- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 225 - ขวัญใจสตรี
บทที่ 225 - ขวัญใจสตรี
บทที่ 225 - ขวัญใจสตรี
บทที่ 225 - ขวัญใจสตรี
ไป๋จิ้งอี๋รู้ดีว่าเฮยจื่อเป็นสุนัขที่ถังฝานพามา เธอจึงปักใจเชื่อว่ามันคงทำไปตามคำสั่งของเจ้านายแน่ๆ
"เฮยจื่อ แกนี่มันแย่จริงๆ ฉันไม่เอาแกแล้ว ไปให้พ้นเลยนะ!" ถังฝานแกล้งด่าไปงั้นๆ พร้อมกับขยิบตาให้เฮยจื่ออย่างมีเลศนัย
เฮยจื่อรู้ตัวว่าทำเรื่องผิดพลาดเข้าแล้ว รีบหมอบลงกับพื้น นอนหงายท้องชูขาทั้งสี่ขึ้นฟ้าเพื่อขอความเมตตา ส่งเสียงครางหงิงๆ คล้ายจะร้องไห้
แม้ไป๋จิ้งอี๋จะกำลังโกรธ แต่พอเห็นสายตาที่น่าสงสารของเฮยจื่อ ใจของเธอก็อดอ่อนยวบไม่ได้
ถังฝานฉวยโอกาสพูดขึ้นว่า "จากที่ผมรู้จักมัน มันไม่ได้มีเจตนาร้ายกับคุณหรอก มันแค่ชอบกลิ่นของคุณ ก็เลย..."
ไป๋จิ้งอี๋แค่นเสียงฮึดฮัด ก้มลงไปลูบพุงนิ่มๆ ของเฮยจื่อเบาๆ แล้วพูดว่า "ไอ้หมาโง่ ฉันจะบอกให้นะ ต่อไปห้ามไปขโมยเสื้อผ้าผู้หญิงอีกนะ เข้าใจไหม?"
"โฮ่ง..." เฮยจื่อเลียมือไป๋จิ้งอี๋อย่างประจบประแจง ดูน่ารักน่าเอ็นดู
เมื่อเห็นว่าไป๋จิ้งอี๋ไม่ได้ไล่มันไป มันก็กระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของเธอทันที พร้อมกับหันไปมองถังฝานด้วยสายตาเยาะเย้ย ราวกับจะบอกว่า เห็นไหมล่ะ ข้าเก่งไหม!
ไอ้หมาตัวนี้แสดงเก่งจริงๆ
ไป๋จิ้งอี๋หลุดขำกับท่าทางของเฮยจื่อ หันไปพูดกับถังฝานว่า "มันน่ารักขนาดนี้ ต้องเป็นนายแน่ๆ ที่สอนให้มันเสียคน!"
ถังฝานเถียงไม่ออก โกรธจัดจนตะคอกกลับไป "ถ้าคุณชอบมันนัก ก็พามันไปด้วยเลยสิ!"
"ไปก็ไปสิ!" ไป๋จิ้งอี๋ตบหัวเฮยจื่อเบาๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูมัน
"เอาไอนี่กลับไปด้วยเลยนะ ผมไม่ชอบแบบกลิ่นดั้งเดิมหรอกนะ!" ถังฝานยิ้มเจ้าเล่ห์ โยนเสื้อผ้าชิ้นเล็กสีดำในมือคืนให้เธอ
"คนอื่นอยากได้ฉันยังไม่ให้เลย!" ใบหน้าของไป๋จิ้งอี๋แดงระเรื่อ เธอรีบยัดมันใส่กระเป๋า แล้วหันหลังเตรียมพาเฮยจื่อเดินจากไป
เฮยจื่อหันไปมองถังฝานด้วยท่าทางหยิ่งยโส แววตาแฝงความท้าทายไว้เล็กน้อย
เจ้านี่มันฉลาดเป็นกรดเลยแหละ แถมยังรู้จักโอ้อวดซะด้วย
จู่ๆ ถังฝานก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงพูดขึ้นว่า "จิ้งอี๋ คุณช่วยไปเรียกอวิ๋นซูกับเสวียนทงมาหาผมหน่อยสิ ผมมีวิชาจะสอนให้พวกเขาน่ะ"
"สอนให้ฉันด้วยได้ไหมล่ะ?" ไป๋จิ้งอี๋หันกลับมา ทำตาปริบๆ ร้องขอความเมตตา
"แน่นอนสิ มานี่มา"
ไป๋จิ้งอี๋เดินกลับมาหาอย่างว่าง่าย ยิ้มแฉ่ง "ขอบใจนะ!"
ถังฝานจิ้มนิ้วไปที่หว่างคิ้วของเธอ ถ่ายทอดวิชาก้าวผกผันเก้าจักรวาลให้
ไป๋จิ้งอี๋ลืมตาขึ้น ถอนหายใจด้วยความทึ่ง "วิชาย่างก้าวนี้ช่างลึกล้ำซับซ้อนจริงๆ!"
"เห็นไหมล่ะ ว่าผมดีกับคุณแค่ไหน?" ถังฝานหัวเราะหึๆ ง้างมือขึ้นสูง แล้วฟาดลงไปเต็มแรง
"โอ๊ย... เจ็บนะ ไอ้บ้า!" ไป๋จิ้งอี๋ทำหน้างอแงด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเอามือกุมก้นแล้ววิ่งหนีไป
ผ่านไปไม่นาน อวิ๋นซูกับนักพรตเสวียนทงก็มาถึง
ถังฝานถ่ายทอดวิชาก้าวผกผันเก้าจักรวาลให้ทั้งสองคน นี่เป็นวิชาแรกเริ่มที่เขาเรียนรู้ ไม่ใช่ค่ายกลผกผันจักรวาลที่เขาพัฒนาขึ้นในภายหลัง
ไม่ใช่ว่าถังฝานจงใจจะปิดบัง แต่ค่ายกลผกผันจักรวาลนั้นมีความซับซ้อนมากเกินไป ระดับพลังฝึกตนของพวกเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถฝึกได้
ถังฝานกล่าวว่า "นี่เป็นฉบับย่อส่วน พวกเธอหมั่นฝึกฝนให้ดี รอจนชำนาญแล้ว ฉันจะสอนค่ายกลที่ลึกล้ำกว่านี้ให้"
"ขอบพระคุณอาจารย์!" ทั้งสองคนคุกเข่าลงคำนับถังฝานอย่างนอบน้อม
"พวกเธอกลับไปเถอะ อ้อ แวะไปเรียกกุ่ยซานมาหาฉันด้วยนะ"
ทั้งสองรับคำสั่ง แล้วเดินกลับไปเรียกกุ่ยซานมาหาถังฝาน
กุ่ยซานถามอย่างนอบน้อม "นายท่าน มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือครับ?"
"ฉันมีงานชิ้นหนึ่ง คิดไปคิดมา มีแค่แกคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด"
กุ่ยซานดีใจจนเนื้อเต้น ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น "ข้าน้อยยินดีรับใช้นายท่านครับ!"
"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แกต้องจับตาดูคนคนหนึ่งตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด" ถังฝานขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบชื่อคนคนนั้นที่ข้างหูเขา
"นายท่านโปรดวางใจ ข้าน้อยจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน!" กุ่ยซานตบหน้าอกรับประกัน
"จับตาดูก็ส่วนจับตาดู แต่ถ้ามีเวลาว่างก็อย่าลืมฝึกวิชาล่ะ" ถังฝานล้วงหินวิญญาณระดับกลางสองก้อนออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนให้เขา
"ขอบพระคุณนายท่าน!" กุ่ยซานรีบกล่าวขอบคุณ ท่ามกลางยุคสมัยที่ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรขาดแคลนเช่นนี้ หินวิญญาณถือเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าโอสถเสียอีก
หลังจากส่งกุ่ยซานกลับไปแล้ว ถังฝานก็โทรศัพท์ไปเชิญชวนผู้นำตระกูลสื่อ, ตงฟางจ้านหลง, เหอหลานผู้เป็นแม่บุญธรรม และคนอื่นๆ ให้มาร่วมงานฉลองก่อตั้งสำนักฝานอู่ที่จะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าด้วยตัวเอง
สำหรับพวกเขาแล้ว ถังฝานถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่ง จึงไม่มีใครปฏิเสธคำเชิญเลย ทุกคนต่างตอบรับอย่างเต็มใจ
โดยเฉพาะตระกูลหนิงแห่งเทียนหนาน เมื่อหนิงไป๋ฟานในฐานะผู้นำตระกูลได้รับโทรศัพท์จากถังฝาน เขาก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาพอจะได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวของถังฝานในเจียงเป่ยมาบ้าง เมื่อได้ยินว่าเขากวาดล้างตระกูลใหญ่ไปหลายตระกูลติดต่อกัน ก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
การที่ถังฝานเชิญพวกเขามาร่วมงาน ถือเป็นเกียรติประวัติของตระกูลหนิง และยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ยกระดับตระกูลให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากวางสาย หนิงไป๋ฟานก็รีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้พ่อและปู่ทราบทันที ทั้งสามคนหารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไปร่วมแสดงความยินดี
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ถังฝานก็ขึ้นไปชั้นบนเพื่อคิดค้นสูตรใหม่ของครีมหยกวสันต์คืนความเยาว์
เขาใช้เวลาตลอดทั้งช่วงบ่ายไปกับการทุ่มเทค้นคว้าอย่างหนัก
จนกระทั่งม่อเหยียนกลับมาจากบริษัท ถังฝานก็สามารถคิดค้นสูตรยาออกมาได้สองสูตรจนสำเร็จ
สูตรแรกเป็นสูตรปกติ ส่วนอีกสูตรเป็นสูตรเข้มข้น ซึ่งจะเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกันเมื่อวางจำหน่าย
เมื่อเทียบกับการฝึกวิชาอาคมแล้ว ถังฝานชอบการคิดค้นวิจัยด้านการแพทย์และโอสถมากกว่า บางทีอาจเป็นเพราะพื้นฐานเดิมของเขาคือหมอก็เป็นได้
เมื่อเกิดความสนใจ เขาก็เลยลงมือค้นคว้าต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในถุงเก็บของเขามีสมุนไพรวิเศษอยู่มากมายก่ายกอง หลังจากทดลองผสมผสานส่วนผสมต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน เขาก็สามารถปรุงโอสถใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงได้อีกสองชนิด
ชนิดแรกคือ โอสถโหรวเซียง และอีกชนิดคือ โอสถหนิงอวี้เฟิ่งหวน
เมื่อผู้หญิงทานโอสถโหรวเซียงเข้าไป ร่างกายของพวกเธอจะขับกลิ่นหอมเฉพาะตัวออกมา ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน
กลิ่นหอมนี้จะทำให้ผู้ชายหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น ป้องกันไม่ให้ชายคนรักปันใจให้หญิงอื่นได้
โอสถชนิดนี้สามารถทานได้ทุกวัย ใครก็ทานได้ แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนโอสถหนิงอวี้เฟิ่งหวนนั้น ถูกคิดค้นมาเพื่อผู้หญิงวัยกลางคนโดยเฉพาะ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ถังฝานคิดค้นมาเพื่อพวกคุณนายเศรษฐีนีโดยเฉพาะนั่นแหละ
โอสถหนิงอวี้เฟิ่งหวนไม่เพียงแต่ช่วยชะลอวัยและยืดระยะเวลาหมดประจำเดือนเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายของผู้หญิงวัยกลางคนจากภายในสู่ภายนอกอีกด้วย
ทำให้ร่างกายกลับมาเต่งตึงชุ่มชื้น คืนความอ่อนเยาว์ให้กลับมาเหมือนสาวแรกรุ่นวัยยี่สิบปี
แต่ทว่า ผลข้างเคียงเพียงอย่างเดียวของยาชนิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวผู้ใช้ แต่กลับส่งผลร้ายต่อผู้ชายข้างกายพวกเธอแทน
โอสถชนิดนี้จะไปกระตุ้นประสาทสัมผัสบางอย่างของผู้หญิงวัยกลางคนให้ไวขึ้น ทำให้มีความต้องการทางเพศสูงขึ้นและไวต่อสัมผัสมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ชายที่อยู่ข้างกายย่อมต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ โอสถชนิดนี้ยังมีสรรพคุณในการเก็บเกี่ยวหยางบำรุงหยินอีกด้วย พวกหนุ่มหน้าใสที่คอยปรนเปรอความสุขให้พวกเธอ ย่อมต้องตกอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรกับกากยาที่ถูกคั้นน้ำจนหมดสิ้น
ถังฝานมองผลงานชิ้นเอกตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะรีบวิ่งลงไปชั้นล่างอย่างอารมณ์ดี
ช่วงนี้ม่อเหยียนจะใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการฝึกวิชา
เมื่อได้ยินเสียงถังฝานเดินลงมา เธอก็ลืมตาขึ้น
"เสี่ยวเหยียน ผมทำสำเร็จแล้วนะ!" ถังฝานนำผลงานการวิจัยของตัวเองมาวางเรียงรายบนโต๊ะราวกับจะอวดผลงาน พร้อมกับอธิบายสรรพคุณให้ฟังทีละอย่าง
ตอนแรกม่อเหยียนก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย การที่ถังฝานสามารถแบ่งครีมหยกวสันต์คืนความเยาว์ออกเป็นสองสูตรได้นั้น ทำให้เธอรู้สึกพอใจมาก
แต่พอฟังไปฟังมา พอถังฝานเริ่มบรรยายสรรพคุณของโอสถสองชนิดหลัง สีหน้าของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งขึ้นมาทันที
"ถังฝาน คุณ... คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย ถึงได้ปรุงยาแบบนี้ออกมา มันออกจะดู... ไปหน่อยนะ!" ม่อเหยียนถลึงตาใส่ถังฝานอย่างดุๆ ถ้าเธอไม่รู้จักถังฝานดี คงคิดว่าเขามีรสนิยมแปลกๆ ในเรื่องพรรค์นั้นแน่ๆ
"เรื่องนี้คุณยังไม่เข้าใจหรอก ผมกล้ารับประกันเลยนะว่า ถ้าโอสถสองชนิดนี้วางขายเมื่อไหร่ ต้องผลิตไม่ทันขายแน่ๆ!"
"แต่ว่า ยาแบบนี้... คุณไม่กลัวเสียชื่อเสียงเหรอคะ?" ม่อเหยียนรู้สึกทั้งขำทั้งโมโห รู้สึกว่าถังฝานมีรสนิยมแปลกๆ อยู่เหมือนกัน
"ถ้าอยากจะได้เงินจากพวกคุณนายเศรษฐีนี ก็ต้องทำให้พวกเธอมีความสุขและพึงพอใจสิ พวกเธอขาดอะไร ผมก็คิดค้นสิ่งนั้นออกมาขาย นี่เรียกว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ และตอบสนองความต้องการของตลาดไงล่ะ!"
ม่อเหยียนหลุดขำพรืดออกมา ส่ายหน้าอย่างจนใจ "ฉันว่าคุณเปลี่ยนชื่อเถอะ อย่าชื่อถังฝานเลย เปลี่ยนไปใช้ชื่อขวัญใจสตรีจะเหมาะกว่านะ!"
"เอ่อ..." ถังฝานรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย ยกมือขึ้นเกาหัว พลางอธิบายว่า "เสี่ยวเหยียน ผมทำไปก็เพื่อหาเงินนะ!"
ม่อเหยียนทำหน้าหนักใจ "แต่ยาพวกนี้มันออกจะ... ไปหน่อยนะ ฉันจะเอาไปบอกพี่ฮว๋ายังไงล่ะเนี่ย?"
ถังฝานหัวเราะร่วน "บางทีโอสถสองชนิดนี้อาจจะเป็นสิ่งที่พี่ฮว๋ากำลังตามหาอยู่ก็ได้นะ แต่คนที่ต้องมารับกรรมก็คงหนีไม่พ้นตงฟางจ้านหลง ฮ่าๆๆ..."
"คุณนี่มันมีแต่เรื่องเจ้าเล่ห์อยู่ในหัวจริงๆ!" ม่อเหยียนถอนหายใจยาว เธอเพิ่งค้นพบว่า ถังฝานที่มักจะแสดงความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดต่อหน้าคนภายนอก มักจะแสดงมุมเด็กๆ น่ารักๆ ออกมาให้เธอเห็นเสมอ
(จบแล้ว)