- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์ปากแจ๋ว แหกกฎวงการมายา
- บทที่ 80 - ค่ำคืนอันแสนทรมาน เสี่ยวฉือผู้เหน็ดเหนื่อย
บทที่ 80 - ค่ำคืนอันแสนทรมาน เสี่ยวฉือผู้เหน็ดเหนื่อย
บทที่ 80 - ค่ำคืนอันแสนทรมาน เสี่ยวฉือผู้เหน็ดเหนื่อย
บทที่ 80 - ค่ำคืนอันแสนทรมาน เสี่ยวฉือผู้เหน็ดเหนื่อย
"สองพี่น้องคู่นี้แสดงกันซะฟินเลยแฮะ"
ฉือเหย่มองดูสองคนที่ฝีมือสูสี แข่งขันกันอย่างดุเดือด แล้วก็ส่ายหน้าถอนหายใจ
"ครูฉือ คุณปิดตาไม่มิดนะคะ ฉันยังมองเห็นอยู่เลย!"
จินเซี่ยหันหน้ามา ดวงตาดอกท้อคู่สวยมองลอดช่องว่างระหว่างนิ้วของเขา ขนตายาวงอนราวกับแปรงปัดเบาๆ ที่ฝ่ามือของเขา กะพริบตาปริบๆ "สายตาฉันแปดเปื้อนซะแล้วล่ะ"
ฉือเหย่ "..."
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ควักโทรศัพท์มือถือออกมา "เดี๋ยวผมโทรหาผู้กำกับหลี่แป๊บนึงนะ"
"มีอะไรเหรอ"
ซางโย่วซูที่มองดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ รู้สึกแปลกใจ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียใจ ทำไมตอนที่ฉันกำลังโดนความเลี่ยนเข้าแทรกซึม คุณถึงต้องมาสาดความหวานใส่ฉันด้วยเนี่ย!
ฉือเหย่ นี่คุณไม่รู้จักกาลเทศะบ้างเลยหรือไง!
"ไม่มีอะไรหรอก" ฉือเหย่โบกมือ "ก็แค่นึกขึ้นได้ว่ารถเช่าของรายการน้ำมันน่าจะหมดแล้วมั้ง จะบอกให้พวกเขาขับรถมาเช็กดูหน่อย กะว่าถ้ายืนดูสักห้านาที น่าจะวิ่งต่อได้อีกสักสามร้อยกิโลล่ะมั้ง"
ซางโย่วซู "..."
นายนี่มันปากคอเราะร้ายจริงๆ
ในเวลาเดียวกัน
ฝั่งตรงข้าม
เจียงเฉิงหลังจากบีบจมูกฝืนกลืนกินจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง ในที่สุดเขาก็กิน 'ก้อนอึ' ตรงหน้าจนเกลี้ยงจาน แต่ภายในโพรงปากก็ยังมีกลิ่นประหลาดๆ พุ่งทะลักออกมาไม่หยุด
เขาพยายามกลั้นอาการพะอืดพะอมเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมามองครูเวิ่น แล้วก็ต้องชะงัก "คะ...ครูเวิ่น ทำ...ทำไมคุณถึงไม่กินต่อล่ะครับ"
บลูชีสในจานของเวิ่นลี่จวนยังคงมีสภาพเหมือนตอนที่เธอกินไปแค่คำเดียวเมื่อครู่นี้เป๊ะ
"แชะ"
ครูเวิ่นใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้ ก่อนจะหันมามองด้วยความตกใจ "กินเหรอ ของรสชาติห่วยแตกขนาดนี้ เจ๊ก็แค่ถ่ายรูปเอาไว้ลงโซเชียลวางมาดเฉยๆ นี่เธอ...ไม่ได้กินเข้าไปจนหมดหรอกใช่ไหม"
เจียงเฉิง "..."
"แล้วกล้องล่ะ..."
"อ้อ เมื่อกี้เจ๊บอกให้ตากล้องไปถ่ายคนอื่นก่อนน่ะ เดี๋ยวเอาชีสไปซ่อนก็เรียบร้อยแล้ว"
เจียงเฉิง "..."
