- หน้าแรก
- ไม่ได้อยากจะโชว์เทพ แค่ตัวฉันอีกโลกมันส่งพลังมาให้เอง
- บทที่ 460 - อีวุยที่สามารถสลับสับเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระ!
บทที่ 460 - อีวุยที่สามารถสลับสับเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระ!
บทที่ 460 - อีวุยที่สามารถสลับสับเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระ!
บทที่ 460 - อีวุยที่สามารถสลับสับเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระ!
"หนอยแน่ เป็นฝีมือของอีวุยตัวเล็กนั่นนี่เอง พวกแกเป็นใครกันเนี่ย!"
เมื่อมีคนมุงส่งเสียงถามออกมาอย่างได้จังหวะ แก๊งร็อคเก็ตทั้งสามคนก็เหมือนถูกกดปุ่มเปิดสวิตช์ พวกเขาโพสท่าประจำตัวและเริ่มกล่าวคำประกาศกร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ทันที
"ถ้าเกิดมีใครถามคำถามมา เราก็จะตอบให้ด้วยความเมตตากรุณา
เพื่อปกป้องไม่ให้โลกถูกทำลาย เพื่อปกป้องสันติภาพของโลก
เผยความชั่วร้ายแห่งสัจธรรมและความรัก ตัวโกงผู้แสนน่ารักและมีเสน่ห์ มุซาชิ โคจิโร่ พวกเราคือแก๊งร็อคเก็ตแห่งจักรวาล ไวท์โฮล พรุ่งนี้ที่สดใสรอเราอยู่ ส่วนฉันก็เนียซไง"
หลังจากกล่าวบทเปิดตัวจบ แก๊งร็อคเก็ตทั้งสามคนก็ไม่ได้คิดจะรั้งอยู่ต่อ พวกเขารีบปาระเบิดควันลงพื้นเตรียมตัวเผ่นหนีทันที
ก็แหงล่ะ พวกเขาก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงภูมิภาคคาลอสเหมือนกับซาโตชินั่นแหละ ตอนนี้ในมือก็มีแค่เนียซกับโซนานส์ ไม่มีโปเกมอนตัวอื่นให้ใช้ต่อสู้เลยสักตัว
ฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงโปเกมอนสุดแกร่งที่อัดพิคาชูจนหมอบกระแตมาแล้ว จะให้ส่งเนียซกับโซนานส์ออกไปสู้เนี่ยนะ ขืนทำแบบนั้นก็เหมือนเอาตัวไปตายชัดๆ
ดังนั้นหลังจากที่คว้าตัวอีวุยน้อยมาได้สำเร็จ พวกเขาก็ต้องรีบชิ่งหนีให้ไวที่สุด
ถึงแม้พวกเขาจะแอบน้ำลายสออยากได้ลีเฟียสุดแกร่งตัวนั้นเหมือนกัน แต่ในเมื่อไม่ได้เตรียมตัวมาเลย การจะจับมันก็คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ในเมื่อตอนนี้อีวุยน้อยตกอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว ในฐานะพี่ชาย ยังไงซะเดี๋ยวเจ้านั่นก็ต้องวิ่งมาติดกับดักของพวกเขาสักวันนั่นแหละ
เมื่อเห็นบอลลูนหน้าเนียซค่อยๆ ลอยขึ้นไปท่ามกลางกลุ่มควัน ซาโตชิก็ทำหน้าเจ็บใจสุดๆ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เซย์ยะในร่างลีเฟียสะบัดใบมีดพฤกษาออกไปโจมตี แต่ก็โดนโซนานส์ที่มุซาชิปล่อยออกมาใช้ท่ามิลเลอร์โค้ทสะท้อนกลับมาได้หมด
ทว่าในจังหวะที่ซาโตชิกำลังรู้สึกหมดหนทางและต้องปล่อยให้แก๊งร็อคเก็ตลอยนวลหนีไปต่อหน้าต่อตา เซย์ยะกลับกระโดดลอยตัวขึ้นไปสูงลิบข้ามหัวทุกคนไปอย่างสง่างาม
และเมื่อสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เขา เรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็เกิดขึ้น
ลีเฟียที่มีรูปร่างปราดเปรียวถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวสว่างจ้า ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
และจากลีเฟียก็เปลี่ยนมาเป็นโปเกมอนสีชมพูอ่อนแสนสง่างามที่มีอัญมณีสีแดงประดับอยู่บนหน้าผากพร้อมกับปลายหางที่แยกออกเป็นสองแฉก
"เอฟี โปเกมอนธาตุพลังจิต
มันสามารถรับรู้การไหลเวียนของอากาศ ทำให้สามารถพยากรณ์สภาพอากาศและการเคลื่อนไหวของศัตรูได้อย่างแม่นยำ
มันใช้พลังจิตที่แผ่ออกมาจากอัญมณีบนหน้าผากในการต่อสู้ เมื่อพลังหมดลงสีของอัญมณีก็จะซีดจางลง"
เมื่อเห็นข้อมูลในโปเกมอนเด็กซ์ ซาโตชิก็มองดูเอฟีที่กระโดดข้ามหัวทุกคนไปยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังคาบ้านด้วยสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีด
และในความเป็นจริง คนที่กำลังทำหน้าช็อกไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
บรรดาเทรนเนอร์ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงแพนจีที่เป็นนักข่าวโปเกมอน ต่างก็รีบยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ บันทึกภาพท่วงท่าของเซย์ยะเอาไว้ไม่หยุด
เทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ต่างก็รู้ดีว่าอีวุยคือโปเกมอนวิวัฒนาการที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มันสามารถพัฒนาร่างได้หลากหลายรูปแบบ
แต่พวกเขาไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า อีวุยที่พัฒนาร่างไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนกลับหรือสลับไปเป็นร่างวิวัฒนาการรูปแบบอื่นได้อีก
เซย์ยะที่เปลี่ยนร่างมาเป็นเอฟีมีออร่าสีฟ้าอ่อนแผ่กระจายออกมาคลุมรอบตัว เขาใช้พลังจิตพลิกบอลลูนของแก๊งร็อคเก็ตให้คว่ำลงอย่างง่ายดาย
และในขณะที่อีวุยน้อยกำลังร่วงหล่นลงมาจากฟ้า เขาก็ใช้พลังจิตรองรับตัวเธอเอาไว้ แล้วค่อยๆ ดึงให้เธอลอยเข้ามาหาเขาอย่างนุ่มนวล
เมื่อก้มลงมองเหล่าเทรนเนอร์ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่เบื้องล่าง เซย์ยะก็รู้ตัวว่าถ้าขืนอยู่ที่นี่ต่อไป คงได้เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตกว่านี้แน่ๆ
แสงสีขาวจึงสาดส่องลงมาคลุมร่างของเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาเปลี่ยนจากเอฟีกลายเป็นธันเดอร์ส ก่อนจะคาบอีวุยน้อยขึ้นมา แล้วกระโดดหลบฉากหายตัวไปจากสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว
และเมื่อเห็นเซย์ยะเปลี่ยนจากเอฟีไปเป็นธันเดอร์สต่อหน้าต่อตา ฝูงชนที่มุงดูอยู่ด้านล่างก็ยิ่งฮือฮาและตื่นเต้นจนแทบจะคลั่ง
ถ้าครั้งแรกพวกเขาคิดว่าตาฝาด แต่ครั้งนี้พวกเขามั่นใจเกินร้อยแล้วว่าอีวุยตัวเมื่อกี้สามารถสลับสับเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระจริงๆ!
อีวุยที่เปลี่ยนร่างไปมาได้แบบนี้ นี่มันไม่ใช่อีวุยแล้ว นี่มันโปเกมอนในตำนานชัดๆ!
ถึงเหล่าเทรนเนอร์ในที่นั้นจะยังไม่รู้ว่าอีวุยตัวเมื่อกี้สามารถเปลี่ยนร่างได้ทั้งหมดกี่รูปแบบกันแน่ แต่แค่ได้เห็น ลีเฟีย เอฟี และธันเดอร์ส ทั้งสามรูปแบบนี้มันก็โกงสุดๆ แล้ว
อย่าลืมนะว่าอีวุยตัวนั้นขนาดตอนที่ยังไม่ได้พัฒนาร่าง มันก็ยังมีพลังมากพอที่จะล้มโปเกมอนของพวกเขาไปได้ตั้งหลายตัวแล้ว
โปเกมอนที่เก่งกาจและหายากระดับหนึ่งในล้านแบบนี้ มีหรือที่บรรดาเทรนเนอร์จะยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หลังจากที่เซย์ยะหนีไปแล้ว เทรนเนอร์ทุกคนต่างก็กระจายกำลังกันออกตามหาอีวุยตัวนั้นราวกับคนเสียสติเพื่อหวังจะจับมันมาเป็นของตัวเองให้ได้
แพนจีก้มมองกล้องถ่ายรูปในมือด้วยสีหน้าเหม่อลอย
ตั้งแต่เป็นนักข่าวโปเกมอนมา เธอเพิ่งเคยเจออีวุยที่แสนจะพิเศษแบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ
ตอนแรกเธอกะจะมาแค่ดูลาดเลาเผื่อมีเรื่องอะไรน่าสนใจ แต่ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้สกู๊ปข่าวชิ้นใหญ่ระดับโลกมาอยู่ในมือแบบนี้
เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความฮือฮาอย่างหนัก จนทำให้เกิดกระแส "อีวุยฟีเวอร์" ไปทั่วทั้งเมืองเมียร์เร่ เซย์ยะจึงยังไม่กล้ากลับเข้าไปในเมือง
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซาโตชิได้ลงทะเบียนประวัติของตัวเองในภูมิภาคคาลอสเรียบร้อยแล้ว และเขาก็ได้เดินทางไปพบกับดร.พลาตานพร้อมกับแพนจี
ดร.พลาตานคือผู้ที่มีหน้าที่มอบโปเกมอนเริ่มต้นสามตัวให้กับเทรนเนอร์มือใหม่ในภูมิภาคคาลอส อารมณ์คล้ายๆ กับเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านเริ่มต้นนั่นแหละ
ในขณะเดียวกัน ดร.พลาตานก็เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ "วิวัฒนาการร่างเมก้า" ด้วย
ซาโตชิที่เพิ่งเดินทางมาถึงภูมิภาคคาลอสย่อมถือว่าเป็นเทรนเนอร์หน้าใหม่ และในระหว่างพูดคุย ซาโตชิกับแพนจีก็ได้เล่าเรื่องอีวุยตัวนั้นให้ดร.พลาตานฟัง
"อีวุยที่สามารถเปลี่ยนร่างวิวัฒนาการได้อย่างอิสระงั้นเหรอ ช่วงหลายวันที่ผ่านมาข่าวนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองเมียร์เร่เลยล่ะ
บอกตามตรงนะ ขนาดฉันที่เป็นนักวิจัยเรื่องการวิวัฒนาการของโปเกมอนมาตลอด ฉันยังไม่เคยเห็นอีวุยแบบนี้มาก่อนเลย
ถ้าได้เขามาช่วยงานวิจัยของฉันก็คงจะดีไม่น้อย พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาบางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการร่างเมก้าก็เป็นได้นะ"
"วิวัฒนาการร่างเมก้างั้นเหรอครับ"
เมื่อเห็นซาโตชิทำหน้างุนงง ดร.พลาตานก็หันไปมองกาเบรียสที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วอธิบายว่า "ใช่แล้วล่ะ จากการศึกษาวิจัยของฉัน โปเกมอนบางชนิดที่พัฒนาร่างจนถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ความจริงแล้วยังสามารถพัฒนาร่างให้สูงขึ้นไปได้อีกนะ
พวกเราเรียกการวิวัฒนาการแบบนี้ว่า วิวัฒนาการร่างเมก้า หรือก็คือเมก้าอีโวลูชั่นนั่นแหละ"
และในขณะที่ดร.พลาตานกำลังโชว์ผลงานการวิจัยให้ซาโตชิกับแพนจีดู แก๊งร็อคเก็ตทั้งสามคนผู้ไม่ยอมตายก็โผล่มาก่อกวนอีกครั้ง พวกมันใช้ปลอกคอควบคุมกาเบรียสของสถาบันวิจัยไปอย่างอุกอาจ
กาเบรียสที่กำลังคลุ้มคลั่งบินเตลิดเปิดเปิงออกไปตามถนนในเมือง ซาโตชิกับพิคาชูที่พยายามจะตามไปหยุดมันได้ปีนขึ้นไปจนถึงยอดของพริซึมทาวเวอร์ซึ่งเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเมืองเมียร์เร่
และในจังหวะที่พิคาชูพลาดท่าตกลงมาจากยอดหอคอย ซาโตชิก็กระโดดพุ่งตัวตามลงไปช่วยอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย!
[จบแล้ว]