เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - ใครให้ความกล้ากับแก!

บทที่ 34 - ใครให้ความกล้ากับแก!

บทที่ 34 - ใครให้ความกล้ากับแก!


บทที่ 34 - ใครให้ความกล้ากับแก!

ณ บริเวณผาแดนวิเศษ ความขัดแย้งครั้งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น

ต้นเหตุของความขัดแย้งคือเนื้อร้ายแห่งสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณ ลูกหลานของผู้อาวุโสหานนามว่าหานเฟยอวี่

ลูกหลานของผู้อาวุโสหานคนนี้สมคบคิดกับพวกทำเรื่องเลวทราม รังแกศิษย์ร่วมสำนักไปด้วยกัน

ศิษย์ร่วมสำนักอุตส่าห์ได้วารีร้อยโอสถมาสักขวดก็ถูกพวกมันแย่งชิงไปจนหมด ส่งผลกระทบที่เลวร้ายอย่างยิ่ง

และตอนนี้พวกลูกน้องของหานเฟยอวี่ก็เพ่งเล็งมาที่เย่ฝานและผังปั๋วแล้ว

"ไอ้หนู กล้าพูดกับพวกเราแบบนี้ในอาณาเขตของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณ สงสัยแกคงไม่รู้ตัวสินะว่าจะตายยังไง"

"ล่วงเกินพวกเราแล้วต่อให้คิดอยากตายก็ยังยาก เพราะมันยังมีคำว่าอยู่มิสู้ตายยังไงล่ะ"

"แน่นอนว่าถ้าพวกแกอยากเจ็บตัวน้อยหน่อยก็คุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะให้พวกเราซะ ถ้าโขกศีรษะจนพวกเราพอใจ ไม่แน่พวกเราอาจจะปล่อยพวกแกไปก็ได้นะ ฮ่าๆๆ"

"แค่แมลงเม่ามดปลวกตัวกระจ้อยร่อย! กลับกล้าล่วงเกินพญามังกรเชียวเรอะ!"

ลูกน้องทั้งสี่ของหานเฟยอวี่เอ่ยปาก สายตาที่มองเย่ฝานและผังปั๋วราวกับมองมดปลวกสองตัว

ส่วนเย่ฝานและผังปั๋วก็ไม่เกรงใจเช่นกัน พวกเขาไม่ใช่พวกที่จะยอมทนกลืนความโกรธลงท้องง่ายๆ

"ไอ้พวกนี้มันเห่าหอนอะไรของมัน?"

"สงสัยจะเป็นบ้ากระมัง?"

"น่าจะบ้าจริงๆ นั่นแหละ หมดทางเยียวยาแล้ว"

เย่ฝานและผังปั๋วมองหน้าคนทั้งสี่แล้วหันมาวิจารณ์กันเอง

"ไอ้เด็กเวร รอนรนหาที่ตาย!"

คนทั้งสี่ได้ยินคำพูดของเย่ฝานและผังปั๋วก็ของขึ้นทันที

ทั้งสี่คนลงมือพร้อมกัน พลังแก่นแท้ทะลักออกจากทะเลทุกข์กลายเป็นลายสลักเทวะพุ่งเป็นสายแสงเข้าจู่โจมเย่ฝานและผังปั๋ว

การสามารถปลดปล่อยลายสลักเทวะออกจากทะเลทุกข์ได้นั้น ถือเป็นวิชาของผู้บำเพ็ญเพียรที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาลี้ลับจนมีความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว เพียงแค่การลงมือในครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของพวกลูกน้องหานเฟยอวี่ว่าในขอบเขตทะเลทุกข์พวกเขาก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

ทว่าลายสลักเทวะของพวกมันกลับตามความเร็วของเย่ฝานและผังปั๋วไม่ทันเลยสักนิด

ความเร็วของเย่ฝานและผังปั๋วพุ่งปรี๊ด พละกำลังก็มหาศาล ระหว่างที่ก้าวเท้าหลบหลีกพวกเขาก็คว้าเอาก้อนหินก้อนใหญ่หลายก้อนขึ้นมาสกัดกั้นการโจมตีของลายสลักเทวะเอาไว้ จากนั้นก็พุ่งพรวดเดียวเข้าประชิดตัวศิษย์ที่ลงมือโจมตี

หมัดเดียว!

เพียงแค่หมัดเดียวที่ซัดเข้าใส่ร่างของชายคนนั้น ร่างของเขาก็งอหงิกราวกับกุ้งแก่ที่ถูกดึงเส้นดำออก ทั้งร่างกระเด็นลอยละลิ่วออกไปจนยืดหลังไม่ขึ้นอีกเลย

"อ๊าก!"

เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาดังออกมาจากปากของชายคนนั้น และไม่นานนักเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชายอีกสามคนที่เหลือก็ถูกเย่ฝานและผังปั๋วจัดการเรียบ

ทั้งสี่คนนอนกองอยู่บนพื้นขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับลาแก่ที่ถูกตอน

"รอนรนหาที่ตาย!"

ใบหน้าของหานเฟยอวี่เผยให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ลูกน้องของเขาถูกซัดจนหมอบราบคาบ นี่มันเป็นการท้าทายเขาอย่างเห็นได้ชัด ในวินาทีนี้หานเฟยอวี่ฟิวส์ขาดแล้ว

เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าอย่างแท้จริง

"ฟริ้ว"...

ใต้สะดือของหานเฟยอวี่มีท่อนไม้สี่เหลี่ยมพุ่งพรวดออกมา ท่อนไม้ชิ้นนี้เปล่งประกายแสงสีเขียวมรกต ดูลักษณะแล้วคล้ายกับตราประทับไม้

เมื่อครู่ยังเป็นแค่ท่อนไม้ชิ้นเล็กๆ แต่เพียงชั่วพริบตามันก็ขยายขนาดขึ้นจนใหญ่โตเท่ากับคนหลายคนรวมกัน แถมตราประทับพฤกษาครามชิ้นนี้ยังคงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ภายในนั้นมีพลังเทวะไหลเวียนอยู่เป็นสาย แสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของตราประทับชิ้นนี้

"ฉันจะส่งพวกแกไปลงนรก!"

หานเฟยอวี่หน้าตาถมึงทึง เขานำตราประทับพฤกษาครามออกมาหมายจะฟาดฟันเย่ฝานและผังปั๋วให้ตายคามือ

"บังอาจ!"

ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงตวาดกร้าวก็ดังกึกก้องขึ้นกลางอากาศสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงนั้นคือตะเกียงสัมฤทธิ์ขนาดยักษ์ บนตะเกียงมีลายสลักเทวะจำนวนนับไม่ถ้วนไหลเวียนอยู่ เลือนรางราวกับแฝงไปด้วยสัจธรรมบางอย่างของฟ้าดิน

ทันทีที่ตะเกียงสัมฤทธิ์ดวงนี้ปรากฏขึ้น ห้วงอากาศที่ว่างเปล่าก็พลันอบอวลไปด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่สะกดข่มบรรยากาศโดยรอบเอาไว้ทั้งหมด

ตราประทับพฤกษาครามที่หานเฟยอวี่นำออกมาเดิมทียังสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้นได้อีก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตะเกียงสัมฤทธิ์ มันกลับไม่สามารถขยายขนาดได้อีกต่อไป ซ้ำยังถูกตะเกียงสัมฤทธิ์บีบอัด บีบอัด แล้วก็บีบอัดจนหดเล็กลงเหลือขนาดเท่าท่อนไม้เล็กๆ เท่าเดิม

ในท้ายที่สุดตราประทับพฤกษาครามก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในตะเกียงสัมฤทธิ์

พรวด!

หานเฟยอวี่กระอักเลือดคำโตออกมา

บนใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขาพบว่าการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณระหว่างเขากับตราประทับพฤกษาครามชิ้นนั้นได้ขาดสะบั้นลงแล้ว

"ใครกัน?"

หานเฟยอวี่เจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส

"หานเฟยอวี่ แกบังอาจมาทำกร่างในสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณของเรา แถมยังคิดจะลงมือสังหารศิษย์ของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณอีกงั้นรึ? ใครให้ความกล้ากับแก ใครให้ความหน้าด้านกับแก? แล้วใครสั่งใครสอนให้แกทำตัวกำเริบเสิบสาน ปล้นชิงวารีร้อยโอสถของศิษย์คนอื่นตามอำเภอใจแบบนี้? ที่นี่ยังมีกฎมีเกณฑ์อยู่ไหม แกยังเห็นหัวสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณอยู่หรือเปล่า? แกคิดว่าสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณเป็นสำนักมารหรือยังไง? ช่างเหิมเกริมนัก!"

เสียงต่อว่าดังกระหึ่มขึ้นกลางอากาศ ร่างของฟางชิงปรากฏตัวขึ้นกลางเวหา ใต้ฝ่าเท้าของเขามีเมฆมงคลลอยฟ่อง ส่วนเบื้องหน้าของเขาก็คือตะเกียงสัมฤทธิ์ดวงนั้น

ตะเกียงเทพดวงนี้ก็คืออาวุธวิเศษที่เขาหลอมขึ้นมา มันสามารถจัดการเก็บตราประทับพฤกษาครามได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้มันกำลังหมุนติ้วๆ อยู่ตรงหน้าของเขา

แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง ไม่ว่าจะเป็นเย่ฝาน ผังปั๋ว โจวอี้ หวังจื่อเหวิน หลินเจีย และคนอื่นๆ ล้วนรู้สึกว่าฟางชิงที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้ราวกับเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ราวกับเป็นวีรบุรุษที่มาช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้

ส่วนหานเฟยอวี่และพวกลูกน้องต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง ภายใต้แรงกดดันของฟางชิงพวกเขากระทั่งยืนทรงตัวไม่ไหวด้วยซ้ำ

ได้แต่คุกเข่าทรุดลงกับพื้น

"อ๊ะ นั่นศิษย์พี่ฟางชิงนี่นา!"

"ใช่แล้ว ศิษย์พี่ฟางชิง ศิษย์พี่ฟางชิงคืออัจฉริยะเหนือชั้นของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณของเรา ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็บำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตน้ำพุแห่งชีวิตแล้ว เขายังเคยบรรยายคัมภีร์มรรคาให้พวกเราฟังด้วย!"

"ได้ยินมาว่าเมื่อสองวันก่อนศิษย์พี่ฟางชิงพาศิษย์ของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณหลายคนไปทดสอบที่ดินแดนร่องรอยวิญญาณและกลับมาได้อย่างปลอดภัยด้วยล่ะ"

"ครั้งนี้ศิษย์พี่ฟางชิงลงมือด้วยตัวเอง หานเฟยอวี่ไปเตะโดนตอเข้าให้แล้ว ถูกศิษย์พี่ฟางชิงจัดการซะที ฉันเห็นแล้วโคตรสะใจเลย!"

"แต่ว่าเบื้องหลังของไอ้หมาหานเฟยอวี่มีผู้อาวุโสของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณหนุนหลังตั้งสองคนเลยนะ ถ้าพวกผู้อาวุโสลงมือกับศิษย์พี่ฟางชิง ศิษย์พี่ฟางชิงจะรับมือไหวไหมเนี่ย?"

"ศิษย์พี่ฟางชิงต้องทำได้แน่นอน!"

เมื่อศิษย์จำนวนมากเห็นฟางชิงลงมือ ใบหน้าของทุกคนต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ต้องรู้ก่อนว่าพื้นเพของไอ้พวกหมาอย่างหานเฟยอวี่นั้นใหญ่โตมาก คนทั่วไปไม่มีใครกล้าล่วงเกิน แต่การออกโรงของศิษย์พี่ฟางชิงในครั้งนี้ช่างสะใจผู้คนเสียจริงๆ

"ฟางชิง! แกกล้ายึดตราประทับพฤกษาครามของฉันไป! แถมยังบังคับให้ฉันคุกเข่าอีก! ฉันจะจำหน้าแกไว้!"

หานเฟยอวี่ถูกยึดตราประทับพฤกษาครามไปอย่างกะทันหัน เขาไม่มีทางต้านทานแรงกดดันของฟางชิงได้เลย

คนหนึ่งอยู่ขอบเขตทะเลทุกข์ อีกคนอยู่ขอบเขตน้ำพุแห่งชีวิต แม้จะห่างกันเพียงขอบเขตเดียวแต่มันก็คือการบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ

หานเฟยอวี่คุกเข่าอยู่บนพื้น เขาพยายามดิ้นรนอยู่นานก็ลุกขึ้นไม่ได้ ได้แต่ส่งสายตาเคียดแค้นไปทางฟางชิง

"ตอนที่แกบังคับให้คนอื่นคุกเข่า แกก็ทำตัววางอำนาจ แต่พอตอนนี้ฉันให้แกคุกเข่าบ้าง แกกลับทนไม่ได้ ตรรกะมันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกนะ ยิ่งไปกว่านั้นพวกแกบังอาจมาแย่งชิงวารีร้อยโอสถของคนอื่นในสำนัก นี่เป็นการฝ่าฝืนกฎของสำนักแดนวิเศษร่องรอยวิญญาณ ฉันจำเป็นต้องลงโทษพวกแกเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง"

ฟางชิงมองหานเฟยอวี่และศิษย์อีกหลายคนที่ถูกเย่ฝานและผังปั๋วซัดจนหมอบอยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย ป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา

ป้ายคำสั่งคุมกฎ!

"อะไรนะ?"

จบบทที่ บทที่ 34 - ใครให้ความกล้ากับแก!

คัดลอกลิงก์แล้ว