เขาหันขวับ หันหน้าเข้าหาถังขยะแล้วก็อ้วกพุ่งออกมาทันที "อ่อก...อ่อก...อ้วกกก!"
"...อย่ามาอ้วกใส่ทางฉันสิยะ ฉันกำลังกินข้าวอยู่นะ!"
ฉู่หลวนอวี๋แทบจะร้องไห้ออกมา ถังขยะวางอยู่ตรงเท้าเธอพอดี พอเจียงเฉิงอ้วกพุ่งแบบนี้ กลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยมาปะทะหน้าเธอเต็มๆ!
"..."
"เด็กคนนี้นี่ ซื่อตรงจริงๆ เธอควรจะเตือนตากล้องก่อนล่วงหน้าสิ"
ครูเวิ่นมองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าดิก หันไปเตือนตากล้องประจำตัวของเจียงเฉิงว่า "อย่าถ่ายเลย โป๊ะแตกหมดแล้วเนี่ย"
เจียงเฉิงที่เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมาหน้ามืดทะมึน แล้วก็ก้มลงไปอ้วกอีกรอบ
แม่มึงเถอะเวิ่นลี่จวน อุตส่าห์หลงเชื่อใจ เคารพยกย่องให้เป็นรุ่นพี่ผู้อาวุโสแห่งวงการวางมาด
คุณทำร้ายฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน!
งานเลี้ยงมื้อแรกในปารีสของเหล่าแขกรับเชิญ ปิดฉากลงท่ามกลางเสียงอ้วกของเจียงเฉิงที่ดังมาเป็นระยะๆ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว ทางรายการไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องออกไปเที่ยวกันตอนนี้ แค่บอกให้ทุกคนตกลงแผนการท่องเที่ยวสำหรับวันพรุ่งนี้ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นทีมงานก็ถอนกำลังกลับไปชั่วคราว ทิ้งไว้เพียงตากล้องสำหรับบันทึกภาพในห้องรับแขกใหญ่
"มาคุยกันหน่อยสิ ทุกคนลองเสนอความคิดเห็นกันหน่อย พรุ่งนี้อยากจะไปเที่ยวไหนกันดี"
ครูเวิ่นกลับมาอยู่ในมาดเรียบร้อยสง่างามอีกครั้ง เธอนั่งประจำตำแหน่งประธาน ก่อนจะเอ่ยถามเด็กๆ ที่นั่งอยู่รอบๆ
"ฉันอยากไปดูถนนช็องเซลีเซค่ะ"
ซางโย่วซูยกมือขึ้น สองมือประสานกันไว้ที่อก "ในนิยายเคยเขียนไว้ ว่าที่นั่นเปี่ยมไปด้วยความหมายของความโรแมนติก ฉันอยากไปสัมผัสดูสักครั้งน่ะค่ะ"
"หอไอเฟลก็ต้องไปเช็กอินให้ได้เลยใช่ไหม"
ฉู่หลวนอวี๋เสนอความเห็น
"ผมอยากไปเตะโดโจที่โรงฝึกศิลปะการต่อสู้ในปารีสครับ" เซี่ยงโย่วเปลี่ยนชุดอีกแล้ว คราวนี้สวมชุดฝึกกังฟูสีเหลืองสุดคลาสสิกของบรูซ ลี มือถือกระบองสองท่อนควงไปมาสองสามที เกือบจะฟาดโดนท้ายทอยเจียงเฉิง "ฮ่อฮ่อ อะต๊า~! ผมเคยฝึกวิทยายุทธ์มานะ อยากจะประลองฝีมือกับนักสู้ชาวปารีสดูสักหน่อย!"
ทุกคน "..."
เจียงเฉิงปรายตามอง "นายเลิกควงได้แล้ว จะฟาดโดนหน้าฉันอยู่แล้วเนี่ย...เฮ้ย!"
พูดยังไม่ทันขาดคำ กระบองก็ฟาดขวับเฉียดหน้าเขาไป ถ้าหลบไม่ทันมีหวังได้อมกระบองเข้าปากไปแล้ว
"นี่นาย...อ่อก...กระบองนายทำตกส้วมมาหรือไง กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย!"
เดิมทีเขากะจะด่าเซี่ยงโย่วชุดใหญ่ แต่กลิ่นบลูชีสยังคงตกค้างรุนแรงมาก พอได้กลิ่นแปลกๆ ลอยมา ก็อดไม่ได้ที่จะคลื่นไส้อาเจียนอีกรอบ
"อ้อ พอดีผมเก็บรวมไว้กับรองเท้าส้นสูงหลายคู่น่ะครับ มันมีกลิ่นด้วยเหรอครับ"
เซี่ยงโย่วยิ้ม "ขอโทษทีนะครับ"
เจียงเฉิง "..."
เซี่ยงโย่ว ไอ้เวรเอ๊ย
"อืม แล้วเสี่ยวจินเซี่ยล่ะจ๊ะ เธออยากไปไหน"
ในรายการนี้ คนที่ครูเวิ่นคุ้นหน้าคุ้นตาที่สุด ก็มีแค่จินเซี่ยกับซางโย่วซู สองนางเอกระดับท็อปที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้ พอเห็นไทเฮาเอาแต่เงียบ เธอก็เลยเอ่ยถาม
"ฉันเหรอคะ" จินเซี่ยดูง่วงนอนนิดๆ พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ "ครูฉือไปไหน ฉันก็ไปนั่นแหละค่ะ"
"พวกคุณสองคนไปถนนช็องเซลีเซด้วยกันเถอะ..." ซางโย่วซูตาเป็นประกายวิบวับ "จริงๆ นะ...มันฟินมากเลย..."
"อะแฮ่ม ขอเตือนนิดนึงนะครับ ตอนนี้ยังถ่ายรายการกันอยู่นะครับ"
โหยวฮั่นโปรยยิ้มที่คิดว่าหล่อเหลาที่สุดออกมา ตั้งแต่เขามาร่วมรายการนี้ เขาก็ขยันส่งสายตาให้ซางโย่วซูบ่อยๆ เห็นได้ชัดว่าเขาคงจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของนางเอกระดับท็อปที่ชอบแอบอ่านนิยายมาเฟียสายเปย์เป็นการส่วนตัวมาบ้างแล้ว
ชอบอ่านนิยายมาเฟียสายเปย์งั้นเหรอ
เขานี่ไง มาเฟียสายเปย์ตัวจริง!
ซางโย่วซูที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศการชิปจนตัวลอย จู่ๆ ก็สะดุ้งโหยง รู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างทิ่มแทง รีบหุบยิ้มทันที ขยับตัวถอยห่างออกมา
ของสกปรกอะไรเนี่ย อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ อ๊ากกก!!
"พวกเราสองคนเป็นแค่แขกรับเชิญพิเศษ พวกคุณตัดสินใจกันได้เลย เดี๋ยวพวกเราตามไปเอง"
ทางด้านฉือเหย่แสดงความเห็นว่าไปไหนก็ได้ ขอแค่ไม่เหนื่อยจนเกินไปก็พอ
ครูเวิ่นกับคนอื่นๆ เห็นเขาพูดแบบนี้ ก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ
กลุ่มแขกรับเชิญประจำจึงหันไปปรึกษากันเอง
รอจนกระทั่งทุกคนเลือกสถานที่มาได้หลายแห่ง และส่งรายชื่อให้กับทีมงานรายการ ทางทีมงานก็แจ้งกลับมาทันทีว่า: พรุ่งนี้ไปตามสถานที่ที่ตกลงกันไว้ได้เลย แต่ ต้องไปเช็กอินทุกสถานที่ให้ครบภายในวันเดียว
ทุกคน "?!"
"แบบนั้นไม่เหนื่อยตายหรือไง นี่มันเป็นแผนการเดินทางสำหรับสามวันของพวกเราเลยนะ!"
เจียงเฉิงโวยวายขึ้นมาทันที
"เนื่องจากตอนนี้พวกคุณยังไม่มีทุนสำหรับท่องเที่ยว ดังนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะนำเงินทุนไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ที่พวกคุณระบุไว้ ขอเพียงไปถึงจุดหมายและเช็กอินสำเร็จ ถึงจะได้รับเงินทุนสำหรับการท่องเที่ยวในวันต่อไปครับ"
ผู้กำกับหลี่พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย พอเห็นทุกคนยังทำหน้างง ก็แอบบ่นในใจว่าซีซันนี้รับมือยากกว่าตอน 'พบเธอ' ซะอีก
เขาเลยช่วยใบ้ให้ "ทุกคนสามารถแบ่งกลุ่มกันได้นะครับ แบบนี้ก็จะได้เงินทุนภายในวันเดียว แล้วก็ไปเที่ยวกันได้อย่างเต็มที่เลย"
"อ้อ~"
ทุกคนถึงกับบางอ้อ ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แบ่งกลุ่มเหรอ
ตอนนี้หยางซั่วกลับไปแล้ว เพราะยังไงก็ไม่ได้เซ็นสัญญา คงไม่สามารถให้มาร่วมถ่ายทำรายการอย่างเป็นทางการได้
ดังนั้นตอนนี้ เมื่อรวมฉือเหย่กับจินเซี่ยที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษด้วย ก็จะมีทั้งหมดแปดคน...พวกเขาเลือกสถานที่มาสี่แห่ง ก็พอจะแบ่งกลุ่มกันได้พอดี
"งั้นจับคู่กันกลุ่มละสองคนก็แล้วกัน เดี๋ยวพวกเราตกลงกันเองว่าจะไปจุดไหน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทาง"
ครูเวิ่นเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด และเลือกคู่หูของตัวเองทันที "อาเธอร์มาอยู่กลุ่มเดียวกับฉันนะ"
"อ่า..."
ความจริงเจียงเฉิงอยากจะอยู่กลุ่มเดียวกับซางโย่วซู แต่พอได้ยินแบบนั้น ก็ไม่กล้าปฏิเสธ ทำได้เพียงพยักหน้ารับ "ก็ได้ครับ"
"งั้นฉันคู่กับซางโย่วซูก็แล้วกัน"
โหยวฮั่นตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกเข้าหาทันที
ฉู่หลวนอวี๋หันไปมองฉือเหย่ที หันไปมองเซี่ยงโย่วที จู่ๆ ก็ค้นพบว่า ไม่มีใครที่เธออยากจะคู่ด้วยเลย...เลือกใครก็ปวดใจทั้งนั้น
"เธอมองอะไรยะ" จินเซี่ยมองด้วยสายตาไม่พอใจ "ครูฉือต้องคู่กับฉันอยู่แล้ว"
ฉู่หลวนอวี๋ "..."
จ้าๆ ของเธอจ้ะ ของเธอทั้งหมดเลย
เธอก้มหน้าลงไม่มองหน้าใครอีก
"แฮะๆ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ" เซี่ยงโย่วสวมรองเท้าส้นสูงเดินสับๆ เข้ามาหาฉู่หลวนอวี๋ เริ่มโยกย้ายส่ายสะโพกโชว์สเตปทันที "พรุ่งนี้ จะพาเธอไปเตะโดโจ!"
ฉู่หลวนอวี๋: ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ การแบ่งกลุ่มแบบง่ายๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น หลังจากทุกคนรับมอบหมายสถานที่ที่ต้องไปในวันพรุ่งนี้ และจุดนัดพบในตอนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายกลับห้องไปพักผ่อน
ฉือเหย่เพิ่งจะมาถึงฝรั่งเศสเป็นวันแรก ช่วงบ่ายก็เพิ่งจะงีบหลับไป ตอนนี้เลยไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับเวลาท้องถิ่นให้เร็วที่สุด
แค่ตอนนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอยู่หลายชั่วโมง ฉือเหย่ก็ยังข่มตาหลับไม่ลง พลิกตัวไปมาอยู่หลายตลบ สุดท้ายจนปัญญา ต้องทำตามความเคยชินสมัยก่อน หยิบหูฟังบลูทูธออกมา กะว่าจะฟังเพลงกล่อมให้หลับ
แต่พอเขาเปิดบลูทูธและสวมหูฟัง กลับพบว่าโทรศัพท์ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะเตรียมถอดหูฟังออกมาเสียบใหม่ เพื่อเชื่อมต่ออีกครั้ง จู่ๆ เสียงอ่านของ AI ก็ดังทะลุเข้ามาในหูฟัง
[นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ไปตามพวงแก้มของเธอ: 'รับสายสิ']
[เวินอิ๋งกัดริมฝีปากล่างของเขาอย่างแรง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากของทั้งสองคน จี้ถิงเฮ่อหรี่ตาลงด้วยความเจ็บปวด...]
[ในความสะลึมสะลือ เวินอิ๋งได้ยินเสียงเขากระซิบที่ข้างหู: 'จำเอาไว้ เธอคือของส่วนตัวของฉันตลอดไป']
[ทั่วทั้งร่างของเวินอิ๋งแข็งทื่อ ราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งที่เย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูก หัวใจของเธอดิ่งวูบ เธอส่ายหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ]
['จี้ถิงเฮ่อ คุณจะต้องเสียใจ']
['เสียใจเหรอ' เขาจับขาทั้งสองข้างของเธออ้าออก ท่ามกลางเสียงร้องโอดโอยของเธอ เขากัดลงที่หางตาที่สั่นระริกของเธอ: 'ยินดีต้อนรับสู่นรก กุหลาบน้อยของฉัน']
[...]
ฉือเหย่หน้าเหวอสุดขีด นั่งฟังคำพูดวาบหวิวชนิดที่ไม่มีทางผ่านกองเซนเซอร์ได้แน่ๆ ทะลักออกมาจากหูฟังอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ทำเอาเขาอึ้งแดกไปเลย
เชื่อมต่อติดแล้วเหรอ!
เชื่อมต่อกับของใครวะเนี่ย!
เขาเบิกตากว้าง เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ลงมาดู ก็เห็นข้อความแจ้งเตือน: [เชื่อมต่อบลูทูธแล้ว: shang]
ฉือเหย่ "..."
...
ห้องข้างๆ
ซางโย่วซูที่กำลังอาบน้ำพร้อมกับเปิดลำโพงฟังนิยายลับๆ จากเว็บไซต์ลับเฉพาะ จู่ๆ ก็ชะงักไป รู้สึกว่าเสียงจากลำโพงเงียบหายไป เธออึ้งไปนิดหนึ่ง เริ่มจะรู้สึกกลัวๆ ขึ้นมา ตะโกนถามออกไป "ใครน่ะ!"
รออยู่พักใหญ่ พอเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เธอถึงค่อยเปิดประตูห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไอน้ำ ชะโงกหน้าออกมา มองซ้ายมองขวา ก่อนจะยื่นแขนขาวเนียนที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว หยิบโทรศัพท์มือถือลงมาจากชั้นวาง
"อะไรกันเนี่ย กำลังถึงตอนสำคัญพอดีเลย...โธ่เอ๊ย..."
เธอบ่นกระปอดกระแปด กดเล่นเสียงอีกครั้ง
แต่ก็ยังคงไม่มีเสียงใดๆ ดังออกมา
"หืม"
เธอชะงักไป จู่ๆ ก็ตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ไม่อาจจินตนาการได้ รีบเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ลงมาดู ก็พบกับข้อความแจ้งเตือนของบลูทูธ: [เชื่อมต่อบลูทูธแล้ว]
หน้ามืดทะมึน เกือบจะล้มทั้งยืน
อ๊ากกกก!!!
ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่!
ฉือเหย่! นายทำบ้าอะไรเนี่ย!!
ก่อนที่เธอจะหน้ามืดล้มพับไป เธอรีบตัดการเชื่อมต่อบลูทูธทันที
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉือเหย่กับซางโย่วซูเดินออกจากห้องมาด้วยสภาพขอบตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้าทั้งคู่
ทั้งสองคนเดินมาเจอกันที่ห้องรับแขก มองหน้ากันอย่างเงียบงัน
ผ่านไปพักใหญ่ ซางโย่วซูถึงแกล้งทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "อรุณสวัสดิ์"
ฉือเหย่ "อรุณสวัสดิ์ กุหลาบน้อย"
ซางโย่วซู "?!"
ฉือเหย่กดเสียงต่ำ "ยินดีต้อนรับสู่นรก!"
"อย่าพูดนะ! ห้ามพูดเด็ดขาด!!"
ซางโย่วซูอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี รีบพุ่งเข้าไปปิดปากเขาไว้ นางฟ้าแสนสวยปกติไม่ค่อยเสียอาการขนาดนี้หรอก แต่ตอนนี้มันไม่ปกติไงเล่า!
"นายต้องการอะไรนายบอกมาเลย ขอแค่ไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครก็พอ...ขอร้องล่ะ"
ดวงตากลมโตของเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอน เพราะว่า...การแอบฟังนิยายอีโรติกตอนดึกๆ แล้วถูก...ถูกคนอื่นมาได้ยินพร้อมกันเนี่ย มัน...มันน่าอายจนแทบจะกลั้นใจตายอยู่แล้ว!
แถมคนคนนั้นยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก!
เป็นหนึ่งในคู่จิ้นที่เธอตามติ่งอยู่อีก!
ฉือเหย่ดิ้นรนให้หลุดพ้นจาก 'การพันธนาการ' ของเธอ ส่ายหน้า "ซื้อโฮเวอร์บอร์ดให้ผมใหม่อีกเครื่องสิ"
"ตกลง!"
"แค่นี้แหละ"
ฉือเหย่หันหลังเดินไปที่โซนอาหารเช้า
แต่ซางโย่วซูยังคงไม่วางใจ เดินตามไปด้วยความกังวล "ตกลงกันแล้วนะ โฮเวอร์บอร์ดหนึ่งเครื่อง...ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด...รวมถึงจินเซี่ยด้วย!"
"อันนั้นคงไม่ได้หรอก"
ฉือเหย่ส่ายหน้าปฏิเสธทันที "สำหรับเธอ ผมไม่มีความลับอะไรปิดบังอยู่แล้ว"
ซางโย่วซู "?!"
หวานจัง...ไม่ใช่สิ เค็มปะล่มๆ ต่างหาก!!
เป็นความเค็มจากน้ำตาของฉันเอง!
"ตกลงกันแล้วนะ นายจะผิดคำพูดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ!"
"...เลิกตามผมได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดเอา"
ซางโย่วซูหยุดเดิน จ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างเคียดแค้น ร้องไห้สะอึกสะอื้น "หูฟังบ้าอะไรกันเนี่ย...ฮือๆๆ...อยู่ตั้งไกลขนาดนี้ยังอุตส่าห์เชื่อมต่อกับของฉันได้อีก..."
ฉือเหย่หันหลังกลับมา โบกมือให้เธอ "หัวเฉียงเป่ย โคตรเทพเลยขอบอก!"
ซางโย่วซู "..."
พรุ่งนี้ฉันจะไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้หัวเฉียงเป่ย!
...
ฉือเหย่เป็นคนที่รักษาคำพูดมาก แน่นอนว่า ภายใต้เงื่อนไขที่ไทเฮาไม่ได้เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามเขาเองน่ะนะ
แต่ดูจากท่าทางกระตือรือร้นของไทเฮาในวันนี้แล้ว คงไม่คิดจะถามหรอกว่าเมื่อคืนเขาหลับสบายดีไหม
เมื่อคืนเขานอนหลับ...
หลับไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เลย
เหนื่อย เหนื่อยโว้ย โคตรเหนื่อยเลย
โทษซางโย่วซูคนเดียวนั่นแหละ!
ให้ฟังก็ให้ฟังไปสิ จะตัดการเชื่อมต่อทำไมเล่า! ทำให้ผมต้องมานั่งหา 'แหล่งข้อมูล' กลางดึกอีก โคตรจะยอมใจเลย!
ฉือเหย่บ่นอุบในใจ ความแค้นที่เขามีต่อซางโย่วซู ไม่ได้น้อยไปกว่าความแค้นที่ซางโย่วซูมีต่อเขาเลยสักนิด
"ครูฉือ คุณเป็นอารายเหรอคะ"
กลุ่มคนเดินมาทานข้าวที่ร้านอาหาร จินเซี่ยสังเกตเห็นว่าฉือเหย่ดูหงอยๆ ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "นอนไม่หลับเหรอคะ"
"นอนไม่ค่อยหลับน่ะ"
ฉือเหย่พูดจบ ก็เห็นซางโย่วซูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมามองเขาทันทีด้วยสายตาตื่นตระหนก ส่ายหน้ารัวๆ
"ปรับเวลาไม่ทันน่ะ"
ฉือเหย่ขยี้ตา "เดี๋ยวล้างหน้าล้างตาอีกรอบก็คงดีขึ้นแหละ"
"งั้นวันนี้คุณก็ไม่ต้องออกไปไหนแล้วกันค่ะ"
ไทเฮาพูดเสียงเบา "พักผ่อนสักวันเถอะค่ะ"
"พักไม่ได้หรอก เซ็นสัญญาไว้แล้วนี่นา"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปคุยให้เอง!"
ฉือเหย่ "..."
เขาเหลือบมองใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มจนเกินบรรยายของไทเฮา พูดตามตรงนะ ปกติเขาไม่ค่อยได้คิดอะไรหรอก แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นอะไร จู่ๆ ก็รู้สึกคันยุบยิบในใจขึ้นมา
บัดซบ เดี๋ยวตอนก่อนจะออกเดินทาง กลับไปอาบน้ำเย็นอีกรอบก็แล้วกัน
โทษซางโย่วซูนั่นแหละ!
ว่างนักหรือไงถึงได้ไปฟังนิยายสยิวอะไรนั่น บัดซบเอ๊ย!
จินเซี่ยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของเขา ยังคงบ่นงึมงำต่อไป "ความจริงวันนี้ฉันยังกะว่าจะพาคุณไป..."
พูดชื่อสถานที่ออกมาตั้งเยอะแยะ
ฉือเหย่ดึงสติกลับมา รีบตอบกลับทันที "ไปสิ คุณอยากไปไหนผมก็ไปหมดแหละ!"
รับจบทุกงาน
"จริงเหรอคะ" จินเซี่ยดีใจมากจริงๆ ดวงตาดอกท้อคู่สวยหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว พูดเสียงออดอ้อน "งั้นวันนี้ ฉันขอรับหน้าที่เป็นไกด์พาคุณเที่ยวเองนะคะ"
อย่าพูดคำว่าไกด์เลย ขอร้องล่ะ... (ไกด์ พ้องเสียงกับคำว่า 'นำ' หรือ 'ชักนำ' ซึ่งแฝงความหมายเชิง 18+)
ฉือเหย่สะดุ้งโหยง รีบพยักหน้ารัวๆ "ได้ๆๆ ไกด์จิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
ซางโย่วซูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมองด้วยสายตาเคลือบแคลง กวาดสายตามองฉือเหย่ แล้วก็ชำเลืองมองลงไปที่ช่วงล่างของเขา
"..."
อ๊ากก อยากจะบ้าตาย!!
"อื้ม!"
ไทเฮาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ความเร็วในการทานอาหารที่ปกติมักจะเชื่องช้าอืดอาด ก็ดูเหมือนจะเร็วขึ้นมาอีกนิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ทุกคนมารวมตัวกัน โบกมือส่งสัญญาณร่ำลากัน จินเซี่ยกับฉือเหย่ก็ออกเดินทางไปยังสถานที่หมายแรกของวันนี้ทันที นั่นก็คือ ถนนช็องเซลีเซ
[จบแล้ว]