- หน้าแรก
- ปฏิวัติวงการมายา ด้วยระบบสวมวิญญาณนักแสดง
- บทที่ 18 - งานรอบปฐมทัศน์และการล้างมลทินกลางแสงไฟ
บทที่ 18 - งานรอบปฐมทัศน์และการล้างมลทินกลางแสงไฟ
บทที่ 18 - งานรอบปฐมทัศน์และการล้างมลทินกลางแสงไฟ
บทที่ 18 - งานรอบปฐมทัศน์และการล้างมลทินกลางแสงไฟ
บรรยากาศในงานรอบปฐมทัศน์ของเวยเฉิงดูคึกคักกว่าที่เฉินมู่เซิ่งคาดการณ์ไว้มาก นอกจากผู้ชมทั่วไปแล้วยังมีเหล่านักข่าวและนักวิจารณ์ภาพยนตร์มารวมตัวกันนับร้อยชีวิตเลยทีเดียว
เรื่องนี้ทำให้เฉินมู่เซิ่งอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในแผนการประชาสัมพันธ์ของหลินเฟิงที่ใช้หัวข้อที่น่าโต้เถียงมาดึงดูดความสนใจจากมหาชนได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อได้เวลาเฉินมู่เซิ่งก็นำทีมนักแสดงนำก้าวขึ้นสู่เวทีท่ามกลางเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งงาน
หลังจากกล่าวเปิดงานและเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เสร็จเรียบร้อย เหล่านักข่าวที่รอคอยโอกาสอยู่แล้วก็รีบยกมือขอซักถามด้วยความกระตือรือร้นทันที
นักข่าวที่ถูกเลือกคนแรกจ้องมองไปที่หลินเฟิงก่อนจะหันไปถามเฉินมู่เซิ่งด้วยน้ำเสียงที่คาดคั้น
"ผู้กำกับเฉินครับ คุณเห็นคลิปวิดีโอที่หลินเฟิงคุกเข่าบนอินเทอร์เน็ตหรือยังครับ?"
"หลินเฟิงยอมคุกเข่าเพื่อแลกกับบทละครจริงๆ หรือเปล่าครับ?"
คำถามนี้เรียกความสนใจจากทุกคนในงานได้ในทันที กล้องทุกตัวต่างก็หันไปจ้องมองปฏิกิริยาของเฉินมู่เซิ่งและหลินเฟิงตาเขม็ง
เฉินมู่เซิ่งไม่ได้มีท่าทีตกใจเขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังว่า "ความจริงแล้ววิดีโอที่เผยแพร่ออกไปนั้นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์ครับ"
"คลิปนั้นถูกปล่อยออกมาโดยผู้ที่ไม่หวังดีเพื่อจงใจดิสเครดิตหลินเฟิง"
"ความจริงก็คือภาพการคุกเข่านั้นมันเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบการแสดงของหลินเฟิงต่างหากครับ เขากำลังสวมบทบาทเป็นตัวละครอยู่"
"ผมหวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยให้ความเป็นธรรมและแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ให้แก่หลินเฟิงด้วยนะครับ"
"ส่วนผู้ที่จงใจตัดต่อวิดีโอเพื่อมาทำลายชื่อเสียงของนักแสดงในทีมงานของเรา ทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดครับ!"
เมื่อได้ยินคำชี้แจงที่เด็ดขาดเหล่านักข่าวต่างก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน เพราะเรื่องราวมันกลับตาลปัตรจากที่พวกเขาจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
ทว่าก็ยังมีนักข่าวบางคนที่ยังไม่ยอมแพ้และพยายามจะหาเรื่องมาโจมตีต่อ "ผู้กำกับครับ แล้วทำไมคุณถึงเลือกหลินเฟิงมารับบทสำคัญอย่างเฉาเส้าหลินล่ะครับ?"
"ทั้งที่เขาก็ถูกแช่แข็งมานานตั้งห้าปีและชื่อเสียงก็มีจุดด่างพร้อยมหาศาลขนาดนี้ คุณมั่นใจได้ยังไงว่าเขามีความสามารถพอครับ?"
"หรือว่าลึกๆ แล้วพวกคุณมีการทำข้อตกลงลับอะไรบางอย่างกันหรือเปล่าครับ?"
เฉินมู่เซิ่งเริ่มจะรู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ เขาจ้องหน้านักข่าวคนนั้นเขม็งแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก
"ผมกับหลินเฟิงไม่ได้มีข้อตกลงลับอะไรกันทั้งนั้นครับ"
"การที่ผมมอบบทเฉาเส้าหลินให้เขานั้นเป็นเพราะฝีมือของเขาล้วนๆ และผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่นิดเดียวที่เลือกเขามา"
"หลินเฟิงอาจจะหายไปจากหน้าจอนานห้าปีจริงแต่ฝีมือการแสดงของเขาไม่ได้ถดถอยลงเลย ตรงกันข้ามเขากลับพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกหลายขั้นเลยทีเดียว"
"ผมกล้าพูดได้เลยว่าการที่เวยเฉิงประสบความสำเร็จในการถ่ายทำจนมาถึงวันนี้ได้ หลินเฟิงคือหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดเลยครับ!"
คำชื่นชมที่รุนแรงของเฉินมู่เซิ่งทำให้นักข่าวเริ่มสงสัยว่าหลินเฟิงแสดงได้ดีขนาดนั้นเลยจริงๆ หรือ หรือว่านี่จะเป็นแค่การปกป้องพวกเดียวกันเองกันแน่
พวกเขาจึงลองหันไปยิงคำถามใส่ดารารุ่นใหญ่อย่างหลิวชิงอวิ๋นแทน "คุณหลิวครับ ในฐานะจักรพรรดิจอเงินคุณมีความเห็นยังไงกับหลินเฟิงบ้างครับ?"
หลิวชิงอวิ๋นรับไมค์มาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ "ผมไม่อยากจะบอกว่าหลินเฟิงเก่งที่สุดในบรรดานักแสดงรุ่นใหม่หรอกนะครับ"
"แต่เขาคือนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์และมีความพยายามสูงที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วยเลยล่ะครับ"
"ในระหว่างการถ่ายทำผมเองยังได้รับแรงบันดาลใจและความรู้ใหม่ๆ จากเขามาไม่น้อยเลยทีเดียว"
"ผมชื่นชมในตัวเขามากและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้มีโอกาสร่วมงานกันอีกในอนาคตครับ"
เหล่านักข่าวพากันทำหน้าไม่ถูกไปตามๆ กัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าแม้แต่หลิวชิงอวิ๋นที่วางตัวดีมาตลอดจะเข้าข้างหลินเฟิงได้ขนาดนี้ พวกเขาจึงหันไปลองถามเผิงอวี๋เยี่ยนดูบ้างเพราะคิดว่าเขายังเด็กและน่าจะพูดความจริงออกมาได้มากกว่า
"คุณเผิงอวี๋เยี่ยนครับ คุณมองหลินเฟิงยังไงบ้างครับ?"
"ในเมื่อรุ่นใหญ่และผู้กำกับต่างก็ชมเขาขนาดนี้ มันหมายความว่าพระเอกอย่างคุณแสดงได้ไม่โดดเด่นเท่าตัวสมบทอย่างเขาหรือเปล่าครับ?"
นักข่าวพยายามจะปั่นหัวให้เผิงอวี๋เยี่ยนรู้สึกอิจฉา ทว่าเผิงอวี๋เยี่ยนกลับมีท่าทางตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเขารีบคว้าไมค์มาพูดทันที
"พวกคุณพูดถูกแล้วครับ! ผมยอมรับเลยว่าฝีมือการแสดงของผมยังห่างชั้นกับอาจารย์หลินเฟิงอยู่มากจริงๆ!"
"ถ้าพวกคุณได้เห็นการแสดงของเขาในหนังพวกคุณจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างแน่นอนครับ!"
"อาจารย์หลินเป็นไอดอลและเป็นแบบอย่างที่ผมอยากจะเดินตามรอยไปให้ถึงให้ได้เลยครับ!"
ถึงตอนนี้เหล่านักข่าวต่างก็พากันงงเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้ว! พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการแสดงของหลินเฟิงมันยอดเยี่ยมระดับไหนกันแน่ถึงได้ทำให้ทุกคนในกองถ่ายศิโรราบได้ขนาดนี้
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนพวกนักข่าวก็หันไปเจอหยางหงที่นั่งอยู่ในแถวหน้าพอดี ในฐานะอดีตผู้จัดการส่วนตัวของหลินเฟิงและเป็นตัวแทนจากบริษัทซิงไห่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เธอจึงเป็นเป้าหมายต่อไปในการซักถาม
"คุณหยางหงครับ ในฐานะอดีตผู้จัดการและผู้กว้างขวางในวงการ คุณมองหลินเฟิงในตอนนี้ยังไงบ้างครับ?"
หยางหงที่เตรียมใจมาดูหลินเฟิงถูกรุมประนามกลับต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างรุมอวยหลินเฟิงจนเธอรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ทว่าในสถานที่สาธารณะแบบนี้เธอรู้ดีว่าไม่ควรพูดโจมตีเขาตรงๆ เธอจึงยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยแล้วเอ่ยปากชมเขาด้วยถ้อยคำที่ดูเหมือนจะเป็นการให้เกียรติแต่แฝงไปด้วยกับดักมหาศาล
[จบแล้ว]