เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - มันจะอาถรรพ์ขนาดนั้นเชียวหรือ?

บทที่ 27 - มันจะอาถรรพ์ขนาดนั้นเชียวหรือ?

บทที่ 27 - มันจะอาถรรพ์ขนาดนั้นเชียวหรือ?


ตอนนี้หลินลั่วเฉินกำลังโกรธจัดจนไฟแทบจะสุมทรวง ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่าครึ่งชั่วยามที่ผ่านมาเขาผ่านมันมาได้อย่างไร

ปีนกำแพงก็เจอสุนัข มุดเข้าบ้านคนอื่นก็ดันไปเจอคนลักลอบคบชู้ เหยียบหลังคาก็ทำหลังคาทะลุ ช่างเหลวไหลสิ้นดี

หากดวงเขาไม่แข็งพอคงได้ตายอยู่กลางทางไปแล้ว

ยามนี้เมื่อเห็นตัวการทั้งสอง หลินลั่วเฉินก็โกรธจนแทบพ่นไฟ เขากระชับใบมีดหักในมือแน่นทันที

มู่หรงเซี่ยจู๋เห็นเขามีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที

เจ้าเด็กนี่มีภูมิหลังอย่างไรกันแน่ ถึงได้ไม่เป็นอะไรเลยสักนิด

มู่หรงเซี่ยจู๋กางแขนปกป้องอยู่เบื้องหน้ามู่หรงชิวจื่อ นางหัวเราะแห้งๆ "คุณชาย นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันเถิด!"

บาดแผลบนร่างของนางยังไม่หายดี นางไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเอาชนะหลินลั่วเฉินได้ และนางก็หวาดกลัวมีดบินของเขาจริงๆ

หลินลั่วเฉินแค่นเสียงเย็นชา เขามองเข้าไปในเมืองด้วยความหวาดระแวงแวบหนึ่งก่อนจะกำใบมีดหักแล้วกระโดดขึ้นไปบนรถม้า

"ไป!"

แม้เขาจะไม่กลัวเจ้าหน้าที่ทางการในเมืองแต่เขาก็ไม่อยากหาเหาใส่หัว รีบออกไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า

รถม้าเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หลินลั่วเฉินเดินวางมาดเข้าไปนั่งตรงกลางรถม้าและยึดที่นั่งหลักไป

จากการสังเกตมู่หรงเซี่ยจู๋ก่อนหน้านี้ สตรีนางนี้ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด นางพึ่งพาเพียงวิชาอาคมและยันต์ในมือเท่านั้น

แต่ยันต์บนตัวนางก็ถูกเขาค้นไปจนหมดแล้ว ด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้ นางไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย

มู่หรงเซี่ยจู๋ดึงมู่หรงชิวจื่อให้ออกห่างจากเขา นางมีท่าทีราวกับนั่งอยู่บนเข็มและหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา

นางไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย ยามนี้นางแทบอยากจะอยู่ให้ห่างจากเจ้านี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลินลั่วเฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "มู่หรงเซี่ยจู๋ใช่หรือไม่ เจ้าทำเอาข้าตามหาแทบแย่เลยนะ!"

ยามนี้หญิงสาวทั้งสองนั่งเคียงข้างกัน พวกนางมีใบหน้าแทบจะพิมพ์เดียวกัน หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าและท่าทางที่แตกต่างกันก็คงแยกไม่ออกจริงๆ

มู่หรงเซี่ยจู๋กลอกตาไปมา นางฝืนยิ้มออกมาบางๆ

"คุณชาย ท่านหาข้าเจอได้อย่างไรกัน"

หลินลั่วเฉินแค่นเสียงเย็นชาโดยไม่ตอบคำถาม ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะสู่สู่ทำผลงาน เขาคงปล่อยให้สองพี่น้องคู่นี้หนีรอดไปได้จริงๆ

"ประเดี๋ยวข้าค่อยมาคิดบัญชีกับเจ้า มู่หรงชิวจื่อ รีบคลายวิชาประหลาดบนตัวข้าเดี๋ยวนี้!"

ตามที่ฉวีหลิงอินกล่าวมา บนตัวเขาต้องโดนวิชาอาคมอะไรสักอย่างเป็นแน่ถึงได้ดวงซวยเช่นนี้

เมื่อนึกย้อนไปถึงคำพูดของมู่หรงชิวจื่อ หลินลั่วเฉินก็สงสัยว่าตนเองพลาดท่าโดนวิชาตอนที่สัมผัสตัวนาง

มู่หรงชิวจื่อกล่าวอย่างลำบากใจ "คุณชาย ข้าไม่มีพลังฝึกปรือ แล้วข้าจะใช้วิชาอาคมกับท่านได้อย่างไรกันเจ้าคะ"

หลินลั่วเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขาต้องรอถึงสามวันถึงจะใช้วิชามองปราณได้อีกครั้ง เขาจึงไม่แน่ใจจริงๆ ว่านางเป็นผู้ฝึกตนหรือไม่

ส่วนการใช้พลังวิญญาณตรวจสอบก็ต้องมีการสัมผัสร่างกาย เขาไม่กล้าที่จะสัมผัสตัวมู่หรงชิวจื่อสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว

"เจ้าหมายความว่า หากสัมผัสตัวเจ้าก็จะนำพาความโชคร้ายมาให้อย่างนั้นหรือ"

มู่หรงชิวจื่อพยักหน้า "คุณชาย ข้าเกิดมาพร้อมกับความอัปมงคล ทุกคนที่สัมผัสตัวข้าล้วนต้องพบเจอกับโชคร้ายเจ้าค่ะ"

หลินลั่วเฉินยังคงไม่เชื่อว่ามู่หรงชิวจื่อจะมีอาถรรพ์ถึงเพียงนี้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

"จะเป็นไปได้อย่างไร แค่แตะตัวเจ้าสองทีก็จะโชคร้ายเลยหรือ มันจะอาถรรพ์ขนาดนั้นเชียวหรือ"

"มีจริงๆ นะ!"

สองพี่น้องตระกูลมู่หรงพยักหน้าพร้อมกัน มู่หรงเซี่ยจู๋ถึงกับมองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

"คุณชาย หากท่านยังมีปณิธานใดที่ยังไม่ลุล่วงก็รีบไปทำเถิด อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องค้างคาใจเลย!"

หลินลั่วเฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ข้าไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์บ้าบออะไรนี่หรอก!"

สิ้นเสียงคำพูด เสียงของป้าโจวก็ดังมาจากด้านหน้า "คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ มีคนซุ่มโจมตี!"

รถม้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท้ายทอยของหลินลั่วเฉินกระแทกเข้ากับผนังรถม้าจนเขาต้องแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด

สองพี่น้องตระกูลมู่หรงก็ถูกเหวี่ยงจนกลิ้งไปมาเหมือนน้ำเต้ากลิ้งพื้น มู่หรงชิวจื่อร้องอุทานและล้มคะมำมาตรงหน้าหลินลั่วเฉิน

หลินลั่วเฉินพยุงนางไว้ตามสัญชาตญาณ แม้จะช่วยให้นางรอดพ้นจากการเอาหัวพุ่งชนได้ แต่นางกลับพุ่งเข้ามาชนหน้าอกเขาเข้าอย่างจัง

ทั้งสองคนอยู่บนล่างเผชิญหน้ากัน สายตาประสานกัน บรรยากาศกลายเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันที

หลินลั่วเฉินรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี เพราะดอกบัวสีน้ำเงินในห้วงแห่งจิตของเขาเริ่มส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่งอีกแล้ว

บ้าเอ๊ย นางพุ่งเข้ามาชนเองแบบนี้ก็นับด้วยหรือ

หลินลั่วเฉินกำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ขนทั่วร่างของเขาก็ลุกชัน ความรู้สึกถึงวิกฤตความเป็นความตายอันรุนแรงปรากฏขึ้น

ท่ามกลางความเลือนรางเขามองเห็นภาพชายร่างกำยำคนหนึ่งกำลังวิ่งไล่ตามรถม้าและขว้างหอกซัดพุ่งเข้าใส่ห้องโดยสารอย่างแรง

หลินลั่วเฉินเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ วินาทีต่อมาหอกซัดเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลุเข้ามาจากด้านหลังห้องโดยสารและทะลวงออกไปทางประตู

เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาของสตรีดังขึ้น มู่หรงชิวจื่อร้องอุทาน "ป้าโจว!"

หลินลั่วเฉินตกใจจนเหงื่อเย็นชุ่มไปทั้งตัว หากเขาหลบไม่ทัน หอกเล่มนี้คงพุ่งทะลวงหัวเขาไปแล้ว

ตอนนี้ต่อให้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว เขาสบถด่าความอาถรรพ์นี้อยู่ในใจ

"ยิง!"

เสียงตะโกนสั่งการดังลั่น ทันใดนั้นลูกธนูก็พุ่งทะยานลงมาราวกับห่าฝนจากทุกทิศทุกทาง เสียงลูกธนูกระทบกับห้องโดยสารดังระงม

ม้าเทียมรถส่งเสียงร้องโหยหวน ห้องโดยสารทั้งหลังเอียงวูบไปด้านหน้า และมีเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของสตรีดังมาจากด้านหน้าสุด

หลินลั่วเฉินกอดมู่หรงชิวจื่อเอาไว้อย่างยากลำบากเพื่อรักษาสมดุลร่างกาย เขาเงี่ยหูฟังเสียงเพื่อระบุตำแหน่งและปัดป้องลูกหลงที่พุ่งเข้ามา

มู่หรงเซี่ยจู๋แนบตัวชิดกับผนังรถม้า นางร่ายมนตร์ในมืออย่างรวดเร็ว บังเกิดเป็นพายุหมุนล้อมรอบรถม้าเอาไว้พร้อมกับเอ่ยถามอย่างร้อนรน

"ป้าโจว ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่"

แต่ดูจากสถานการณ์แล้วป้าโจวที่อยู่ด้านนอกคงไม่ปลอดภัยแน่ และเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทุกทิศทุกทางก็บ่งบอกชัดเจนว่ามีคนกำลังบุกเข้ามา

แววตาของมู่หรงเซี่ยจู๋ทอประกายจิตสังหารวูบหนึ่ง นางกล่าวเสียงขรึม "ช่วยดูแลชิวจื่อให้ข้าที ป้ายเบิกทางสู่แดนเซียนที่เจ้าต้องการ ข้าจะมอบให้เจ้าแน่นอน!"

นางใช้พายุหมุนล้อมรอบกายแล้วเปิดประตูห้องโดยสารมุดตัวออกไปด้านนอก

ภาพที่ปรากฏคือม้าเทียมรถถูกธนูยิงทะลุหัวล้มลงกองกับพื้นและสิ้นใจไปแล้ว

ป้าโจวเองก็ล้มอยู่ไม่ไกล บนร่างของนางเต็มไปด้วยลูกธนู และที่หน้าอกยังมีรูกลวงขนาดใหญ่อีกด้วย

รอบด้านมีกลุ่มคนชุดดำปิดบังใบหน้าถือดาบพุ่งทะยานเข้ามา ผู้เป็นหัวหน้าถือทวนยาวไว้ในมือ ท่าทางดุดันเหี้ยมเกรียม

บนที่สูงยังมีชายร่างกำยำอีกคนถือคันธนูขนาดใหญ่กำลังง้างคันศรเล็งเป้าไปที่มู่หรงเซี่ยจู๋

มู่หรงเซี่ยจู๋ร่ายมนตร์ในมือ นางกัดฟันกรอด "เยว่ฮวา หลัวเย่า พวกเจ้ารนหาที่ตาย!"

พายุหมุนที่ล้อมรอบรถม้าแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดวายุไร้รูปทรงพุ่งทะยานออกไปปลิดชีพศัตรูทีละคนๆ

ชายร่างกำยำที่ถือทวนยาวไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาควงทวนในมือปัดเป่าคมมีดวายุจนแตกซ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า

ส่วนชายร่างกำยำที่ถือธนูบนที่สูงก็ปล่อยลูกศรออกไป บีบให้มู่หรงเซี่ยจู๋ต้องทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อเบี่ยงทิศทางของลูกธนู

ระยะห่างของทั้งสองคนหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว ชายร่างกำยำที่สูงใหญ่ราวกับหอคอยเหล็กกระโดดลอยตัวขึ้นไปสูงสามจั้ง แขนขวาง้างไปด้านหลังราวกับคันธนูที่ถูกง้างจนสุด

หอกซัดในมือของเขาทอประกายเย็นเยียบ เขากำลังเตรียมที่จะขว้างหอกซัดออกไปอีกครั้ง

ในวินาทีนั้นเอง หลังคาห้องโดยสารก็ระเบิดออก

ท่ามกลางเศษไม้ที่ปลิวว่อน เงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะลุหลังคาออกมาดุจมังกรผงาดจากห้วงสมุทร ในมือถือใบมีดสีเลือดอันแสนประหลาด

เขาตวัดมือเบาๆ ใบมีดสีเลือดก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบพุ่งตรงไปยังศีรษะของชายร่างกำยำที่อยู่กลางอากาศ

ชายร่างกำยำคิดไม่ถึงเลยว่าบนรถม้าจะมีผู้เยี่ยมยุทธ์ซ่อนตัวอยู่ และเขาก็ไม่มีความสามารถในการพลิกตัวกลางอากาศได้เหมือนอย่างมู่หรงเซี่ยจู๋

"ฉัวะ!"

เสียงดังทึบคล้ายแตงโมถูกทุบแตก ศีรษะของชายร่างกำยำระเบิดกระจายในพริบตา

ร่างไร้ศีรษะกระเด็นออกไปไกลหลายจั้งตามแรงเฉื่อยและกระแทกเข้ากับกองหินริมทางอย่างแรง ร่างนั้นกระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะนิ่งสนิท

หยาดเลือดที่สาดกระเซ็นตกลงบนร่างของกลุ่มคนชุดดำ ทำเอาพวกเขาตกใจจนมือเท้าเย็นเฉียบและขนหัวลุกซู่

นั่นมันผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลายเชียวนะ!

ตายง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ

ร่างสีขาวนั้นร่อนลงบนหลังคารถม้าที่พังยับเยิน ชายเสื้อปลิวไสวดุจปุยเมฆ เส้นผมยาวสยายไปตามสายลม ดูสง่างามเหนือธรรมดา

ทุกคนในบริเวณนั้นล้วนตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก มู่หรงเซี่ยจู๋แอบดีใจอยู่ลึกๆ แต่ก็อดหวาดหวั่นไม่ได้เช่นกัน

ตนเองไปล่วงเกินเขาเอาไว้ จะต้องมีจุดจบแบบนี้ด้วยหรือไม่นะ

หลินลั่วเฉินเหลือบมองชายร่างกำยำที่ใบหน้าเละเทะไม่มีชิ้นดีแวบหนึ่ง ความโกรธแค้นในใจก็บรรเทาลงไปไม่น้อย

เขาเกลียดที่สุดคือพวกที่เล็งเป้ามาที่หัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นหัวใหญ่หรือหัวเล็กก็ตาม!

หลินลั่วเฉินตวัดสายตาเย็นเยียบมองมู่หรงเซี่ยจู๋ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดกระดูก

"จำคำพูดของเจ้าเมื่อครู่เอาไว้ให้ดี มิเช่นนั้นเจ้านั่นก็คือตัวอย่างของเจ้า!"

มู่หรงเซี่ยจู๋พยักหน้าอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก

แย่แล้วสิ วันนี้ของปีหน้า คงไม่ใช่ วันครบรอบวันตายของตนเองหรอกนะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - มันจะอาถรรพ์ขนาดนั้นเชียวหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว