เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน

บทที่ 64 เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน

บทที่ 64 เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน


[แฟนเพจBamแปลNiyay:ลงแบบราคาถูกโคตรในmy-novel(ลงช้ากว่าThai-novel100ตอน)กับthai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นนอกจากสองเว็บนี้คือไม่ใช่ผมนะ ถ้าเจอคนอ่านก็อปดันเยอะกว่าก็ท้อเป็นนะครับ]

[ถ้าอ่านฟรีแบบเถื่อนไม่ว่าจะได้มายังไงนั้น ผมไม่ว่าเลยครับ และต่อให้ไม่มีคนอ่าน ผมก็ยังจะแปลต่อจนจบด้วย แต่ถ้าจะจ่ายเงินให้เว็บหรือคนที่copyไปขายอีกที คุณโคตรแย่เลยครับ]

[หลังแปลจบจะมีการแก้คำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น ดังนั้นถ้าคุณอ่านแบบเถื่อน ก็เชิญเลยครับ เพราะมันไม่มีอัพเดทให้หรอก]

บทที่ 64 เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน

ในห้องอันกว้างขวาง กู่เฉินหนานถอดสูทออก คลายเนคไทรอบคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา และนั่งลงที่ขอบเตียงพลางครุ่นคิดบางอย่าง

“ให้ตายเถอะ ถังหยุนจินเป็นบ้าอะไรไปกันแน่?”

"เธอบอกว่าเธออยากจะขอบคุณฉัน ขอบคุณฉันเรื่องบ้าอะไร?”

“เธอบอกว่าต้องการขอบคุณฉันที่หยุดหลินหยู่ไม่ให้ได้แชมป์ในวันนี้ ดังนั้นเธอจึงอยากสอนวรยุทธ์การต่อสู้ที่เป็นมรดกสืบทอดของตระกูลเธอให้งั้นเหรอ?”

“เธอล้อเล่นหรือไง? เธอคงไม่ได้พยายามที่จะเข้าใกล้ฉันเพื่อแก้แค้นให้หลินหยู่หรอกนะ?”

“จุ๊~ แต่จะมองไปทางเลวร้ายหมดก็ไม่ได้ เพราะถังหยุนจินยามนี้ไม่สามารถใช้วรยุทธ์อะไรได้เลย เธอคงไม่มีพิษมีภัยหรอก”

"แล้วนี่มัน...เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?"

"ในเรื่องเดิม ถังหยุนจินต้องการให้หลินหยู่คว้าแชมป์สิ!"

กู่เฉินหนานคิดไม่ออก ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

ให้ตายเถอะ หัวของฉันกำลังจะระเบิดแล้ว!

ช่างเถอะ ฉันไม่ขอคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป!

ไม่ว่าเธอจะมีแผนการหรือกลอุบายอะไร ฉันก็จะไม่สนใจเธอ!

กู่เฉินหนานวางโทรศัพท์ของเขาลงแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง จ้องมองไปที่เพดาน

หลังจากเจอกับเรื่องราวบ้า ๆ  มากมาย สภาพจิตใจของกู่เฉินหนานก็แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย

อาจเป็นการกล่าวที่เกินจริงที่จะบอกว่า ต่อให้ภูเขาไฟถล่มตรงหน้า ใบหน้าของเขาจะไม่เปลี่ยนสีเลย ทว่ายามนี้ หัวใจของเขามันแข็งแกร่ง ไม่ตกใจต่อสิ่งใดอีกต่อไป ต่อให้เสือร้ายจะพุ่งเข้ามาหาเขาจากด้านหลังก็ไม่หวั่น

ต่อให้ชายร่างกายกำยำหลายสิบคนจะบุกเข้ามาในห้องของกู่เฉินหนาน แต่เขาก็ยังคงคิดว่าพวกเขามาหาเขาเพื่อประจบประแจง

กระทั่งซูเฉียนโม่ หญิงสาวผู้เย็นชาก็ได้กลายเป็นกวางเพศเมียผู้แสนขี้อาย และแม่ทัพหญิงหลิงหมิงรุ่ยก็กลายเป็นหญิงสายแสนหวานที่ละเอียดอ่อน บอบบาง ถ้าขนาดเรื่องเช่นนี้ยังเป็นไปได้ จะมีอะไรอีกที่เป็นไปไม่ได้?

ตู๊ดดด ~

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

กู่เฉินหนานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและมองดู มันเป็นอีกหนึ่งข้อความจากถังหยุนจิน

“คุณชายกู่ ก่อนหน้านี้ฉันเคยถูกหลินหยู่หลอก ดังนั้นฉันจึงได้ถ่ายทอดวรยุทธ์การต่อสู้ของตระกูลฉันให้กับเขาไป”

“แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยวิชาวรยุทธ์เหล่านั้น มันได้เพิ่มความแข็งแกร่งของเขาไปมาก ซึ่งมันจะทำให้เขาอาการดีขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต ดังนั้นคุณชายกู่ ได้โปรดยอมรับวรยุทธ์การต่อสู้ของฉันด้วยเถอะนะคะ!”

ให้ตายสิ!

มันต้องเป็นแผนการที่จะสร้างความขัดแย้งอย่างแน่นอน!

อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ ฉันไม่เชื่อเธอด้วยกลยุทธ์ตื้น ๆ แบบนี้หรอก

ฉันอ่านเนื้อเรื่องมาหมดแล้ว!

กู่เฉินหนานปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง แล้วนอนลงโดยใช้แขนค้ำเป็นหมอน

ตลกจริง ๆ !

เธอคิดว่าฉันเป็นแค่ลูกชายคนรวยผลาญเงินไปวัน ๆ งั้นเหรอ?

ขอบอกเลยว่าภายนอกฉันแกล้งทำเป็นไร้การศึกษา โง่เขลา และอวดี แต่แท้จริงแล้วฉันฉลาดมาก!

เธอมันก็แค่หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่เรียนไม่เก่งและหาวิธีรักษาร่างกายตัวเองไม่ใช่หรือไง? ช่างน่าขันจริง ๆ !

โทรศัพท์ของเขายังคงดังอยู่ แต่กู่เฉินหนานไม่ได้มีความตั้งใจที่จะดูมันเลย

เขาอาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดนอนสีเข้ม จากนั้นก็คลานเข้าไปใต้ผ้าห่ม

ในไม่ช้าเสียงกรนอันแผ่วเบาก็หลุดออกมา

...

เวลา 02.00 น.

ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเสียงใด ๆ จากคฤหาสน์ตระกูลกู่ ยกเว้นเสียงร้องของแมลงอยู่ภายนอก

ทันใดนั้น แสงไฟในห้องปลายทางเดินชั้นหนึ่งก็เปิดขึ้นทันที

ไป๋ยู่เทียนที่สวมหน้ากาก ติดกิ๊ปกระต่ายที่ผม ค่อย ๆ โผล่หัวของเธอออกมาจากห้องของเธออย่างระมัดระวัง

เธอมองไปทางซ้ายและขวาอย่างลับ ๆ  และเมื่อไม่เห็นใคร เธอจึงเขย่งเท้าย่อตัวออกจากห้องของเธอ

ในมือของเธอถือถุงน่องลายสีขาวที่เธอเพิ่งถอดออก ซึ่งมันยังคงมีความอุ่นอยู่บ้าง เธอเดินขึ้นไปข้างบนโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ และในที่สุด เธอก็หยุดอยู่หน้าห้องของกู่เฉินหนาน

เธอยืนอ้อยอิ่งอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้ววางมือบนลูกบิดประตู จากนั้นก็แนบหูของเธอกับประตูเพื่อฟังเสียงอยู่สักพัก

แล้ว...

คลิก  เธอค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป

กู่เฉินหนานที่อยู่ข้างในหลับอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ตัวเลยว่าไป๋ยู่เทียนเข้ามาแล้ว

ไป๋หยูเทียนก้าวไปข้างหน้าเบา ๆ แล้วมาหยุดที่ข้างเตียงของกู่เฉินหนาน

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างไสว เธอเห็นกู่เฉินนอนเหยียดขายาวอย่างไม่มีความสง่างามใด ๆ เลย

แม้ว่ามันจะค่อนข้างไม่เหมาะสม แต่เดิมทีผิวพรรณที่สวยงามของกู่เฉินหนานทำให้รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาอยู่แล้วก็ยิ่งหล่อมากขึ้นภายใต้แสงจันทร์

มันแทบไม่ต่างจากแวมไพร์ชั้นสูงที่หลับลึกอยู่ในปราสาทโบราณเลย

เอ่อ...เว้นแต่เพียงท่านอนที่ดูไม่เป็นท่าของเขา

หัวใจของไป๋หยูเทียนเต้นแรงอย่างรวดเร็ว เธอหยิบถุงน่องออกมาอย่างระมัดระวังจากนั้นค่อย ๆ วางไว้ข้างหมอนของกู่เฉินหนาน

แล้วเธอก็โน้มตัวลงไป ดูเหมือนจะต้องการแอบจูบกู่เฉินหนาน

แต่ทันใดนั้น กู่เฉินหนานก็พลิกตัวคว่ำไปทันที

ไป๋หยูเทียนตกใจมาก ยืนนิ่งและไม่กล้าส่งเสียง

ในการพลิกครั้งนี้ กู่เฉินหนานก็บังเอิญไปนอนทับถุงน่องลายขาว แล้วก็กลับมานอนกรนอีกครั้ง

เมื่อเห็นเช่นนี้ ไป๋หยูเทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอหายใจออกเบา ๆ  และหันกลับออกจากห้องของกู่เฉินหนาน

...

เช้าวันรุ่งขึ้น...

แสงแดดสาดส่องผ่านขอบหน้าต่างเข้าไปในห้องของกู่เฉินหนาน

กู่เฉินหนานลืมตาขึ้นเล็กน้อย

“ฮ่า ~” เขาลุกขึ้นนั่งและยืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้าน

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่นุ่มและเนียนเรียบอยู่ในมือเขา

เขาเหลือบมองมันในทันที --

“บ้าเอ๊ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย?!”

กู่เฉินหนานตกใจมากและโยนสิ่งนั้นไปด้านข้างทันที

มันคือถุงน่องลายสีขาวที่เปียกน้ำลาย

เมื่อจ้องมองไปที่ถุงน่องลายสีขาวคู่นี้ กู่เฉินหนานก็ชะงักตัวแข็งทื่อ จิตใจของเขาว่างเปล่า

[ถุงน่อง?]

[สีขาว?]

[มีลายด้วยเหรอ?]

[นี่มันดูเหมือนอันที่ไป๋หยูเทียนใส่เมื่อคืนเลย!]

[ให้ตายสิ ไอ้สิ่งนี้มันเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง?]

[เป็นไปได้ไหมว่าฉันเดินละเมอ แล้วเผลอไปขโมยมันเมื่อคืนนี้?]

[โอ้ ไม่นะ ถ้าไป๋หยูเทียนรู้เข้า เธอคงจะไม่หาว่าฉันเป็นโรคจิตวิปริตหรือไง?]

ใบหน้าของกู่เฉินหนานเปลี่ยนเป็นสีแดงและมีเหงื่อไหลไปทั่วหลังของเขา

เขากลืนน้ำลายและจ้องไปที่ถุงน่องลายขาวในมือ

จากนั้นเขาก็ไม่สามารถต้านทานความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้ เขาจึงยกมันขึ้นจมูกแล้วสูดดม

เขาต้องยอมรับว่ามันมีกลิ่นหอมจริง ๆ !

[ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย?!]

กู่เฉินหนานตั้งสติได้อย่างรวดเร็วแล้วรีบโยนถุงน่องทิ้งไป

เขากอดอกด้วยความกังวลอย่างมาก

[เมื่อคืนฉันขโมยไอ้นี้มาขณะที่เดินละเมอจริง ๆ เหรอ? แต่ฉันไม่เคยละเมอมาก่อนเลยนะ!]

[แล้วของนี้เข้ามาอยู่ในห้องฉันได้อย่างไงกัน?]

[ไป๋หยูเทียนจะเอามันมาให้ที่นี่ด้วยตัวเองเหรอ? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น!]

[แม้ว่าบุคลิกของเธอจะเปลี่ยนไปเหมือนซูเฉียนโม่และคนอื่น ๆ แต่เธอก็คงไม่ทำถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง!]

[ช่างเถอะ ฉันจะไม่ขอคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าสิ่งนี้จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วกัน!]

กู่เฉินหนานยืนพยักหน้าให้กับตัวเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูของเขา

กู่เฉินหนานรีบยัดถุงน่องลึกลับไว้ใต้หมอนของเขาและพูดว่า "เข้ามาสิ"

ประตูเปิดออกแล้วคนที่เข้ามาคือหม่าปิง

เขาพูดว่า “คุณชายกู่ครับ มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ประตูคฤหาสน์ต้องการพบท่าน”

กู่เฉินหนานขมวดคิ้วอย่างสับสน “เธอบอกหรือเปล่าว่าชื่ออะไร?”

“ครับ” หม่าปิงตอบ “เธอบอกว่าชื่อถังหยุนจินครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของกู่เฉินหนานก็เบิกกว้างขึ้นทันที

ถังหยุนจิน?

เธอกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่? ฉันไม่ได้ตอบกลับข้อความของเธอเมื่อคืนนี้ ดังนั้นเธอจึงเข้ามาหาฉันที่บ้านเลยเหรอ?

แล้ววันนี้ เธอจะลองอีกหนึ่งในสามสิบหกกลยุทธ์ทำให้คล้อยตามหรือไงกัน?

ไม่ว่าเธอจะใช้แผนอะไร ฉันจะตอบโต้ได้ตลอดแหละ

“ฉันไม่อยากเจอเธอ!” กู่เฉินหนานกล่าวอย่างไม่แยแส

“ครับคุณชายกู่ ผมจะบอกเธอกลับไปเช่นนั้น”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 64 เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน

คัดลอกลิงก์แล้ว