- หน้าแรก
- ระบบดูดซับพรสวรรค์สุดโกง สู่หน่วยพิฆาตอสูร
- บทที่ 34 - สังหารสองศัตรู ปลิดชีพจ้าวอสูร
บทที่ 34 - สังหารสองศัตรู ปลิดชีพจ้าวอสูร
บทที่ 34 - สังหารสองศัตรู ปลิดชีพจ้าวอสูร
บทที่ 34 - สังหารสองศัตรู ปลิดชีพจ้าวอสูร
คำพูดอันเรียบเฉยของซูเย่ดังก้องอยู่ในหูของทั้งสองคน
"แก..."
เมื่อเห็นซูเย่ยืนอยู่ตรงหน้าแบบไร้รอยขีดข่วน อู่เหยียนหู่ก็ตกตะลึงจนร่างสั่นเทาไม่หยุด
บ้าไปแล้ว
อาวุธลับที่เย่ฟิงหวงเอามาซ่อนไว้รอบๆ คือลูกศรพิษทมิฬรุ่นสามเลยนะ
สุดยอดอาวุธสังหารที่นอกจากจะเร็วปานสายฟ้าแลบแล้ว บนหัวลูกศรยังอาบไปด้วยพิษร้ายแรงอีกต่างหาก
ต่อให้นักสู้ระดับยอดฝีมือมาเจอแบบไม่ทันตั้งตัวก็ยังร่วงได้ง่ายๆ
ระดับกลิ่นอายที่ซูเย่ปล่อยออกมาคือระดับสูง แล้วจะหลบพ้นไปได้ยังไง
หรือว่า...
อู่เหยียนหู่คิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็วและตาเบิกโพลง
เขาไม่กล้าคิดต่อแล้ว
เมื่อเห็นซูเย่ค่อยๆ เดินเข้ามาหา เขาละล่ำละลักเสียงสั่นพร้อมกับยกมือขึ้นห้าม
"ซูเย่ อย่าฆ่า..."
"ฉัวะ"
แต่ซูเย่ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ
เขาตวัดกระบี่ฟันอู่เหยียนหู่ตายคาที่อย่างง่ายดาย
"ไอ้เด็กเวร"
"แกหลอกพวกเราหมดเลยสินะ"
เย่ฟิงหวงเหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดจากแผลที่แขนขาดและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"แกไม่ใช่นักสู้ระดับสูง"
"แต่เป็นนักสู้ระดับยอดฝีมือใช่ไหม"
เย่ฟิงหวงพูดจบก็กระอักเลือดออกมาและแค่นเสียงแหบพร่า
"แถมแกยังน่าจะ... มีพรสวรรค์ความเร็วพิเศษอีกต่างหาก"
พูดถึงตรงนี้เขาก็เจ็บใจนัก
เพื่อปฏิบัติการครั้งนี้ เขาอุตส่าห์ลงทุนขนเครื่องยิงลูกศรพิษทมิฬรุ่นสามมาตั้งเจ็ดเครื่อง และซ่อนไว้ตามจุดลับตาอย่างมิดชิด
ซึ่งเครื่องยิงแต่ละเครื่องสามารถยิงลูกศรพิษอาบยาพิษร้ายแรงออกไปได้ถึงยี่สิบดอกในเวลาแค่หนึ่งวินาที
ในความคิดของเขา ต่อให้ซูเย่จะซ่อนระดับความแข็งแกร่งไว้และเป็นถึงระดับยอดฝีมือที่คนอื่นไม่กล้าคิดฝันก็ตามที
เขาก็มั่นใจเต็มร้อยว่าจะต้องฆ่ามันให้ตายตกไปได้แน่นอน
น่าเสียดายที่เขาคิดเผื่อไว้ทุกทางแล้ว แต่ดันพลาดไปเรื่องเดียว
ซูเย่ไม่ใช่นักสู้ระดับสูง และก็ไม่ใช่นักสู้ระดับยอดฝีมือด้วย
แต่เป็นถึงขุนพลยุทธ์ต่างหาก
สำหรับซูเย่ที่มีพรสวรรค์ความเร็วระดับต้นแล้ว
การหลบลูกศรพิษพวกนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
"เจ้านี่คิดวางแผนมาอย่างรอบคอบดีจริงๆ"
ซูเย่ขมวดคิ้ว
เย่ฟิงหวงคนนี้ถือว่าเป็นตัวอันตรายที่ระมัดระวังตัวแจเลยทีเดียว
ถ้าเขายังไม่ทะลวงระดับถึงขุนพลยุทธ์และยังคงเป็นแค่ระดับยอดฝีมือ ก็อาจจะติดกับดักของอีกฝ่ายเข้าให้แล้วก็ได้
และถ้าเป็นแบบนั้น หากซูเย่โดนลูกศรพิษทมิฬเข้าไปจริงๆ
ต่อให้เขามีพรสวรรค์การรักษาเยียวยาระดับสูง
ก็ไม่แน่ว่าจะถอนพิษร้ายแรงที่อาบอยู่บนลูกศรพวกนี้ได้ทัน
"หึหึ..."
"แต่ต่อให้แกเป็นนักสู้ระดับยอดฝีมือและมีพรสวรรค์ความเร็วพิเศษจริงๆ ก็เถอะ"
"วันนี้แกก็ต้องตายอยู่ดี"
"ฮ่าฮ่า"
"ตู้ม"
พร้อมกับเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของเย่ฟิงหวง เสียงระเบิดดังกึกก้องก็ดังมาจากที่ไกลๆ
เหมือนมีตัวอะไรสักอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดนั้น
ซูเย่ก็หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย
เขามองไปยังทิศทางนั้น
และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังของสัตว์อสูรพุ่งปะทะหน้า
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซูเย่ เย่ฟิงหวงก็หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
ราวกับมองเห็นภาพซูเย่ตายอย่างอนาถไปล่วงหน้าแล้ว
เมื่อครู่เขาใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ แอบไปขโมยลูกของมังกรวายุคลั่งออกมา
พอมัดลูกมังกรตาย เขาก็เอาเลือดของมันมาสาดทิ้งไว้แถวนี้
เพื่อล่อมังกรวายุคลั่งที่กำลังโกรธจัดให้ตามมา
และมังกรวายุคลั่งตัวนี้ก็คือจ้าวอสูรประจำถิ่นแห่งนี้
มันเป็นถึงสัตว์อสูรระดับสูงสุด
"แผนของแกก็ใช้ได้เลยนะ"
ซูเย่ดึงสติกลับมาและมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย
"แต่น่าเสียดาย ในโลกใบนี้..."
"ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง"
พูดจบ ยังไม่ทันที่เย่ฟิงหวงจะได้ตั้งสติ
ซูเย่ก็รีดเร้นพลังปราณและเหยียบอากาศลอยตัวขึ้นไป
"แก... แกเป็นถึง..."
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เย่ฟิงหวงก็ร่างสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง
จบสิ้นแล้ว
ตระกูลเย่จบสิ้นแล้ว
ความคิดนี้เพิ่งจะแล่นเข้ามาในหัวเขา
"ฉัวะ"
กระบี่แสงก็ตวัดผ่านและปลิดชีพเขาในพริบตา
"โฮก"
วินาทีต่อมา ตรงหน้าซูเย่ก็ปรากฏร่างมังกรวายุคลั่งที่กำลังเดือดดาลสุดขีด
มันจ้องมองซูเย่ด้วยความโกรธแค้นและอ้าปากแผดเสียงคำราม
สายพันธุ์ 【มังกรวายุคลั่ง】 ระดับ 【สัตว์อสูรระดับสูงสุด】
พรสวรรค์วายุคลั่ง 【ระดับกลาง】
มังกรวายุคลั่งตัวนี้มีร่างกายใหญ่โต กรงเล็บมังกรสีเขียวขนาดมหึมาทั้งสี่ข้างสามารถขยี้ต้นไม้ใหญ่ให้แหลกคามือได้อย่างง่ายดาย
ซูเย่ปรายตามองมันแวบเดียวก็รู้ข้อมูลพื้นฐานของมันหมดเปลือก
"พรสวรรค์วายุคลั่งแค่ระดับกลางงั้นเหรอ"
"น่าเสียดายจัง"
เมื่อเห็นพรสวรรค์ของมังกรวายุคลั่ง ซูเย่ก็ส่ายหน้าเบาๆ
ถ้าเป็นพรสวรรค์วายุคลั่งระดับสูง เขาอาจจะยังสนใจดูดซับสเตตัสของมันบ้าง
แต่ตอนนี้
มีแค่เลือดของสัตว์อสูรระดับสูงสุดในตัวมันเท่านั้นแหละที่ดึงดูดใจซูเย่ได้
"โฮก"
เมื่อเห็นว่าตรงนี้มีแค่ซูเย่รอดชีวิตอยู่คนเดียว มังกรวายุคลั่งก็แผดเสียงคำรามสะเทือนฟ้าดิน
จากนั้นทั่วทั้งร่างของมันก็ระเบิดพายุหมุนสีเขียวอันทรงพลังออกมา
พายุหมุนสีเขียวพวกนี้แตกตัวกลายเป็นใบมีดลมนับไม่ถ้วน
และพุ่งแหวกอากาศเข้าจู่โจมซูเย่
ซูเย่หลบหลีกไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อหลบใบมีดลมเหล่านั้น
ใบมีดลมที่พลาดเป้าพุ่งชนพื้นดินจนเกิดหลุมระเบิดเป็นหย่อมๆ
ซูเย่กำกระบี่เหล็กสีดำในมือแน่น
ระเบิดพลังทั้งหมดในร่างออกมา
"จันทร์สีเงิน"
เขาพุ่งทะยานขึ้นไปเหนือหัวมังกรวายุคลั่งและตวัดกระบี่แสงสีเงินฟันเข้าใส่มันเต็มแรง
ชั่วพริบตากระบี่แสงก็พุ่งทะลุร่างมังกรวายุคลั่ง
มันตัดหางมังกรสีดำและกรงเล็บมังกรสีเขียวสองข้างจนขาดสะบั้น
มังกรวายุคลั่งถูกซูเย่ฟันจนบาดเจ็บสาหัส มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเริ่มจางหายไป
แทนที่ด้วยความหวาดกลัว
นักสู้มนุษย์คนนี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
ทั้งที่สัมผัสได้ว่าระดับกลิ่นอายพอๆ กัน แต่มันกลับตบตีมังกรได้สบายๆ เลย
เมื่อรู้ตัวว่าไม่ใช่คู่มือของซูเย่ มังกรวายุคลั่งก็เริ่มถอดใจ
มันคำรามและยิงใบมีดลมชุดใหญ่ใส่ซูเย่อีกระลอก
ก่อนจะหันหลังกลับและกระพือปีกบินหนีไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว
"อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว จะหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง"
ซูเย่พุ่งตามไปและตวัดกระบี่แสงเจิดจ้าออกไปอีกหลายดาบ
ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของมังกรวายุคลั่ง
"ตู้ม"
สิ้นเสียงระเบิดดังกึกก้อง ปีกทั้งสองข้างของมังกรวายุคลั่งก็แหลกละเอียด มันร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ
ลมหายใจของมันรวยรินลงเรื่อยๆ
"ฉัวะ"
ซูเย่ตามลงมาและใช้กระบี่ฟันมันตายในดาบเดียว
"เยี่ยมไปเลย ได้เลือดสัตว์อสูรระดับสูงสุดมาตั้งห้าส่วน"
หลังจากนั้นสักพัก ซูเย่ก็ใช้อุปกรณ์สูบเลือดออกมาจากร่างมังกรวายุคลั่งได้ถึงห้าส่วน
เยอะกว่าตอนที่ได้จากสัตว์อสูรปลาหมึกตัวนั้นตั้งสองส่วนแหนะ
ก็แน่ล่ะ สัตว์อสูรปลาหมึกตัวนั้นบาดเจ็บสาหัส เลือดก็เลยไหลออกไปเยอะ
ส่วนมังกรวายุคลั่งตัวนี้ถูกซูเย่ฆ่าตายอย่างรวดเร็ว
เลือดในตัวยังอยู่ครบแทบไม่เสียไปไหนเลย
ปริมาณก็เลยเยอะกว่าเป็นธรรมดา
"ตระกูลเย่..."
"ถึงเวลาต้องไปเยือนสักทีแล้วสิ"
"ไปสะสางบัญชีแค้นให้จบๆ ไป"
หลังจากเก็บเลือดสัตว์อสูรใส่แหวนมิติเรียบร้อยแล้ว
ซูเย่ก็นึกถึงตระกูลเย่และพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ตอนนี้เขาเป็นถึงระดับขุนพลยุทธ์แล้ว จะต้องไปกลัวตระกูลเย่อีกทำไม
"ฟิ้ว"
ซูเย่กำกระบี่เหล็กเปื้อนเลือดแน่น จ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวทะยานออกไป
ที่เขาตั้งใจฝึกวิถียุทธ์มาทั้งชีวิต ก็เพื่อคำคำเดียวเท่านั้น
ตัดบุญคุณ สะสางความแค้น เพื่อความสบายใจของตัวเอง
[จบแล้ว]