เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - เมื่อมีเธอ

บทที่ 60 - เมื่อมีเธอ

บทที่ 60 - เมื่อมีเธอ


บทที่ 60 - เมื่อมีเธอ

ฉือเหย่หรี่ตามองเธอ "ฉันยังไม่ได้เก็บค่าตั๋วจากเธอเลยนะ"

จินเซี่ยพูดอย่างอารมณ์ดี "ถ้านายร้องเพราะ ฉันจะเปย์รถสปอร์ตคันโตให้เลยเอ้า!"

"เสี่ยวจิน เธอจำคำพูดของเธอไว้ให้ดีนะ"

ฉือเหย่คิดว่าไม่ควรไปต่อปากต่อคำกับพระพันปีหลวง เลยรีบเร่ง "ไปกันเถอะ"

"บ๊ะจ่าง" สองก้อนแอบหลบออกมาจากสถานที่จัดงาน โบกแท็กซี่ที่อยู่ไม่ไกล แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังคาราโอเกะระดับไฮเอนด์ที่ปักหมุดไว้ตามจีพีเอสทันที

"ครูฉือ คาราโอเกะมันหน้าตาเป็นยังไงเหรอ? นอกจากร้องเพลงแล้วทำอะไรได้อีกบ้าง?"

ระหว่างทาง พระพันปีหลวงก็เก็บความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่อยู่ เอาแต่ซักไซ้ไล่เลียงฉือเหย่ไม่หยุด

ฉือเหย่ฟังแล้วก็อึกอัก สุดท้ายก็ตอบไปว่า "เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่ารู้เลย"

"ครูฉือ!"

พระพันปีหลวงเริ่มไม่พอใจ ลดเสียงลงแล้ว "ตัดพ้อ" ว่า "พวกเราก็โตๆ กันแล้ว มีอะไรที่ฉันฟังไม่ได้หรือไง?"

ฉือเหย่เหลือบมองเธอ "เมิ่งอี้สวินก็ดาวร่วงเพราะคาราโอเกะหรูแห่งหนึ่งนี่แหละ... อืม ที่นั่นเรียกอีกอย่างว่าคลับเฮาส์ระดับไฮเอนด์น่ะ"

จินเซี่ย "..."

บ่นอุบอิบ "งั้นก็ไม่ใช่สถานที่ที่ดีจริงๆ นั่นแหละ!"

ลุงคนขับที่นั่งอยู่เบาะหน้าทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว แอบมองทั้งสองคนผ่านกระจกมองหลัง พลางคิดในใจ

เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเขาเล่นกันพิเรนทร์ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?

มาจีบกันบนรถลุงเนี่ยนะ?

ทั้งสองคนสัมผัสได้ถึงสายตาของลุงคนขับอย่างรวดเร็ว ต่างก็รีบหดหัวมุดลงเป็นนกกระจอกเทศทันที

จนกระทั่งถึงจุดหมาย ลงจากรถแล้ว ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"เฮ้อ เป็นคนดังนี่มันลำบากจริงๆ เล้ย"

จินเซี่ยพูดเสียงเรียบ "จะออกไปเที่ยวสักทีก็... อืม... ยากลำบากขนาดนี้"

ฉือเหย่เงยหน้าขึ้นมองร้านคาราโอเกะตรงหน้า แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

เขาตั้งใจหาร้านคาราโอเกะระดับไฮเอนด์ เพราะห้องวีไอพีจะมีเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดเตรียมไว้ให้ พอดีเลย จะได้ลองทดสอบฝีมือดูหน่อย

"เอ๊ะ!"

ตอนนั้นเอง พระพันปีหลวงก็เพิ่งจะสังเกตเห็นร้านคาราโอเกะตรงหน้า เธอขมวดคิ้วเรียวสวย "พวกเราจะเข้าไปในนี้จริงๆ เหรอ?"

ฉือเหย่ชำเลืองมองเธอ รู้ดีว่าพระพันปีหลวงไม่ค่อยชอบสถานที่ที่ดู "หรูหรา" เกินไปแบบนี้ เลยพูดส่งๆ ไปว่า "ที่นี่ปลอดภัยดี ขืนไปที่อื่นแล้วโดนแอบถ่ายขึ้นมาจะทำยังไง?"

