- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 375 - รสชาติช่างงดงาม
บทที่ 375 - รสชาติช่างงดงาม
บทที่ 375 - รสชาติช่างงดงาม
บทที่ 375 - รสชาติช่างงดงาม
การระเบิดของเตาหลอมครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว กลืนกินห้องหลอมโอสถไปทั้งห้องในพริบตา และยังลุกลามต่อไปยังสิ่งปลูกสร้างรอบๆ
ภูเขาสวงจิ่งสั่นสะเทือน ค่ายกลป้องกันทำงานอัตโนมัติ สกัดกั้นคลื่นความร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากห้องหลอมโอสถเอาไว้ได้
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ในสำนักฝานอู่ต่างตื่นตระหนก พากันวิ่งกรูกันมาทางห้องหลอมโอสถ
"รีบดับไฟ ช่วยคนเร็วเข้า!" เสียงตะโกนของลวี่ต้าเว่ย เซวี่ยโถว เหอหลาน และคนอื่นๆ ดังก้องไปทั่วทั้งสำนัก
"ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!..." เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ถังฝานรีบเดินคัมภีร์ผานซาน ใช้ร่างของตนปกป้องเหอเย่ว์เซียงที่อยู่เบื้องล่าง พร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปยังเตาหลอมที่กำลังจะแตกสลาย
หากเตาหลอมระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ถังฝานอาจจะไม่เป็นไร แต่สำนักฝานอู่ต้องรับเคราะห์หนักแน่
ภายใต้การคุ้มครองของพลังวิญญาณของถังฝาน พลังงานอันร้อนระอุภายในเตาหลอมก็ค่อยๆ สงบลง ก่อนที่เตาจะตกลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย
แม้เตาหลอมจะไม่ได้ระเบิดออก แต่ผนังเตาก็ปรากฏรอยร้าวหลายแห่ง
"ฟู่...น่ากลัวเป็นบ้า..." ถังฝานถอนหายใจยาว ก่อนจะก้มลงมองเหอเย่ว์เซียง
ตอนนี้เหอเย่ว์เซียงมีแววตาเลื่อนลอย สีหน้าไร้ความรู้สึก เธอเอาแต่จ้องมองถังฝานนิ่งงัน ราวกับคนเสียสติ
"นี่ ช็อกไปแล้วเหรอ?" ถังฝานตบแก้มเหอเย่ว์เซียงเบาๆ แต่เธอก็ยังคงนิ่งเฉย มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่เท่านั้น
"นี่ พูดอะไรหน่อยสิ..." ถังฝานตบแก้มเธออีกครั้ง กำลังจะลุกขึ้นจากตัวเธอ ทว่าจู่ๆ เอวของเขาก็ถูกรัดแน่น เธอใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวเขาไว้เหมือนปลาหมึกยักษ์
"เธอ...อื้อ..." ถังฝานเพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เหอเย่ว์เซียงทำตัวเหมือนหมาป่าหิวโซ ปากของถังฝานถูกปิดสนิทราวกับถูกจุกก๊อกอุดไว้จนแทบหายใจไม่ออก
เหอเย่ว์เซียงไม่มีประสบการณ์ ไร้ซึ่งเทคนิคใดๆ เธอรู้แค่ว่าต้องออกแรงดึง ถังฝานถูกจูบจนแทบจะขาดใจ
"นี่ อื้อ..." ถังฝานเพิ่งจะผละออกได้ แต่เหอเย่ว์เซียงกลับติดลมเสียแล้ว เธอรั้งเขาเข้ามาประกบปากอีกครั้ง
"อื้อ..." ท่ามกลางความรู้สึกอันแปลกประหลาดนี้ ถังฝานก็ทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลยโดยไม่รู้ตัว
เหอหลานที่อยู่ใกล้ห้องหลอมโอสถที่สุด พุ่งตัวเข้าไปเป็นคนแรก ตามมาด้วยลวี่ต้าเว่ย
"เซียงเอ๋อร์ ลูกแม่..." เหอหลานสะบัดแขนทั้งสองข้าง ใช้ปราณแท้ปัดเป่ากลุ่มควันหนาทึบตรงหน้าออกไป ทำให้เธอมองเห็นภาพสองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน
"นายท่านถัง..." ลวี่ต้าเว่ยที่เดินตามหลังเหอหลานมา พอเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับยืนตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก
"แย่แล้ว แม่บุญธรรมมา!" ถังฝานได้ยินเสียง จึงรีบผงกหัวขึ้นทันที
เหอเย่ว์เซียงเองก็ดึงสติกลับมาได้เช่นกัน เธอหันไปมองเหอหลานกับลวี่ต้าเว่ย ด้วยความเขินอายจึงซุกหน้าลงกับอกถังฝาน พร้อมกับบ่นอุบอิบว่า "ท่านอาจารย์ เขารังแกหนู!"
"เธอ..." ถังฝานแทบเต้น ฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำต่างหากโว้ย!
"ปากก็บอกว่าไม่ชอบ นี่ถึงขั้นรีบจะเข้าหอแล้วเหรอเนี่ย!" เหอหลานยิ้มบางๆ หันไปตบไหล่ลวี่ต้าเว่ย ปั้นหน้าขรึมพูดว่า "ประมุขลวี่ พวกเราอย่าไปยุ่งเรื่องของหนุ่มสาวเลย ออกไปช่วยดับไฟกันเถอะ"
"อ้อ ได้ครับ ได้..." ลวี่ต้าเว่ยรู้สึกตัว พยายามกลั้นยิ้ม แล้วเดินตามเหอหลานออกไป
"นายท่านถังล่ะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?" เซวี่ยโถววิ่งพรวดพราดเข้ามา เกือบชนกับลวี่ต้าเว่ย
"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร..." ลวี่ต้าเว่ยรีบรั้งเซวี่ยโถวไว้ พลางลากเขาออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าแปลกๆ
"พวกคุณ..." เซวี่ยโถวรู้สึกงุนงง ชะโงกหน้าเข้าไปดูข้างใน พอเห็นภาพตรงหน้าก็ตกใจจนต้องหันหลังวิ่งหนี
เมื่อพวกเขาทั้งสามคนออกมาข้างนอก ไฟก็ถูกดับไปจนเกือบหมดแล้ว มีเพียงสิ่งปลูกสร้างรอบๆ ที่ได้รับความเสียหายไปบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่หนักหนานัก
"คนหนุ่มสาวนี่ พลังเหลือล้นจริงๆ!" เหอหลานหันไปมองข้างในแวบหนึ่ง แล้วยิ้มออกมา เธอไม่กล้าเดินจากไปไหน ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ป้องกันไม่ให้ใครทะเล่อทะล่าเข้าไปขัดจังหวะอีก
ลวี่ต้าเว่ยกับเซวี่ยโถวมองหน้ากัน ชายแก่สองคนนี้อยากจะหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า ต้องกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
ภายในห้องหลอมโอสถ ในที่สุดเหอเย่ว์เซียงก็เงยหน้าขึ้นมากระซิบถามว่า "ไปกันหมดแล้วใช่ไหม?"
"เฮ้อ..." ถังฝานลุกขึ้นจากตัวเธอ บ่นอย่างน้อยใจ "จบกัน ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตของฉัน ต้องมาป่นปี้เพราะเธอแท้ๆ เมื่อกี้เธอผีเข้าหรือไง!"
"หึ ทำเรื่องไม่ดีแล้วยังไม่ยอมรับอีก!" เหอเย่ว์เซียงทำปากยื่น แม้จะรู้สึกเขินอาย แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เธอแกล้งทำเป็นงอน ยกเท้าขึ้นเตะถังฝานไปหนึ่งที
ถังฝานโวยวาย "นี่ ใครทำเรื่องไม่ดีกันแน่? เธอเป็นคน..."
"นายต่างหาก นายเป็นคนพุ่งเข้ามากดฉันไว้!" เหอเย่ว์เซียงแค่นเสียงเย็นชา เท้าเอว กลับมาวางมาดนางพญาอีกครั้ง
"ถ้าไม่พอใจ งั้นเราไปหาท่านอาจารย์ให้ท่านตัดสินกันเลย ดูสิว่าท่านจะว่ายังไง!" เหอเย่ว์เซียงเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
ถังฝานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว แม่สาวคนนี้ช่างเจ้าเล่ห์นัก ไม่ว่าเรื่องเมื่อกี้จะเป็นการแสดงหรือความรู้สึกจริง แต่ในสายตาคนนอก ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนก็ถือว่าเลยเถิดไปแล้ว
ถังฝานไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธออีก หันไปเดินไปที่เตาหลอมโอสถที่เต็มไปด้วยรอยร้าว เอามือลูบคลำไปตามผนังเตา ใช้เนตรทิพย์นัยน์ตาสีม่วงเริ่มทำการซ่อมแซม
เหอเย่ว์เซียงมายืนดูอยู่ข้างหลังถังฝานด้วยความสงสัย ถามขึ้นว่า "นายซ่อมมันยังไงน่ะ?"
"ใช้ใจไง" ถังฝานตอบส่งๆ ไป
"หึ!" เหอเย่ว์เซียงเห็นเขาไม่อยากอธิบาย ก็กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความรู้สึกเมื่อครู่ แล้วพึมพำกับตัวเองว่า "จูบนี่ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย น่าเบื่อชะมัด!"
"เธอ...เธอนี่มันซื่อบื้อจริงๆ!" ถังฝานมองเธออย่างอ่อนใจ ทำไมถึงรู้สึกว่าบางครั้งเธอก็เหมือนคนขาดๆ เกินๆ หรืออาจจะเป็นเพราะเธอมีสายเลือดตะวันตกผสมอยู่ครึ่งหนึ่งกันนะ?
"มีแต่น้ำลาย สกปรกจะตาย!" เหอเย่ว์เซียงยกมือขึ้นเช็ดปากอย่างเอาเป็นเอาตาย
ถังฝานโมโหจนต้องส่ายหน้า ยัยนี่มันเสือสาวชัดๆ เขาไม่พูดอะไรต่อ ตั้งหน้าตั้งตาซ่อมเตาหลอมโอสถ ไม่นานก็อุดรอยร้าวทั้งหมดจนเสร็จสิ้น
ในที่สุดเหอเย่ว์เซียงก็เลิกเซ้าซี้เรื่องเมื่อกี้ แล้วถามขึ้นว่า "ไหนบอกว่าจะสอนฉันหลอมโอสถไง สุดท้ายนายก็พังพินาศยิ่งกว่าฉันซะอีก!"
ถังฝานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เธอรู้ไหมว่าทำไมเมื่อกี้ฉันถึงพลาด?"
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะจิตใจวอกแวก ขาดสมาธิ ไม่ได้ควบคุมไฟให้ดี ก็เลยล้มเหลวไง"
"เป็นเพราะฉัน...เพราะฉันกอดนายเมื่อกี้ มันส่งผลกระทบขนาดนั้นเลยเหรอ?" เหอเย่ว์เซียงถามอย่างรู้สึกผิด
ถังฝานเห็นเป็นโอกาสดีที่จะอบรมเธอ จึงกล่าวว่า "ต่อไปเวลาเธอหลอมโอสถ ต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมดเพื่อทำความเข้าใจ กระบวนการหลอมโอสถ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรวิเศษ เตาหลอม หรือพลังวิญญาณแห่งสรรพสิ่ง ล้วนขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ นี่คือกฎแห่งฟ้าดิน ประมาทไม่ได้เด็ดขาด และต้องมีความเคารพศรัทธาด้วย"
"อ้อ..." เหอเย่ว์เซียงพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของถังฝาน
"ฉันจะทำให้ดูอีกรอบ คราวนี้ดูให้ดีๆ ห้ามวอกแวก แล้วก็ห้ามมาลวนลามฉันอีกนะ"
"ดูทำท่าเข้าสิ ทำอย่างกับฉันพิศวาสร่างกายนายนายนักแหละ!" เหอเย่ว์เซียงเบ้ปาก ในใจไม่ได้มองว่าถังฝานเป็นคนอื่นไกลอีกต่อไปแล้ว
การระเบิดของเตาหลอมทั้งสองครั้ง กลับทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้แต่ถังฝานเองยังนึกแปลกใจ ดูเหมือนว่าในใจเขาจะมีพื้นที่ให้เหอเย่ว์เซียงแล้ว เขาไม่ได้ต่อต้านเธอเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
คราวนี้ถังฝานตั้งใจมาก เขาทำให้ดูเป็นตัวอย่างพร้อมกับอธิบายไปด้วย ไม่นานการหลอมโอสถก็ประสบความสำเร็จ การเคลื่อนไหวของถังฝานลื่นไหลไร้ที่ติ ทุกขั้นตอนละเอียดอ่อนและแม่นยำ
เหอเย่ว์เซียงเองก็ไม่คิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป ครั้งนี้เธอได้เรียนรู้มากมาย เข้าใจปัญหาหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้คิดไม่ตก
ถังฝานหยิบโอสถขึ้นมา แล้วถามว่า "เธอเข้าใจหรือยัง?"
"อืม ฉันเข้าใจแล้ว..." เหอเย่ว์เซียงจ้องมองโอสถในมือถังฝาน จากนั้นก็เริ่มลงมือทำด้วยตัวเอง
ถังฝานถอยมายืนดูเธออยู่เงียบๆ ด้านหลัง สาเหตุหลักที่เหอเย่ว์เซียงหลอมโอสถล้มเหลวก็คือขาดสมาธิ พอเธอตั้งใจทำ ก็จะเข้าสู่สภาวะลืมเลือนตัวเอง
"ครั้งนี้ ไม่มีปัญหาแล้ว..." ถังฝานดูเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าเหอเย่ว์เซียงจะทำสำเร็จ เขาไม่พูดอะไร แล้วแอบเดินออกจากห้องหลอมโอสถไปเงียบๆ
เหอเย่ว์เซียงไม่รู้เรื่องนี้เลย จนกระทั่งโอสถลอยออกมาจากเตาหลอมสำเร็จ เธอถึงเพิ่งรู้ว่าถังฝานจากไปแล้ว
"ฉันทำสำเร็จแล้ว ถังฝาน ฉันทำสำเร็จแล้ว!" เหอเย่ว์เซียงถือโอสถในมือตะโกนด้วยความดีใจ แต่กลับพบว่าในห้องหลอมโอสถมีเพียงเธอคนเดียว
"ไอ้บ้าเอ๊ย หนีไปอีกแล้ว!" เหอเย่ว์เซียงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับมายิ้มหวาน พึมพำเสียงเบา "ที่จริง...ฉันโกหกนายต่างหาก รสชาติของจูบเมื่อกี้...มันงดงามมากเลยล่ะ..."
(จบแล้ว)