- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 310 - สติแตกโดยสมบูรณ์
บทที่ 310 - สติแตกโดยสมบูรณ์
บทที่ 310 - สติแตกโดยสมบูรณ์
บทที่ 310 - สติแตกโดยสมบูรณ์
โอสถพิษทั้งหมดระเบิดออกพร้อมกัน ปลดปล่อยหมอกควันสีสันละลานตาฟุ้งกระจายไปทั่วห้องในพริบตา
เย่เสียนไร้ทางหนี ถูกหมอกโอสถกลืนกินเข้าไปเต็มๆ
ถังฝานเห็นว่าหมอกกำลังลอยกระจายออกมา ก็รีบโอบเอวอวิ๋นซ่วยแล้วถอยร่นด้วยความเร็วสูง เพื่อป้องกันไม่ให้หมอกสัมผัสโดนตัว
"ว้าย!" อวิ๋นซ่วยไม่ทันตั้งตัว ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ถังฝานได้ยินเสียงนั้นก็ทำหน้าพิลึก อดไม่ได้ที่จะมองเธอแถมอีกหลายๆ ที
หลังจากเท้าแตะพื้น เขาก็พูดติดตลก "เธอร้องเสียงเพราะดีนี่..."
อวิ๋นซ่วยโมโหจนหน้าแดง แต่ก็ไม่กล้าอาละวาด อัดอั้นอยู่นาน ในที่สุดก็พูดออกมาประโยคหนึ่ง "ฉันยอมจำนนต่อนายได้ แต่นายจะมา... ไม่ให้เกียรติฉัน ดูถูกฉันแบบนี้ไม่ได้นะ!"
ถังฝานยิ้มกริ่ม "ชมว่าเสียงเพราะนี่เป็นการให้เกียรตินะ ไม่ใช่การดูถูก รอให้เธอกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
"นาย..." อวิ๋นซ่วยโกรธจนกระทืบเท้า เธอรับมือกับคนพาลอย่างถังฝานไม่ได้เลยจริงๆ
ตอนนั้นเอง ภายในหมอกโอสถก็มีเสียงคำรามของเย่เสียนดังขึ้น "อ๊าก... ถังฝาน ข้าจะถลกหนังแก กินเนื้อแก..."
"อ๊าก... คัน คันเหลือเกิน..."
เย่เสียนเพิ่งจะด่าได้สองคำ ก็ส่งเสียงโหยหวนด้วยความทรมานออกมา
เขาใช้สองมือข่วนร่างกายตัวเองจนเป็นรอยเลือดซิบๆ ก่อนจะพุ่งชนกำแพงอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความทรมานบนร่างกาย
"เขา... เขาเป็นอะไรไปน่ะ?" อวิ๋นซ่วยตกใจจนอ้าปากค้าง ภาพตรงหน้านี้มันน่าสยดสยองเกินไปแล้ว
"นี่คือราคาที่เขาต้องจ่ายที่คิดจะฆ่าฉันไง!" ถังฝานเป็นพวกตาต่อตาฟันต่อฟันอยู่แล้ว ด้วยนิสัยของเขา ไม่มีทางปล่อยเย่เสียนไปเฉยๆ แน่
ไหนๆ ก็บาดหมางกับตระกูลเย่ไปแล้ว ก็ถือโอกาสนี้ให้พวกเขารู้ไปเลยว่า ถ้าคิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับถังฝาน หากไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะชนะ ก็เตรียมตัวรับการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งจากเขาได้เลย
"อ๊าก... แค่ก!" เย่เสียนข่วนตัวเองจนเป็นแผลเหวอะหวะไปทั้งตัวยังไม่พอ เขายังใช้หมัดชกเข้าที่หน้าอกตัวเองอย่างแรง จนกระอักเลือดคำโต สภาพตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าความเป็นคนแล้ว
"เขา... จะไม่ตายใช่ไหม?" อวิ๋นซ่วยมองแล้วเสียวสันหลังวาบ อดไม่ได้ที่จะถอยห่างจากถังฝานอีกนิด
เธอแอบดีใจที่ตระกูลอวิ๋นเลือกที่จะยอมจำนนต่อถังฝาน ไม่อย่างนั้น... เธอไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
ถังฝานบอก "เขาไม่ได้ตายง่ายๆ หรอก ก็แค่ทรมานมากหน่อยเท่านั้นเอง"
"อ๊าก!" เย่เสียนกระแทกจนแขนตัวเองหัก กระดูกสีขาวโพลนแทงทะลุข้อศอกออกมา ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
"ถังฝาน แกจะต้องตายไม่ดี แกมันไอ้เดรัจฉาน!"
ความเจ็บปวดช่วยให้สติสัมปชัญญะของเย่เสียนกลับมาได้ชั่วขณะ
เขาพุ่งเข้าหาตาข่ายเหล็กหน้าห้องขัง สองมือเขย่าอย่างแรง หวังจะพังออกมาฆ่าถังฝานให้ได้
สีหน้าของถังฝานไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันจะตายดีหรือไม่ ฉันไม่รู้หรอก แต่ที่ฉันรู้คือ... แกต้องตายไม่ดีแน่ๆ!"
"ถังฝาน!" เย่เสียนโกรธจัด แม้เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสะกดกลั้นพิษโอสถในร่างกาย แต่ตอนนี้สติของเขาก็ใกล้จะพังทลายเต็มทีแล้ว
โอสถพิษพวกนี้ทำลายระบบประสาทอย่างรุนแรง หากควบคุมไม่อยู่ เย่เสียนเองก็ไม่กล้าคิดว่าตัวเองจะทำเรื่องบ้าบออะไรลงไปบ้าง
ถังฝานเห็นว่าได้ที่แล้ว ก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ ยิ้มแล้วถาม "เย่เสียน นี่คือโอสถถอนพิษ มันสามารถล้างพิษโอสถในตัวแกได้ทั้งหมด แกอยากได้ไหมล่ะ?"
"เอามา เอามาให้ข้า... เร็ว..." เย่เสียนไม่มีเวลามาคิดแล้วว่ายาเม็ดนี้เป็นของจริงหรือของปลอม เขาแค่ต้องการจะกินมันเข้าไปเท่านั้น
เขาออกแรงฉีกทึ้งตาข่ายเหล็กอย่างสุดกำลัง จนตาข่ายเหล็กบิดเบี้ยวผิดรูป แล้วยื่นมือออกมา...
ถังฝานถือโอสถถอนพิษแกว่งไปมาตรงหน้าเขา ยิ้มแล้วยื่นข้อเสนอ "ตอบคำถามฉันมาข้อเดียว แล้วฉันจะให้ยานี่กับแก"
อวิ๋นซ่วยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ที่แท้ถังฝานไม่ได้แค่ต้องการจะทรมานเย่เสียนเล่นๆ แต่ต้องการจะทำลายสติสัมปชัญญะของเขา เพื่อให้ง่ายต่อการรีดเค้นข้อมูลนั่นเอง
ที่แท้เขาก็ไม่ใช่พวกโรคจิต...
อวิ๋นซ่วยถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อกี้เห็นถังฝานทรมานเย่เสียนอย่างทารุณ เธอยังนึกว่าเขามีรสนิยมซาดิสต์ซะอีก
"อะไร... แกรีบพูดมาสิ เร็ว..." เย่เสียนเอาหน้าแนบไปกับตาข่ายเหล็กจนหน้าตาบิดเบี้ยวไปหมด
"แกกับเย่เจิ้งหาวมาที่เจียงเป่ยด้วยจุดประสงค์อะไร? พวกแกมีแผนจะจัดการกับฉันยังไง?"
"เรามาเจียงเป่ย..." เย่เสียนเพิ่งจะพูดออกไปได้ไม่กี่คำ แววตาก็เหม่อลอย สมองดูเหมือนจะเริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง
"ไม่รู้ ข้าไม่รู้ แกอย่ามาถามข้า อย่าถามนะ..." เย่เสียนกุมหัวด้วยความเจ็บปวด แต่โอสถในมือของถังฝานนั้นช่างดึงดูดใจเขาเหลือเกิน
"เย่เสียน ขอแค่แกบอกฉันมา ฉันไม่เพียงแต่จะให้ยานี่กับแกนะ แต่ยังจะรักษาแผลให้แกด้วย..."
"ข้าจะบอก... ไม่ ข้าบอกไม่ได้ ข้า... อ๊าก!" สีหน้าของเย่เสียนดูน่าเกลียดน่ากลัว สติของเขากำลังจะขาดผึงอยู่แล้ว
และในวินาทีนั้นเอง เขาก็หันขวับ พุ่งหัวชนกำแพงอย่างไม่คิดชีวิต!
"ปัง!"
เย่เสียนหัวแตกเลือดอาบ ท้ายที่สุดก็สลบเหมือดไป
"แย่แล้ว เขาคงไม่ได้ชนกำแพงตายไปแล้วใช่ไหม!" อวิ๋นซ่วยตกใจมาก รีบพุ่งเข้าไปหวังจะไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปดู
"ด้วยพลังของเขา ไม่ถึงกับชนกำแพงตายหรอก แค่สลบไปน่ะ" ถังฝานทำหน้าผิดหวัง ถอนหายใจอย่างจนใจ "โอสถพิษของฉันถึงจะร้ายกาจ แต่การจะควบคุมสติสัมปชัญญะของยอดฝีมืออย่างเบ็ดเสร็จก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี ในวินาทีสุดท้ายที่เขานึกถึงการทำให้ตัวเองสลบได้ ก็นับว่าเป็นลูกผู้ชายคนนึงล่ะนะ!"
อวิ๋นซ่วยยังไม่ค่อยวางใจ ถามย้ำ "เขาไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม?"
ถ้าเย่เสียนตายอยู่ที่นี่ เธอไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบ แต่ยังต้องรับมือกับความโกรธแค้นของตระกูลเย่อีกด้วย
"ฉัน ถังฝาน ไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร แต่กับการรับมือศัตรูต้องโหดเหี้ยมเข้าไว้! ในเมื่อแกไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่บังคับแกแล้ว..."
ถังฝานพูดพลางหยิบเข็มวิเศษหงส์ทองคำออกจากถุงเก็บของ แล้วซัดเข้าใส่ร่างของเย่เสียน
แสงสีทองหกสายพุ่งวาบออกไป เย่เสียนถึงได้ส่งเสียงครางอู้อี้ออกมาจากลำคอ แต่ก็ยังไม่ยอมลุกขึ้นมา
"เก็บ!" ถังฝานสะบัดมือ เข็มทองทั้งหกเล่มก็ลอยกลับมาอยู่ในมือเขา
เย่เสียนหันไปมองถังฝานด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจเลยสักนิดที่เขาช่วยชีวิตไว้
"เย่เสียน แกน่าจะรู้ดีกว่าใครนะว่า เรื่องทั้งหมดนี้แกทำตัวเองทั้งนั้น!" ถังฝานพูดจบ ก็ดึงมืออวิ๋นซ่วย หันหลังเดินกลับทันที
"ถังฝาน ในเมื่อแกรู้แล้ว ข้าก็จะบอกแกให้เอาบุญก็แล้วกัน จุดประสงค์ที่เรามาที่นี่ก็เพื่อจัดการแก แกเตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ!"
"ขอบใจนะ!" ถังฝานยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ "รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงช่วยชีวิตแกรู้ไหม?"
"แกกลัวตระกูลเย่จะมาแก้แค้นล่ะสิ?"
"ฮ่าๆ ถ้าฉันกลัวการแก้แค้นของตระกูลเย่ ฉันคงไม่มาเล่นงานแกถึงที่นี่หรอก! ถ้าแกตายไป แล้วฉันจะไปเก็บเงินสี่หมื่นล้านจากที่ไหนล่ะ!"
"ถังฝาน ไอ้สารเลว!" เย่เสียนเพิ่งจะเข้าใจ ว่าตัวเองถูกถังฝานเล่นงานอีกแล้ว
พอคิดได้ว่าตระกูลเย่ต้องยอมจ่ายเงินตั้งสี่หมื่นล้านเพื่อแลกกับอิสรภาพของเขา เขาก็เจ็บใจจนกระอักเลือดคำโตออกมา เกือบจะสลบไปอีกรอบ
อวิ๋นซ่วยเห็นแล้วก็อดแขวะไม่ได้ "นายนี่เจ้าเล่ห์ชะมัด ผ่านเรื่องนี้ไป ต่อให้เย่เสียนถูกปล่อยตัวออกไปได้ ก็คงยากที่จะกลับมาผงาดได้อีกแล้วล่ะ!"
ถังฝานตอบ "ฉันรู้แค่ว่า ถ้าวันนึงฉันตกเป็นนักโทษ พวกเขาต้องทำกับฉันโหดกว่านี้แน่..."
อวิ๋นซ่วยอึ้งไป เถียงไม่ออกเลย
ยอดฝีมือล้วนต้องเหยียบย่ำซากศพผู้อื่นขึ้นมาทั้งนั้น ยิ่งเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่ไม่มีภูมิหลังอย่างถังฝาน ถ้าเขาอยากจะประสบความสำเร็จ ก็ต้องทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว
วินาทีนี้ อวิ๋นซ่วยรู้สึกเข้าใจถังฝานขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อทั้งคู่ออกมาข้างนอก ถังฝานก็สั่ง "พรุ่งนี้ถ้าเย่เมยมารับตัวคน เธอปล่อยตัวเขาไปได้เลยนะ"
อวิ๋นซ่วยลำบากใจ "แล้วถ้าหล่อนถามถึงรอยแผลบนตัวเย่เสียน ฉันจะตอบว่าไงล่ะ?"
"เธอก็บอกไปสิว่า ตาแก่นั่นว่างจัด ก็เลยเอาหัวโขกกำแพงเล่นเอง"
อวิ๋นซ่วยพูดไม่ออก ในใจแอบด่าถังฝานไปหลายตลบ
"เธอกำลังด่าฉันอยู่เหรอ?" ถังฝานขมวดคิ้ว จ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
"ปะ... เปล่าสักหน่อย..." อวิ๋นซ่วยตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบปฏิเสธพัลวัน
"เธอไม่ต้องกลัวฉันหรอก ขอแค่เธอหาเงินให้ฉันอย่างซื่อสัตย์ ฉันจะดีกับเธอมากๆ เลยล่ะ" ถังฝานดึงมืออวิ๋นซ่วยขึ้นมาลูบคลำอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังลูบไล้ผู้หญิงที่ตนรัก
อวิ๋นซ่วยขนลุกซู่ไปทั้งตัว สีหน้าแสดงความไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันจะต้องปั้นเธอให้เป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยคอยดู..." ถังฝานพูดด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
อวิ๋นซ่วยรู้สึกสะอิดสะเอียน ในใจคิดว่าเขาอาจจะมีอาการทางจิตนิดๆ ก็ได้
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของถังฝานก็ดังขึ้น เป็นสายจากกุ่ยซานนั่นเอง
ถังฝานรู้ทันทีว่ากุ่ยซานต้องพบเบาะแสสำคัญแน่ๆ จึงรีบกดรับสาย
(จบแล้ว)