เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน

บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน

บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน 


บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน

ซุนเสวียนกลับมาถึงบ้านในตัวอำเภอ ให้แม่ซุนกับเสี่ยวจวินรออยู่ที่บ้าน ส่วนเขาก็ปั่นจักรยานออกไปรับพ่อซุน

ขณะเดียวกันซุนอี้ที่กำลังทำงานอยู่ในโรงงานเหล็กกล้า ก็กำลังคุยอยู่กับอู๋หงเหมย

อู๋หงเหมยพูดกับซุนอี้ว่า "ซุนอี้ เมื่อคืนพ่อกับแม่แล้วก็คุณอาสองตกลงเรื่องของเราสองคนแล้วนะ พ่อกับแม่ฉันบอกว่ารอให้คุณลุงคุณป้าว่างเมื่อไหร่ ก็เชิญมาคุยกันที่บ้านเราได้เลย อ้อ... พ่อกับแม่ฉันอยากเจอคุณด้วย คุณดูสิว่าจะแวะมาบ้านฉันได้วันไหน"

ซุนอี้ตอบกลับ "หงเหมย พรุ่งนี้เลิกงานแล้วผมจะไปบ้านคุณนะ เมื่อเช้าน้องชายผมไปรับพ่อกับแม่ที่หมู่บ้านมาแล้ว คืนนี้ผมจะกลับไปคุยกับพวกท่าน มะรืนนี้ตรงกับวันหยุดพอดี ครอบครัวเราเข้าไปสู่ขอที่บ้านคุณเลยดีไหม"

อู๋หงเหมยพยักหน้า "ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เลิกงานแล้วคุณไปเจอพ่อแม่ฉันที่บ้านด้วยกันก่อน แล้วมะรืนนี้ค่อยพาครอบครัวมาสู่ขอ"

ซุนอี้ดีใจจนเนื้อเต้น "เยี่ยมไปเลย เดี๋ยววันนี้ผมกลับไปเตรียมของให้พร้อม พรุ่งนี้เลิกงานแล้วเราไปด้วยกัน"

อู๋หงเหมยรีบห้าม "ไม่ต้องเตรียมของอะไรหรอก พรุ่งนี้เลิกงานเราค่อยแวะซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ติดมือไปก็พอแล้ว"

ซุนอี้ส่ายหน้า "แบบนั้นได้ยังไงล่ะ ไปบ้านคุณครั้งแรก ไม่เตรียมของไปดีๆ มันจะดูไม่งาม หงเหมยไม่ต้องห่วง ผมจัดการเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รับรองไม่ทำให้คุณต้องเสียหน้าแน่นอน"

อู๋หงเหมยค้อนวงโต "ตาซื่อบื้อเอ๊ย ฉันขี้เกียจคุยกับคุณแล้ว มันใช่เรื่องเสียหน้าไม่เสียหน้าที่ไหนกันล่ะ ฉันไปทำงานก่อนนะ"

ซุนอี้ยังยืนงงตั้งตัวไม่ติด รีบตะโกนไล่หลังไป "หงเหมย เลิกงานแล้วรอผมด้วยนะ เดี๋ยวผมเดินไปส่งบ้าน"

ตอนที่ซุนเสวียนกับพ่อซุนมาถึงบ้าน แม่ซุนกับพี่สาวซุนอวี้ก็ทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยและกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่พอดี

พ่อซุนถามขึ้น "เสี่ยวอี้ล่ะ ป่านนี้น่าจะเลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่กลับมาอีก"

ซุนเสวียนก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจอมทึ่มแวะไปทำอะไรที่ไหน

พ่อซุนบอก "งั้นพวกเรากินข้าวกันก่อนเถอะ แบ่งกับข้าวไว้ให้มันด้วย เสี่ยวจวินคงหิวแย่แล้วใช่ไหม"

จากนั้นทั้งครอบครัวก็เริ่มลงมือทานข้าว กินไปได้ไม่ทันไร ซุนอี้ก็เปิดประตูเดินยิ้มแฉ่งเข้ามา พอเห็นพ่อซุนกับแม่ซุนก็รีบทัก "พ่อ แม่ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย"

พ่อซุนตอบ "เพิ่งมาถึงได้พักเดียวนี่แหละ กลับมาแล้วก็มานั่งกินข้าวก่อน มีเรื่องอะไรเดี๋ยวกินเสร็จค่อยคุยกัน"

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พ่อซุนกับแม่ซุนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความตื้นตัน ชีวิตตอนนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ

หลังกินข้าวเสร็จ ซุนอี้ก็รีบประกาศข่าวดี "พ่อ แม่ ผมหาแฟนได้แล้วนะ วันนี้เลิกงานผมเพิ่งเดินไปส่งหงเหมยที่บ้านมา"

พ่อซุนพยักหน้ารับ "เสวียนจื่อเล่าให้พวกเราฟังตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว พ่อกับแม่ก็ดีใจด้วยนะ รอให้ครอบครัวฝั่งโน้นตกลงเมื่อไหร่ พวกเราจะเข้าไปสู่ขอทันที"

ซุนอี้รีบบอก "พ่อ แม่ พ่อแม่ของหงเหมยเขาตกลงแล้วครับ พรุ่งนี้เลิกงานผมจะแวะไปบ้านหงเหมยก่อน พรุ่งนี้ผมจะถามเขาดูว่ามะรืนนี้ที่เป็นวันหยุด พวกเราเข้าไปสู่ขอเลยได้ไหม"

พ่อซุนตอบ "ได้สิ แต่แกไปบ้านเขากรั้งแรกก็ต้องเตรียมตัวให้ดี เรื่องมารยาทต้องเป๊ะ พรุ่งนี้ไปบ้านเขาจะเอาอะไรติดมือไปบ้าง แล้วก็เรื่องค่าสินสอดอีก เรื่องพวกนี้ครอบครัวเราต้องมาปรึกษากันให้ดี"

ซุนอี้ควักเงินออกมา "พ่อ แม่ ผมทำงานมาได้สองเดือน ตอนนี้เก็บเงินได้ 70 หยวนแล้ว พ่อกับแม่ดูสิว่าพอหรือเปล่า"

จังหวะนั้นหวังเซิ่งลี่ก็พูดขึ้น "พ่อครับ แม่ครับ ผมกับเสี่ยวอวี้ทำงานกันสองคน ปกติก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไร ตอนนี้พวกเราเก็บเงินได้ 100 หยวนแล้ว เอาไปสมทบเป็นค่าแต่งงานให้เสี่ยวอี้เถอะครับ เงิน 100 หยวนนี่ถือเป็นของขวัญแต่งงานจากผมกับเสี่ยวอวี้ ส่วนเงินเก็บเดี๋ยวพวกเราค่อยเริ่มเก็บกันใหม่ได้"

"ผมรู้สึกขอบคุณพ่อกับแม่มาตลอด แต่ปกติก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ตอบแทนอะไร เสี่ยวจวินช่วงนี้ก็ไปรบกวนพ่อกับแม่คอยดูแลให้ ผมกับเสี่ยวอวี้ก็เลยอยากจะทำประโยชน์ให้ครอบครัวเราบ้างครับ"

พ่อซุนไม่ได้ปฏิเสธ เขารู้นิสัยใจคอของลูกสาวและลูกเขยดี จึงหันไปพูดกับหวังเซิ่งลี่ "เซิ่งลี่ พ่อรู้ว่าแกกับเสี่ยวอวี้เป็นคนกตัญญู พวกแกก็เหมือนเสี่ยวอี้กับเสวียนจื่อ ล้วนเป็นลูกของพ่อเหมือนกัน"

"พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันมาตลอด เสี่ยวอวี้เป็นคนใจร้อน แกก็คอยยอมให้ตลอด แถมยังดูแลเสี่ยวอวี้อย่างดี เรื่องพวกนี้พ่อกับแม่เห็นหมดแหละ ต่อไปแกกับเสี่ยวอวี้ก็ใช้ชีวิตคู่กันให้ดีเถอะ"

"ส่วนเรื่องเสี่ยวจวิน นั่นก็หลานชายแท้ๆ ของพ่อ พ่อกับแม่มีแต่จะดีใจที่ได้เลี้ยงมัน แกกับเสี่ยวอวี้ไม่ต้องกดดันตัวเองหรอก เรื่องงานที่ได้ทำก็เป็นเพราะเสวียนจื่อมันหามาให้ เสวียนจื่อมันก็ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร ขอแค่ครอบครัวเรารักใคร่ปรองดองกันก็พอแล้ว"

หวังเซิ่งลี่กับซุนอวี้รู้สึกซาบซึ้งใจมาก ซุนอวี้ถึงกับขอบตาแดงก่ำ พอซุนเสวียนเห็นพี่สาวซึ้งจนจะร้องไห้ก็รีบพูดทำลายบรรยากาศเศร้า "พี่ เห็นความดีของน้องชายคนนี้หรือยัง ต่อไปพี่ห้ามลงไม้ลงมือกับผมแล้วนะ"

บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน (2/2)

ซุนอวี้หลุดขำออกมา "วางใจเถอะ ต่อไปพี่จะไม่ตีแกแล้ว"

ซุนเสวียนหันไปบอกพี่เขย "พี่เขย พี่ไม่ต้องกดดันเลยนะ แค่พี่กับพี่สาวใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข นั่นก็คือสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว เรื่องตอบงตอบแทนอะไรผมไม่ต้องการหรอก"

"พี่ดูแลพี่สาวผมให้ดีก็พอ แล้วพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มัวแต่เกรงใจกันไปมามันจะอึดอัดเปล่าๆ ทำตัวเหมือนเป็นพี่น้องกันนี่แหละ วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล พวกเราคอยช่วยเหลือกัน ชีวิตมันก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก"

หวังเซิ่งลี่พยักหน้ารับ "เสวียนจื่อ พี่เข้าใจแล้ว นายไม่ต้องห่วง"

พ่อซุนวกกลับเข้าเรื่อง "เอาล่ะ มาคุยเรื่องงานแต่งเสี่ยวอี้กันต่อดีกว่า ครอบครัวของหงเหมยเขาเป็นคนในเมือง ในเมื่อเขายอมยกลูกสาวให้บ้านเรา เราก็ต้องจัดการให้สมเกียรติ จะเอาธรรมเนียมในหมู่บ้านเรามาใช้ไม่ได้หรอก"

"ค่าสินสอดก็ให้ไป 88 หยวนก็แล้วกัน จักรยานตอนนี้ที่บ้านเราก็มีกันคนละคันแล้ว ไม่ต้องซื้อใหม่หรอก เราซื้อนาฬิกาข้อมือให้หงเหมยเพิ่มอีกสักเรือนดีกว่า แล้วก็เตรียมของขวัญอย่างอื่นไปอีกนิดหน่อย"

"ส่วนพวกวิทยุกับจักรเย็บผ้า เสี่ยวอี้กับหงเหมยมีงานทำกันทั้งคู่ รอแต่งงานกันแล้วค่อยทยอยซื้อทีหลังก็แล้วกัน หลายปีมานี้บ้านเราลำบาก พ่อกับแม่ก็เลยไม่มีเงินเก็บเท่าไหร่"

"เก็บหอมรอมริบมาหลายปีมีเงินอยู่แค่ 50 กว่าหยวน เอาไปรวมแล้วคงยังไม่พอซื้อนาฬิกาข้อมือ เดี๋ยวพ่อจะไปขอยืมลุงใหญ่กับอาสามแกมาโปะให้ครบ แล้วต่อไปเสี่ยวอี้แกก็ไปหาเงินมาใช้คืนพวกเขาก็แล้วกัน"

ซุนเสวียนรีบแทรก "พ่อครับ แม่ครับ พ่อกับแม่ลืมผมไปแล้วหรือไง พ่อไม่ต้องไปยืมเงินลุงใหญ่กับอาสามหรอก เงินของพ่อกับแม่ก็เก็บไว้ใช้เถอะ เรื่องนาฬิกาข้อมือปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ส่วนพวกของขวัญของฝากผมก็จัดการให้ได้หมด"

"พ่อกับแม่อยากได้อะไรบอกผมคำเดียว เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ผมมีจ่าย นาฬิกาข้อมือผมก็หามาได้ ถือซะว่านาฬิกาเรือนนี้เป็นของขวัญรับขวัญพี่สะใภ้จากผมก็แล้วกัน รอผมเริ่มทำงานเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมจะหามาแจกคนในบ้านให้ครบทุกคนเลย"

พ่อซุนขมวดคิ้ว "เสวียนจื่อ ช่วงนี้แกไม่ได้ขึ้นเขาเลยไม่ใช่เหรอ เงินที่ได้จากการล่าสัตว์คราวก่อนก็น่าจะใช้ไปเยอะแล้วนี่นา"

ซุนเสวียนอธิบาย "พ่อ ผมแวบไปล่าสัตว์ที่ภูเขาตะวันออกแถวๆ ชานเมืองนี่เอง ได้ของมาขายทำเงินไปตั้งเยอะแยะ"

พ่อซุนถอนหายใจ "เฮ้อ... ไอ้ลูกคนนี้ ต่อไปแกก็ตั้งใจไปทำงานเถอะ อย่าไปทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนั้นอีกเลย แล้วเรื่องของพวกแกสองพี่น้อง พ่อเคยบอกไปแล้วไงว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ให้พวกแกตกลงกันเอง พี่ชายแกติดหนี้แกเท่าไหร่ ต่อไปก็ให้มันหามาใช้คืนแกเอาเอง"

"พ่อกับแม่ก็รู้ว่าแกทำเพื่อครอบครัวเรามาเยอะ พ่อกับแม่รู้สึกผิดอยู่ในใจเสมอ ที่พวกเราไม่มีปัญญาทำให้ครอบครัวนี้ดีขึ้นได้..."

ซุนเสวียนรีบเบรกคำพูดของพ่อ "พ่อ อย่าพูดแบบนี้สิครับ พ่อกับแม่เลี้ยงดูพวกเรามาจนโต พ่อกับแม่ต้องเหนื่อยมามากแค่ไหน สิ่งที่ผมทำมันเทียบไม่ได้เลยสักนิด พ่อพูดแบบนี้ผมอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้วนะ"

"แล้วอีกอย่าง ผมเป็นลูกของพ่อนะครับ พ่อจะมามัวเกรงใจลูกตัวเองทำไม สำหรับผม พ่อกับแม่คือคนที่เก่งกาจและน่ายกย่องที่สุดแล้วครับ"

พ่อซุนถูกคำพูดของซุนเสวียนชะโลมใจจนโล่งอก "เสวียนจื่อ แกพูดถูก ต่อไปพ่อกับแม่ก็แค่รอนั่งเสวยสุขก็พอแล้วสินะ"

ซุนอี้หันไปขอบคุณทุกคนในบ้านเป็นพัลวัน พร้อมให้คำมั่นว่าจะตั้งใจทำงาน สร้างครอบครัวให้ดี และที่สำคัญที่สุดคือจะรีบปั๊มหลานชายตัวโตๆ ออกมาให้พ่อซุนกับแม่ซุนอุ้มโดยเร็ว

ทั้งครอบครัวนั่งคุยกันอย่างออกรสชาติ เสี่ยวจวินกอดขนมที่ซุนเสวียนให้ไว้ ยิ้มแป้นอย่างมีความสุข

ซุนเสวียนหันไปถามพี่ชาย "พี่ใหญ่ พรุ่งนี้พี่จะไปบ้านพี่หงเหมย พี่เตรียมอะไรไปให้เขาบ้างล่ะ"

ซุนอี้ส่ายหน้า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน กะว่าพรุ่งนี้จะไปเดินดูที่สหกรณ์ร้านค้าหน่อย"

ซุนเสวียนโบกมือ "สหกรณ์ร้านค้ามันจะมีของดีอะไรล่ะ เดี๋ยวผมออกไปข้างนอกแป๊บนึง เดี๋ยวเตรียมของมาให้ รอเดี๋ยวนะ"

ซุนอี้รีบดึงแขนไว้ "ไม่ต้องรีบหรอกน่า พรุ่งนี้เลิกงานค่อยไปก็ได้"

ซุนเสวียนอธิบาย "พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง พรุ่งนี้ผมก็ต้องไปทำเรื่องเข้าทำงานเหมือนกัน"

ซุนอี้เบิกตากว้าง "แกหางานได้แล้วเหรอ"

ซุนเสวียนพยักหน้า "ได้แล้ว พี่โจวแกเป็นคนช่วยจัดการให้ พรุ่งนี้ผมจะไปเดินเรื่อง รอหมดวันหยุดมะรืนนี้เมื่อไหร่ ผมก็จะเริ่มทำงานแล้ว"

จากนั้นซุนเสวียนก็เล่ารายละเอียดเรื่องสถานที่ทำงานและหน้าที่รับผิดชอบให้ซุนอี้ ซุนอวี้ และหวังเซิ่งลี่ฟัง ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดีกับซุนเสวียน

ซุนเสวียนตัดบท "เดี๋ยวผมออกไปเตรียมของให้ก่อนนะ กลับมาค่อยคุยกันต่อ" พูดจบเขาก็กระโดดขึ้นจักรยานปั่นออกไปทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 47 - ครอบครัวซุนเสวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว