- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนข้ามมิติ
- บทที่ 548 จอมมารใหญ่เข้าสู่ซูซาน
บทที่ 548 จอมมารใหญ่เข้าสู่ซูซาน
บทที่ 548 จอมมารใหญ่เข้าสู่ซูซาน
บทที่ 548 จอมมารใหญ่เข้าสู่ซูซาน
จางชิงเจินเหรินโบกมือ เขารู้ว่าฉินกวนไม่พูดเหลวไหล จึงกล่าวว่า “ยังมีอะไรอีก เจ้าพูดต่อมา”
“ความจริงแล้ว ผู้นำพันธมิตรมารไม่ใช่เผ่ามาร แต่เป็นเผ่าปีศาจ ร่างแท้คือวิหคดำ เป็นทายาทของสัตว์เทพหงส์” ฉินกวนปล่อยข่าวใหญ่ออกมาอีกระลอก
คนในวิหารต่างตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ผู้นำพันธมิตรมารจะไม่ใช่เผ่ามาร แต่กลับเป็นเผ่าปีศาจ
“เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ละเอียดขนาดนี้ได้อย่างไร” โม่เฉิงกุยถาม
“วันนั้นศิษย์ไปค้นหาเกาะมาร ในทะเลหลัวซาเกิดพายุขึ้น ศิษย์จึงไปหลบในถ้ำบนเกาะแห่งหนึ่ง แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีคนปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือผู้นำพันธมิตรมาร ลวี่เฟิง”
จากนั้นฉินกวนก็เล่าทุกอย่างตั้งแต่ได้พบลวี่เฟิง จนถูกจับไปยังเกาะมารอย่างละเอียด
เรื่องราวที่พบเห็นบนเกาะมาร รวมถึงเหตุผลที่ลวี่เฟิงโจมตีโลกผู้ฝึกตน ฉินกวนเล่าอย่างครบถ้วน เพียงแต่ปิดบังเรื่องที่เขาหลอกล่อให้ลวี่เฟิงกลายเป็นสัตว์เลี้ยง และตั้งใจจะพาไปโลกอื่น เพราะนั่นคือความลับที่ใหญ่ที่สุดของเขา
“ไม่คิดเลยว่าผู้นำพันธมิตรมารจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้” จางเหอเจินเหรินกล่าว
“แค่เพราะไม่มีคู่ต่อสู้จนเบื่อหน่าย จึงก่อสงครามให้เผ่ามารบุกโลกมนุษย์ ช่างเลวร้ายยิ่งนัก เพราะความเห็นแก่ตัวของเขา ทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนเท่าไรต้องตาย” จางเฟิงเจินเหรินกล่าวอย่างเดือดดาล
เวลานั้นโม่เฉิงกุยถามขึ้นว่า “เขาแข็งแกร่งขนาดนั้น แล้วเจ้าหนีออกมาจากเกาะมารได้อย่างไร”
สีหน้าของฉินกวนดูแปลกไปเล็กน้อย “อาจารย์ ข้าไม่ได้หนีออกมานะ”
“ไม่ได้หนี? หรือว่าจอมมารนั่นปล่อยเจ้ามาเอง?” โม่เฉิงกุยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ไม่ใช่”
“แล้วมันเป็นอย่างไร” โม่เฉิงกุยขมวดคิ้ว
“ศิษย์ใช้ทั้งเหตุผลและความจริงใจเกลี้ยกล่อมเขา จอมมารรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำไปก่อนหน้านี้มันเกินไปจริงๆ จึงตัดสินใจวางทุกอย่างลงชั่วคราว ศิษย์บอกว่า ข้าสามารถช่วยแก้ปัญหาของเขาได้ เขาจึงติดตามศิษย์มาด้วย” ฉินกวนกล่าว
ทุกคนเบิกตากว้างทันที
“อะไรนะ เจ้าพาจอมมารนั่นออกมาด้วยหรือ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน” จางเหอเจินเหรินถามด้วยความตกใจ
“อยู่นอกซูซาน” ฉินกวนตอบ
จอมมารใหญ่อยู่หน้าสำนัก บรรยากาศในวิหารพลันตึงเครียดขึ้นทันที
เวลานั้นจางชิงเจินเหรินเอ่ยขึ้น “ฉินกวน เจ้าคิดอย่างไร”
“อาจารย์บรรพชน ศิษย์ตั้งใจจะเอาตัวเข้าแลก ใช้ความจริงใจเปลี่ยนแปลงจอมมารผู้นี้ นำพาเขาไปสู่หนทางที่ถูกต้อง และกำจัดภัยคุกคามของเผ่ามารต่อมนุษย์ให้หมดสิ้น” ฉินกวนกล่าวอย่างองอาจ
ทุกคนมองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ไม่รู้ว่าฉินกวนเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดจะเปลี่ยนจอมมารใหญ่ได้
จางชิงเจินเหรินหลับตาครุ่นคิด
ภายในวิหารเงียบงัน
ผ่านไปเนิ่นนาน จางชิงเจินเหรินจึงเอ่ยขึ้น “ฉินกวน เจ้ามั่นใจแค่ไหน”
“ห้าส่วน” ฉินกวนตอบ
ฉินกวนหลอกล่อจอมมารไว้ได้แล้ว ปัญหาคือระบบจะยอมรับให้ลวี่เฟิงกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาหรือไม่ เรื่องนี้เขาไม่มั่นใจ จึงกล้าพูดเพียงครึ่งหนึ่ง
“ห้าส่วน หากสามารถเปลี่ยนจอมมารผู้นี้ได้ และคลี่คลายวิกฤตของมนุษย์ ซูซานของเรายินดีเสี่ยงลองดู” จางชิงเจินเหรินกล่าว
ฉินกวนมองอาจารย์บรรพชนด้วยความนับถือ ตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้ สมแล้วที่เป็นผู้นำใหญ่แห่งซูซาน
“ศิษย์น้องทั้งสอง เฉิงกุย พวกเจ้ามีความเห็นอย่างไร” จางชิงเจินเหรินหันไปถามอีกสามคน
“เพื่อประชาชนทั่วหล้า ต่อให้ต้องสละชีวิตก็ไม่เสียดาย จะกลัวอะไรกับการลองครั้งนี้” จางเฟิงเจินเหรินกล่าว
“จากที่ฉินกวนพูด พลังของพันธมิตรมารเหนือกว่าฝ่ายเรา หากสู้กันจริง พวกเราย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ ไม่รู้จะต้องมีคนตายอีกเท่าไร ตอนนี้ฉินกวนมีโอกาสครึ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนเขา ถือว่าคุ้มค่า ยิ่งกว่านั้น โอกาสครึ่งหนึ่งก็ไม่น้อยแล้ว”
“ข้าเห็นด้วย” โม่เฉิงกุยกล่าวสั้นๆ
ฉินกวนรู้สึกสะเทือนใจ อาจารย์บรรพชนทั้งสามและอาจารย์ของเขา ล้วนเป็นผู้ยึดมั่นในคุณธรรมยิ่งใหญ่
“อาจารย์บรรพชน เช่นนั้นข้าจะพาลวี่เฟิงเข้าสู่ซูซาน”
“เรื่องเหล่านี้ ต่อไปเจ้าตัดสินใจเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตอีก” จางชิงเจินเหรินกล่าว
“ฉินกวน เจ้าคิดว่าเราจำเป็นต้องไปพบจอมมารนั่นหรือไม่” จางเฟิงเจินเหรินถาม
“ข้าว่าไม่จำเป็น ตัวตนของลวี่เฟิงห้ามเปิดเผย มีเพียงพวกท่านเท่านั้นที่รู้ ซูซานยังคงเป็นปกติ เรื่องที่เหลือข้าจะจัดการเอง” ฉินกวนตอบ
ทุกคนพยักหน้า
ฉินกวนออกจากซูซาน มุ่งหน้าไปยังยอดเขาที่ลวี่เฟิงอยู่ เห็นเขานั่งอยู่บนยอดเขา มองเมฆยามอัสดงอยู่ไกลๆ
“เจ้าบอกเรื่องของข้าให้จางชิงพวกนั้นฟังแล้วหรือ”
“บอกแล้ว”
“พวกเขาคงไม่กล้าให้จอมมารอย่างข้าเข้าสู่ซูซานหรอก”
“ไม่ อาจารย์บรรพชนพวกเขาตกลงแล้ว หลังจากนี้ให้ข้าตัดสินใจเองทั้งหมด” ฉินกวนกล่าว
ลวี่เฟิงดูแปลกใจเล็กน้อย หันมามองฉินกวน “ไม่คิดเลยว่าซูซานของพวกเจ้าจะมีความกล้าอยู่บ้าง”
“เพราะข้ามั่นใจว่าจะพาเจ้าออกจากโลกนี้ได้” ฉินกวนกล่าว
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ฉินกวนร่ายคาถา เปิดค่ายกลลับของซูซาน ลวี่เฟิงติดตามเขาเข้าไป เมื่อมองเห็นภูเขาซูซานและภูเขาลอยฟ้าแปลกตา ก็พยักหน้า “สมแล้วที่เป็นสำนักอันดับหนึ่ง ภูเขาลอยฟ้าพวกนี้ก็มีเอกลักษณ์ดี”
“ไป ข้าจะพาเจ้าไปดูยอดเขาสิบลี้ดอกท้อของข้า ข้าหายไปสองปี พวกผู้หญิงของข้าคงคิดถึงจนแย่แล้ว” ฉินกวนกล่าว
ลวี่เฟิงกลอกตา
หมกมุ่นในสตรี ไร้อนาคตจริงๆ ไม่รู้ว่าพลังของเขามาได้อย่างไร
เพิ่งเหาะกระบี่มาถึงยอดเขาสิบลี้ดอกท้อ ฉินกวนก็ร้องตะโกนทันที “จื่อเซี่ย รั่วเสวี่ย จื่อซู เยี่ยนเอ๋อร์ มี่มี่ นายท่านของพวกเจ้ากลับมาแล้ว!”
เสียงก้องไปทั่วทั้งยอดเขาดอกท้อ
“ใช่เสียงคุณชายหรือเปล่า”
“ต้องใช่แน่ ไม่งั้นใครจะกล้าตะโกนในยอดเขาสิบลี้ดอกท้อแบบนี้”
“อ๊า คุณชายกลับมาแล้ว!”
เงาร่างหลายสายพุ่งออกมาจากยอดเขา แต่ละคนสวมอาภรณ์สีรุ้ง งดงามแตกต่างกันไป ล้วนงามจับตา จื่อเซี่ยบินนำหน้า ฉินกวนเข้าไปกอดนาง แล้วจูบลงบนริมฝีปากทันที ไม่สนใจลวี่เฟิงที่อยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
จื่อเซี่ยหน้าแดงก่ำ
ฉินกวนพุ่งไปหามู่รั่วเสวี่ย แล้วจูบนางอย่างแรง จนรั่วเสวี่ยครางเบาๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ
ต่อด้วยจื่อซู นางคนนี้ให้ความร่วมมือที่สุด เป็นฝ่ายจูบตอบฉินกวนเอง
เยี่ยนเอ๋อร์เขินอาย แต่ก็หนีไม่พ้น “เงื้อมมือ” เอ้ย ไม่ใช่ “ริมฝีปาก” ของเขา
สุดท้ายคือมี่มี่ ฉินกวนจูบแล้วรู้สึกว่าริมฝีปากของนางหวานละมุน
ลวี่เฟิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง รู้สึกเหมือนมีเส้นดำเต็มหน้าผาก เขาถูกเมินอย่างสิ้นเชิง
ตอนนั้นเอง ฉินกวนจึงหันไปพูดกับสาวๆ ทั้งห้าว่า “ท่านนี้คือสหายที่ข้ารู้จักจากภายนอก เป็นสหายที่ดีมาก พวกเจ้าก็เรียกเขาว่าพี่ลวี่ก็แล้วกัน”
หญิงสาวทั้งห้าเข้าไปคำนับลวี่เฟิง ต่างก็ประหลาดใจในความสง่างามและรูปโฉมของเขา แม้แต่ผู้หญิงเห็นแล้วยังรู้สึกสบายตา
พูดตามตรง ฉินกวนก็นับว่าหล่อเหลา แต่พอเทียบกับลวี่เฟิงแล้ว ถูกทิ้งห่างไปหลายช่วงเลยทีเดียว