- หน้าแรก
- ระบบดูดซับพรสวรรค์สุดโกง สู่หน่วยพิฆาตอสูร
- บทที่ 36 - สังหารเย่เฉิงไห่ สยบบรรพบุรุษตระกูลเย่
บทที่ 36 - สังหารเย่เฉิงไห่ สยบบรรพบุรุษตระกูลเย่
บทที่ 36 - สังหารเย่เฉิงไห่ สยบบรรพบุรุษตระกูลเย่
บทที่ 36 - สังหารเย่เฉิงไห่ สยบบรรพบุรุษตระกูลเย่
"นั่นมัน ท่านผู้นำนี่"
เมื่อเห็นเย่เฉิงไห่บาดเจ็บสาหัสและร่วงลงกระแทกพื้น นักสู้ของตระกูลเย่ที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบวิ่งมาดูและต้องตกตะลึงจนตาค้าง
"บัดซบ ศัตรูบุก พวกเราลุย"
นักสู้หนุ่มที่เลือดร้อนคนหนึ่งเห็นซูเย่ถือกระบี่เหล็กก็ตะโกนลั่นและเตรียมจะพุ่งเข้าไปขัดขวาง
แต่วินาทีต่อมาเขาก็ถูกนักสู้รุ่นใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ดึงตัวกลับมาอย่างแรง
พร้อมกับตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด
"แกโง่หรือเปล่า เดือนนึงได้เงินกี่บาท จะเอาชีวิตไปทิ้งทำไม"
นักสู้หนุ่มคนนั้นถึงกับหน้าเหวอ
"ไป หนีเร็วเข้า"
"ตระกูลเย่จบสิ้นแล้ว"
นักสู้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พากันดึงสติกลับมาและรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดทันที
หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะเดียวกันก็มีนักสู้บางคนที่เห็นสภาพอันน่าสมเพชของเย่เฉิงไห่แล้วแอบยิ้มสะใจ
ปกติแล้วตระกูลเย่ปฏิบัติกับพวกเขาไม่ค่อยดีนักแถมยังกดขี่สารพัด
พอเห็นเย่เฉิงไห่ถูกทุบตีจนมีสภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก พวกเขาย่อมต้องแอบสะใจเป็นธรรมดา
"ซูเย่ แกกล้าฆ่าฉันเหรอ ที่นี่คือเมืองฐานทัพตงไห่นะ ท่านประธานเฉินแห่งหน่วยพิฆาตอสูรตั้งกฎไว้ชัดเจนว่าห้ามนักสู้ต่อสู้กันเองในเมืองฐานทัพ ใครฝ่าฝืนต้องถูกลงโทษอย่างหนัก"
เมื่อเห็นซูเย่ถือกระบี่เหล็กเดินเข้ามา เย่เฉิงไห่ก็ไม่ได้สนใจพวกนักสู้ที่วิ่งหนีไปเลย
เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดและพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวาดหวั่น
"บัดซบ ไอ้เด็กซูเย่มันไปเอาความแข็งแกร่งขนาดนี้มาจากไหน"
แต่ในใจของเขากลับกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกับรู้สึกตกตะลึงกับความแข็งแกร่งที่ซูเย่แสดงออกมา
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
นี่มันเหนือกว่าระดับยอดฝีมือไปไกลเลย
เขาถึงกับสงสัยว่าต่อให้เป็นขุนพลยุทธ์ทั่วไปก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของซูเย่ด้วยซ้ำ
"ทำไม ตอนนี้เพิ่งจะมารู้สึกกลัวงั้นเหรอ ตอนที่ตระกูลเย่ของแกทำตัวกร่างคับเมืองตงไห่ แกเคยนึกถึงกฎข้อนี้บ้างไหม"
ซูเย่หัวเราะเยาะกับคำพูดขอความเมตตาของเย่เฉิงไห่
"ฟุ่บ"
ซูเย่พุ่งตัววูบเดียวก็มาโผล่ข้างๆ เย่เฉิงไห่ เขาเอื้อมมือไปบีบแขนของอีกฝ่ายไว้แน่นแล้วออกแรงกระชาก
"กรอบ"
สิ้นเสียงกระดูกแตก เย่เฉิงไห่ก็แผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
กระดูกแขนของเขาแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เลือดสาดกระเซ็น แขนข้างนั้นถูกซูเย่ทำลายจนใช้การไม่ได้อีกต่อไป
ถ้าไม่ได้ของวิเศษระดับสูงมารักษา แขนข้างนี้ก็คงหมดทางเยียวยาแล้ว
เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเย่เฉิงไห่ผสมกับรอยเลือด
เขาจ้องมองซูเย่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจนมุม ใบหน้าบิดเบี้ยวและคำรามลั่น
"ซูเย่ แกมันสมควรตาย"
เขารู้ดีอยู่เต็มอก
ว่าวันนี้เขาคงต้องตายด้วยน้ำมือของซูเย่แน่ๆ
แต่ในใจของเขาก็ยังคงมีความหวังริบหรี่หลงเหลืออยู่
"พ่อหนุ่ม คนฉลาดต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์นะ"
"ไว้หน้ากันบ้างก็ดี"
วินาทีต่อมา น้ำเสียงราบเรียบก็ดังขึ้นข้างหูซูเย่อย่างกะทันหัน
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังมาจากด้านหลัง
ชายชราผมขาวสวมชุดนักพรตสีขาวเดินเอามือไพล่หลังเข้ามา
สายตาอันคมกริบของเขาจ้องมองซูเย่และเอ่ยปากพูดช้าๆ
"ท่านบรรพบุรุษ"
เย่เฉิงไห่หน้าบานทันทีและรีบร้องเรียก
"ไอ้โง่ แกยังมีหน้ามาเรียกฉันว่าบรรพบุรุษอีกเหรอ"
ชายชราผมขาวด่าทอเย่เฉิงไห่ไปหนึ่งประโยค ก่อนจะหันไปจ้องซูเย่เขม็งราวกับต้องการจะมองทะลุความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา
ชายชราคนนี้คือบรรพบุรุษเพียงคนเดียวของตระกูลเย่ที่ยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้เขาอายุร้อยยี่สิบกว่าปีแล้ว
ซูเย่ปรายตามองอีกฝ่ายและเห็นข้อมูลพื้นฐานทันที
ชื่อ 【เย่หลิงเฟิง】 ระดับ 【ขุนพลยุทธ์ขั้นปลาย】
พรสวรรค์วายุทมิฬ 【ระดับกลาง】
"ขุนพลยุทธ์ขั้นปลาย"
เมื่อเห็นระดับการฝึกฝนของชายชราคนนี้ ซูเย่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
และในขณะเดียวกัน พรสวรรค์วายุทมิฬของอีกฝ่ายก็ทำให้ซูเย่รู้สึกสนใจไม่น้อย
"พรสวรรค์วายุทมิฬนี่น่าจะเป็นพรสวรรค์สายลมรูปแบบหนึ่งสินะ"
ซูเย่คาดเดาเกี่ยวกับพรสวรรค์นี้อยู่ในใจ
แต่ความสามารถที่แท้จริงจะเป็นยังไงก็คงต้องลองสู้กันดูถึงจะรู้
"พ่อหนุ่ม ขอแค่แกยอมปล่อยตระกูลเย่ไป"
"แกเสนอเงื่อนไขมาได้เลย"
เมื่อเห็นซูเย่นิ่งเงียบ เย่หลิงเฟิงก็ขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
บนตัวของซูเย่มีไข่มุกลวงตาปรโลกซึ่งเป็นของวิเศษที่ใช้ปกปิดกลิ่นอายได้ กลิ่นอายที่ซูเย่แผ่ออกมาในตอนนี้จึงเป็นแค่ระดับนักสู้ระดับสูงเท่านั้น
แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าซูเย่จะมีพลังแค่นี้
ต่อให้เย่เฉิงไห่จะอ่อนแอแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่นักสู้ระดับสูงทั่วๆ ไปจะเอาชนะได้หรอก
และด้วยอายุที่มากแล้ว เขาก็ไม่อยากจะลงมือต่อสู้กับใคร เพราะมันจะยิ่งทำให้อายุขัยที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาลดลงไปอีก
เผลอๆ สู้เสร็จเขาอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่กี่วันด้วยซ้ำ
ถ้าเลือกได้ ใครจะอยากรีบตายกันล่ะ
"กรอบ"
ทว่าสิ้นเสียงกระดูกแตก เย่เฉิงไห่ก็มีสีหน้าหวาดผวาและเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
คอของเขาถูกซูเย่บิดจนหักสะบั้นอย่างง่ายดาย
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของต้นกำเนิดที่สังหารเย่เฉิงไห่สำเร็จ"
"ได้รับสเตตัสพละกำลังหนึ่งร้อยจุด สเตตัสความเร็วสามสิบจุด ต้นกำเนิดโลหะทะลวงห้าสิบจุด"
หลังจากสังหารเย่เฉิงไห่ ซูเย่ก็ใช้กฎเกณฑ์ต้นกำเนิดดูดซับสเตตัสจากร่างของอีกฝ่ายมาอย่างรวดเร็ว
พละกำลังและความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย
"ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของต้นกำเนิดที่ดูดซับต้นกำเนิดโลหะทะลวงห้าสิบจุด ได้รับพรสวรรค์โลหะทะลวงระดับกลาง"
วินาทีต่อมาเสียงของระบบกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดก็ดังขึ้นในหัวของซูเย่
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกกล้าดียังไง"
เมื่อเห็นซูเย่เมินเฉยต่อคำพูดของเขาและลงมือฆ่าเย่เฉิงไห่ต่อหน้าต่อตา
เย่หลิงเฟิงก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
เขารีดเร้นพลังปราณในร่างและก้าวเท้าขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับระเบิดกลิ่นอายออกมาจนถึงขีดสุด
"รนหาที่ตาย"
เขาคำรามพร้อมกับตวัดฝ่ามือขวาที่ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีดำ
"มาได้จังหวะพอดีเลย"
"ขอลองพรสวรรค์โลหะทะลวงที่เพิ่งได้มาหน่อยก็แล้วกัน"
ซูเย่ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
เขาเรียกใช้พรสวรรค์โลหะทะลวง ทั่วทั้งร่างก็เปล่งประกายด้วยจุดแสงสีทอง
แม้แต่บนกระบี่เหล็กก็ยังมีแสงสีทองสว่างจ้าพันเกี่ยวอยู่รอบๆ
ตอนนี้ภายใต้การเสริมพลังจากพรสวรรค์โลหะทะลวง พลังโจมตีและพลังเจาะทะลวงของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
"แกก็มีพรสวรรค์โลหะทะลวงด้วยเหรอเนี่ย"
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เย่หลิงเฟิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยและคำรามลั่น
"ต่อให้แกจะมีพรสวรรค์โลหะทะลวงก็เถอะ"
"วันนี้แกก็ต้องตายอยู่ที่นี่"
"ฝ่ามือวายุทมิฬ"
เย่หลิงเฟิงใช้วิชาไม้ตายก้นหีบ ซัดฝ่ามือสีดำขนาดสามจ้างเข้าใส่ซูเย่
นี่คือเคล็ดวิชาระดับสาม
เขาใช้เวลาฝึกฝนมานานหลายปีจนบรรลุวิชานี้ถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว
อานุภาพของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"จันทร์สีเงิน"
ซูเย่ไม่ประมาท เขาก้าวขึ้นไปบนอากาศและใช้ไพ่ตายทั้งหมดที่มี
พรสวรรค์พละกำลังระดับสูง เพิ่มพลังสิบเท่า
บวกกับวิชากระบี่จันทร์สีเงินขั้นสมบูรณ์
"ตู้ม"
ชั่วพริบตาเดียวกระบี่แสงสีเงินก็พุ่งทะยานราวกับน้ำตก เข้าปะทะกับรอยประทับฝ่ามือสีดำขนาดสามจ้างจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรง
สิ่งปลูกสร้างของตระกูลเย่รอบๆ บริเวณนั้นพังทลายลงมา เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่ว
"แกก็เป็นขุนพลยุทธ์เหมือนกันเหรอ"
หลังจากการปะทะ ซูเย่เป็นฝ่ายได้เปรียบ
เย่หลิงเฟิงต้องถอยหลังไปหลายก้าว ทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนพื้นดินที่แตกร้าว
เขากระอักเลือดออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
ขุนพลยุทธ์ที่อายุน้อยขนาดนี้เนี่ยนะ
ในเมืองฐานทัพขนาดเล็ก แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย
นอกจากว่าเขาจะเป็นคนจากเมืองฐานทัพขนาดใหญ่
และต้องมีวิชาขัดเกลาร่างกายระดับกลางที่สมบูรณ์แบบและล้ำเลิศมากๆ
หรืออาจจะเป็นถึง
วิชาขัดเกลาร่างกายระดับสูงเลยก็ได้
"ไอ้สารเลวเย่เฉิงไห่ แกมันเป็นคนบาปของตระกูลเย่"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่หลิงเฟิงก็รู้สึกเศร้าสลดและหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช
วินาทีต่อมา กระบี่แสงก็พุ่งทะยานผ่านร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว
และสังหารเขาตายคาที่
[จบแล้ว]