"...งั้นก็ได้"

จินเซี่ยทำหน้าหงอยๆ นิดหน่อย

"เดี๋ยวสั่งบาร์บีคิวมากินด้วยกัน ทำตัวให้สดชื่นหน่อย อย่าให้เสียชื่อสิ"

ฉือเหย่กระตุ้น

ได้ผลชะงัด พระพันปีหลวงรีบทำตัวให้สดใสขึ้นมาทันที ถูมือไปมาผ่านถุงมือกันหนาวหนาเตอะ "ไปๆๆ! เข้าไปกันเถอะ!"

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในโถงต้อนรับ จองห้องวีไอพีที่มีเครื่องดนตรีพร้อมสรรพ ซื้อโคล่าเย็นๆ ให้พระพันปีหลวงหนึ่งแก้ว แล้วฉือเหย่ก็รักษาสัญญาด้วยการสั่งอาหารขยะชุดใหญ่ให้เธอ ก่อนจะเดินเข้าห้องแล้วล็อกประตูแน่นหนา

"ถอดออกเถอะ ไม่มีใครเห็นแล้วล่ะ"

ฉือเหย่ถอดหมวก หน้ากากอนามัย และเสื้อขนเป็ดของตัวเองออกรวดเดียว รู้สึกสบายตัวขึ้นเป็นกอง

"ถอดเหรอ?" จินเซี่ยหรี่ตามองฉือเหย่อย่างหวาดระแวง "ครูฉือ นายคงไม่ได้คิดจะ..."

"ใช่ ฉันอยาก"

ฉือเหย่เดินตรงไปที่กีตาร์ตัวหนึ่ง หยิบมันขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น แล้วดีดเบาๆ สองสามที

"ฉันอยากลองเจ้านี่ดูหน่อยน่ะ"

จินเซี่ย "..."

ก่อนจะเปลี่ยนมามองฉือเหย่ด้วยความสนใจ "นายเล่นไอ้นี่เป็นด้วยเหรอ?"

"?"

คราวนี้ฉือเหย่ทนไม่ไหวจริงๆ หันขวับกลับมาพูดเสียงดัง "ฉันก็เดบิวต์มาจากวงบอยแบนด์เหมือนกันนะโอเคไหม?"

จินเซี่ย "..."

รีบอ้อนเสียงหวานทันที "นายอย่าเพิ่งโมโหสิครูฉือ ฉันก็แค่เห็นนายจับกีตาร์ นี่นายกะจะเล่นกีตาร์พร้อมร้องเพลงเลยเหรอ?"

"อัลบั้มใหม่เตรียมเพลงไว้เสร็จแล้วใช่ไหม?"

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก" ฉือเหย่ส่ายหน้า "เพิ่งจะแต่งเสร็จแค่เพลงครึ่งเอง"

"อ้อ อ้อ"

จินเซี่ยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก นั่งลงบนโซฟานุ่มๆ เปิดทีวีจอยักษ์ แล้วเริ่มกดเลือกเพลง "ครูฉือ นายจะร้องเพลงอะไรล่ะ?"

ทางด้านฉือเหย่ก็กำลังครุ่นคิดอยู่เหมือนกัน

การมางานปาร์ตี้ข้ามปีในครั้งนี้ เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

[ช่วงเสียงสุดขั้ว] [การสลับเสียงจริงเสียงหลบ] [การควบคุมลมหายใจ] [พรสวรรค์ด้านน้ำเสียงระดับเทพ] [ทักษะพื้นฐานด้านเครื่องดนตรี]...

ทักษะ/พรสวรรค์ระดับสูงทั้งห้าอย่างนี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับดนตรีทั้งสิ้น

แต่ [น้ำเสียงระดับเทพ] มันไม่เหมือนกับอีกสี่อย่างที่เหลือ

สี่อย่างนั้นคือทักษะ แต่ไอ้นี่มันคือพรสวรรค์!

นี่กะจะก็อปปี้ "เนื้อเสียง" มาให้เลยเหรอ?

ฉือเหย่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของการก็อปปี้แบบนี้เท่าไหร่

เนื้อเสียงจริงๆ ของเขาน่ะเพราะอยู่แล้ว แต่เขาไม่มีพรสวรรค์เรื่องการขึ้นเสียงสูง แถมยังเพี้ยนเก่งสุดๆ เวลาร้องเพลงก็เลยมักจะหลงคีย์อยู่บ่อยๆ

เรื่องนี้ พระพันปีหลวงยังร้องได้ดีกว่าเขาซะอีก

แต่ช่วงเสียงสุดขั้วกับการควบคุมลมหายใจ น่าจะช่วยอุดช่องโหว่พวกนี้ได้

แล้วน้ำเสียงระดับเทพล่ะ?

ฉือเหย่ลองเปล่งเสียงฮัมเพลงดูเบาๆ ก็พบว่าอาการหลงคีย์ที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ มันหายวับไปอย่างน่าอัศจรรย์

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเปล่งเสียงออกมา เขาก็รู้สึกว่าเนื้อเสียงเดิมของตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

มันยังคงเป็นเสียงของเขา แต่มันกลับฟังดูใสกระจ่างและไพเราะมากยิ่งขึ้น ราวกับมีพลังทะลุทะลวงและพลังดึงดูดความรู้สึกแฝงอยู่อย่างน่าประหลาด

เสียงร้องเพลงแบบนี้... มันแอบคล้ายกับเจเจในชาติก่อนเลยนี่หว่า!

"หืม?"

ทางฝั่งพระพันปีหลวง พอได้ยินเสียงฮัมเพลงของเขา ก็ถึงกับ "หูตาสว่างราวกับได้สดับรับฟังเสียงสวรรค์" เธอเบิกตากว้างมองเขาด้วยความตกตะลึงสุดขีด "ครูฉือ นาย...?"

"รอก่อนนะ"

ฉือเหย่ยกมือห้ามเธอ สัมผัสถึงวิธีการเปล่งเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดของตัวเองในตอนนี้ แล้วฮัมเพลงออกมาสองประโยค

"ไม่ใช่วีรบุรุษ~ ไม่อ่านสามก๊ก"

ช่วงเสียงไต่จาก G3 ไป A3 ได้อย่างสบายๆ

"หากเป็นวีรบุรุษ ไฉนเลยจะไม่รู้จักความเหงา~"

จาก A3 ไป B3

"วุ่นวายสับสนผ่านไปนับพันร้อยปี ทุกสิ่งเริ่มต้นใหม่อีกครา~"

ฉือเหย่แทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลย เสียงสูงระดับ G4 ที่เมื่อก่อนเขาไม่มีทางเอื้อมถึง ตอนนี้กลับดึงขึ้นไปได้อย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดายราวกับกินข้าวกินน้ำ

——เมื่อก่อน ตอนที่ร้องท่อน "วุ่นวายสับสน" ระดับ E4 ไปจนถึงท่อน "ผ่านไปนับพันร้อยปี" ระดับ G4 พอถึงช่วงหลังรับรองว่าร้อยทั้งร้อยเขาต้องเสียงแตกปลิ้นแน่นอน

แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะร้องขึ้นไปถึงเท่านั้น แต่จังหวะและคีย์ยังเป๊ะปังแบบสุดๆ การเปลี่ยนคีย์ก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เสียงสูงก็ดุดันทรงพลัง ราวกับจะพุ่งทะลุทะลวงชั้นบรรยากาศ

ส่วนเสียงต่ำก็พลิ้วไหวดุจสายน้ำรินไหล นุ่มนวลแต่กลับมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แฝงไปด้วยพลังแห่งการถ่ายทอดอารมณ์อันเปี่ยมล้น

เชี่ยเอ๊ย!

นี่ฉันจริงๆ เหรอเนี่ย?!

ฉือเหย่ยังอึ้งกับตัวเองเลย

ระดับ G4 ถือเป็นระดับเสียงสูงที่ต้องอาศัยการสั่นสะเทือนของเส้นเสียงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งต้องใช้ทักษะการควบคุมลมหายใจขั้นสูงจากนักร้อง

การควบคุมได้เป๊ะขนาดนี้ อย่าว่าแต่ตัวเขาในอดีตเลย ต่อให้เอาไปเทียบกับพวก "นักร้องสายโวคอล" ในวงการบันเทิงตอนนี้ ก็ไม่ถือว่าน้อยหน้าเลยสักนิด

ฉือเหย่ตกตะลึง

ส่วนจินเซี่ยยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม

ดวงตาหงส์คู่สวยที่ปกติจะดูเย้ายวนมีเสน่ห์ ตอนนี้กลับจ้องมองฉือเหย่อย่างตื่นตะลึง เผยให้เห็นอารมณ์ที่คาดไม่ถึงเป็นครั้งแรก

"ครูฉือ... นาย... ที่นายร้องไปเมื่อกี้มันเพลงอะไรเหรอ?"

"ฉันเหมือนจะไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลยนะ...?"

"..."

ฉือเหย่ดึงสติกลับมา ปรายตามองเธอ "เธอไม่เคยได้ยินก็ถูกแล้ว"

"ฉันยังไม่ได้ปล่อยเพลงเลย เธอจะไปเคยได้ยินได้ยังไง!"

จินเซี่ย "..."

แต่เธอก็ไม่สนท่าทีหยอกล้อเหมือนปกติของเขา ยังคงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ทำไมนายถึง... เมื่อกี้นี้นายร้อง..."

"ครูฉือ นายบอกฉันมาตามตรงนะ นายแอบไปกินพี่ซือซือมาตั้งกี่คนเนี่ย?"

ฉือเหย่ "?"

"เสี่ยวจิน เธอนี่คิดตื้นเกินไปแล้วนะ"

เขาแกล้งทำเป็นสอนสั่ง "ฉันเป็นถึงหัวหน้าวงบอยแบนด์นะ เธอคิดว่าฉันไม่มีฝีมือจริงๆ หรือไง?!"

พระพันปีหลวง "..."

ตอนนี้เธอเริ่มจะสับสนแล้วเหมือนกัน

ดูเหมือน... ท่าทาง... จะเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ?

"ถ้าตอนที่ฉันอยู่เยว่น่าแล้วกล้าร้องแบบนี้ เธอเชื่อไหมว่าชาตินี้พวกนั้นคงไม่มีทางปล่อยฉันไปแน่ๆ"

ฉือเหย่ลูบลูกกระเดือกตัวเองเบาๆ

สายตาของจินเซี่ยมองตามมือของเขา กะพริบตาปริบๆ จู่ๆ ก็พยักหน้าอย่างแรง "สมกับเป็นฉันจริงๆ!"

ฉือเหย่ "?"

ทำไมรู้สึกว่าเธอจะภูมิใจยิ่งกว่าฉันซะอีกนะ?

"อะแฮ่ม... เพลงนี้เพิ่งจะแต่งได้แค่สองประโยค เอาไว้มีแรงบันดาลใจเมื่อไหร่ค่อยแต่งต่อ"

ฉือเหย่หยิบกีตาร์ขึ้นมาดีดเล่น ในใจก็กำลังคิดเรื่องการเลือกเพลง

เรื่องก็อปปี้เพลง ไม่ใช่ว่าจะก็อปปี้ไม่ได้ แต่มันต้องก็อปปี้ทีละนิด ค่อยๆ ปล่อยออกมาอย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง ไม่ใช่ก็อปปี้มาตูมเดียว หรือนึกอยากจะก็อปปี้เพลงไหนก็ก็อปปี้ มันต้องเลือกเพลงที่เหมาะกับ "คาแรกเตอร์" และสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ด้วย!

ดังนั้น เพลง 'เฉาเชา' (โจโฉ) ก็คงต้องพักไว้ที่สองประโยคก่อนชั่วคราว

"อีพีอัลบั้มแรก" ของเขา ควรจะเลือกเพลงที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

และตอนนี้เขาก็คัดกรองเพลงในใจไว้ได้หนึ่งถึงสองเพลงแล้ว——ซึ่งล้วนแต่เป็นเพลงของหลินจวิ้นเจี๋ย (JJ Lin) ทั้งสิ้น!

ใครใช้ให้โลกนี้ไม่มีเพลงของเขากันล่ะ!

ในเมื่อตอนนี้เนื้อเสียงและวิธีการร้องของเขามันช่างบังเอิญคล้ายกับเจ้าของเพลงขนาดนี้ ถ้าไม่ก็อปปี้มาใช้ ก็คงจะผิดต่อ "พรสวรรค์" ที่เหมือนกันเป๊ะขนาดนี้แย่เลย

"แล้วอีกเพลงครึ่งของอัลบั้มใหม่ล่ะ? ร้องเร็วๆ ร้องให้ฟังหน่อย!"

ทางฝั่งพระพันปีหลวงยังคงอินกับเสียงร้องที่ได้ยินเมื่อกี้ พอเห็นฉือเหย่ไม่ขยับ ก็รีบเร่งยิกๆ

"เธอไม่ได้บอกว่าจะเปย์รถสปอร์ตคันโตให้ฉันเหรอ?"

พระพันปีหลวงโบกมือปัด "เดี๋ยวเปย์ให้ๆ นายร้องมาก่อนสิ! ฉันขอเป็น 'แฟนคลับ' คนแรกของนายเลยนะ!"

ฉือเหย่พยักหน้ารับอย่างมีมาด มองดูพระพันปีหลวงที่กำลังดูดโคล่าจนแก้มตุ่ย ก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันที

"เพลงนั้นมันเศร้าเกินไปหน่อย... แต่งตอนที่ยังอยู่เยว่น่าน่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับบรรยากาศวันนี้เท่าไหร่ เอาเป็นอีกครึ่งเพลงก็แล้วกัน..."

เขาชี้ไปที่พระพันปีหลวง "เธออยู่นิ่งๆ นะ"

พระพันปีหลวง "?"

เธอกะพริบตาหงส์คู่สวย แล้วรีบนั่งหลังตรงแด่วราวกับเด็กนักเรียนประถมทันที

"ฉันพร้อมแล้ว!"

ฉือเหย่ "..."

"ไม่เห็นต้องเกร็งขนาดนั้นเลย"

เขาทบทวนเนื้อเพลงในหัว สัมผัส "พรสวรรค์การร้องเพลงระดับเทพ" ของตัวเองเป็นครั้งที่สอง นิ้วเรียวยาวบรรจงดีดกีตาร์ ท่วงทำนองและน้ำเสียงอันไพเราะก็ดังกังวานขึ้น

"หากมีวันหนึ่ง ฉันได้ย้อนเวลากลับไป"

"กลับไปเป็นตัวฉันในจุดเริ่มต้น เธอจะรู้สึกว่าฉันก็ไม่เลวหรือเปล่า"

"หากมีวันหนึ่ง ฉันต้องห่างไกลจากเธอ"

"ไม่อาจมาพบเจอกับเธอได้อีก"

"เธอจะรู้ตัวไหม ว่าฉันได้เอ่ยคำลาไปแล้ว~"

ฉือเหย่จ้องมองดวงตาหงส์คู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและดีใจ ก่อนจะค่อยๆ หยีลงจนโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

"เมื่อดวงตาของเธอยิ้มจนหยี"

"เมื่อเธอดื่มโค้กเมื่อเธอโวยวาย"

จินเซี่ยชะงัก ก้มลงมองแก้วโคล่าในมือตัวเอง

"ฉันอยากจะทำดีกับเธอ"

"เธอไม่เคยได้รับรู้เลย"

"คิดถึงเธอคิดถึงเธอ ก็กลายเป็นงานอดิเรกไปซะแล้ว"

ฉือเหย่หยุดร้องแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะร้องต่อ แต่เป็นเพราะ... พระพันปีหลวงหน้าแดงแจ๋ไปแล้ว!

พระพันปีหลวงหน้าแดงจริงๆ ด้วย!

ตั้งแต่เขารู้จักกับพระพันปีหลวงมา ถึงแม้เด็กสาวคนนี้จะดูยั่วยวนมีเสน่ห์ แต่จริงๆ แล้วแอบซื่อบื้อนิดๆ ถึงเนื้อแท้จะฉลาดเป็นกรด แต่กลับไม่ค่อยมีโมเมนต์เขินอายให้เห็นเท่าไหร่

แต่ตอนนี้ พระพันปีหลวงกลับเอามือเล็กๆ ปิดหน้า ดวงตาหงส์คู่สวยหลบสายตาเขาไปตั้งนานแล้ว เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่สวยไร้ที่ติ หลอดดูดน้ำก็หลุดออกจากปาก ท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่กำลังโดนรังแกไม่มีผิด

ฉือเหย่ "?"

"ครูฉือ... นาย... นายอย่าทำแบบนี้สิ... ฉันไม่คิดเลยว่านายจะแต่งเพลงนี้ให้ฉัน ฉันซึ้งใจมากๆ เลยนะ แต่..."

จินเซี่ยก้มหน้ามุด พูดเสียงอุบอิบ "แต่ถ้าทำแบบนี้... ฉันจะดีใจไปได้แค่ปีเดียวเท่านั้นแหละ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว"

ฉือเหย่ "..."

"ก็รู้ตัวนี่!"

เขาเปลี่ยนเรื่องทันที

เหตุผลที่เขาเลือกเพลง 'เมื่อมีเธอ' มาตั้งแต่แรก ก็เพราะพระพันปีหลวงเคยบังเอิญเห็นเขาเอาโหลเก็บความร้อนมาใส่โคล่าดื่ม ซึ่งความจริงแล้ว การกระทำที่ทั้งสองคนคิดว่า "เป็นความลับ" มาตลอดนั้น ทางรายการเขารู้ทันหมดแล้ว

พอรายการ 'พบคุณ' ออนแอร์เมื่อไหร่ ไม่เพียงแต่เขาจะมีข้ออ้างว่าทำไมถึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาได้ แต่มันยังเป็นการสาดความฟินใส่บรรดาแฟนคลับคู่จิ้นที่คอยใช้แว่นขยายส่องหาโมเมนต์หวานๆ ให้ฟินกระจายไปเลย!

เขาคิดรอบคอบสุดๆ ไปเลย!

ถึงขนาดที่เริ่มคิดด้วยซ้ำว่า ควรจะหาคู่จิ้นเพิ่มอีกสักหลายๆ คู่ดีไหม จะได้มี "วัตถุดิบ" ในการแต่งเพลงรักเพิ่มขึ้น เผลอๆ เขาอาจจะกลายเป็น "เจ้าพ่อแจกความหวานให้แปดบ้าน" เลยก็ได้!

"อืม... นายร้องเพราะมากเลยนะครูฉือ จริงๆ นะ!"

ตอนนี้พระพันปีหลวงเริ่มจะมึนๆ งงๆ ไปแล้วจริงๆ——ฟังจนมึนไปเลย!

เธอไม่คิดเลยว่า ฉือเหย่จะแต่งเพลงแบบนี้ "ให้เธอ" ได้จริงๆ

มัน... มันน่าอายเกินไปแล้ว!

ครูฉือก็จริงๆ เลย... ดีนะที่ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคง... เธอคงอยากจะอวดใจจะขาดอยู่แล้ว!

อยากจะป่าวประกาศให้รู้กันทั่วโลกไปเลย!

"เอ่อ ครูฉือ..."

พระพันปีหลวงที่ปกติจะดูแก่นเซี้ยว จู่ๆ ก็ทำท่าบิดไปบิดมาอย่างหาดูได้ยาก แถมยังแอบคาดหวังอยู่ลึกๆ "อัลบั้มของนายจะออกเมื่อไหร่เหรอ?"

ฉือเหย่ "เรื่องนี้... เฮ้อ บอกตามตรงเลยนะ เงินยังไม่ค่อยพอ คงต้องรอไปก่อนน่ะ"

"?!"

พระพันปีหลวงร้อนรนขึ้นมาทันที "รอเหรอ?! ต้องรออีกนานแค่ไหน?! เพลงเพราะขนาดนี้ ฝีมือระดับนี้ นายจะปล่อยให้แฟนคลับ... เอ๊ะ โทษที นายยังไม่มีแฟนคลับนี่นา... งั้นฉันไม่นับเป็นแฟนคลับเหรอ? ฉันอยากจะฟังเวอร์ชันเต็มเร็วๆ นี้นา!"

ฉือเหย่ถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไร

แต่ดวงตาคู่สวยของเขากลับแอบเหล่ไปมองจินเซี่ย เลียนแบบท่าทางของหยางจื่อเป๊ะๆ

แล้วเขาก็พบว่า สีหน้าของพระพันปีหลวงกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอมองหน้าเขาพลางบ่นอุบอิบ "ครูฉือ พวกเราเลิกเล่นละครกันเถอะน่า"

ฉือเหย่ "..."

"ตอนนี้นายขาดเงินอยู่เท่าไหร่? เดี๋ยวฉันโปะให้เอง!"

ฉือเหย่แกล้งทำเป็นไม่พอใจ "ดูเธอสิ ใจร้อนอีกล่ะ"

จินเซี่ยยังคงอินกับโมเมนต์สุดฟินที่ฉือเหย่ร้องเพลง "ของเธอ" เพื่อ "เธอ" อยู่ เลยไม่ได้ตอบโต้อะไร

ฉือเหย่คิดทบทวนอยู่นาน ในที่สุดก็เลิกพูดเล่น "ฉันไม่เอาเงิน แล้วก็ไม่ยืมเงินด้วย ฉันอยากจะขอร่วมหุ้นกับเธอต่างหาก"

"ร่วมหุ้น?"

พระพันปีหลวงดึงสติกลับมา มองหน้าเขาด้วยความงุนงง "ครูฉือ นายอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมาเถอะ ฉันให้นายได้จริงๆ นะ"

ฉือเหย่ "...ฉันไม่เอาเงินจริงๆ"

จินเซี่ยเริ่มสงสัย "แล้วนายจะร่วมหุ้นยังไงล่ะ?"

ฉือเหย่จึงเล่าความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวมานานให้เธอฟัง "ฉันตั้งใจจะเปิดสตูดิโอส่วนตัวน่ะ เธออยากจะมาร่วมวงด้วยกันไหมล่ะ?"

"สตูดิโอ?" พระพันปีหลวงชะงัก เริ่มจริงจังขึ้นมาบ้าง "นี่นาย... นายกะจะ... นายไม่อยากเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่แล้วเหรอ?"

ฉือเหย่เงียบ

จินเซี่ยก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน

เธอนึกถึงสถานการณ์ของฉือเหย่ขึ้นมาได้ และพอนึกถึงเรื่องนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ

เยว่น่า พวกแกมันสมควรตายจริงๆ!

"แล้วนายจะเปิดยังไงล่ะ? อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม?"

ฉือเหย่พยักหน้า "ถ้าลุยเดี่ยวช่วงแรกๆ มันจะเหนื่อยมาก แต่พ้นช่วงนั้นไปได้มันจะสบายสุดๆ... แผนของฉันตอนนี้คือเปิดสตูดิโอส่วนตัว รับงานทั้งด้านเพลงและซีรีส์ แต่แค่ลำพังเงินทุนของฉันคนเดียวตอนนี้มันยังไม่พอ... อะแฮ่ม แน่นอนว่าเงินทำอัลบั้มก็ยังขาดอยู่เหมือนกัน"

"อ๋อ"

พระพันปีหลวงถึงบางอ้อ เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย โบกมือปัดอย่างรวดเร็ว "นายก็แค่บอกตัวเลขมา โปรเจกต์นี้ ประธานจินขอร่วมลงทุนด้วยคน!"

ฉือเหย่ "..."

ป๋าเซี่ยใจป้ำสุดๆ!

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของพระพันปีหลวงเท่าไหร่หรอก

ต่อให้ไม่มีเพลง 'เมื่อมีเธอ' ด้วยนิสัยของพระพันปีหลวง ถ้าเขาเอ่ยปาก "ขอยืม" ยังไงเธอก็ต้องยอม "ให้ยืม" เงินก้อนนี้อยู่แล้ว

แต่คนเรามันก็ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณกันบ้างสิ

พระพันปีหลวงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย แถมยังช่วยเขามาตั้งเยอะแยะ เขาเองก็รู้สึกว่าควรจะให้อะไรตอบแทนเธอบ้าง

แม้ว่าตอนนี้เด็กสาวอาจจะยังไม่รู้ตัว ว่าสิ่งที่เธอ "ได้รับ" กลับมานั้นคืออะไรก็ตาม

"งั้นก็ตกลงตามนี้นะ เดี๋ยวเงินทุนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ ฉันจะเริ่มลุยทันที"

"เยี่ยมไปเลยๆ"

จินเซี่ยนั่งหลังตรง ดูดโคล่าจากหลอดในแก้ว ริมฝีปากสีแดงสดสะท้อนแสงไฟในห้องคาราโอเกะเป็นประกายเย้ายวนใจ เธอพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า "ครูฉือ ฉันอยากฟังนายร้องเพลงนั้นแบบเต็มๆ อีกสักรอบ นายร้องให้ฉันฟังหน่อยสิ น้าาา?"

"ได้สิ" ฉือเหย่ตอบรับอย่างเต็มใจ

"เอ๊ะ จริงสิ เพลงนี้ชื่อเพลงอะไรเหรอ?"

"เมื่อมีเธอ"

"'เมื่อมีเธอ' เหรอ? ชื่อเพราะจังเลย ฉันอยากฟังอีกร้อยรอบเลย!"

ฉือเหย่ "???"

"โอเค งั้นขอแค่สิบรอบ นายจ้องหน้าฉันแล้วร้องให้ฟังหน่อยสิ น้าาา?"

ฉือเหย่ "...เจ๊แกเริ่มแกล้งฉันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย?!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 60 - เมื่อมีเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว