เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 245 - เหล่าผู้กล้าประชันบารมี

บทที่ 245 - เหล่าผู้กล้าประชันบารมี

บทที่ 245 - เหล่าผู้กล้าประชันบารมี


บทที่ 245 - เหล่าผู้กล้าประชันบารมี

"ถังฝาน คราวที่แล้วปล่อยให้แกฟลุคชนะไปได้ แกคิดว่าแกเป็นคู่ต่อสู้ของฉันจริงๆ งั้นเหรอ?" ถังเหิงยังคงมองถังฝานด้วยสายตาดูแคลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

ถังฝานตอบกลับไปว่า "คราวที่แล้วฉันปล่อยให้แกหนีรอดไปได้ แต่วันนี้ฉันจะต้องเด็ดหัวแกให้จงได้!"

สายตาของถังเหิงมองข้ามถังฝานไปหยุดอยู่ที่เย่เมยซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง "เย่เมย เธอคือคู่หมั้นของฉัน ถ้าตอนนี้เธอยอมกลับใจ ฉันอาจจะให้อภัยในความผิดพลาดที่เธอเคยก่อไว้ก็ได้!"

เย่เมยเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "การหมั้นหมายของเราถูกยกเลิกไปแล้ว ฉันกับนายไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!"

"การหมั้นหมายของตระกูลถังของฉัน ไม่มีใครหน้าไหนกล้ายกเลิกทั้งนั้น!"

ถังฝานหัวเราะร่า "งั้นเหรอ? ฉันจำได้ว่าคราวที่แล้ว มีหมาตัวหนึ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วเป็นฝ่ายขอยกเลิกการหมั้นหมายกับเย่เมยด้วยความสมัครใจนี่นา"

"ถังฝาน แกวอนหาที่ตาย!" คำพูดของถังฝานยั่วยุโทสะของถังเหิง นั่นคือความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของเขา

เมื่อเห็นผู้เป็นนายโกรธจัด เหล่าลูกน้องของเขาก็พากันกรูเข้ามาล้อมรอบ

ข้างกายของถังเหิงมียอดฝีมือระดับก่อเกิดจินตันขั้นกลางผู้หนึ่งยืนอยู่ เขามองถังฝานด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

ถังฝานกล่าวอย่างไม่หวั่นเกรงว่า "คนของแกแค่นี้ ไม่พอให้ฉันฆ่าหรอกนะ!"

"แกรังเกียจว่าคนน้อยไปงั้นเหรอ? ได้ ถ้างั้นฉันก็จะให้แกได้เห็นว่า คนเยอะน่ะมันเป็นยังไง!" สิ้นเสียงของถังเหิง เขาก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้น กลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งนับไม่ถ้วนก็พวยพุ่งออกมาจากในป่า เงาร่างที่ซุ่มซ่อนอยู่ด้านในต่างพุ่งทะยานออกมา ปิดล้อมภูเขาสวงจิ่งเอาไว้ทุกทิศทาง

ถังฝานอาศัยเนตรทิพย์นัยน์ตาสีม่วงมองเห็นคนพวกนี้มาตั้งนานแล้ว เขาจงใจพูดยั่วยุเพื่อดึงให้พวกมันปรากฏตัวออกมา

"ถังฝาน วันนี้ฉันจะกวาดล้างภูเขาสวงจิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง!"

"งั้นฉันก็จะทำให้แกไม่มีโอกาสได้กลับไปเหมือนกัน!"

วันนี้ ถังฝานเองก็รอคอยมานานแล้วเช่นกัน

ถังเหิงมีสีหน้าดุดัน กวาดตามองฝูงชนเบื้องล่างแล้วประกาศกร้าว "บุญคุณความแค้นย่อมมีเจ้าของ วันนี้ฉันมาเพื่อฆ่าถังฝานเพียงคนเดียว ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ถอยออกไปได้!"

"ถังฝานไปสร้างศัตรูไว้มากขนาดไหนกันเนี่ย!" ผู้คนเริ่มซุบซิบนินทา บางคนก็เห็นใจ บางคนก็แอบสะใจ

ถังเหิงยิ้มมุมปาก เขาอดทนอดกลั้นมาหลายวัน ก็เพื่อจะวางกับดักสังหารในวันที่ถังฝานคิดว่าตัวเองเจิดจรัสที่สุดนี่แหละ จะได้ทำให้เขาไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้อีกเลย

เขาหันไปมองกลุ่มตระกูลผู้มีอิทธิพลแห่งเจียงเป่ย แล้วยิ้มเยาะ "หากมีใครยินดีช่วยฉันจัดการกับถังฝาน ฉันจะมีรางวัลให้อย่างงาม!"

ถังเหิงรู้ดีว่าถังฝานมีความแค้นฝังลึกกับตระกูลเหล่านี้ จึงอยากยุยงให้พวกเขารุมเล่นงานถังฝาน

ถังฝานดูออกว่าอีกฝ่ายคิดจะเสี้ยมให้แตกแยก แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร

"ตระกูลจินของข้า ขอรับฟังคำสั่งจากถังฝาน!"

จินเหยียผู้ทรงอิทธิพล ลุกขึ้นยืนจากบนเวทีเป็นคนแรก

น่าจี๋และน่าเฮ่อรีบพาลูกน้องไปยืนอยู่ด้านหลังของถังฝานทันที

"ข้า หลางเจี๋ย ในฐานะรองประมุขสำนักฝานอู่ ย่อมต้องรับฟังคำสั่งของน้องถังอยู่แล้ว!" หลางเจี๋ยสะบัดมือ พาลูกน้องใต้บังคับบัญชาลุกขึ้นยืนเช่นกัน

ทุกคนต่างเข้าใจดีว่า พวกเขาต้องเป็นผู้นำในการสนับสนุนถังฝาน

"แล้วพวกแกล่ะ?" สายตาของถังเหิงมองไปยังตระกูลอื่นๆ

ตระกูลใหญ่หลายตระกูลมองหน้ากันไปมา ไม่คิดจะดูลาดเลาอีกต่อไป

นายท่านผู้เฒ่าซูเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังของถังฝาน แล้วกล่าวว่า "ตระกูลซูของข้า ยินดีร่วมเป็นร่วมตายไปกับท่านประมุขถัง"

"ตระกูลอวิ๋นของข้าด้วย!"

"รวมตระกูลหลู่ของข้าเข้าไปด้วย!"

"ครึกครื้นขนาดนี้ ย่อมขาดตระกูลกู่ของข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว!" กู่ชิงเฟิงก็ก้าวมายืนอยู่ด้านหลังถังฝานเช่นกัน

"เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะลูกสาวของฉัน ฉันก็ขอสนับสนุนถังฝานด้วย!" ด้านนอกวงล้อม มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา เขาคือเย่เจิ้งเหลียง พ่อของเย่เมยนั่นเอง

"ถังฝานเป็นลูกเขยของฉัน ตระกูลม่อของฉันย่อมไม่ยอมน้อยหน้าใคร!" ม่อกว่างเซิ่งก็เดินเข้ามาเช่นกัน

แม้ตระกูลม่อจะเหลือเพียงชื่อ แต่เขาก็อยากฉวยโอกาสนี้แสดงจุดยืนของตัวเอง

"ฉันขอเป็นตัวแทนของตระกูลเซียว ยืนหยัดเคียงข้างถังฝาน!"

ไม่ไกลนัก มีหญิงสาวรูปงามเดินเข้ามา เธอคือเซียวเสวี่ยซินนั่นเอง

เธอพายอดฝีมือของตระกูลเซียวมาด้วยไม่น้อย ในจำนวนนั้นมีคนจากหน่วยข่าวกรองที่เก้าปะปนอยู่ด้วย

"เสวี่ยซิน..." ถังฝานมองเธอแล้วยิ้มบางๆ

การที่ตระกูลเซียวผู้แสนลึกลับยอมออกโรงสนับสนุนถังฝาน ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นผลงานของเซียวเสวี่ยซินอย่างแน่นอน

สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ถังเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกงุนงงไม่น้อย ตระกูลใหญ่ทั้งแปดที่แทบจะโดนถังฝานจัดการเรียบไปแล้ว ทำไมหลังจากที่เขาแสดงจุดยืนออกไป พวกนั้นถึงยังคงให้การสนับสนุนถังฝานอยู่อีก

"ข้า ตงฟางจ้านหลง ขอประกาศไว้ตรงนี้ ใครหน้าไหนที่กล้ารังแกน้องชายของข้า มันผู้นั้นก็คือศัตรูของข้า!"

คำพูดของตงฟางจ้านหลงดังก้องราวกับฟ้าร้อง ฟาดฟันลงกลางใจของถังเหิงอย่างจัง

การปรากฏตัวของตงฟางจ้านหลง ทำให้บรรดาผู้ช่วยที่ถังเหิงเชิญมาเริ่มลังเล

พวกย่อมเขาไม่อยากตั้งตนเป็นศัตรูกับจักรพรรดิยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่เขาเป็นคนของตระกูลตงฟางอีกด้วย

ถังเหิงโกรธจัด ตวาดลั่น "ตงฟางจ้านหลง ตระกูลตงฟางของท่านคิดจะเปิดศึกกับตระกูลถังของข้าอย่างนั้นหรือ?"

"ถังเหิง ก่อนอื่นเจ้าต้องเข้าใจความจริงข้อหนึ่งก่อนนะว่า เจ้ายังไม่มีสิทธิ์เป็นตัวแทนของตระกูลถังหรอก!"

"ได้ งั้นวันนี้ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!" ถังเหิงชี้มือไปยังกลุ่มผู้ช่วยที่เขาพามา ยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า "ถังฝาน ฉันจะบอกแกให้เอาบุญนะ คนพวกนี้ไม่เพียงแต่จะมีองครักษ์ของตระกูลถังเท่านั้น แต่ยังมีผู้เยี่ยมยุทธ์จากสำนักใหญ่ๆ อีกมากมาย วันนี้ต่อให้แกติดปีกก็หนีไม่พ้นหรอก!"

ถังฝานกวาดตามองคนเหล่านั้น หากดูจากจำนวนคน ทั้งสองฝ่ายก็สูสีกัน

ทว่าคนที่ถังเหิงพามานั้น ระดับพลังการฝึกตนดูจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากเกิดการต่อสู้ตะลุมบอนกันขึ้น ย่อมไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายของเขาแน่

"พวกแกนี่ช่างหน้าไม่อายจริงๆ คนตั้งเยอะตั้งแยะมารุมรังแกลูกชายฉันคนเดียว ไม่เห็นหัวเซียนโกวตาเดียวอย่างฉันเลยหรือไง?"

เสียงตวาดแหววของหญิงสาวดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวสองคนที่สวมชุดขาวและดำ พุ่งทะยานฝ่าฝูงชนเข้ามา ยืนขนาบข้างถังฝานเอาไว้

"ลูกชายสุดที่รัก แม่บุญธรรมมาไม่สายไปใช่ไหมจ๊ะ?" เหอหลานมองถังฝานแล้วยิ้มบางๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตาปรานี

"แม่บุญธรรม ท่านมาได้จังหวะพอดีเลยครับ!" สิ้นเสียงของถังฝาน เขาก็กวาดสายตาไปมองหญิงสาวชุดดำที่ยืนอยู่ข้างเหอหลาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร้องอุทานออกมาว่า "เสี่ยวหลาน เธอนั่นเอง!"

"หึ ไอ้โง่!" หญิงสาวชุดดำถลึงตาใส่ถังฝานอย่างดุร้าย

"เสี่ยวหลานเสี่ยวเฮยอะไรกัน ลูกเอ๊ย นี่คือศิษย์พี่ผิวขาวหน้าสวยขายาวของลูกที่ชื่อเหอเย่ว์เซียงยังไงล่ะ!"

"หา... ไม่จริงน่า!" ร่างของถังฝานเซถลา ถอยหลังไปหลายก้าว

"มานี่สิ เรียกศิษย์พี่สิยะ!" เหอเย่ว์เซียงกระดิกนิ้วเรียกถังฝานอย่างผู้ชนะ

"เธอ... เธอรู้ตัวตนของฉันตั้งนานแล้วใช่ไหม?" จู่ๆ ถังฝานก็ตระหนักขึ้นมาได้ เธอต้องรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาตั้งนานแล้วแน่ๆ

เมื่อนึกถึงอารมณ์ร้อนแรงของเหอเย่ว์เซียง ถังฝานก็อดคร่ำครวญในใจไม่ได้ การมีศิษย์พี่แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย

สายตาของเหอหลานกวาดมองไปยังเหล่ายอดฝีมือที่ถังเหิงเชิญมา ก่อนจะยิ้มหยันแล้วกล่าวว่า "หากพวกแกกล้ารังแกลูกชายฉัน วันข้างหน้า สำนักของพวกแกก็อย่าหวังว่าจะได้เชิญฉัน เหอหลาน ไปรักษาโรคให้อีกเลย!"

เมื่อเหอหลานประกาศกร้าวออกมาเช่นนี้ บรรดายอดฝีมือที่อยู่รอบตัวถังเหิงก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก

วิชาแพทย์ของเซียนโกวตาเดียว มีชื่อเสียงโด่งดังมากในแวดวงผู้ฝึกตน แถมยังเป็นแขกคนสำคัญของสำนักต่างๆ อีกด้วย

การไปล่วงเกินบุคคลระดับนี้เข้า ย่อมส่งผลเสียต่อการพัฒนาสำนักในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง

"เหอหลาน แกกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลถังของฉันงั้นรึ!" ถังเหิงกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น คิดไม่ถึงเลยว่า แผนการสังหารที่เขาวางหมากมาอย่างแยบยล จะถูกคนใกล้ตัวของถังฝานแก้ทางได้ทีละข้อๆ

ในวินาทีนี้ เขาจำต้องมองถังฝานเสียใหม่

เดิมทีคิดว่าถังฝานเป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระที่ไร้รากฐาน ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะรู้จักกับยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้

"คนอื่นอาจจะกลัวตระกูลถังของแก แต่ฉัน เหอหลาน ไม่กลัวหรอก ยิ่งไปกว่านั้น ท่านราชันมังกรก็พูดถูก แกยังไม่คู่ควรจะเป็นตัวแทนของตระกูลถังหรอกนะ!"

"แก..." ถังเหิงโกรธจัดจนกำหมัดแน่น เขาหันไปมองเหล่าผู้ช่วยแล้วกล่าวว่า "ทุกท่าน หากวันนี้พวกท่านช่วยข้ากวาดล้างที่นี่ พวกท่านก็คือผู้มีพระคุณของข้า ถังเหิง วันข้างหน้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของพวกท่านอย่างแน่นอน!"

สิ้นเสียงของถังเหิง จู่ๆ ก็มีเสียงหึ่งๆ ดังกึกก้องมาจากบนท้องฟ้า เฮลิคอปเตอร์สองลำบินฝ่าอากาศมาจากแดนไกล ลอยตัวนิ่งอยู่เหนือภูเขาสวงจิ่ง

"นี่มัน..." ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยความฉงน ไม่รู้ว่าผู้มาเยือนเป็นพวกของฝ่ายใด

ทว่าในใจของถังฝานกลับลิงโลด เขาจำได้แล้วว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร

ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 245 - เหล่าผู้กล้าประชันบารมี

คัดลอกลิงก์แล้ว