- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 330 - ความจริงแล้ว ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ
บทที่ 330 - ความจริงแล้ว ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ
บทที่ 330 - ความจริงแล้ว ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ
บทที่ 330 - ความจริงแล้ว ผมเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ
ภายใต้การชี้แนะของม่อเหยียน ในที่สุดถังฝานก็นึกออกแล้ว การที่บรรพชนตระกูลอันทุ่มเทแรงกายแรงใจลอบกัดเขา เป็นไปได้มากว่าเพื่อบีบให้ตงเหมินชางไห่ปรากฏตัว
ตามที่ถังฝานเคยบอกไว้ เขาคือศิษย์สายตรงคนสุดท้ายของตงเหมินชางไห่ หากเขามีอันตรายถึงชีวิต ย่อมต้องขอให้ผู้เป็นอาจารย์ออกหน้ามาช่วยคลี่คลายวิกฤต
ทันทีที่ตงเหมินชางไห่ปรากฏตัว เข็มทิศของวิเศษล้ำค่า เนตรนิรันดร์ ก็จะปรากฏขึ้นบนโลกอีกครั้ง
แต่หากเขาไม่ปรากฏตัว ก็เป็นการยืนยันโดยพื้นฐานแล้วว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ดังนั้นถังฝานก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกต่อไป
และนั่นก็เป็นการยืนยันได้อีกว่า ไม่เพียงแต่เนตรนิรันดร์จะอยู่ในมือของถังฝานเท่านั้น แต่มรดกตกทอดทั้งหมดของสำนักเทียนหยวนก็อยู่ในมือของถังฝานเช่นกัน
บรรพชนตระกูลอันรู้ดีว่า ก่อนที่ตงเหมินชางไห่จะหลบหนี เขาได้นำทรัพย์สมบัติทั้งหมดของสำนักเทียนหยวนติดตัวไปด้วย...
ตราบใดที่เขาสามารถยืนยันได้ว่าตงเหมินชางไห่ตายแล้ว เขาก็จะลงมือกับถังฝานเป็นคนแรก เพื่อสังหารและชิงสมบัติ
ช่างเป็นแผนการที่ชั่วร้ายนัก!
สมแล้วที่บรรพชนตระกูลอันมีชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน สติปัญญาของเขานั้นร้ายกาจดั่งปีศาจ แผนการนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ขอเพียงเริ่มดำเนินการ ก็จะไม่มีทางล้มเหลว ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร บรรพชนตระกูลอันก็มีแต่ได้กับได้
ต่อให้ตงเหมินชางไห่จะปรากฏตัวออกมาจริงๆ บรรพชนตระกูลอันก็ต้องเตรียมการรับมือไว้พร้อมแล้ว ถึงเวลานั้น ยอดฝีมือมากมายจะปรากฏตัว ตงเหมินชางไห่ก็คงหนีไม่พ้นความตายอยู่ดี
"บรรพชนตระกูลอัน ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ฉันก็จะสนองให้ การฆ่าแก ถือเป็นการล้างบางพวกนอกรีตก็แล้วกัน!" ถังฝานกำหมัดแน่น แค่นเสียงเย็นชา ดวงตาสาดประกายกระหายเลือด
ตาแก่คนนี้ภายนอกให้คนตระกูลอันเรียกเขาด้วยความเคารพว่าท่านทวดอาจารย์ถัง นึกไม่ถึงเลยว่าลับหลังจะชั่วร้ายขนาดนี้ น่ารังเกียจจริงๆ
ม่อเหยียนไม่รู้ตื้นลึกหนาบางถึงความสัมพันธ์ระหว่างถังฝานกับสำนักเทียนหยวน จึงถามว่า "ตงเหมินชางไห่คือใครเหรอ?"
ถังฝานถอนใจยาว แล้วกล่าวว่า "เสี่ยวเหยียน เรื่องนี้ก็สมควรบอกให้เธอรู้ได้แล้วล่ะ..."
ถังฝานหลับตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เล่าเรื่องราวระหว่างเขากับสำนักเทียนหยวน โดยเลือกเล่าเฉพาะประเด็นสำคัญ
ม่อเหยียนตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ รู้สึกทึ่งอยู่ลึกๆ ผ่านไปเนิ่นนาน เธอก็ถอนหายใจและกล่าวว่า "ถ้าคิดตามนี้ ตงเหมินชางไห่ก็คืออาจารย์ของนาย และนายก็เป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของสำนักเทียนหยวนงั้นสิ!"
"ใช่แล้วล่ะ แม้จะเป็นเรื่องยากจะเชื่อ แต่ฉันก็ได้รับมรดกตกทอดจากสำนักเทียนหยวนจริงๆ!"
"แต่ว่า จุดเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรของนาย ไม่น่าจะมาจากสำนักเทียนหยวนนะ ใช่ไหมล่ะ?" ม่อเหยียนนึกถึงตอนที่รู้จักกับถังฝานครั้งแรก และค้นพบเบาะแสสำคัญ
ตอนที่เธอพบกับถังฝานครั้งแรก ถังฝานก็มีระดับพลังอยู่บ้างแล้ว แต่ตอนนั้นเขาไม่น่าจะได้รับมรดกของสำนักเทียนหยวนเลยนี่นา
ถังฝานยิ้มบางๆ แล้วกล่าว "ใช่ อุบัติเหตุครั้งหนึ่งทำให้ฉันได้ก้าวเข้าสู่วิถีการบำเพ็ญเพียร และได้รู้จักกับเธอ เพียงแต่เรื่องนี้มันเหลือเชื่อยิ่งกว่ามรดกของสำนักเทียนหยวนเสียอีก ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงให้คนอื่นเชื่อเหมือนกัน ไว้มีโอกาสเหมาะๆ แล้วฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะ"
ม่อเหยียนตอบ "เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอก การที่นายไม่บอกก็คงเพื่อผลดีต่อฉันเอง ถึงฉันรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร"
ถังฝานส่ายหน้า "ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์กับเธอหรือไม่ ฉันก็ต้องบอกให้เธอรู้"
"ทำไมล่ะ?"
"ก็เธอเป็นภรรยาหลวงของถังฝานคนนี้นี่นา ก็สมควรที่จะรับรู้ทุกเรื่องของฉัน ในอนาคตจะได้ช่วยดูแลครอบครัวนี้แทนฉันได้ไง!"
"ภรรยาหลวง? นายยังอยากจะมีภรรยาอีกกี่คนกันฮะ?" ม่อเหยียนแค่นเสียงเย็นชา จับผิดคำพูดของถังฝานได้ในทันที
"เปล่า ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันแค่จะบอกว่า..."
ม่อเหยียนค้อนขวับ เอานิ้วจิ้มหน้าผากเขาพลางด่า "นายน่ะเจ้าชู้ไก่แจ้เกินไปแล้ว อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้อะไรเลย!"
ถังฝานทำหน้าขมขื่นอธิบาย "เสี่ยวเหยียน ฉัน... ฉันก็แค่จิตใจดีเกินไป บางครั้งก็ปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น ความจริงแล้ว ฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ..."
"หึ ถ้าไม่ใช่เพราะนายไปอ่อยเขาก่อน คนอื่นเขาจะมาปิ๊งนายได้ยังไงล่ะ?" ม่อเหยียนโกรธจนหยิกเขาไปทีหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ "แต่ว่านะ พูดถึงมรดกของสำนักเทียนหยวน นายควรจะขอบคุณเซียวเสวี่ยซินให้ดีๆ เลยนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ นายก็คงไม่มีโอกาสได้เข้าไปในถ้ำแห่งนั้นหรอก"
ถังฝานยิ้มแหยๆ "อันนี้ก็จริง ถ้าไม่ใช่เพราะต้องไปช่วยเธอ ฉันก็คงหาที่ซ่อนตัวของตงเหมินชางไห่ไม่เจอ"
"เธอปิ๊งนายในถ้ำนั้นล่ะสิ?"
"ฉัน..." ถังฝานไม่กล้าสบตาม่อเหยียน เรื่องนี้อธิบายยากแฮะ
"วันนั้นในถ้ำ เสื้อผ้าพวกนายคงจะเปียกน้ำไปหมดแล้ว ชายหนุ่มหญิงสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ใจตรงกัน ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ?" สายตาของม่อเหยียนกวาดมองไปทั่วร่างของถังฝานอย่างจับผิด ราวกับต้องการจะหาข้อบกพร่องให้ได้
ถังฝานแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว "สภาพร่างกายฉันตอนนั้น ต่อให้มีความคิด ฉันก็ไม่กล้าทำหรอก..."
"ไม่จริง นายโกหก!" ม่อเหยียนจับพิรุธได้ จึงแค่นเสียงเย็นชา "คัมภีร์ผานซานเป็นเคล็ดวิชาของสำนักเทียนหยวน วันนั้นนายเพิ่งจะได้มา ก็ยังไม่น่าจะได้เริ่มฝึกนี่นา!"
ถังฝานตกใจแทบแย่ ยอมรับตามตรง "ก็ได้ ฉันสารภาพ วันนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เพราะตอนที่เซียวเสวี่ยซินกำลังจะทำแบบนั้นกับฉัน ฉันเพิ่งจะฝึกคัมภีร์ผานซานเพื่อชำระล้างร่างกายไปได้รอบหนึ่ง..."
"อ้อ..." ม่อเหยียนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนจะหัวเราะร่วน "ถ้าพูดแบบนี้ ถ้าตอนนั้นนายไม่ได้ฝึกคัมภีร์ผานซาน นายก็คงยอมตกเป็นของเธอไปแล้วใช่ไหมล่ะ?"
"เวรเอ๊ย!" ถังฝานตบปากตัวเองฉาดใหญ่ ไอ้ปากบ้าเอ๊ย ยิ่งพูดก็ยิ่งผิด เกือบลืมไปเลยว่าม่อเหยียนก็เป็นคนฉลาดเฉลียว ขอแค่เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ก็รู้ได้ทันทีว่าจริงหรือเท็จ
"ตอบคำถามของฉันมาเดี๋ยวนี้!" ม่อเหยียนท้าวสะเอว เปลี่ยนจากลูกแมวน้อยกลายเป็นแม่เสือสาว
ถังฝานรีบแก้ตัว "ความจริงแล้ว ต่อให้ฉันจะชอบเซียวเสวี่ยซิน ต่อให้เธอจะเป็นฝ่ายรุกขนาดไหน ฉันก็ไม่มีทางไปทำเรื่องพรรค์นั้นในการพบกันครั้งแรกหรอก นิสัยฉันเป็นยังไงเธอไม่รู้หรือไง?"
"จริงเหรอ?"
"พูดตามตรง ตอนนั้นถ้าบอกว่าฉันไม่มีความคิดอะไรเลย ก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้วล่ะ แต่พอฉันนึกถึงเธอ ฉันก็หักห้ามใจเอาไว้ได้ ฉันไม่อยากทำผิดต่อเธอ และก็ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจด้วย..."
ม่อเหยียนจ้องหน้าถังฝานอยู่นาน จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ความจริงแล้ว ฉันมีสิทธิ์อะไรไปโกรธนายล่ะ? นายยอมเสี่ยงตายเพื่อฉันและครอบครัวตั้งหลายครั้ง บุญคุณนี้ชาตินี้ฉันก็คงตอบแทนไม่หมดหรอก!"
"เสี่ยวเหยียน เธออย่าพูดแบบนี้สิ" ถังฝานนึกไม่ถึงเลยว่าม่อเหยียนจะเก็บเรื่องพวกนี้ไว้ในใจตลอด ความจริงแล้วเขาไม่เคยคิดจะให้เธอมาตอบแทนอะไรเขาเลย
"แค่ฉันรู้ว่านายรักฉัน ให้ความสำคัญกับฉันเป็นอันดับหนึ่ง แค่นั้นก็พอแล้ว..." ม่อเหยียนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา กระซิบเสียงเบา "การที่นายมีผู้หญิงคนอื่นมาชอบ ก็แสดงว่านายเป็นคนเก่ง สายตาฉันมองคนไม่ผิดหรอก"
"เสี่ยวเหยียน..." ถังฝานกอดเธอแน่น ภูเขาที่ทับถมอยู่ในใจมาเนิ่นนานก็ถูกยกออกเสียที
ตลอดมา เขาไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าม่อเหยียนยังไงดี แม้เขาจะไม่ใช่คนมักมาก แต่ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจใคร วันนี้พอได้ยินม่อเหยียนพูดจามีเหตุผลขนาดนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ดูเหมือนเรื่องนี้จะจัดการได้แล้ว การมีภรรยาหลายคนก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ม่อเหยียนถามด้วยความอยากรู้ "ถังฝาน เนตรนิรันดร์ของสำนักเทียนหยวนนั่น ขอดูหน่อยได้ไหม?"
ถังฝานหยิบเข็มทิศออกมาจากถุงเฉียนคุนทันที ส่งให้เธอแล้วพูดว่า "นอกจากจะดูเก่าแก่มากแล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะพิเศษตรงไหนเลย"
ม่อเหยียนพยักหน้า ลูบคลำร่องตรงกลาง แล้วถาม "แค่เอาหินวิญญาณใส่ลงไปในนี้ มันก็บินได้แล้วเหรอ?"
"เธอดูนะ..." ถังฝานเห็นม่อเหยียนสงสัย ก็โอบเอวเธอพุ่งทะยานออกไปทางหน้าต่าง ตรงไปยังป่าละเมาะด้านหลัง
เมื่อเห็นว่ารอบๆ ไม่มีใคร เขาจึงหยิบหินวิญญาณก้อนหนึ่งออกมาใส่ลงไปในร่องของเข็มทิศ มันก็เริ่มหมุนทันที พร้อมกับขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า
ถังฝานอุ้มม่อเหยียนลงไปยืนบนเข็มทิศ แรงผลักมหาศาลส่งมาจากใต้ฝ่าเท้า ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองลมปราณ เพียงแค่ใช้จิตหยั่งรู้ควบคุมทิศทาง มันก็สามารถแสดงความเร็วสูงสุดออกมาได้
ถังฝานกล่าว "ดูผิวเผินแล้ว มันก็เป็นแค่ของวิเศษสำหรับบินธรรมดาชิ้นหนึ่ง ทว่า ภายในต้องมีความลับซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคนมากมายยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มันมาหรอก"
ม่อเหยียนก้มลงมองหินวิญญาณในร่องเข็มทิศที่ค่อยๆ หมดลง จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "นายว่านะ ในนี้จะสามารถใส่อย่างอื่นลงไปได้ไหม เหมือนพวกกลไกน่ะ?"
"นี่มัน..." ถังฝานชะงักไป เริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง
"เข็มทิศนั่น อยู่ที่ตัวมันจริงๆ ด้วย!" ท่ามกลางความว่างเปล่าไม่ไกลนัก มีเสียงอุทานดังขึ้น
(จบแล้ว)