มันก็แผ่รังสีอำมหิตทะลุฟ้า พร้อมกับขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นโลงศพหยกสีแดง!
"นายน้อย อย่านะ!" หงเจี๋ยตกใจจนใจหายใจคว่ำ โลงศพหยกนี้เป็นของวิเศษของนิกายเซียนโลหิต
ท่านประมุขเกรงว่าเย่าหมิงจะได้รับอันตรายจากการเดินทางครั้งนี้ จึงมอบให้เขาไว้ป้องกันตัว ตามหลักควรจะเอาออกมาใช้จู่โจมทีเผลอ แต่ใครจะไปคิดว่านายน้อยจะงัดออกมาใช้ตอนนี้เพียงเพื่อรักษาหน้าตัวเอง
"มารโลหิตปรากฏ สรรพสัตว์มอดม้วย!" เย่าหมิงไม่อยากโดนถังฝานข่ม ประสานอินชี้มือราวกับคนบ้า หมอกเลือดบนตัวเขาก็เชื่อมต่อกับโลงศพหยกทันที
ภายใต้การควบคุมของเขา ฝาโลงหยกสั่นสะเทือน ปลดปล่อยกลิ่นอายอันบ้าคลั่งออกมา พร้อมกับเสียงคำรามดังก้อง...
แต่เนื่องจากเป็นการใช้ครั้งแรก เย่าหมิงจึงยังไม่ค่อยชิน ทำให้เสียเวลาไปบ้าง
"ของชิ้นนี้ไม่ธรรมดา นี่แหละคือโอกาส เหมาะเจาะที่จะล่อมันไปทางอื่นพอดี!" ถังฝานตัดสินใจแน่วแน่ โบกมือเรียกกระบี่บินผ่าสวรรค์และดาบน้ำแข็งเหล็กเหมันต์กลับมา ก่อนจะชี้นำให้พวกมันพุ่งเข้าโจมตีเย่าหมิง หวังจะฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังเสียสมาธิเข้าจู่โจม
"อ๊าก... ไอ้บ้าเย่ถัง แกกล้าลอบกัดข้าเรอะ รอให้ข้าปลุกมารโลหิตออกมาก่อนเถอะ แล้วค่อยมาสู้กัน!" เย่าหมิงตะโกนก้อง โยนของวิเศษออกไปต้านทาน พร้อมกับเร่งพลังตบะเพื่อควบคุมโลงศพหยก
แต่จิตใจเขาไม่นิ่ง นอกจากโลงศพหยกจะสั่นสะเทือนแรงขึ้นแล้ว ยอดฝีมือที่อยู่ข้างในก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที
"นายน้อย..." หงเจี๋ยรู้สึกเสียหน้าแทนเจ้านาย การกระทำของนายน้อยช่างน่าขายหน้าจริงๆ
"ใครจะไปสนแกล่ะ!" ถังฝานกัดฟันกรอด ง้างหมัดขวาซัดออกไปอย่างสุดแรงเกิด
"อ๊าก... ก่อนหน้านี้มันยังซ่อนพลังไว้อีกเรอะ!" เย่าหมิงจ้องมองเงาหมัดสีทองที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหน้า ในสายตาเขามีแต่แสงสีทอง เขาสำผัสได้ถึงวิกฤตแห่งความเป็นความตายอันน่าสะพรึงกลัว
ถ้าโดนหมัดนี้เข้าไป ผลลัพธ์คงเกินจะจินตนาการแน่ๆ
เขาไม่สนโลงศพหยกอีกต่อไป เร่งความเร็วหนีไปอีกทาง
โลงศพหยกสูญเสียพลังที่คอยควบคุม ก็หดกลับกลายเป็นกล่องหยกขนาดเท่าเดิม ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
"ตูม!"
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท เงาหมัดระเบิดขึ้นตรงจุดที่เขาเคยอยู่เมื่อครู่ อานุภาพแผ่ซ่าน ห้วงอากาศสั่นสะเทือน แสงสว่างเจิดจ้าจนแสบตา
ตอนที่เย่าหมิงหนีเอาตัวรอด ขนาดโลงศพหยกยังไม่สน แล้วจะไปสนอะไรกับหงเจี๋ย
หงเจี๋ยบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว คราวนี้ยังโดนลูกหลงจากแสงหมัด ร่างปลิวละลิ่ว อาการบาดเจ็บที่เพิ่งจะทรงตัวก็กลับมากำเริบหนักกว่าเดิมอีก
"อ๊าก... เย่ถัง ข้ากับแกจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!" หงเจี๋ยร้องโหยหวนด้วยความโกรธแค้น เสื้อผ้าด้านหน้าชุ่มไปด้วยเลือด
"นี่มันวิชาอาคมอะไรกัน แข็งแกร่งขนาดนี้ โชคดีนะที่ข้าหนีมาเร็ว..." เย่าหมิงจ้องมองแสงสีทองที่กำลังแผ่กระจายออกไปด้วยสีหน้าตกตะลึง
"ตอนนี้แหละ!" อาศัยจังหวะที่พวกเขากำลังเหม่อลอย ถังฝานก็พุ่งตัวออกไป ร่างกายกลายเป็นภาพติดตา คว้ากล่องหยกกลางอากาศไว้แน่น หันหลังออกวิ่ง หลบหนีออกจากวิลล่าตึกแม่ม่ายไปอย่างรวดเร็ว
"ฮ่าๆ มันเป็นของฉันแล้วว้อย!" เสียงหัวเราะของถังฝานดังก้องไปไกลหลายลี้ ได้ใจสุดๆ
(จบแล้ว)