เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 225 ยกเว้นมาส์กหน้า สินค้าอื่น ๆ หยุดการผลิตทั้งหมด

บทที่ 225 ยกเว้นมาส์กหน้า สินค้าอื่น ๆ หยุดการผลิตทั้งหมด

บทที่ 225 ยกเว้นมาส์กหน้า สินค้าอื่น ๆ หยุดการผลิตทั้งหมด


[แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 225 ยกเว้นมาส์กหน้า สินค้าอื่น ๆ  หยุดการผลิตทั้งหมด

แม้ทุกคนจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ  แต่ในใจต่างก็สงสัยในคำพูดของซูเฉียนโม่เป็นอย่างมาก

ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไป แม้แต่ผู้จัดการและผู้อำนวยการหลายคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ใคร ๆ  ก็ว่าขุนนางใหม่มักจะโชว์อำนาจ แต่ท่านประธานซูเล่นแรงไปหน่อยไหม?

ท่านประธานซูไม่ทราบปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่หรือ?

เธอไม่ได้มีข้อมูลของบริษัทอยู่ในมือหรอกหรือ?  หรือว่าเธอไม่ได้อ่าน?

หรือว่า อ่านแล้วแต่ไม่เข้าใจ?

“ท่านประธานซู”

ทันใดนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทก็ยกมือขึ้น เขาชื่อซุนเหว่ยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง สาขาเคมีประยุกต์

กล่าวได้ว่า ในบริษัทไฉ่หยิ่ง เขาคือคนที่รู้เรื่องเครื่องสำอางมากที่สุด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นทั้งเล็กใหญ่ต้องผ่านการอนุมัติจากเขาก่อนถึงจะผลิตได้

ด้วยเหตุนี้ แม้แต่วังโหย่วไฉ่ อดีตเจ้าของบริษัทไฉ่หยิ่ง ก็ยังพูดจาด้วยความสุภาพกับซุนเหว่ย

เพราะถ้าหากสูญเสียบุคลากรดี ๆ  แบบนี้ไป ถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของบริษัท

ด้วยเหตุนี้เอง แม้ซุนเหว่ยจะเป็นแค่ผู้อำนวยการฝ่าย แต่ในความเป็นจริง อำนาจของเขาเป็นรองแค่หวังโหย่วไฉ่เท่านั้น

เมื่อเห็นซุนเหว่ยยกมือขึ้น ซูเฉียนโม่ก็หันมามองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคมและเย็นชา "ว่ามา"

ซุนเหว่ยไม่เคยสัมผัสกับสายตาที่เยือกเย็นเช่นนี้จากผู้บังคับบัญชามาก่อน เขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ท่านประธานซู ผมซุนเหว่ย ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ครับ”

“ตอนนี้ ท่านอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ของบริษัทไฉ่หยิ่ง ผมขออนุญาตอธิบายข้อมูลให้ท่านฟังอย่างละเอียดครับ”

ว่าแล้วเขาก็หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืน “ในตอนนี้ สินค้าในคลังของเรามีจำนวนมาก...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันรู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว” ซูเฉียนโม่ยกมือขึ้นขัดจังหวะซุนเหว่ยก่อนที่เขาจะพูดจบ “ฉันได้อ่านงบการเงินและข้อมูลของบริษัทเมื่อวานนี้แล้ว คุณตั้งใจทำงานบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่ง”

คำพูดของซูเฉียนโม่ทำให้ทุกคนตกตะลึง

บ้าไปแล้ว!

ท่านประธานซูคนใหม่นี่ ไม่ไว้หน้าผู้อำนวยการซุนเลยหรือ?

ผู้อำนวยการซุนเป็นคนมีความสามารถนะ!

ก่อนหน้านี้ ประธานหวังคนก่อนแทบจะเอาผู้อำนวยการซุนบูชาเหมือนเทพเจ้า เวลาประชุมทีไร ผู้อำนวยการซุนคนนี้วางท่าใหญ่โตโอ้อวดตลอด

แต่ใครจะไปคิดว่าท่านประธานคนใหม่จะปฏิบัติกับผู้อำนวยการซุนเหมือนเป็นแค่ผู้อำนวยการธรรมดา ๆ  คนหนึ่ง?

“คือ... ครับ ผมล่วงเกินไปเอง” คำพูดของซูเฉียนโม่ทำให้ซุนเหว่ยถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าแล้วยิ้มแห้ง ๆ “ในเมื่อท่านประธานซูทราบสถานการณ์ของบริษัทไฉ่หยิ่งแล้ว ท่านมีแผนจะพัฒนาบริษัทไฉ่หยิ่ง ให้เติบโตอย่างที่ท่านพูดไว้หรือยังครับ?”

ซูเฉียนโม่โยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ กอดอกพิงพนักเก้าอี้ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณฟังไม่เข้าใจหรือไง?  ฉันบอกแล้วว่า คุณแค่ดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่ง คุณแค่ทำงานของตัวเองให้ดีและร่วมมือกับฉันก็พอ เข้าใจไหม?”

“แต่...” ซุนเหว่ยยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่พอเห็นแววตาของซูเฉียนโม่ เขาก็รู้สึกเหมือนโดนอำนาจบางอย่างกดดันจนต้องถอยกลับไป สุดท้ายได้แต่พยักหน้า “เข้าใจแล้วครับ ท่านประธานซู”

ไม่ต้องพูดถึงความสามารถของซูเฉียนโม่ แค่การที่เธอเคยเป็นถึงประธานบริษัทหญิงในโลกนิยายมาเป็นเวลานาน บุคลิกของเธอก็ไม่ธรรมดาแล้ว

ถึงแม้ว่าเวลาอยู่กับกู่เฉินหนาน ซูเฉียนโม่จะดูอ่อนโยนและน่ารัก แต่เวลาอยู่กับคนอื่น เธอก็ยังคงเป็นประธานสาวที่เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็ง

สิ่งนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แม้ซูเฉียนโม่จะไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมา แต่ซุนเหว่ยก็รู้สึกกดดันจากบารมีของเธอ

ซุนเหว่ยรู้สึกเสียหน้า แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เขาจึงนั่งลง มองซูเฉียนโม่ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปจ้องเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร

หึ! ประธานคนใหม่นี่คงไม่รู้สินะว่าใครใหญ่ใครโต?

คิดว่าแค่ซื้อบริษัทแล้วจะสามารถควบคุมอำนาจทั้งหมดได้งั้นหรือ?

ถ้าบริษัทไฉ่หยิ่ง ไม่มีฉัน บริษัทคงเจ๊งไปนานแล้ว!

ทุกคนในห้องประชุมมองหน้ากันไปมา พลางคิดในใจว่าควรจะชมซูเฉียนโม่ว่ามีอำนาจบารมีที่น่าเกรงขาม หรือควรจะตำหนิเธอว่าเผด็จการเกินไปดี

ซุนเหว่ยเป็นถึงผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทไฉ่หยิ่ง ที่วางขายในท้องตลาดตอนนี้ ล้วนเกิดจากฝีมือของซุนเหว่ยทั้งนั้น ไม่กลัวว่าเขาจะลาออกหรือไงที่ไม่ไว้หน้าเขาแบบนี้?

ถ้าผู้อำนวยการซุนลาออก บริษัทไฉ่หยิ่ง คงอยู่ได้อีกไม่นาน

ท่ามกลางความงุนงงและตกตะลึงของทุกคน ซูเฉียนโม่ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้หยุดการผลิตสินค้าทั้งหมด ยกเว้นมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้ร่วมมือกับฝ่ายการตลาด โปรโมตมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิวให้เป็นสินค้าหลักของบริษัท ส่วนสินค้าอื่น ๆ  ให้ใช้เป็นของแถมสำหรับมาส์กหน้า”

ก่อนหน้านี้ ซูเฉียนโม่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางหลากหลายยี่ห้อที่มีขายในตลาดเมืองมหานคร ต้องยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทไฉ่หยิ่ง นั้นยอดเยี่ยมมาก

และในบรรดาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทไฉ่หยิ่ง มาส์กหน้าสูตรบำรุงผิวนี่แหละดีที่สุด

ถ้าอยากจะชุบชีวิตบริษัทไฉ่หยิ่ง ก็ต้องเลือกสินค้าตัวเด่นออกมาโปรโมต และมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิวนี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

ส่วนสินค้าอื่น ๆ  ให้หยุดการผลิตไปก่อน รอให้บริษัทไฉ่หยิ่ง กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิว ค่อยนำสินค้าอื่น ๆ  กลับมาขายในตลาดก็ยังไม่สาย

ทันทีที่ซูเฉียนโม่พูดจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

และแล้ว...

“ท่านประธานซู สินค้าหลักของบริษัทไฉ่หยิ่ง เราคืออายแชโดว์มาตลอด ท่านสั่งให้หยุดการผลิตสินค้าทั้งหมด ยกเว้นมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิว แบบนี้ไม่เท่ากับตัดแขนตัดขาตัวเองหรอกหรือครับ? !”

“บริษัทไฉ่หยิ่ง เราเน้นขายเครื่องสำอางเป็นหลัก ทำไมอยู่ ๆ  ถึงเปลี่ยนมาขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวล่ะครับ?”

“ต่อให้บริษัทไฉ่หยิ่ง ของเราจะขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ก็น่าจะเริ่มจากโฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว หรืออะไรพวกนั้นก่อนสิครับ มาส์กหน้ามันดูราคาถูกไปหน่อยนะครับ!”

“ใช่ครับ ท่านประธานซู มาส์กหน้าสูตรบำรุงผิวตัวนี้เป็นแค่สินค้าตัวประกอบของบริษัทมาตลอด ปกติเราแถมมาส์กหน้าเวลาลูกค้าซื้อสินค้าอื่น ๆ  ท่านประธานอย่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาเป็นเรื่องใหญ่สิครับ!”

ทั้งห้องประชุมต่างโหวกเหวกโวยวาย!

ทุกคนต่างตั้งคำถามกับการตัดสินใจของซูเฉียนโม่

ซุนเหว่ยที่ตอนแรกเงียบไปแล้ว พอได้ยินว่าสินค้าที่เขาคิดค้นขึ้นมาทั้งหมดจะถูกสั่งให้หยุดการผลิต แถมบริษัทจะขายแต่มาส์กหน้าเพียงอย่างเดียว เขาก็โกรธขึ้นมาทันที

จะไม่ให้เกียรติเขาก็ได้ แต่จะมาสั่งหยุดการผลิตสินค้าที่เขาคิดค้นขึ้นมาไม่ได้!

สำหรับเขาแล้ว นี่คือความอัปยศ อัปยศอย่างร้ายแรง!

ปัง!

เขาตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืน

“ท่านประธานซู นี่มันบ้าไปแล้ว บริษัทไฉ่หยิ่ง เรามีสินค้าตั้งเยอะแยะ ทำไมท่านถึงเลือกมาส์กหน้าสูตรบำรุงผิวที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรพิเศษเลย ท่านกำลังพาบริษัทไฉ่หยิ่ง ไปตาย!”

แต่ซูเฉียนโม่กลับไม่ได้ร้อนรน ดูเหมือนเธอจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าทุกคนจะมีปฏิกิริยาแบบนี้

เพียงแต่ การที่ซุนเหว่ยตบโต๊ะทำให้เธอค่อนข้างแปลกใจ

“ผู้อำนวยการซุน คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้ว” ซูเฉียนโม่มองซุนเหว่ยด้วยสายตาเย็นชา “หน้าที่ของคุณคือควบคุมคุณภาพสินค้า ส่วนการตัดสินใจของบริษัท คุณไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง”

“ควบคุมคุณภาพ?” พอได้ยินแบบนั้น ซุนเหว่ยก็ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม “ท่านประธานซูจะสั่งให้หยุดการผลิตสินค้าทั้งหมด ถ้าหยุดการผลิตแล้ว ผมจะไปควบคุมคุณภาพอะไร?”

ซุนเหว่ยรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ ถึงขั้นกล้าขู่ซูเฉียนโม่ “ถ้าท่านประธานซูยังยืนยันที่จะทำแบบนี้ ผมก็คงไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถในบริษัทนี้ ขออภัยที่ผมต้องเลือกต้นไม้ใหญ่ที่ดีกว่าสำหรับพักพิง!”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 225 ยกเว้นมาส์กหน้า สินค้าอื่น ๆ หยุดการผลิตทั้งหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว