เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - กลับบ้านแบ่งเสบียง

บทที่ 12 - กลับบ้านแบ่งเสบียง

บทที่ 12 - กลับบ้านแบ่งเสบียง


บทที่ 12 - กลับบ้านแบ่งเสบียง

ลูกพี่หู่บอกกับซุนเสวียน "ค่าเนื้อหมูทั้งหมด 187 หยวน 5 เหมา ฉันปัดเปน 188 หยวนเลยแล้วกัน ช่วงนี้ราคาเสบียงก็สูงเอาเรื่อง มันฝรั่ง 2 เหมา มันเทศ 4 เหมา แป้งข้าวโพด 8 เหมา แป้งข้าวฟ่าง 7 เหมา แป้งสาลี 1 หยวน ข้าวสาร 1 หยวน 5 เหมา นายลองดูสิว่าอยากได้อะไรบ้าง"

ซุนเสวียนคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็วแล้วบอกกับลูกพี่หู่ "ผมเอามันฝรั่ง มันเทศ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวฟ่าง อย่างละ 60 ชั่ง แล้วก็แป้งสาลีกับข้าวสารอย่างละ 20 ชั่งครับ" ลูกพี่หู่รับคำแล้วก็สั่งลูกน้องให้ไปเตรียมเสบียงทันที

ลูกพี่หู่หันมาบอกกับซุนเสวียน "น้องชายคุยง่ายดี ฉันจะบอกความจริงให้ฟัง ตอนนี้เสบียงขาดแคลนหนักมาก เสบียงในตลาดมืดก็เหลือน้อยเต็มที วันนี้ฉันยอมแลกเป็นเสบียงให้นายทั้งหมดเลยนะ คราวหน้าถ้านายได้เนื้อมาอีก ต้องเอามาส่งให้ฉันนะเว้ย"

ซุนเสวียนรู้ดีว่าวันนี้เขาติดหนี้บุญคุณลูกพี่หู่เข้าให้แล้ว จึงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "เฮียหู่ ขอบคุณมากๆ เลยครับ คราวหน้าถ้ามีของดีผมจะเอามาส่งให้เฮียแน่นอน กลัวแต่ว่าเฮียจะรับซื้อไม่ไหวสิครับ"

พอได้ยินคำพูดนี้ ลูกพี่หู่ก็สัมผัสได้ทันทีว่าไอ้หนุ่มนี่น่าจะมีของดีซ่อนอยู่อีก เขาหัวเราะร่วน "ฮ่าๆ น้องชาย ขอแค่นายเอามาส่ง ฉันรับซื้อได้หมดแหละ วันนี้ฉันถือว่านายเป็นน้องชายฉันแล้ว วันหน้าถ้ามีของดีอย่าลืมพี่ชายคนนี้ล่ะ"

ซุนเสวียนรีบประจบ "เฮียหู่พูดถูกครับ วันหน้าถ้าน้องมีของดีจะเอามาส่งให้เฮียแน่นอน"

"ไม่ต้องเรียกเฮียหู่อะไรแล้ว เรียกพี่หู่ดีกว่า น้องชายมีอะไรให้ช่วยก็บอกมาได้เลย อะไรที่จัดการให้ได้ พี่จัดการให้หมด"

ซุนเสวียนนึกถึงนมผงที่รับปากพี่สะใภ้ไว้ จึงเอ่ยขึ้น "พี่หู่ครับ ที่บ้านผมมีหลานชายหลานสาวสองคน ขาดสารอาหารอย่างหนักเลย ไม่ทราบว่าพี่พอจะหานมผงให้ผมสักกระป๋องได้ไหมครับ"

"ฮ่าๆ น้องชาย หูไวตาไวจริงๆ วันนี้ตลาดมืดของพวกเราเพิ่งได้นมผงมา 6 กระป๋องพอดี เดี๋ยวพี่เจียดให้นาย 2 กระป๋องก็แล้วกัน มากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ มีคนจองไว้แล้ว"

ซุนเสวียนได้ยินว่ามี 2 กระป๋องก็ดีใจเนื้อเต้น "พอแล้วครับพี่ แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว ขอบคุณพี่หู่มากครับ" นมผงในมิติของซุนเสวียนมีเยอะแยะ แต่เขาเอาออกมาใช้อย่างเปิดเผยไม่ได้ ตอนนี้ได้นมผงจากพี่หู่มา 2 กระป๋อง ต่อไปก็มีแหล่งที่มาของนมผงใช้อ้างอิงได้แล้ว

สิบนาทีผ่านไป เสบียงถูกเตรียมไว้จนครบ นมผง 2 กระป๋องก็ถูกนำมาวางตรงหน้า ซุนเสวียนหันไปถามพี่หู่ "พี่หู่ นมผงนี่กระป๋องละเท่าไหร่ครับ"

พี่หู่ตอบ "นมผงกระป๋องละ 10 หยวน แถมต้องใช้คูปองนมผงด้วยนะ ไอ้คูปองเนี่ยแหละที่หายากสุดๆ" ซุนเสวียนพอได้ยินราคาก็รู้ทันทีว่าเงินค่าขายหมูป่าไม่พอจ่ายค่าเสบียงกับนมผงแน่ๆ ขายหมูป่าได้เงินมา 188 หยวน ซื้อเสบียงไป 176 หยวน เหลือเงินแค่ 12 หยวน นมผง 2 กระป๋องราคา 20 หยวน ยังไม่รวมคูปองนมผงอีก ลำพังแค่เงินเขาก็ขาดอยู่อีก 8 หยวนแล้ว ซุนเสวียนรู้สึกเกรงใจขึ้นมาทันที

เขาพูดกับพี่หู่ว่า "พี่หู่ครับ งั้นผมเอานมผงแค่กระป๋องเดียวนะครับ วันนี้เราเคลียร์บิลกันแค่นี้ก่อน"

พี่หู่ฟังปุ๊บก็เดาความคิดของซุนเสวียนออกทันที "อุตส่าห์เรียกพี่ว่าพี่หู่ทั้งที จะให้เรียกฟรีๆ ได้ไง เสบียงกับนมผงสองกระป๋องนี่เอาไปให้หมดเลย วันนี้การซื้อขายของเราจบแค่นี้ ไว้คราวหน้าน้องชายมาใหม่เราค่อยมาคุยเรื่องบัญชีรอบหน้ากัน"

"ได้ครับน้องจะจำไว้ อีกไม่กี่วันน้องจะเอาของดีมาฝากพี่หู่นะครับ"

พี่หู่ยิ้มกว้าง "ดีๆ พี่จะรอแกมาคราวหน้านะ" จากนั้นเขาก็สั่งลูกน้องให้ขนเสบียงไปซ่อนไว้ในมุมลับตาใกล้ๆ ปากตรอกที่ซุนเสวียนเข้ามา พี่ชายทั้งสามของซุนเสวียนเห็นคนเดินออกมาจากลานบ้าน และเห็นซุนเสวียนเดินตามมาข้างหลังจึงรีบเดินเข้าไปหา

พี่หู่เห็นพวกพี่ชายของซุนเสวียนเดินมา ก็พูดทิ้งท้าย "น้องชาย พวกพี่ชายแกรอจนร้อนใจแล้ว รีบไปเถอะ พี่ไม่เดินไปส่งนะ แล้วเจอกันคราวหน้า"

ซุนเสวียนพยักหน้า "ได้ครับ อีกสองสามวันเจอกันแน่นอน"

จากนั้นพี่หู่ก็พาลูกน้องเดินกลับเข้าไปในตลาดมืด

ซุนเสวียนหันไปบอกพี่ชายทั้งสาม "พวกเราเอาของใส่กระบุงกันก่อนเถอะ เรื่องอื่นกลับไปคุยกันที่บ้าน"

ซุนเสวียนเอาแป้งสาลี ข้าวสาร และนมผง 2 กระป๋องใส่กระบุงของตัวเอง ส่วนของที่เหลือก็แบ่งให้พี่ชายทั้งสามคนใส่กระบุงของแต่ละคนไป จากนั้นทั้งสี่คนก็รีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน

ระหว่างทาง ซุนเหวิน ซุนปิน และซุนอี้ต่างก็เก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เพราะสิ่งที่แบกอยู่บนหลังคือเสบียงก้อนโต! แค่สัมผัสจากน้ำหนักกระบุงก็รู้แล้วว่าแลกเสบียงมาได้เยอะขนาดไหน ทีนี้ทุกคนก็ไม่ต้องกลัวอดตายแล้ว ถึงแม้จะหวังให้ได้กินอิ่มทุกมื้อคงเป็นไปไม่ได้ แต่ขอแค่อดไม่ตายก็พอใจแล้ว ในยุคสมัยนี้ไม่มีชาวบ้านคนไหนในกองผลิตที่ได้กินอิ่มทุกวันหรอก

ซุนอี้อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามซุนเสวียนระหว่างทาง "น้องเล็ก แกไปเอาแรงมหาศาลมาจากไหนวะ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย เมื่อก่อนแกออกจะเป็นไอ้แห้ง วันนี้แบกเนื้อหมูร้อยกว่าชั่งขึ้นหลังได้ฉลุย แถมยังดูชิลๆ อีกต่างหาก"

ซุนเสวียนกลอกตาใส่ซุนอี้ "พี่ พูดไม่เข้าหูก็เงียบไปเลย ใครเป็นไอ้แห้งกัน พี่นั่นแหละไอ้แห้ง เมื่อก่อนที่ผมเรี่ยวแรงน้อยก็เพราะกินไม่อิ่มไง สองสามวันมานี้ผมได้กินอิ่มท้อง เรี่ยวแรงมันก็ต้องกลับมาสิ แล้วอีกอย่าง ผมขึ้นเขาลงเขาปีนป่ายไปมาก็ถือเป็นการออกกำลังกายนะ ตอนนี้ผมอายุ 16 แล้ว จะเอาไปเทียบกับเมื่อก่อนได้ยังไง แรงมันก็ต้องเยอะขึ้นอยู่แล้ว" พวกพี่ชายฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะเมื่อก่อนพวกเขากินไม่อิ่มจริงๆ แถมซุนเสวียนตอนนั้นก็ยังเด็กกว่านี้ จะให้มีแรงเยอะเท่าตอนนี้ได้ยังไง เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนเชื่อสนิทใจ ซุนเสวียนก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ในที่สุดก็แถสีข้างถลอกรอดตัวมาได้

ซุนอี้ยังไม่หยุดถาม "เสวียนจื่อ แล้วทำไมลูกพี่หู่แห่งตลาดมืดคนนั้นถึงเรียกแกว่าน้องชายล่ะ แถมตอนเดินออกมาด้วยกันก็ยังคุยกันซะดิบดี แกยังเรียกเขาว่าพี่หู่อีก"

ซุนเสวียนเริ่มปวดขมับ ทำไมพี่ชายแท้ๆ ของเขาถึงได้ขี้สงสัยขนาดนี้เนี่ย

"ก็บอกแล้วไงว่าตอนนี้ตลาดมืดขาดแคลนเสบียงและเนื้อสัตว์อย่างหนัก พี่หู่คนนั้นก็ไม่ได้เห็นเนื้อหมูล็อตใหญ่ๆ แบบนี้มานานแล้ว พอพวกเราเอาไปส่งให้ร้อยกว่าชั่ง เขาจะไม่ดีใจได้ไง ที่เขามาทำตัวสนิทสนมกับผมก็เพราะหวังผลระยะยาว เผื่อพวกเราจับหมูป่าได้อีกจะได้เอาไปส่งให้เขาไงล่ะ"

ซุนเสวียนปรายตามองซุนอี้ พอเห็นว่าพี่ชายเตรียมจะอ้าปากถามต่อ เขาก็รีบพูดดักคอทันที "พี่ พี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ จะถามอะไรนักหนา แบกของหนักไม่เหนื่อยหรือไง เลิกพูดแล้วเก็บแรงไว้เดินเถอะ รีบจ้ำกลับบ้านได้แล้ว"

ซุนอี้เลยต้องหุบปากฉับ พี่น้องสี่คนเดินหน้าตั้งกลับบ้านด้วยความรวดเร็วโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

พอใกล้จะถึงบ้าน ซุนเสวียนก็แอบชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือในมิติ ตอนนี้ตีสองกว่าแล้ว ภายในกองผลิตเงียบกริบไร้แสงไฟ เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน ซุนเสวียนก็เคาะประตูเบาๆ แสงสลัวๆ ลอดออกมาก่อนที่พ่อซุนจะถือตะเกียงน้ำมันก๊าดมาเปิดประตูให้

พอประตูเปิด พี่น้องทั้งสี่ก็รีบแทรกตัวเข้าบ้าน พ่อซุนจัดการลงกลอนประตูแล้วเดินตามเข้ามา

ภายในบ้าน แม่ซุน ลุงใหญ่ และอาสามกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะ พอเห็นทั้งสี่คนเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นถาม "ในที่สุดก็กลับมาสักที ระหว่างทางไม่ได้เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม"

ตอนที่พวกซุนเสวียนไปตลาดมืด ลุงใหญ่กับอาสามเอาเนื้อหมู 10 ชั่งกลับไปส่งที่บ้านและบอกกล่าวกับภรรยาแล้วก็กลับมารอที่บ้านของซุนเสวียน เพราะขืนกลับไปนอนก็คงนอนไม่หลับด้วยความกระวนกระวายใจ สู้มานั่งรอให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า

ซุนเสวียนตอบ "ราบรื่นดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร แลกเสบียงมาได้แล้วด้วย" จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ทุกคนฟัง พร้อมกับย้ำเตือนว่าตอนนี้โลกภายนอกขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก ทางที่ดีควรตุนเสบียงไว้ที่บ้านให้เยอะๆ เข้าไว้ ซุนเสวียนรู้ดีว่าผลผลิตปีนี้ก็ยังคงย่ำแย่ จึงถือโอกาสนี้ยุให้ทุกคนเริ่มกักตุนเสบียงเสียเลย

ทุกคนได้ยินข่าวก็ทำหน้าเครียด ซุนเสวียนเห็นดังนั้นจึงรีบปลอบใจ "ครั้งนี้เราแลกเสบียงมาได้เพียบเลยนะครับ มีมันฝรั่ง มันเทศ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวฟ่าง อย่างละ 60 ชั่ง แล้วก็ข้าวสารกับแป้งสาลีอีกอย่างละ 20 ชั่ง"

พอได้ยินจำนวนเสบียงมหาศาล ทุกคนก็กลับมายิ้มออกอีกครั้ง ไม่นึกเลยว่าจะแลกเสบียงมาได้เยอะขนาดนี้ ถ้าประหยัดกินหน่อยก็คงอยู่รอดไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วงใบไม้ร่วงได้สบายๆ

จากนั้นซุนเสวียนก็เริ่มจัดการแบ่งเสบียง เขาแบ่งมันฝรั่ง มันเทศ แป้งข้าวโพด และแป้งข้าวฟ่างออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 20 ชั่ง แล้วแบ่งข้าวสารกับแป้งสาลีออกเป็น 3 ส่วนเช่นกัน โดย 2 ส่วนได้ข้าวสารและแป้งสาลีอย่างละ 6 ชั่ง ส่วนอีก 1 ส่วนได้ข้าวสารและแป้งสาลีอย่างละ 8 ชั่ง

พอแบ่งเสร็จเขาก็หันไปบอกลุงใหญ่กับอาสาม "ลุงใหญ่ อาสาม เมื่อตอนเย็นผมบอกไปแล้วนะว่าครอบครัวเราต้องช่วยเหลือกันเพื่อให้ผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปให้ได้ พวกอาห้ามปฏิเสธเด็ดขาด คนในบ้านตั้งเยอะแยะถ้าไม่มีเสบียงจะอยู่รอดได้ยังไง ถ้าพวกอาปฏิเสธผมโกรธจริงๆ นะ"

ลุงใหญ่กับอาสามฟังแล้วก็จำยอมรับเสบียงไว้แต่โดยดี พวกเขารู้ว่าหลานชายหวังดีกับพวกเขาจากใจจริง

ซุนเสวียนยื่นนมผง 2 กระป๋องให้ซุนเหวิน "พี่ใหญ่ นี่นมผง 2 กระป๋องที่ผมแลกมาได้ พี่เอาไปให้หลานๆ กินบำรุงร่างกายนะ เด็กสองคนนั้นผอมจนดูไม่ได้แล้ว พี่ห้ามปฏิเสธนะ นมผงนี่ผมไม่ได้ให้พี่ แต่ให้หลานชายกับหลานสาวผมต่างหาก รอให้พวกนั้นโตขึ้นค่อยมาตอบแทนบุญคุณอาอย่างผม พี่เอาไปเถอะ เมื่อตอนบ่ายผมรับปากพี่สะใภ้ไว้แล้วว่าจะหานมผงมาให้หลานๆ พี่ไม่ต้องคิดมากหรอก พวกเราครอบครัวเดียวกัน"

ซุนเหวินฟังจบก็กอดนมผง 2 กระป๋องไว้แน่น น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า

ซุนเสวียนพูดต่อ "พรุ่งนี้พี่ใหญ่ พี่เหวิน แล้วก็พี่ปิน ลาหยุดงานสักวันนะ ไม่ต้องไปทำนาแล้ว หลุมพรางที่ผมขุดไว้วันนี้ ตอนกลับผมจัดการซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมแล้ว พรุ่งนี้น่าจะจับอะไรได้อีก แถมผมยังมีวิธีจับหมูป่า ไก่ป่า แล้วก็กระต่ายป่าด้วย พวกพี่กลับไปนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้เที่ยงๆ ค่อยมาหาผม แล้วเราค่อยขึ้นเขากัน"

พี่ชายทั้งสามรับคำแข็งขัน พวกผู้ใหญ่เห็นพี่น้องรักใคร่ปรองดองกันดีก็รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง

อาศัยความมืดในยามวิกาล ลุงใหญ่ อาสาม ซุนเหวิน และซุนปิน ก็แบกเสบียงเดินกลับบ้านตัวเองไปอย่างเงียบเชียบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - กลับบ้านแบ่งเสบียง

คัดลอกลิงก์แล้ว