เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 ไอ้หน้าโง่ กู่เฉินหนาน

บทที่ 220 ไอ้หน้าโง่ กู่เฉินหนาน

บทที่ 220 ไอ้หน้าโง่ กู่เฉินหนาน


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 220 ไอ้หน้าโง่ กู่เฉินหนาน

กู่เฉินหนานมองซ่งเสี่ยวลี่อย่างตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำในอดีตหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ไม่มีภาพแห่งความสุขหรือความหอมหวาน มีเพียงความอัปยศอดสูและความกดดัน!

สมัยมัธยมปลาย ตอนที่เขาคบกับซ่งเสี่ยวลี่ เขาไม่เพียงดูแลเอาใจใส่เธออย่างดีที่สุด แต่ยังต้องการมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีให้เธอ เขาคิดว่าการใช้ใจแลกใจจะทำให้ได้รับความจริงใจตอบแทน

แต่ใครจะคาดคิดว่า สิ่งที่เขาได้รับกลับไม่ใช่ความจริงใจ แต่เป็นความเย่อหยิ่งจองหองของเธอที่ได้ใจและไม่ว่าถูกหรือผิด เขาก็ต้องซื้อของขวัญไปง้อขอคืนดีด้วยความอัปยศ

อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดนี้ผ่านมานานหลายปีแล้ว กู่เฉินหนานไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป เพียงแต่การปรากฏตัวของซ่งเสี่ยวลี่ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ซูเฉียนโม่ช่างเป็นผู้หญิงที่ดี

เมื่อเทียบซ่งเสี่ยวลี่กับซูเฉียนโม่แล้ว ก็เหมือนหิ่งห้อยกับแสงอาทิตย์ สายธารกับมหาสมุทร!

กู่เฉินหนานดึงสติกลับมา เขายิ้มและพยักหน้าให้ซ่งเสี่ยวลี่เล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับทุกคนและดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

หลังจากดื่มไปสามรอบ ทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารพร้อมกับพูดคุยกัน

"กู่ ตอนนี้นายทำงานที่ไหนเหรอ?" มีคนถามด้วยความอยากรู้

กู่เฉินหนานส่ายหัวเบา ๆ "พูดว่าทำงานก็ไม่เชิงหรอก พอดีมีเงินนิดหน่อยเลยซื้อบริษัทมาเล่น ๆ "

ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็ชะงักมือที่กำลังคีบอาหาร สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กู่เฉินหนานเป็นตาเดียว

ซื้อ... ซื้อบริษัทมาเล่น?

บ้าไปแล้ว!

นายถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งร้อยใบรึไง ถึงได้รวยขนาดนี้?

ซื้อบ้านแล้วยังซื้อบริษัทอีก?

"กู่เฉินหนานช่างใจกว้าง!"

"ตอนนี้กู่กลายเป็นคนที่เจ๋งที่สุดในห้องเราแล้ว ซื้อบริษัทได้อย่างสบาย ๆ นับถือจริง ๆ !"

"เอ่อ กู่ บริษัทที่นายซื้อทำธุรกิจอะไรเหรอ?"

กู่เฉินหนานตอบอย่างเรียบเฉย "เป็นบริษัทท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ ทำเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ชื่อ ไฉ่หยิ่ง"

"ไฉ่..."

หัวหน้าห้องจ้าวลู่ ชะงักไปชั่วขณะ ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"มีอะไรเหรอหัวหน้า รู้จักบริษัทนี้หรือ?"

ทุกคนเห็นท่าทางแปลก ๆ ของจ้าวลู่ จึงถามขึ้น

สีหน้าของจ้าวลู่ดูอึดอัด เขายิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบว่า "เคยได้ยิน เคยได้ยิน"

"อ๋อ แล้วบริษัทนี้เป็นไงบ้าง?"

"ฮ่า กู่เฉินหนานเลือกบริษัททั้งที ไม่มีทางพลาดหรอก"

เสียงถามไถ่และเสียงประจบสอพลอ ดังขึ้นพร้อมกัน

จ้าวลู่วางตะเกียบ มองไปรอบ ๆ แล้วหันไปมองกู่เฉินหนาน

"งั้นฉันพูดตรง ๆ เลยนะ?" เขาถามความเห็นของกู่เฉินหนาน

กู่เฉินหนานไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาพยักหน้า "บังเอิญฉันก็อยากฟังเหมือนกัน"

"เค่อ ๆ "

จ้าวลู่กระแอม "เท่าที่ฉันรู้ ไฉ่หยิ่งกำลังมีปัญหาเงินทุนหมุนเวียน ผลิตภัณฑ์ขายไม่ออก กำลังจะล้มละลาย"

ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็ตกตะลึง มองไปที่กู่เฉินหนานเป็นตาเดียว

ซื้อบริษัทที่กำลังจะล้มละลายแบบนี้ ไม่เท่ากับรับช่วงต่อเป็นไอ้หน้าโง่เหรอ?

ต่อให้รวยแค่ไหน ก็ไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ใช่ไหม?

ถึงแม้กู่เฉินหนานจะไม่ได้สบตากับทุกคน แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาของพวกเขา

ไม่เข้าใจ สงสัย ตกใจอย่างมาก

"เอ่อ..." กู่เฉินหนานยักไหล่ "งั้นเหรอ ฉันไม่รู้เลยว่าบริษัทนี้มีปัญหาใหญ่ขนาดนี้"

คำพูดนี้ไม่ได้เป็นการถ่อมตัว เขาไม่รู้จริง ๆ

บริษัทนี้ซูเฉียนโม่เป็นคนเลือก เขาแค่จ่ายเงินซื้อเท่านั้น ไม่รู้อะไรเลย

"กู่ นายโดนหลอกรึเปล่า?" จ้าวลู่ถามด้วยความกังวล

กู่เฉินหนานยักไหล่ ไม่ตอบ คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าถามต่อ

แต่ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของทุกคนทันที

กู่เฉินหนานที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับธุรกิจเลย กลับซื้อบริษัทโดยไม่ตรวจสอบ ดูเหมือนว่าวิสัยทัศน์และความสามารถของเขายังมีปัญหา!

อย่าดูถูกว่าตอนนี้เขาดูเหมือนมีเงินเยอะ พอเขารับช่วงบริษัทนี้แล้ว เงินที่มีอยู่ก็จะหายวับไปกับตา!

พวกบ้านนอกคอกนาก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่มีความสามารถก็ไร้ค่า!

ความชื่นชมและความเคารพที่ทุกคนมีต่อกู่เฉินหนานเมื่อครู่ ลดลงไปกว่าครึ่ง

คนที่คิดจะผูกมิตรกับกู่เฉินหนานเพื่อหวังพึ่งพาอาศัย ก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป

พอกู่เฉินหนานหมดตัวแล้ว อย่าว่าแต่ช่วยเหลือเลย ไม่มาขอยืมเงินก็บุญแล้ว!

"อาฮ่า ๆ " จ้าวลู่หัวเราะเก้อ ๆ ลูบหัวตัวเอง บรรเทาบรรยากาศตึงเครียด "ดูเหมือนว่าฉันจะปากพล่อยไปหน่อย"

"ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่ บริษัทนี้ถึงจะกำลังจะล้มละลาย แต่ฉันมั่นใจว่าจะทำให้มันยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นได้" กู่เฉินหนานพูดอย่างไม่ใส่ใจ

"ฮ่า ๆ ใช่ ถูกต้อง กู่เฉินหนานช่างกล้าหาญ"

"กู่ ไม่ใช่ว่าฉันจะพูด... เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่เป็นไร ขอให้นายประสบความสำเร็จ"

"กู่เฉินหนาน พวกเราเพื่อน ๆ ร่วมชั้นต่างก็จับตาดูอยู่นะ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังล่ะ"

ทุกคนแทบไม่เชื่อในสิ่งที่กู่เฉินหนานพูด แค่พูดเอาใจไปอย่างนั้นเอง

การเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันของคนเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย เด็กติดเกมที่ไม่เอาไหนคนหนึ่ง ไม่รู้ไปเอาเงินมาจากไหน แล้วมาซื้อบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง แถมยังบอกว่าจะทำให้บริษัทนี้ยิ่งใหญ่

ไม่ใช่แค่คนพวกนี้หรอก ใคร ๆ ก็ไม่มีทางเชื่อ

ถ้านายมีความสามารถขนาดนั้น ทำไมถึงได้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานาน?

ใช่แล้ว หยกชั้นยอดก็มีวันที่ถูกฝุ่นละอองปกคลุม พระจันทร์ก็ไม่อาจสู้เมฆฝนได้ และแสงหิ่งห้อยก็ไม่มีทางส่องสว่างในยามค่ำคืนได้

การกระทำของกู่เฉินหนาน ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่บุ่มบ่าม

จะบอกว่าสะใจกับความโชคร้ายของคนอื่นก็ไม่เชิง แต่ทุกคนก็อยากเห็นกู่เฉินหนานล้มเหลวไม่เป็นท่า

"มากินข้าวกันเถอะ" จ้าวลู่เอ่ยปากชวน

หลังจากนั้น คนที่เคยยกแก้วเข้ามาชนกับกู่เฉินหนานก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คนที่เคยรินเหล้าให้ก็หายไป

กู่เฉินหนานจากที่เคยเป็นดาวเด่น กลายเป็นคนธรรมดาเหมือนคนอื่น ๆ ไม่ได้รับการยกยอปอปั้นอีกต่อไป

ในช่วงท้ายของงานเลี้ยง เมื่อทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันกลับ

ซ่งเสี่ยวลี่ถือแก้วไวน์แดงเดินเข้ามาหา

"เฉินหนาน คืนนี้เรายังไม่ได้ชนแก้วกันเลย มาชนแก้วกันหน่อยไหม?"

เมื่อเห็นภาพนี้ หัวใจอยากรู้อยากเห็นของทุกคนก็เต้นระรัว

"กู่ เสี่ยวลี่เป็นแฟนเก่าของนายนะ นายต้องชนแก้วกับเธอแบบแบบไขว้แขนสิ"

"ใช่แล้ว ตอนนั้นพวกนายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในห้องเราเลยนะ"

"มา กู่ ชนแก้วกับเสี่ยวลี่หน่อย"

ยังไม่ทันที่กู่เฉินหนานจะได้พูดอะไร ซ่งเสี่ยวลี่ก็หัวเราะขึ้นมาก่อน "ขอโทษนะเฉินหนาน ฉันชนแก้วแบบไขว้แขนกับนายไม่ได้ แฟนฉันจะโกรธ"

กู่เฉินหนาน: ?

นี่เธอโง่รึเปล่า?

ฉันไม่ได้บอกให้เธอชนแก้วแบบไขว้แขนสักหน่อย?

อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นได้ไหม นี่มันผู้หญิงมั่นหน้าเกินเหตุชัด ๆ !

กู่เฉินหนานมองซ่งเสี่ยวลี่ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะล้อเลียนด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับเธอ "ขอโทษนะ ฉันไม่ดื่มเหล้ากับผู้หญิงคนอื่น แฟนฉันจะโกรธ"

ท่าทีของกู่เฉินหนานทำให้ซ่งเสี่ยวลี่ขมวดคิ้ว เธออยากจะพูดจิกกัดสักสองสามคำ แต่แล้วก็ยิ้มกว้างออกมา

"ไม่เอาน่าเฉินหนาน นายยังโกรธฉันอยู่เหรอ? ตอนนั้นฉันก็แค่ขอให้นายซื้อโทรศัพท์ให้ พอนายซื้อให้ไม่ได้ ฉันก็เลยเลิกกับนาย นายจะโกรธฉันนานขนาดนี้เลยเหรอ?"

"อ้อ ฉันลืมบอกไป แฟนคนปัจจุบันของฉันเป็นผู้จัดการทั่วไปของเจิ้นหัวเครื่องสำอาง ได้ยินว่านายซื้อบริษัทเครื่องสำอาง นายน่าจะรู้จักเขานะ?"

"เฮ้อ ฉันไม่ได้จะพูดนะ แต่แฟนฉันเนี่ย ดีไปหมดทุกอย่าง เสียอย่างเดียว ชอบซื้อของขวัญให้เดือนหนึ่งให้ฉันหนึ่งใบ กระเป๋าลิมิเต็ดอิดิชั่น บอกแล้วก็ไม่ฟัง น่ารำคาญจริง ๆ !"

กู่เฉินหนาน: ?

นี่เธอ ใครถามเธอ?

เธอตั้งใจมาอวดฉันชัด ๆ !

จะอวดก็อวดไป ทำไมต้องมาเปรียบเทียบกับฉันด้วย?

เหยียบฉันเพื่อยกตัวเอง?

เธอจบมาจากมหาวิทยาลัยบันเทิงหรือไง?

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 220 ไอ้หน้าโง่ กู่เฉินหนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว