เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 อาจารย์ของหลินหยู่

บทที่ 36 อาจารย์ของหลินหยู่

บทที่ 36 อาจารย์ของหลินหยู่


บทที่ 36 อาจารย์ของหลินหยู่

เช้าวันรุ่งขึ้น...

ณ บริษัทซูซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

วันนี้ ซูเฉียนโม่สวมชุดสูท OL และกระโปรงสีดำช่วยเน้นรูปร่างโค้งมนของเธออย่างสง่างามมาก

ถุงน่องสีเนื้อมันวาวเล็กน้อยที่ขาของเธอ ทำให้เรียวขาที่สวยงามของเธอดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น

เธอดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ดุจปานนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นที่เก้า ความเย็นชาและความเซ็กซี่รวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จนกลายเป็นความสง่างามที่หาที่เปรียบได้ยาก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซูเฉียนโม่ไม่ได้คิดที่จะแต่งตัวเซ็กซี่เลย

แต่ด้วยรูปร่างที่เย้ายวนของเธอ ไม่ว่าเสื้อผ้าจะธรรมดาขนาดไหน เมื่ออยู่บนตัวของซูเฉียนโม่แล้ว มันก็ยังดูสวยงามและเป็นสง่าอยู่เสมอ

เมื่อตอนบ่ายเธอไม่ได้เข้าบริษัท เพราะหลังจากที่เธอกลับมาจากหาดส่วนตัวของกู่เฉินหนาน เธอก็อารมณ์ไม่ดีมาก และถึงตอนนี้ เธอก็ยังอารมณ์ไม่ดี

ดังนั้นของขวัญที่หลินหยู่ส่งไปเมื่อวาน มันจึงยังไม่ถึงมือของซูเฉียนโม่

วันนี้ทันทีที่ซูเฉียนโม่มาถึงห้องทำงาน เลขานุการเสี่ยวเฉินก็รีบเข้าไปหา

"ท่านประธานซู มีคนส่งของขวัญให้คุณเมื่อวานนี้ค่ะ"

"โอ้? อะไรนะ?"

ซูเฉียนโม่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดนี้ คนที่ปรากฏในใจของเธอก็คือกู่เฉินหนาน

"รอสักครู่นะคะ ท่านประธานซู"

เสี่ยวเฉินเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระเป๋าสะพายสีดำและตะกร้าดอกกุหลาบสีสดใสที่อยู่ในมือของเธอ

เมื่อเห็นกระเป๋าและดอกกุหลาบใบนี้ ดวงตาที่สวยงามของซูเฉียนโมก็ชำเลืองมอง

แม้ว่าจะมีหลายคนที่ให้ของขวัญแก่เธอในตงไห่ แต่ดูเหมือนว่าคงมีเพียงกู่เฉินหนานเท่านั้นที่จะมอบดอกกุหลาบให้เธอแบบนี้

ทำให้ซูเฉียนโม่รีบถามไปว่า "ใครส่งมา?"

เธอคาดหวังว่าเสี่ยวเฉินจะพูดชื่อกู่เฉินหนาน

แต่...

เสี่ยวเฉินส่ายหัว "เด็กชายตัวน้อยเอามาให้ค่ะ ส่วนใครเป็นคนส่งของขวัญเขาไม่ได้บอก"

“ฉันเข้าใจแล้ว...”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเฉียนโม่ก็ผิดหวังเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ เมื่อกู่เฉินหนานส่งของขวัญมาให้ เขามักจะส่งของขวัญด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่  ต่อให้เขาส่งใครมา เขาก็จะบอกว่าผู้ส่งเป็นชื่อตัวเอง

แต่คราวนี้ ผู้ให้ของขวัญกลับไม่ได้เปิดเผยตัวตนของเขา

มันอาจจะไม่ใช่กู่เฉินหนานก็ได้...

ซูเฉียนโม่กัดริมฝีปากสีแดงของเธอ และถอนหายใจเบา  ๆ

"ทิ้งดอกไม้ไป เก็บกระเป๋าไว้ในห้องรับฝากของ"

เนื่องจากไม่ใช่กู่เฉินหนาน ซูเฉียนโม่จึงไม่สนใจว่าเป็นใคร

เพราะว่ามันมีผู้คนมากมายในตงไห่ที่สนใจเธอ คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยหากจะบอกว่ามีคนที่ไล่ตามจีบเธอตั้งแต่ตงไห่ไปจนถึงซูโจว

ดังนั้น ของขวัญที่เธอมักจะได้รับจะถูกเก็บไว้ในห้องรับฝากของก่อน และเสี่ยวเฉินจะทำความสะอาดมันทุกเดือน

"ค่ะ ท่านประธานซู"

เสี่ยวเฉินหยิบดอกกุหลาบขึ้นมา และกำลังจะโยนมันลงในถังขยะนอกประตู

แต่ในขณะนั้นเอง เธอจำสิ่งที่เด็กน้อยบอกเธอ เมื่อวันก่อนนี้ได้

"โอ้ จริงสิค่ะ ประธานซู"

เสี่ยวเฉินหยุดและหันกลับมา "คน ๆ นั้นยังขอให้เด็กน้อยส่งข้อความเมื่อวานนี้ด้วย"

"เขาบอกว่า ฉันจะไม่มีวันลืมข้อตกลงของเรา"

เมื่อได้ยินดังนั้น เปลือกตาของซูเฉียนโม่ก็คล้ายหดลงอย่างกะทันหัน ลมหายใจของเธอหยุดลงชั่วขณะ

“คุณชายกู่! ต้องเป็นคุณชายกู่แน่!”

สิ่งที่ฉันขอให้คุณชายกู่สัญญากับฉันที่ชายหาดเมื่อวันก่อน มันคือการพูดประโยคนี้!

หัวใจของซูเฉียนโม่อบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง และจมูกของเธอรู้สึกเปียกชื้น เธอเกือบจะร้องไห้ออกมาต่อหน้าเสี่ยวเฉิน

"เดี๋ยวก่อน!" ซูเฉียนโม่ร้องเรียกเสี่ยวเฉินที่กำลังจะทิ้งดอกกุหลาบ

"คะ ท่านประธานซู?" เสี่ยวเฉินโค้งคํานับเล็กน้อย

ลำคอของซูเฉียนโมสั่น และเธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "เก็บดอกไม้ หาแจกันมาใส่ และอย่าเอากระเป๋าไว้ในห้องรับฝากของ"

เสี่ยวเฉินสับสนเล็กน้อย ทําไมท่านประธานซูถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน?

"เข้าใจแล้วค่ะ ท่านประธานซู" เสี่ยวเฉินพยักหน้าตอบ

เสี่ยวเฉินวางดอกกุหลาบไว้บนโต๊ะกาแฟก่อน แล้วออกไปซื้อแจกัน

ในเวลานี้เอง ซูเฉียนโม่ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของเธอ แล้วเดินมาที่โต๊ะกาแฟ

เธอเอื้อมอันมือเรียวเล็กราวหยกที่ขาวเนียนไปหยิบดอกกุหลาบขึ้นมา  โดยไม่สนใจหนามแหลมคมที่อยู่บนก้าน เธอเอามันมาจ่อจมูกแล้วสูดดมลึก ๆ

คุณชายกู่  จริง ๆ  แล้ว...นายชอบฉันงั้นเหรอ?

ไม่เช่นนั้นนายจะให้ดอกไม้ฉันทำไม? แถมพูดคําสัญญาที่ฉันอยากขอให้คุณพูดอีก?

เมื่อคิดถึงสิ่งนั้น ก็ทำเอาซูเฉียนโม่น้ำตาคลอเบ้า

เธออดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาเบา ๆ  "คุณชายกู่... พวกเรา...จะแต่งงานตามสัญญาใช่ไหม?"

...

ในขณะเดียวกัน ภายในลานบ้านที่ตกแต่งสไตล์แบบจีนโบราณ ซึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางสวนไผ่

หลินหยู่กําลังฝึกศิลปะการต่อสู้แบบโบราณอยู่ ทั้งตัวเขารู้สึกสั่นสะท้าน

ความรู้สึกหดหู่ในใจของเขาพุ่งสูงขึ้น

เกิดอะไรขึ้น?

หลินหยู่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“อืม?”

ข้าง ๆ เขานั้นมีหญิงสาวคนหนึ่ง สวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ยาว ใส่ถุงเท้ายาวถึงครึ่งแข้ง เธอหรี่ตามองสังเกตอาการผิดปกติของหลินหยู่

เธอดีดนิ้วใส่หลินหยู่สองที ก้อนหินในมือดีดดังป๊อก ใส่หน้าอกของหลินหยู่

หลินหยู่โยนทิ้งทันที

"อาจารย์ ทําไมถึง..." หลินหยู่ปิดหน้าอกของตนด้วยท่าทางสงสัย

ผู้หญิงคนนี้เป็นอาจารย์ของหลินหยู่ เธอคือทายาทของตระกูลศิลปะการต่อสู้โบราณในตงไห่ ถังหยุนจิน!

ถังหยุนจินตะคอกเบา ๆ พลางเหลือบมองหลินหยู่ "ฝึกสมาธิดี ๆ ทำไมฟุ้งซ่านขนาดนี้ เพราะงี้ฉันถึงต้องเรียกสติไง!"

"อาจารย์ ผมแค่...อารมณ์ไม่ดีเอง"

หลินหยู่ลุกขึ้นจากพื้นดิน และเดินเข้ามาหาถังหยุนจิน

เมื่อเห็นถังหยุนจินเบ้ปากแดง ๆ ของเธอและหันหน้าหนีไปทางอื่น ความต้องการบางอย่างก็เกิดขึ้นในใจของหลินหยู่

เขาอยากจะจับหน้าของถังหยุนจินกลับมาและจูบเธอแรง ๆ !

แต่เนื่องจากเขายังคงต้องฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณกับถังหยุนจินต่อไป อีกทั้งเขาก็เพิ่งมาเป็นลูกศิษย์ของเธอยังไม่นานด้วย

ดังนั้นหลินหยู่จึงทําได้เพียงระงับความต้องการของเขา และพูดด้วยรอยยิ้มที่อึดอัดใจ " โอ้ อาจารย์ มันเป็นความผิดของผมเอง อย่าโกรธเลยนะครับ"

ถังหยุนจินกอดอก เบ้ปากแล้วหันหน้าหนี "การแข่งขันศิลปะการต่อสู้โบราณของตระกูลเย่ กําลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วัน นายจะเข้าร่วมหรือเปล่า?"

"เข้าร่วมแน่นอนครับ ต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว" หลินหยู่พยักหน้า

"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตั้งใจฝึกให้ดี!" ถังหยุนจินจ้องมองหลินหยู่อย่างหมดความอดทน

เมื่อได้ยินดังนั้น หลินหยู่ก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน โค้งคำนับถังหยุนจินพร้อมมือประสานกัน และกล่าวอย่างจริงจังไปว่า “ศิษย์ผู้นี้จะมุ่งมั่นฝึกฝนอย่างหนัก และจะไม่ทำให้ท่านต้องอับอาย!”

“ฮึ! พูดน่ะง่ายกว่าลงมือ!” ถังหยุนจินพูดอย่างหมดความอดทน

เพราะหลินหยู่กลายเป็นศิษย์ของเธอ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนัก แต่เขาก็ค่อนข้างเก่งในการประจบสอพลอ

หากไม่ใช่เพราะความเจ็บป่วยในวัยเด็กที่ทำให้เส้นลมปราณของเธอเสียหาย และทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้ เธอคงจะไม่มีทางถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้โบราณให้กับผู้อื่นแน่นอน

ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม ถังหยุนจินมีอาการป่วยร้ายแรงในวัยเด็ก ซึ่งทิ้งอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่ไว้เบื้องหลัง ทำให้ไม่เพียงแค่เธอจะต่อสู้ไม่ได้ แต่เธอก็ไม่สามารถออกกําลังกายที่ต้องใช้กําลังมาก ๆ ได้เช่นกัน

นั่นคือเหตุผลที่เธอยอมรับหลินหยู่เป็นศิษย์ คิดส่งต่อศิลปะการต่อสู้โบราณของเธอให้กับเขา

ตามเนื้อเรื่องเดิม ถังหยุนจินถือเป็นซึนเดเระตัวจริง

เธอไม่เพียงแต่ใช้วาจาเหยียดหยาม แต่ในใจยังห่วงใยเขา เธอได้พัฒนาความรู้สึกที่มีต่อหลินหยู่ตั้งแต่เนิ่น ๆ  แต่ไม่เคยแสดงออกมาเลย

ในช่วงกลางของนิยาย หลินหยู่จะพบเห็ดวิญญาณอายุพันปีในภูเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่อันแสนห่างไกล จากนั้นเขาใช้เห็ดวิญญาณเป็นยาที่ทําให้เส้นลมปราณของถังหยุนจินมีเสถียรภาพดีขึ้น

จุดเปลี่ยนในเนื้อเรื่องนี้ ยังทําให้ถังหยุนจินกลายเป็นหนึ่งในฮาเร็มของราชามังกราชามังกรหลินหยู่อย่างเป็นทางการ

ต้องบอกเลยว่าเนื้อเรื่องมันซ้ำซากจําเจมาก ชนิดที่คุณก็สามารถบอกตอนจบได้เลยตั้งแต่ต้น

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแบบโคตรถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 36 อาจารย์ของหลินหยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว